กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1101: เวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จตําหนักสวรรค
แม้พวกมันจะตกตะลึงจนชะงักไป แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่
จำเป็นต้องเมตตาพวกมัน
มีสองสิ่งที่ อู่ อวี้ ต้องทำกับพวกมัน คือเขาจะรีบ
จัดการพวกมันอย่างไร้ปรานี และเพื่อแก้ไขปัญหา
ความขาดแคลน
เวลานี้เขาค่อนข้างขาดแคลนเม็ดยาค้นหาเต๋า ดังนั้น
ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยา , ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
, ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา เขาจะริบเก็บจากพวก
มันมาให้เรียบ
รวมถึงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผา , กระบี่ศักดิ์สิทธิ์
โลหิตคราม อู่ อวี้ รู้สึกชื่นชอบศาสตราทั้ง 2 ชิ้นนี้มา
นานแล้ว
ระหว่างที่โอรสเฮ่อกำลังยืนอึ้งกิมกี่ ยังไม่อาจ
ยอมรับกับสิ่งที่ตนเองประสบพบเจอได้ อู่ อวี้ ก็เริ่ม
จัดการกับคนอื่น ๆ ทันที ด้วยการย่อขนาดร่างกาย
เล็กลงอย่างรวดเร็ว เวลานี้โล่มังกรจักรพรรดิในมือ
ของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ ส่วนระดับความเร็ว
ในปัจจุบันรวดเร็วไม่ต่างจากภูตพราย ผนวกกับ
เปลวเพลิงความร้อนที่แผดเผาร่างกายอยู่เนืองนิจ
หากต้องเผชิญหน้ากับผู้มีฝีมือระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต่าขั้นที่ 6 แล้ว รับรองว่าไม่คณามือเขาอย่าง
แน่นอน
นอกจากวงเวทหลักทั้งสามของตราจักรพรรดิ ก็ยังมี
วงเวทรองอยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งมันก็เกินพอที่จะ
จัดการกับพวกมันทั้ง 4 แล้ว เมื่อ อู่ อวี้ ปลดปล่อย
การโจมตีออกไปผนวกกับจิตใจที่พังทลายพ่ายแพ้
ของพวกมัน การโจมตีครั้งนี้ของเขาจึงไม่ต่างจาก
การตวัดกระบี่ใส่ผักใส่แตงโม พวกมันถูกจัดการจน
ล้มพับลงด้วยเวลาต่ำกว่า 10 ลมหายใจเสียด้วยซ้ำ
และถุงจักรวาล รวมถึง ศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณ ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาของพวกมัน
ล้วนตกอยู่ในมือของเขาเป็นที่เรียบร้อย การตบ
ทรัพย์ของพวกมันในครั้งนี้ เขาไม่ได้ต้องการสิ่งใด
มากจนเกินไป เขากวาดเม็ดยาค้นหาเต๋าทั้งหมดเก็บ
ไว้ ส่วนของคนอื่นที่เขาไม่ต้องการให้โอนกลับ
เจ้าของเดิมไป
ทุกขั้นตอนทุกการกระทำของเขา มันอยู่ในสายตา
ของพวกมันทุกคน แต่ไม่ว่าจะเป็นฮวามู่เฉินหรือคน
อื่น ๆ ก็กระทำได้เพียงแค่มองตัวแข็งทื่อโดยไม่กล้า
จะทำอะไรทั้งสิ้น
มีเพียงโอรสเฮ่อเท่านั้น ที่พอมีสติสามารถเผชิญหน้า
กับ อู่ อวี้ ซึ่งเวลานี้มันเพิ่งฟืนตัวจากการโจมตีของ
โล่มังกรจักรพรรดิคุกเต่าเทวะสะเทือน อู่ อวี้ ก็ลง
มือจู่โจมเข้าใส่มันอีกครั้งแล้ว
” เจ้า! ”
” กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้น! ”
ยามนี้โอรสเฮ่อเพิ่งฟืนสติจากการตื่นตะลึง อู่ อวี้ ก็
ลงมือซ้ำอีกครั้ง ด้วยการกวัดแกว่งกระบี่ในมือ
