กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 11 : ปีศาจวานรปรากฎกาย!
เพียงแค่วิ่งเข้าไปยังผืนป่าได้ไม่นาน กลับมีแสงสีแดง
กระพริบแทรกขึ้นมาในความมืดอยู่หลายต่อหลาย
ดวง ซึ่งแสงที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าของพวกเขานั้น
มันคือสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า ก่อนหน้านี้มีคนโดน
โจมตีทั้งยังอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต พวกเขาเหล่านั้น
จึงตัดสินใจทุบท าลายแผ่นศิลาเพลิงแดงทิ้งเสีย
แม้ว่าบรรดาผู้รับใช้ผู้ร่วมเข้าการทดสอบ จะมีพลัง
อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 6 เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ความ
แข็งแกร่งทางด้านจิตใจ ฝีมือ หรือ ประสบการณ์ใน
การต่อสู้ย่อมแตกต่างกัน
ผู้รับใช้บางคนเลือกจะถอยห่างจากอันตรายตรงหน้า
ขณะที่บางคนเลือกที่จะพุ่งตัวเข้าใส่เผชิญกับ
อันตราย พร้อมกับส่งเสียงร้องตะโกนออกมาด้วย
ความฮึกเหิม ย๊ากกกกก!
ในความมืดมิด อู่ อวี้ เห็นผู้รับใช้หลายคนรอบ ๆ ตัว
เขา ก าลังต่อสู้
“มันเริ่มขึ้นแล้ว!”
อู่ อวี้ กระชับกระบี่เหล็กเอาไว้แน่น เหล็กจิ้งถือเป็น
โลหะที่มีความคมอย่างยิ่ง แต่ทว่าเกล็ด และ หนัง
ของอสรพิษหงอนแดงนั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง และ มี
ความยืดหยุ่นไม่น้อยเช่นกัน ความแข็งแกร่งของมัน
เรียกได้ว่าเกือบเข้าขั้นปีศาจงู ฉะนั้นเขาเลยไม่แน่ใจ
นักว่ากระบี่ของเขา จะสามารถสร้างบาดแผลให้กับ
อสรพิษตัวนี้ได้หรือไม่
ไม่มีเวลาจะมาครุ่นคิดแล้ว!
* เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง! เชร้ง! *
อสรพิษหงอนแดงพุ่งเข้าโจมตีใส่ อู่ อวี้ ด้วยหงอนอัน
คมกริบราวกับกระบี่ก็ไม่ปาน พลังของอสูรยักษ์ถา
โถมเข้าใส่อย่างรุนแรง แต่ อู่ อวี้ ก็มิได้ชะล่าใจเขา
เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้แล้ว โดยการใช้สองมือจับ
ด้ามกระบี่ และ คอยกวัดแกว่งปัดป้องการโจมตีของ
อสรพิษยักษ์ไว้อย่างต่อเนื่อง
“หลบหลีก!”
แรกเริ่มเขาต้องการบีบบังคับทิศทาง ให้อสรพิษตัวนี้
มุ่งไปด้านหน้า ทั้งยังคาดคะเนความแข็งแกร่งมัน
เอาไว้เบื้องต้น แต่เขาไม่คาดคิดว่าอสรพิษตัวนี้จะมี
พลังเทียบเท่าอาชาศึก 100 ตัว ซึ่งใกล้เคียงกับเขา
ยิ่งนัก!
“พึ่บ!”
การเคลื่อนไหวของ อู่ อวี้ เรียกได้ว่ารวดเร็วจนน่า
เหลือเชื่อท าให้หัวของอสรพิษยักษ์ที่พุ่งเข้าโจมตี เสีย
การทรงตัวเล็กน้อย ในจังหวะนั้นเองมันได้ช่วยเปิด
ช่องโหว่ในการโจมให้แก่เขา เขารีบสลับกระบี่มาไว้
ในมือข้างขวา ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็แทงกระบี่ปักลึกลงไป
บนล าคอของอสรพิษยักษ์
* ฉึ่ก!!! *
ส่งผลให้โลหิตของอสรพิษพุ่งกระฉูดสาดกระจายไป
ทั่วพื้นดิน
* ฟ่อออออ! *
อสรพิษดิ้นทุรนทุราย ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วย
ความเจ็บปวด แต่ลมหายใจของมันยังไม่ขาดหายเสีย
ทีเดียว แม้กระบี่ของ อู่ อวี้ ยังคงเสียบคาโครง
กระดูกของมัน
‘หากต้องต่อสู้กับอสรพิษ จะต้องโจมตีไปยัง 7 จุด
ตายของมัน!’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉับพลันเขารีบชักกระบี่ออกมาสุด
แรง จากนั้นก็บิดคมกระบี่ ก่อนใช้กระบี่พุ่งทะลวง
แทงเข้าไปยังหัวใจของอสรพิษยักษ์ กระบี่โลหะส่อง
แสงวูบวาบท่ามกลางความมืดมิด ก่อนอสรพิษร้าย
จะทันได้ฟื้นตัว
และแล้วร่างของอสรพิษหงอนแดง ก็ทรุดตัวลงไป
นอนแน่นิ่งบนพื้นดินทันที
“น่าเสียดายยิ่งนัก!”
ร่างอสรพิษตัวนี้มีขนาดใหญ่โตยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็น
เกล็ด หนัง หรือ ถุงน้ าดี … ล้วนเป็นของล้ าค่าราคา
แพง มันล้วนเป็นสมบัติของนิกายกระบี่สวรรค์ แต่
เขากลับไม่มีเวลาตักตวงสมบัติล้ าค่าเหล่านี้
อู่ อวี้ ก้าวไปข้างหน้า พร้อมกับกระบี่ที่อาบไปด้วย
โลหิตของอสรพิษ ระหว่างทางเขาเห็นผู้รับใช้หลาย
คน ร่างสั่นกระตุกเนื่องจากฤทธิ์ของพิษงู แต่บางคน
ก็สามารถถอนพิษงูออกได้แล้ว ทว่าพวกเขาก็ยังไม่
ก้าวเดินต่อ เพราะเกรงว่าจะต้องไปพบเจอกับสัตว์
อสูรชนิดอื่นๆ ดักรอพวกเขาอยู่ด้านหน้า
“เจ้าดูช่างผ่อนคลาย” ทันใดนั้นก็มีเสียงของคนผู้
หนึ่งก าลังพูดกับเขา หากจ าไม่ผิดเจ้าของเสียงนี้เป็น
ของ เจ้า ตานหลง หนึ่งใน 3 ผู้รับใช้ที่แข็งแกร่งมาก
ที่สุดผู้มีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7
“แต่ผู้ที่จะเป็นอันดับ 1 ในวันนี้ก็คือข้า ! เม็ดยา
หลอมรวมลมปราณจะต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้
เดียว!”
เด็กหนุ่มแหวกผ่าความมืดพุ่งตัวไปข้างหน้า ด้วย
ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ!
“เจ้า ตานหลง รวดเร็วยิ่งนัก!”
“ข้าคิดว่าเขาจะต้องเป็นคนแรกที่ออกไปจากที่นี่”
“ไม่…ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น แม่นางชิงเหมิงหายตัวไป
นานแล้ว”
ในระหว่างสงครามการต่อสู้อันดุเดือดระหว่าง
มนุษย์ และ สัตว์อสูร บางคนเลือกที่จะท าในสิ่ง
ตรงกันข้าม พวกเขาฉกฉวยโอกาสนี้แล้วรีบรุดไป
ข้างหน้า ส่วนบางคนก็เลือกที่จะยืนสนทนากันอยู่กับ
ที่
“ออกคนแรก?”
อู่ อวี้ เริ่มจินตนาการถึงภาพ ของผู้ที่ออกจาก
เส้นทางแท่นสวรรค์เป็นคนแรก เขาผู้นั้นย่อมโดด
เด่น และ ต้องได้รับความสนใจจากผู้ชมที่อยู่ด้าน
นอกเป็นอย่างยิ่ง!
เดิมทีแล้วเขาต้องการเพียงแค่ผ่านเข้ารอบ 100 คน
เท่านั้น แต่บัดนี้เขาต้องการให้ เสิ่น อู๋เต้า เห็นเขา
ปรากฎตัวเป็นคนแรก เพื่อให้สมกับการรอคอย
“ลุย!”