ปลดปล่อยการโจมตีสังหาร กระบี่ปักษาทองคำแผ่
สยายปีกปกคลุมนภา ปราณกระบี่กวาดตวัดเข้าใส่
โอรสเฮ่อ เมื่อโดนการโจมตีนี้เข้าไปโอรสเฮ่อกัดฟัน
กรอดหัวใจหนักอึ้ง มันไม่เคยคาดคิดว่าความ
รวดเร็วว่องไวของ อู่ อวี้ จะมากมายถึงเพียงนี้ เมื่อ
หนึ่งกระบี่สังหารฟาดฟัน กาลเวลาก็เหมือนหยุด
หมุน แขนทั้งสองข้างพร้อมกับทวนศึกกิเลนของ
โอรสเฮ่อปลิวกระเด็นหลุดออกไป ในเวลานี้ทวนศึก
กิเลนได้ตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้ แล้ว ส่วนแขนทั้งสอง
ข้างของโอรสเฮ่อก็ร่วงตกลงสู่บึงโคลน
โอรสเฮ่ออึ้งตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์
ทวนศึกกิเลนที่ตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้ กำลังดิ้นรน
กระเสือกกระสนอย่างสุดชีวิต แต่ดิ้นรนไปก็เท่านั้น
เพราะมันไม่สามารถต่อสู้จนดิ้นรนออกจากมือของ
เขาได้ อู่ อวี้ ขี้เกียจเกินกว่าที่จะมาต่อสู้กับมัน
ตอนนี้ เขาเลยโยนมันเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิดอย่าง
ไม่สนใจไยดี
ในเวลานี้จักรพรรดิเสด็จได้ตกอยู่ในมือเขาเป็นที่
เรียบร้อย กล่าวได้ว่ายุทธการตบทรัพย์ของ อู่ อวี้
เสร็จสมบูรณ์
แล้วนี่คืออีกหนึ่งจุดประสงค์ของเขาเช่นกัน
นับตั้งแต่แรกเห็นทวนศึกกิเลน เขาก็เฝั้าคอยสังเกต
มันมาตลอด เขาตั้งใจแล้วว่าศาสตราชิ้นนี้จะต้อง
เป็นอาวุธคู่กายของ อู่ อวี้ ร่างต้น ส่วนตรา
จักรพรรดิเขาก็จะให้ร่างกลืนสวรรค์ไว้ใช้ เพราะ
ร่างกลืนสวรรค์น่าจะใช้ตราจักรพรรดิได้อย่างเต็ม
ประสิทธิภาพมากกว่า
หลังจากที่เขาได้ทำพันธสัญญากับทวนศึกกิเลนเขา
จะกลายเป็นเจ้านายของมัน ส่วนร่างกลืนสวรรค์ก็
จะเป็นเจ้านายของตราจักรพรรดิ
พวกเขาทั้งสองร่างผนึกกำลังร่วมมือกัน ก็จะยิ่ง
แข็งแกร่งขึ้น
สำหรับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผา กับ กระบี่
ศักดิ์สิทธิ์โลหิตครามเขาจะมอบให้กับ เย่ซีซี เพราะ
ปัจจุบันดูเหมือนว่าพลังการต่อสู้ของนางจะลด
น้อยลง ฉะนั้นด้วยศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาจะ
ช่วยกดจุดด้อยในข้อนี้ได้ ส่วน หนานซาน หวางเยว่
จะได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำความเข้าใจเนตร
ปีศาจมายาอย่างเต็มที่
หลังจากโอรสเฮ่อและพรรคพวกสิบกว่าคนโดนตบ
ทรัพย์และถูกสั่งสอนบทเรียนเป็นที่เรียบร้อย เวลานี้
พวกมันทำได้แค่เพียงจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยใบหน้าซีด
ขาวตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว ไม่ได้ปริปาก
เอื้อนเอ่ยสิ่งนั้น
บางทีนี่อาจจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของ
พวกมันที่ได้พบเจอเลยก็ว่าได้
” นี่คือสัจธรรม กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตาม
สนอง ก่อนหน้านี้ถึงข้าจะถูกใจต้องตากับศาสตรา
ของเจ้ามากเพียง แต่ข้าก็ไม่อาจแย่งชิงมาได้ ด้วย
เพราะเจ้ากับข้าไม่ได้มีเรื่องบาดหมางเคียดแค้นต่อ