ด้านหน้ามีแสงสีทองปรากฏอยู่ แหวกผ่านม่านความ
มืดออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด
ในเวลานี้กระบวนท่า ‘ก้าวปีศาจวานร’ คงเหมาะสม
ที่สุด หากเขาต้องการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ภายในป่าอันมืดมิดเช่นนี้ อู่ อวี้ ใช้เวลาหลบหลีก
อสรพิษหงอนแดงสามตัว โดยใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจ
เท่านั้น ไม่นานนักเขาก็อยู่ในต าแหน่งหน้าสุด
“ช้าก่อน”
เขามั่นใจว่าหากยังคงวิ่งรุดหน้าต่อไปเรื่อย ๆ เขา
จะต้องพบเจอกับคลื่นการโจมตีรุนแรงมากขึ้นอย่าง
แน่นอน
ใกล้กับ อู่ อวี้ มีผู้รับใช้ประมาณ 20 คนก าลังต่อสู้กัน
อย่าง ดุเดือด หนึ่งในนั้นมีผู้รับใช้ 3 คนที่ดูโดดเด่น
สะดุดตาอย่างที่สุด พวกเขาทั้ง 3 สามารถต่อสู้กับ
ผู้รับใช้ทั้งหมดได้ สมแล้วที่พลังฝีมือของพวกเขาอยู่
ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7
“ช่างน่าขันยิ่งนัก ข้ามีวัยเพียง 15 ปี แต่พลังยุทธยัง
อยู่แค่ระดับชั้นฟ้าขั้น 4 และ สละร่างขั้น 4 ในแง่
พรสวรรค์ของข้านั้นถือว่าต่ าต้อยเรี่ยดินกว่าพวกเขา
เสียอีก!” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเจี่ยนๆกับเรื่อง
ตลกร้ายนี้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ท้อถอยแม้แต่น้อย
เพราะเขามั่นใจในเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาได้
ฝึกปรือวรยุทธอย่างหักโหม!”
‘บึง!’
หลังจากผ่านผืนป่าชั้นใต้ดินมาได้ บัดนี้เขาได้ก้าวเข้า
สู่อาณาเขตใหม่ ลักษณะเป็นบึงอันกว้างใหญ่
ขอบเขตไร้สิ้นสุด! ดินโคลนที่อยู่โดยรอบดูเหลว และ
อ่อนนุ่มจนยากจะบรรยาย ภายใต้ดินโคลนนั้น
จะต้องมีสัตว์อสูรดุร้าย จ านวนมากหลบซ่อนอยู่
ทันใดนั้นฟองอากาศนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมาให้เห็น
“กรี๊ดดดดด! ”
ในขณะนั้นได้มีผู้รับใช้บางคนวิ่งเข้าไปในบึง แต่ไม่
นานนักก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ฉับพลันดินโคลนก็เริ่ม
สั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง และทันใดนั้นเองอสูรยักษ์
ร่างด ามะเมื่อม ล าตัวยาวกว่า 3 จั้ง ( 11.4 เมตร) ก็
ปรากฏตัวขึ้น มันพุ่งตัวไล่งับผู้รับใช้ทันที เคี้ยวแหลม
คมของมันเจาะทะลุผ่านผิวหนัง และ เนื้อ ของผู้รับ
ใช้ผู้โชคร้าย จากนั้นมันก็ลากร่างอันโชกเลือดลงไป
ใต้บึง!
“ช่วยข้าด้วย!”
ผู้รับใช้ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
สถานการณ์ถูกครอบง าไปด้วยความหวาดกลัว
สถานการณ์เลวร้ายพุ่งมาหาเขารวดเร็วเกินไป ส่งผล
ให้ผู้รับใช้ไม่ทันจะได้ท าลายแผ่นศิลาเพลิงแดง
อู่ อวี้ อยู่ไม่ห่างจากผู้เคราะห์ร้ายนัก เขารีบพุ่งตัว
เข้าไปช่วยเหลือทันที ราวกับว่าไม่เกรงกลัว
ภยันตรายตรงหน้า แต่เพราะว่าผู้ต้องการความ
ช่วยเหลือนั้นมีมากเกินไป อีกทั้งการโจมตีของอสูร
ยักษ์ก็รุนแรงอย่างยิ่ง สิ่งที่เขาพอจะท าได้คือ
พยายามหลบเลี่ยงการโจมตี ขณะพุ่งตัวเข้าไป
ช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย
“น่ะ นั่นมันจระเข้ฝูซาน!”
อู่ อวี้ เขาจดจ าได้ว่า ตอนเขามีระดับยุทธอยู่ใน
ระดับชั้นฟ้าขั้น 5 เขาเคยต่อสู้กับอสูรร่างยักษ์ชนิดนี้
มาก่อน อสูรชนิดนี้มันจะมีเกราะหนาสีด าห่อหุ้ม
ร่างกายของมันเอาไว้ แม้ว่าในตอนนั้นเขาจะใช่คู่
ต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามก็ตาม
‘จระเข้ยักษ์ตัวนี้มีหนังหนา และ แข็งแกร่งดุจโลหะ
คมกระบี่ธรรมดามิอาจทะลวงผ่านผิวหนังของมันได้
หากต้องต่อสู้กับมัน จะต้องโจมตีไปยังจุดอ่อนนั่นก็
คือ ดวงตา!’