กัน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนตอนนั้นเจ้าคิดแค้นสังหารข้า
ก่อน ดังนั้นข้าจึงมีสิทธิ์ที่จะเอาศาสตราวุธชิ้นนี้ไป
ถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่ทำให้ข้าตื่นตกใจก็แล้วกัน ”
อู่ อวี้ พูดอย่างราบเรียบหน้าตาเฉย ขณะจ้องมอง
โอรสเฮ่อ
” เสด็จพ่อของข้าตัดสินใจเลือกโอรสเล่อแล้วจริง ๆ
สินะ … ” โอรสเฮ่อกล่าวรำพึงออกมาหยาดน้ำตา
คลอเบ้า แววตาท่วมท้นไปด้วยความสิ้นหวัง จิตใจ
พังทลายอย่างยากจะพรรณนา
มันเชื่อว่าเหตุผลที่ อู่ อวี้ มีความสามารถพุ่งทะยาน
ได้ถึงเพียงนี้ ทั้งหมดล้วนมาจากฝีมือของจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง
มันเชื่อว่าการแข่งขันครั้งนี้ จักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงจัดขึ้นเพื่อให้โอรสเล่อโดยเฉพาะ ด้วยเพราะ
ต้องการให้เขาก้าวทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า
อู่ อวี้ รับรู้ได้ถึงความรู้สึกสิ้นหวังของมันดี
“ โปรดมั่นใจได้ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับข้าหาได้มีอะไร
ในกอไผ่อย่างที่เจ้าคิด เจ้าจงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์
ยุติธรรมของจักรพรรดิโบราณ ที่นี่คือเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย ถ้า
หากคิดว่าผลลัพธ์ได้ถูกกำหนดไว้หมดแล้ว
ไม่เช่นนั้นชาวต่างถิ่นตามแคว้นจะเข้ามาทำอะไรที่นี่
ควรกลับออกไปไม่ดีกว่าหรือ? ”
อู่ อวี้ พูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังกลับออกไป สิ่งเขา
ได้ลงมือกระทำลงไปแล้วไม่มีทางหวนย้อนกลับ
ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงอารมณ์ความรู้สึก
ของพวกมันอีก และสิ่งที่เขากล่าวออกไปมันก็มาก
เพียงพอแล้วเช่นกัน
ภาพในตอนนี้ของพวกมัน ก็คือภาพแผ่นหลังของ
เขาที่กำลังจากไป
การต่อสู้ของ อู่ อวี้ ค่อนข้างอึกทึกครึกโครมโดดเด่น
ดังนั้นกลุ่มของโอรสเล่อจึงสามารถมองเห็นการต่อสู้
นี้ได้จากระยะไกล ๆ และดูเหมือนว่าการต่อสู้
ดังกล่าวจะจบลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึง
อยากรู้ความเคลื่อนไหวว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็น
เช่นไร ผ่านร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้
เวลานี้โอรสเล่อกำลังมองไปที่ร่างกลืนสวรรค์ แทน
คำพูดซักถาม
” จบแล้ว ” ร่างกลืนสวรรค์บอกว่า อู่ อวี้ กำลังจะ
กลับมาในไม่ช้า
” จบอย่างไร? ” โอรสเล่อซักถามด้วยความกังวลใจ
อยู่ไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่า อู่ อวี้ ทำอะไรลงไปบ้าง
” ก็แค่เอาศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาจักรพรรดิ
เสด็จมาเท่านั้น คงไม่มากเกินไปล่ะมั้ง? ” อู่ อวี้
กล่าว
อันที่จริงโอรสเล่อได้คาดเดาเรื่องนี้เอาไว้แล้ว ดังนั้น
เขาจึงพยักหน้าแล้วตอบกลับไปว่า ” อืม เป็น
บทเรียนที่ท่านพี่สมควรจะได้รับแล้ว ”
ซึ่งดูเหมือนว่าร่างกลืนสวรรค์แจ้งรายละเอียด