เนื่องจากเป็นประสบการณ์ที่คุ้นเคย วิธีโจมตีสวน
กลับก็แล่นเข้ามาในจิตส านึกอย่างรวดเร็ว เขาไม่
จ าเป็นต้องกังวลอีกต่อไป จากนั้นเขากระโดดพุ่งตัว
ไปข้างหน้าเล็งเป้าหมายไปที่ดวงตาของจระเข้ยักษ์ฝู
ซาน เขาโคจรพลังลงไปที่แขนและกระบี่อย่าง
รวดเร็ว!
* ฉึ่ก! *
คมกระบี่แทงทะลุผ่านดวงตาเข้าไปสู่สมองของมัน!
กระบวนท่านั้นปลิดชีพจระเข้ยักษ์ฝูซานลงอย่าง
รวดเร็ว
อู่ อวี้ ยังคงสุขุม เขาดึงร่างของผู้รับใช้ที่อยู่ในปาก
ของจระเข้ยักษ์ออกมา ผิวพรรณของนาง
ละเอียดอ่อนรูปโฉมงดงาม แต่ทว่าเวลานี้ใบหน้าของ
นางขาวซีด เพราะความเจ็บปวดที่ได้รับบาดเจ็บ
ร่างกายของนางสั่นเทาขณะจ้องมองมายัง อู่ อวี้
ผู้ช่วยชีวิตนางเอาไว้
“ข้าขอตัวก่อน”
อู่ อวี้ ไม่อยากเสียเวลาไปกับบทสนทนานานนัก
เนื่องจากเวลาประชิดเข้ามาทุกขณะ ดังนั้นเขาจึงใช้
กระบวนท่าก้าวปีศาจวานร เพียงชั่วพริบตาเขาก็เดิน
เข้าไปในบึง และ พยายามทรงตัววิ่งไม่ให้ร่างของ
ตัวเองนั้นจมลงไปในโคลน
ในที่สุดศิษย์นิกายสวรรค์ สวมใส่ชุดคลุมสีด าก็มาถึง
ตัวผู้รับใช้ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วเมื่อเขาเห็นว่านาง
ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส เขาก็มองตามแผ่นหลังของ อู่
อวี้ ซึ่งเวลานี้วิ่งลับหายไป ก่อนเขาจะหันกลับมาพูด
กับเด็กสาวอีกครั้ง ‘ หากครั้งหน้าพบเจอกับอันตราย
อีก เจ้าจะต้องรีบทุบแผ่นศิลาเพลิงแดงรู้หรือไม่!”
“ตกลง!ท่านเทพเซียน!”
‘ขอบคุณท่านมาก’ หลังจากที่เทพเซียน(อู่ อวี้) จาก
ไปไปแล้ว ผู้รับใช้สาวก็มองไปยังทิศทางของ อู่ อวี้
แล้วกล่าวค าว่าขอบคุณด้วยหัวใจของนาง ผู้รับใช้ทุก
คนที่เข้ารับการทดสอบในครั้งนี้ล้วนเป็นคู่แข่งกัน
ทั้งสิ้น ทุกคนต่างเหนื่อยยากล าบากกับบททดสอบ
ไม่มีผู้ใดคิดจะใส่ใจ หรือ คิดหยิบยื่นไมตรีช่วยเหลือ
ผู้อื่น การกระท าของเขาในครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องหา
ยากเขาเป็นบุรุษผู้น่าเลื่อมใส และ น่ายกย่องเป็น
อย่างยิ่ง
ในระหว่างการเดินทางข้ามบึงน้ า อู่ อวี้ ได้สังหาร
ล้างอสูรดุร้ายไปได้มากมาย! โดยปกติแล้วสัตว์อสูร
เหล่านี้จะมีพลังมหาศาล ฤทธิ์เดชมากมาย แต่การ
ต่อสู้ของมันไร้ซึ่งกลอุบายในการฆ่า ไม่ซับซ้อนลึกซึ้ง
เหมือนพวกชาวสวรรค์ และ มนุษย์สักเท่าไหร่ ดังนั้น
เมื่อความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ พอๆกับฝ่ายตรงข้าม
ซึ่งเป็นสัตว์อสูรนั้น เขาจึงสังหารพวกมันจึงง่ายดาย
เสมือนพลิกผ่ามือ
อู่ อวี้ เห็นเงาร่างของคนจ านวนหนึ่ง อยู่ตรง
ด้านหน้า
“ในที่สุดข้าก็ได้ออกจากบึงนี้!”
อู่ อวี้ ก้าวเท้าเหยียบลงพื้นดินที่แข็งที่สุด แล้วพุ่งตัว
ออกจากบึงนี้ไป แต่เขารู้ดีว่าข้างหน้ายังมีอุปสรรค
มากมายรอเขาอยู่มีกองหินจ านวนมากวางเรียงราย
เห็นได้ชัดว่าที่นี่จะเป็นด่านทดสอบอันน่าสะพรึงกลัว
มากที่สุด คลื่นการโจมตีของสัตว์อสูรจะมีทั้งหมด 3
ระลอก และ ที่นี่จะเป็นระลอกคลื่นสุดท้าย
“ฆ่าาาามันนน!” เจ้า ตานหลง ร้องตะโกนเสียงดัง
ก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าไปในความมืด
ผู้รับใช้คนอื่น ๆ เริ่ม ทยอยตามออกมาจากบึง ดู
เหมือนว่าพลังพวกเขาจะไม่ได้อ่อนแอลงสักเท่าใด
นัก เพราะยังไงแล้วพวกเขาก็ถือเป็นอัจฉริยะที่มี
คุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่
สวรรค์นั่นเอง!
อู่ อวี้ เร่งฝีเท้าตามไปทันที
“อสูรวานรโลหิต!”
เส้นทางด้านหน้าถูกโอบล้อมด้วยก้อนหินยักษ์ และ
ถูกบีบให้เหลือเป็นทางแคบๆสุดปลายทางของ
เส้นทางนี้คือ ทางออกที่จะน าไปสู่เส้นทางแท่น
สวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ผู้รับใช้ทุกคนต่างใฝ่ฝันถึง
แต่ทว่าเส้นทางคับแคบที่ถูกบีบอัดนี้ มีอสูรวานร
โลหิตกว่า 300 ตัวขวางกั้นเส้นทางอยู่!
รูปลักษณ์ของอสูรวานรโลหิตเหล่านี้ พวกมันมีขนสี
ด า มีเส้นอักขระเรืองแสงสีโลหิต ปรากฏให้เห็นอยู่
ทั่วกาย ดวงตาของมันแดงก่ า และ มีความสูงกว่า 2
จั้ง ( 7.60 เมตร ) หากเอาแขนของ อู่ อวี้ กับเหล่า
ผู้รับใช้ทั้งหมดมารวมกัน ก็ยังมีขนาดไม่ใหญ่เท่าแขน
ของมันเลยด้วยซ้ า! ชื่อของมันคือวานรโลหิต ก็เป็น
เพราะว่า เมื่อพวกมันได้กลิ่นคาวเลือดสดๆ ซึ่งเป็น
อาหารอันโอชะของมันแล้ว มันจะเกิดอาการคลุ้ม
คลั่งขึ้นทันที!
กลิ่นคาวเลือดลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งป่าหิน
สายตาอันกระหายเลือดของอสูรวานรโลหิต สุดน่า
สะพรึงกลัว ดวงตาของพวกมันเป็นสีแดงก่ า ทันใด
นั้นมันใช้มืออันใหญ่ยักษ์ทุบลงบนหน้าอกของพวก
มัน * ตึง ตึง ตึง ตึง !!! * ก้อนหินน้อยใหญ่ที่อยู่บน
เส้นทาง เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับว่า
พวกมันก าลังตื่นเต้นไปกับวานรโลหิต กลิ่นเหม็นคาว
ของเลือดลอยคลุ้งไปทั่วทั้งอากาศ บ่งบอกถึงความ
ป่าเถื่อนและความโหดเหี้ยมของพวกมัน บัดนี้กลิ่น
คาวเลือดรุนแรงในด่านทดสอบสุดท้าย ก าลังสกัดกั้น
ความฝันที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมของผู้รับใช้
มีวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะมุ่งหน้าเข้าไปสู่เส้นทางแท่น
สวรรค์ได้ก็คือ วิ่งฝ่าฝูงวานรโลหิตกระหายเลือด
พวกนี้ออกไป
แต่ทว่าจ านวนของวานรโลหิต แน่นขนัดแออัดเต็ม
พื้นที่ ไร้ซึ่งเส้นทางหลบหนี พวกเขาไม่สามารถแทรก
ตัวลอดผ่านไปได้ ดั่งส านวนว่าไว้ ไม่มีผู้ใดขี่อาชา
โดยไร้ฝุ่นธุลี
“ฆ่า”
ผู้รับใช้ 20 คนแรก ซึ่งสามารถวิ่งออกมาจากบึงได้
นั้น ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าทั้งสิ้น รวมถึง
ผู้รับใช้ที่เป็นตัวเต็งทั้ง 3 อีก ในเวลานี้เหล่าผู้รับใช้
ทั้ง 20 ต่างผนึกก าลังเพื่อบุกทะลวงผ่านด่านอสูร
ร้าย! และในตอนนี้ก็ยังคงมีพลังใหม่เข้ามาสมทบจาก
เบื้องหลัง ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่หลุดรอดออกมา
จากบึงได้นั่นเอง
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ได้เข้าผสมโรงด้วย
* บูมมมม! *
ซึ่งพวกเขานั้นได้พุ่งเข้าใส่ อสูรวานรโลหิต โดยตรง!