ออกไปไม่หมด เพราะนอกจากศาสตราสำคัญ ๆ อู่
อวี้ ร่างต้นยังกวาดเม็ดยาค้นหาเต๋ามาจากพวกมัน
มาจนเรียบ ทั้งหมดเพื่อเอามายกระดับความ
แข็งแกร่งให้แก่ร่างอวตารนอกวิถี เม็ดยาที่เขาตบมา
ได้ของมันมากเพียงพอให้ร่างอวตารยกระดับขึ้นไป
อีกขั้น
เหตุผลสำคัญที่ อู่ อวี้ ต้องการยึดครองจักรพรรดิ
เสด็จของโอรสเฮ่อนั่นเป็นเพราะว่า เขาต้องการใช้
มันช่วยเอาชนะหุ่นเชิดที่มีพลังอยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต่าเต๋าขั้นที่ 7
ตราจักรพรรดินั้นก็ดีอยู่ แต่เมื่อ อู่ อวี้ เข้าไปในเจดีย์
ล่องกำเนิดเพื่อท้าทายหุ่นเชิด เขาก็อยากใช้มันเป็น
โล่ปั้องกันให้กับตนเอง
สำหรับยุทธการสั่งสอนโอรสเฮ่อ เขาได้ถามความ
เห็นชอบของโอรสเล่อแล้ว ซึ่งพระโอรสก็ไม่ได้
คัดค้านอันใด ดังนั้นทุกอย่างก็ถือว่าจบสิ้นลง
กลายเป็นอดีตไป
อู่ อวี้ รีบทำตามแผนต่อไปในทันที นั่นก็คือทำพันธ
สัญญาทวนศึกกิเลน
ส่วนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผา กับ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์
โลหิตคราม ถือเป็นของกำนัลเขานำมามอบให้กับเย่
ซีซี
ในเวลานี้เขาปกปั้องคนอื่นไว้ใน ‘นาวามังกรเกราะ
เต่า’ โดยให้ร่างกลืนสวรรค์เป็นผู้ควบคุมสั่งการ ให้
นาวามังกรเกราะเต่าลงไปในบึงโคลนยังตำแหน่งที่มี
สรรพเทวะอยู่ และพวกเขาไม่ได้เกรงกลัวพวกมัน
เนื่องจากร่างกลืนสวรรค์ กับ หนานซาน หวางเยว่
สามารถจัดการพวกมันได้
ถึงแม้โอรสเล่อกับพวกพ้องจะเร่งรีบตามหาไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง แต่พวกเขาก็สามารถอดทนรอได้
สำหรับเย่ซีซีแทบไม่ต้องพูดถึง นางกำลังมีความสุข
สุด ๆ กับของขวัญที่พี่ชายอวี้นำมามอบให้ มือข้าง
หนึ่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผา ส่วนอีกข้างหนึ่งถึงถือ
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์โลหิตคราม นางทุ่มเทเวลาที่เหลือไป
กับการทำพันธสัญญาไตร่ตรองทำความเข้าใจ
ศาสตราวุธทั้ง 2 ชิ้นให้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด
ส่วน อู่ อวี้ อยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด เขาสามารถ
ทำพันธสัญญาควบคุมทวนศึกกิเลนได้รวดเร็วกว่าเย่
ซีซีมากนัก
ด้วยเพราะภายในเจดีย์ล่องกำเนิดมีการเร่งเวลา
เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัว
แม้แต่ตราจักรพรรดิก็เคยถูกสยบโดย อู่ อวี้ มาก่อน
ส่วนจักรพรรดิเสด็จก็เคยได้เห็นพลังอำนาจของ อู่
อวี้ มากับตัวเองแล้วเช่นกัน มันถึงเป็นหนึ่งในพยาน
ปากเอกที่ได้เห็นภาพโอรสเฮ่อถูกบดขยี้อย่างราบ
คาบไม่เป็นท่า ด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า
ในความเป็นจริงจากสิ่งที่ อู่ อวี้ แสดงให้เห็น ก็ถือ
เป็นการปลดปล่อยความอหังการ และพลังอำนาจที่
เหนือกว่าให้วิญญาณศาสตราได้รับรู้แล้ว หากให้ว่า
ตามจริง จักรพรรดิเสด็จก็เสมือนดั่งถูกสยบไปเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นกระบวนการพิชิตของ อู่ อวี้ ยังคงเต็มไปด้วย