* ฉั๊วะ!!! *
อู่ อวี้ ฟันกระบี่ลงไปบนร่างอสูรร้าย คมกระบี่ฉีก
กระชากผิวหนัง และ เนื้อของมันทันที
“โฮกกกกก!”
ความเจ็บปวดที่รับ กระตุ้นความโกรธเกรี้ยวของ
วานรโลหิต มันยกท่อนแขนมหึมาฟาดเข้าใส่ อู่ อวี้
เพื่อเป็นการสวนกลับทันที ตึง!!! * อ๊ากกกก∼∼ *
ผู้รับใช้ที่อยู่ใกล้เคียงกระเด็นเพราะแรงเหวี่ยงนั้น
ออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ อู่ อวี้ ยังคงสงบนิ่งสี
หน้าไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าเขาไม่สะทก
สะท้านกับการโจมนี้แม้แต่น้อย เขาท าเพียงยกแขน
ซ้ายของตัวเองขึ้นมาป้องกันการโจมตี
* ตู้มมม! * แรงโจมตีนั้น ท าให้เท้าของเขาจมลงบน
พื้นทันที ปรากฎเป็นร่องรอยฝ่าเท้าจมลึกบนพื้นให้
เห็น!
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
แม้เขาจะรู้สึกเช่นนั้นก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว
เขากลับรู้สึกประหลาดใจ กับร่างกายของตัวเองมาก
เสียกว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกฝนเคล็ดวิชา กายา
เพชรอมตะ ท าให้ร่างกายของเขาสามารถต้านทาน
การโจมตี ของอสูรยักษ์ได้อีกหลายครั้ง ซึ่งมากกว่า
คนปกติทั่วไป ! ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของเขายังมี
ความยืดหยุ่นสูงมากขึ้นอีกด้วย
* ฉั๊วะ!!! *
อู่ อวี้ ถ่ายโอนพลังลงไปยังกระบี่อย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ตวัดกระบี่จนสุดแรง ปลายกระบี่ตวัด
เข้าใส่ล าคอของวานรโลหิตทันที ฉับพลันเลือดสีแดง
สดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากล าคอของมันราวกับน้ าพุ
* โครม!!!! *
ร่างไร้วิญญาณของวานรโลหิต ล้มกระแทกอัดลงกับ
พื้นทันที
แต่ทว่าพึ่งสังหารมันลงได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น
บนเส้นทางอันคับแคบนี้มีพวกมันมากกว่า 300 ตัว
ก าลังปิดกั้นเส้นทางความฝันของพวกเขาอยู่ แม้ว่า
ทั้งสามจะมีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 แต่ความ
อ่อนล้าก็เริ่มถาโถมเข้ามาใส่พวกเขา สงครามขนาด
ย่อมระหว่างมนุษย์ และ อสูรในครั้งนี้ เหล่าผู้รับใช้
สามารถบั่นหัวของวานรโลหิตไปได้นับโหล
“เป็นไปไม่ได้เลย ที่พวกเราจะสังหารวานรโลหิต
ทั้งหมด เพื่อฝ่าออกไป”
“การผนึกก าลังโจมตีของพวกเราก็ไร้ประโยชน์ ไร้
ความเป็นธรรมสิ้นดี ถ้าเช่นนั้นผู้แข็งแกร่งอาจจะหา
จังหวะ และ ช่องโหว่ระหว่างที่พวกเราต่อสู้หลบหนี
ไปได้อย่างง่ายดาย”
“แต่นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่ละคนต้องจัดการกับ
วานรโลหิตช่วยตัวเองสู้ให้ได้ เมื่อสบโอกาสก็หา
จังหวะเหมาะๆก็หลบหนีออกมา”
อู่ อวี้ ตระหนักถึงปัญหาข้อนี้ดีเช่นกัน ข้อเสียเปรียบ
ของอสูรวานรโลหิตนั้นก็คือ ร่างกายอันสูงใหญ่ของ
มัน ท าให้ผู้รับใช้ทั้ง 3 ที่อยู่ในระดับพลังสวรรค์ขั้น 7
สามารถเข้าประชิดตัววานรโลหิตได้ จากนั้นพวกเขา
ก็ใช้กระบวนท่าเท้าวนไปรอบๆใต้ต้นขาของมัน
“โจมตี!”
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็อยากไปจากที่นี่เช่นเดียวกัน เขา
รีบพุ่งตัวออกไปทันที
หากช้าไปกว่านี้เขาจะกลายเป็นคนที่ 4 ที่สามารถ
หลบหนีจากอสูรวานรโลหิตได้
“เจ้ามัน!”
ผลจากการต่อสู้ส่งผลให้เวลานี้ร่างกายของ เจ้า ตาน
หลง ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต เขาเป็นคนแรกที่
สังเกตเห็น อู่ อวี้ หลบหนีออกไป
ในความเป็นจริงแล้วเวลานี้ เจ้า ตานหลง อ่อนล้า
อย่างที่สุด แต่เมื่อเขาเห็น อู่ อวี้ พุ่งตัวออกไป มัน
ช่วยกระตุ้นท าให้เขามีแรงฮึดสู้อีกครั้ง แล้ววิ่งตาม อู่
อวี้ ไปด้วยความเร็วสูงสุด ในฐานะที่เขามีพลังอยู่ใน
ระดับชั้นฟ้าขั้น 7 หาก อู่ อวี้ ชนะเขาได้ตัวเขาจะ
ได้รับความอัปยศ และ เสียหน้าจนแทบแทรก
แผ่นดินหนี!
* ฟึ่บ! *
อู่ อวี้ ยังคงวิ่งพุ่งไปข้างหน้า
เนื่องจากเขามีกระบวนท่าก้าวปีศาจ ท าให้ล่วงรู้วิถี
การโจมตีอันซับซ้อนของอสูรวานรโลหิต ดังนั้นเมื่อ
อยู่ในคลื่นการต่อสู้ เขาจึงไม่รับผลกระทบ หรือ ถูก
กดดันจากพลังของมัน เนื่องจากเขาสามารถ
เคลื่อนไหวหลบหลีก การโจมตีได้ทุกรูปแบบ
“นี่คือด่านสุดท้ายของการทดสอบ ต้องเร่งฝีเท้า
แล้ว!”
เมื่อเขามองไปข้างหน้า ก็สังเกตเห็นว่าชิงเหมิงก าลัง
ใช้กระบวนท่าก้าวพริบตาชิงเหมิงของนาง พรสวรรค์
ของนางช่างโดดเด่น แม้มีวัยเพียงแค่ 12 ปี อีกทั้ง
เวลานี้นางก าลังวิ่งน าหน้าสุดของกลุ่ม
ฝีท้าของ จื่อ ฮั้ว ก็แข็งแกร่งไม่น้อย เขาเฆี่ยนฝีเท้า
ตามหลังนางไปติด ๆ
แม้พรสวรรค์ในด้านวรยุทธของ เจ้า ตานหลง จะโดด
เด่น แต่ดูเหมือนฝีเท้าของเขาจะด้อยกว่าคนทั้งสอง
ดังนั้นเวลานี้เขาตามมาเป็นอันดับสาม
“ไม่ได้การ หากยังเป็นเช่นนี้ข้าจะต้องตกไปอยู่ใน
ล าดับที่ 4 เป็นแน่” ขณะเร่งฝีเท้าอย่างสุดก าลัง อู่
อวี้ ก็เริ่มครุ่นคิดถึงอันดับของตนเองไปด้วย เขารีบ
คิดหาทางแก้ไข เขานึกถึงเคล็ดวิชากายยาเพชร
อมตะ แต่ทว่าเคล็ดวิชานี้สร้างความแข็งแกร่งในเชิง
ต่อสู้เท่านั้น และ มันช่วยให้เขารอดพ้นออกมาจาก
อสูรวานรโลหิตก็จริง แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความเร็วใน
ฝีเท้าเร่งได้มากขึ้น!
* โฮกกกกก!!! *
ขณะที่ใกล้ถึงปลายทางที่จะน าไปสู่แท่นสวรรค์
ทันใดนั้นก็มีเสียงค ารามของอสูรวานรโลหิตร้องดัง
กึกก้องขึ้นมา ผืนแผ่นดินเริ่มสั่นไหว อันเกิดจากการ
เคลื่อนตัวของพวกมัน
“แย่แล้ว อสูรวานรมันดูดซับโลหิตจากพวกเรามาก
เกินไป ท าให้พวกมันพัฒนากลายเป็นปีศาจ!” เจ้า
ตานหลง กล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ผลกระทบนี้เกิดจากการต่อสู้ดุเดือดของพวกเขา
แม้เวลานี้พวกมันยังไม่ได้เป็นปีศาจ แต่สิ่งที่ก าลัง
เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งส าคัญของพวกมัน!