ความดุดันเด็ดขาด กิเลนเพลิงทั้งสามพ่ายแพ้อย่าง
ราบคาบ การที่เขาได้เป็นเจ้านายครอบครองทวน
ศึกกิเลน จะยิ่งทำให้พลังอำนาจการต่อสู้ของเขา
เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
หลังจากทำสัญญากับมันได้แล้ว อู่ อวี้ ก็ใช้เวลาไป
กับการไตร่ตรองเรียนรู้ทำความเข้าใจวงเวทประทับ
บนทวนศึกกิเลน
สิ่งสำคัญที่สุดของมันก็คือวงเวทหลักทั้ง 3
อย่างแรกคือ ‘เวทแหวกสวรรค์สามกิเลนสังหาร’ อัน
นี้ อู่ อวี้ เคยเห็นโอรสเฮ่อใช้มาก่อนแล้ว พลังอำนาจ
ความรุนแรงของมันไม่แตกต่างจากกระบี่มังกร
จักรพรรดิปักษาทองคำเร้น สิ่งที่แตกต่างคือมันเป็น
คนละชนิดคนละประเภทเท่านั้น
อย่างที่สองเรียกว่า ‘หมื่นราชันอสูรสถิตเทวะ
ทะลวง’ มันคือวงเวทโจมตี โดยปลดปล่อยหมื่น
ราชันอสูรกิเลน ผสานร่วมกับพลังอำนาจแห่งเทวะ
พร้อมกับพุ่งทะลวงแทงออกไป ถือเป็นวงเวทโจมตี
รูปแบบหนึ่ง ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่เคยเห็นมันด้วยตา
แต่เมื่อดูจากความซับซ้อนของวงเวทที่ต้องเปิดใช้
งานแล้ว เห็นได้ชัดว่า ‘หมื่นราชันอสูรสถิตเทวะ
ทะลวง’ ต้องทรงพลังเป็นอย่างมาก
และสุดท้าย เป็นวงเวทที่มีระดับสูงขึ้นไปอีกขั้น มัน
มีชื่อว่า ‘เวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จตำหนัก
สวรรค์’ หากฟังจากชื่อของมันแล้ว ก็ดูคล้ายคลึงกับ
วงเวท กระบี่เซียนอาสัญตราจักรพรรดิตำหนัก
สวรรค์ ไม่น้อย
อันที่จริงแล้วมันน่าจะเป็นการโจมตีประเภท
เดียวกัน แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างในวงเวทหลักทั้งสอง
รวมถึงพลังอำนาจที่น่าจะคล้ายคลึงกัน แต่ทางด้าน
ของจักรพรรดิเสด็จน่าจะทรงพลังกว่าเล็กน้อย ด้วย
เหตุนี้ ‘เวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์’
จึงน่าจะแข็งแกร่งกว่าตามไปด้วย
วงเวททั้ง 3 ล้วนเป็นเวทโจมตีสังหาร ยิ่งไปกว่านั้น
ทวนศึกยังเป็นศาสตราวุธที่คล้ายคลึงกับพลองฟั้า
เพลิงผลาญของ อู่ อวี้ ดังนั้นเขาจึงใช้งานมันได้
อย่างคล่องแคล่ว
แน่นอนว่าเพื่อทำความเข้าใจกับวงเวทโจมตีทั้ง 3
อย่างสมบูรณ์ รวมถึงฝึกฝนใช้งานมาจนเชี่ยวชาญ
เขาจำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักพัก โชคยังดีที่เจดีย์ล่อง
กำเนิดมีส่วนช่วยในการเร่งเวลาเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า
ไม่อย่างนั้นแล้วกว่าเขาจะทำพันธสัญญากับศาสตรา
ชิ้นนี้ได้ ไข่มุกทองคำเหยียนหวงคงได้ถูกแย่งชิงไป
เรียบร้อยแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหมือนโกหก แปั๊บ ๆ ก็ผันผ่าน
ไปกว่า 10 วันแล้ว โอรสเล่อชักเริ่มร้อนกังวลใจนั่ง
ไม่ติด แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เขาออกมา
ตรงตามเวลาที่แจ้งไว้อีกทั้งความแข็งแกร่งยังเพิ่มขึ้น
เรื่องนี้ยิ่งทำให้โอรสเล่อมีความมั่นอกมั่นใจมากขึ้น
ไปอีก ส่วนเย่ซีซีก็เพิ่งทำพันธสัญญากับศาสตราทั้ง