หลังผ่านสงครามสังหารหมู่อสูรวานรโลหิต ได้กดดัน
ให้มันเข้าสู่การพัฒนา พลังของพวกมันพุ่งทะยาน
อาจจะเทียบเท่าระดับชั้นฟ้า!
โชคยังดีที่การพัฒนา เข้าสู่ขั้นตอนการเป็นปีศาจ
อย่างสมบูรณ์ต้องใช้เวลา!
เมื่อผ่านขั้นตอนนี้จะท าให้อสูร มีความแข็งแกร่ง
มากกว่าอสูรปกติ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวมากมายเท่าไหร่
นัก ผสมกับความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ ท าให้ความ
ประหลาดใจในครั้งนี้ ใช้เวลาเพียงแค่เล็กน้อย
จากนั้นพวกเขาก็วิ่งไปข้างหน้าต่อไป ส่วน อู่ อวี้
ยังคงสังเกตเห็นขั้นการวิวัฒนาการของวานรโลหิต
จากอสูรกลายเป็นปีศาจ!
* โฮกกกกก!!!! โฮกกกกก!!!! *
ทันใดนั้นร่างกายของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่า
ของอสูรวานรโลหิตขนาดปกติ ดวงตาสีแดงก่ าของ
มันค่อย ๆ จางหายไปอย่างช้า ๆ ส่งสัญญาณให้เห็น
อย่างเด่นชัดว่า มันเริ่มมีการพัฒนาทางด้าน
สติปัญญา เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้มันจะสามารถกลาย
ร่างเป็นมนุษย์ และมันก็จะได้กลายเป็นมนุษย์กินคน
ไปในท้ายที่สุด
“ฆ่าาาามันนน!”
ปีศาจวานรตัวนี้ก าลังปิดกั้นทางออกสุดท้าย เรา
จะต้องฆ่ามันเพื่อผ่านออกไปให้ได้
เจ้า ตานหลง ชิง เหมิง และ จื่อ ฮั้ว ผู้มีพลังยุทธอยู่
ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 คนทั้งสามเตรียมพร้อมที่จะ
โจมตีต่อสู้ฟาดฟันกับปีศาจร้าย
กระบวนท่าที่ใช้ สิบสามกระบี่ตระกูลเจ้า กระบี่เงากู่
ซาน แปดกระบวนท่าสังหารอสูร ตามล าดับ!
ล้วนเป็นกระบวนท่าระดับสูง!
“หนึ่งกระบี่เมฆาลอยล่อง”
“กระบี่เงาครองฟ้า”
“รูปแบบสังหารปีศาจ!”
การผนึกก าลังในการโจมตีของทั้ง 3 ได้สร้างริ้วรอย
บาดแผลไว้บนร่างกายของปีศาจวานรจ านวนมาก
แต่บาดแผลเหล่านั้นยังไม่ร้ายแรงมากพอ แม้การ
โจมตีครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ แต่มันก็ท าให้พวก
เขาเหนื่อยหอบอย่างหนัก
ไม่ใช่ว่า อู่ อวี้ จะไม่ต้องการช่วยเหลือ แต่การโจมตี
ของทั้งสามได้ปิดช่องทาง จนเขาไม่สามารถ
แทรกแซงเข้าไปช่วยได้
“โฮกกกกก!”
การโจมตีของทั้งสาม ได้ไปยั่วยุโทสะของปีศาจวานร
จนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ทันใดนั้นวานรปีศาจหลอมรวม
โลหิตเข้ากับลมปราณ หลังจากที่มันร้องค าราม
ออกมา มันได้พ่นโลหิตใส่อากาศ โลหิตของปีศาจ
วานรมีฤทธิ์กัดกร่อน ต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสัมผัส
ในตอนนี้พวกเขาก็ไม่รีรอ ทั้ง เจ้า ตานหลง และ
เหล่าผู้รับใช้ต่างรีบล่าถอยกันอย่างรวดเร็ว!
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็สบโอกาสโจมตี เขาจึงคว้าโอกาส
โจมตีสุดท้ายนี้ไว้ ด้วยกระบวนท่า
‘กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรภาสมุทร’
อู่ อวี้ กระชับกระบี่พุ่งตัวผ่านคนทั้งสาม ตรงไปยัง
ปีศาจวานร ฉับพลันคลื่นกระแทกแห่งทะเล
ตะวันออก ก็พวยพุ่งเข้าใส่ปีศาจวานรทันที!
เวลานี้ยิ่งท าให้ อู่ อวี้ เข้าใกล้ทางออกที่จะน าไปสู่
เส้นทางแท่นสวรรค์มากขึ้น!
…………………………………..
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