2 ชิ้นเสร็จไปได้หมาด ๆ แต่นางก็ยังไม่คุ้นเคยกับวง
เวทของมันเท่าใดนัก
นางรู้สึกอิจฉา อู่ อวี้ เป็นอย่างมากที่สำเร็จตามเปั้า
ทุกอย่าง
” ข้าขอเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วยาม ”
เมื่อ อู่ อวี้ ออกมาแจ้งผลความคืบหน้าให้แก่โอรส
เล่อและคนอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อย เขาก็กลับเข้าไป
ในเจดีย์ล่องกำเนิดอีกครั้ง พร้อมใช้พลังความ
แข็งแกร่งของตนเอง พิชิตหุ่นเชิดระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 7
บัดนี้เขากำลังทำการท้าทายอีกครั้ง
เบื้องหน้าของเขาได้ปรากฏวงเวท 9 วงขึ้น
แม้ปัจจุบันพื้นฐานฝึกตนยังไม่ได้ยกระดับให้สูงขึ้น
แต่เขาก็มั่นอกมั่นใจเหลือคณาว่าตนเอง มีความ
แข็งแกร่งมากพอที่จะพิชิตชัยข้ามขั้นไปที่หุ่นเชิด
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7
เปั้าหมายถูกกำหนดไปที่วงเวทสีดำ ซึ่งเป็นวงเวท
ลำดับที่ 8
เมื่อวงเวทสีดำปรากฏขึ้น ก็ทำให้เห็นเค้าลางของหุ่น
เชิด ภาพที่เห็นไม่ค่อยชัดเจนนัก ราวกับว่าหุ่นเชิด
ตัวนี้กำลังล่องหนหายตัวอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาก็
ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันน่าสยดสยองของอีกฝั่ายได้
อย่างชัดเจน
ส่วนวงเวทลำดับที่ 9 ซึ่งเป็นวงเวทสีขาวบริสุทธิ์
สามารถและเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่า ภายในนั้น
เป็นสัตว์ขนาดยักษ์ ดูจากเค้าลางคร่าว ๆ ดู
เหมือนว่ามันจะเป็นราชสีห์หรือไม่ก็พยัคฆ์ ฯลฯ
ส่วนวงเวทสีดำ เป็นเพราะมันสีดำทะมึนมืดครึ้มมาก
เกินไปจึงทำให้มองอะไรไม่เห็น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เลือกที่จะท้าทายมัน และในไม่
ช้าเขาก็สามารถมองเห็นภาพรวมทั้งหมดได้
ครั้งนี้เขาจัดเต็มด้วยอาวุธครบมือมากว่าครั้งก่อน ๆ
มาท้าทายหุ่นเชิด
เขาเปิดฉากด้วยการใช้พลังอิทธิฤทธิ์เทียมฟั้าจรดดิน
ขยายร่างใหญ่ยักษ์จนมีระดับความสูงกว่า 6 จ้ง
หลังจากนั้นก็เปลี่ยนร่างเป็นร่างจำแลงเซียนวานร
แล้วสุดท้ายคือทวนศึกกิเลนในมือของเขาซึ่งปกคลุม
ไปด้วยเกล็ดมังกรสีทองอร่าม ทวนศึกนี้เป็นอาวุธ
ระยะยาวและค่อนข้างแข็งแกร่งปราดเปรียว หนึ่ง
หอกสองคมมีดของมัน เมื่อเทียบกับพลองก่อนหน้า
นี้ ดูเหมือนว่าทรงพลังอำนาจและอันตรายกว่ามาก
เมื่อเขาตัดสินใจเลือกวงเวทสีดำ สายตาและจิตใจ
ของเขาก็จดจ้องอยู่กับวงเวทนั้นรอการเปิดเผยตัว
ของหุ่นเชิด เวลานี้แสงสีดำประกายเจิดจ้าอย่าง
ที่สุด แม้แต่อยู่ในความมืดมิดประกายแสงสีดำของ
มันก็ยังโดดเด่นชัดปกคลุมไปทางเจดีย์ล่องกำเนิด
และต่อจากนั้นไม่นานแสงสีดำดังกล่าวก็เหือด
หายไป ซึ่งนี่คือการเริ่มต้นเปิดฉากการเผชิญหน้ากับ
หุ่นเชิดระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 เวลานี้
มันได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขาแล้ว
อู่ อวี้ มองมันได้แค่เพียงแวบเดียว แต่แล้วมันก็หาย
ตัวไปอย่างรวดเร็ว