กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 12 :
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และ กระบี่ปราบมาร
“การทดสอบด่านสุดท้ายแห่งแท่นสวรรค์ ผู้ใดที่จะ
ออกมาเป็นคนแรกกัน?” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอจ้องมองไป
ยังทางออก พร้อมกับลูบเครายาวของเขาไปด้วย
ขณะกล่าว
ซู หยานหลี่ยัง จ้องมองไปยังจุดเดียวกัน นางหวังว่า
จะได้เห็นผู้ครอบครองอันดับ 1 “ได้ข่าวว่าด่าน
ทดสอบสุดท้าย เป็นการทดสอบกระบวนท่าด้าน
ฝีเท้า ข้าคิดว่า ชิง เหมิง นางน่าจะเป็นคนแรกที่
ออกมา เนื่องจากกระบวนท่าเท้า ‘ก้าวพริบตาชิง
เหมิง’ ของนางนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก ยากจะหาผู้ใด
เทียบ”
“ส่วน จื่อ ฮั้ว ผู้ถือก าเนิดมาจากพงไพร และ เติบโต
มากับสัตว์ป่า เขาเองก็น่ามีโอกาสเช่นเดียวกัน”
ไม่เพียงแค่สายตาของคนทั้งสองเท่านั้น ยังมีสายตา
จากผู้คนนับ 10,000 คู่ ก าลังจับจ้องตรงบริเวณทาง
ออกมาสู่แท่นสวรรค์!
ภายในจ านวนคนนับหมื่น นอกจากผู้รับใช้แล้ว ก็ยัง
มีเหล่าลูกศิษย์จากนิกายต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเทือกเขา
คราม ถูกส่งมาจับตามองผู้แข็งแกร่งภายในวันนี้
“ข้าคิดว่าต้องเป็น เจ้า ตานหลง ‘สิบสามกระบี่แห่ง
ตระกูลเจ้าอย่างแน่นอน’ เพราะวิชาประจ าตระกูล
ของเขาล้ าเลิศยิ่งนัก!”
“ไม่! ข้าว่าต้องเป็น… ชิง เหมิง ผู้มีวิชา ‘กระบี่เงากู่
ซาน’ เป็นวรยุทธปราบปีศาจอย่างแท้จริง!”
บทสนทนาเกี่ยวกับผู้ทดสอบ ที่จะออกมาสู่แท่น
สวรรค์คนแรกก าลังดุเดือด ผู้เข้าชมก าลังคาดเดา
ทิศทางผลลัพท์ของการทดสอบกันไปต่าง ๆ นานา
เสียงสนทนาดังเซ็งแซ่ไปทั่ว
ส าหรับชายชรา เสิ่น อู๋เต้า กลับต่างออกไป เวลานี้
ชายชราไม่อยู่ในอารมณ์ จะมาใส่ใจรับฟังบทสนทนา
ของพวกเขา หรือ คิดเข้าร่วมวงวิจารณ์แต่อย่างใด
“อู่ อวี้ มันน่าจริง ๆ เลย ชอบท าให้ข้าเป็นห่วงเสีย
เรื่อย เจ้าไปอยู่ไหนกันนะ?” เสิ่น อู๋เต้า พยายาม
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณ แต่ไร้ซึ่งวี่แววของ
อู่ อวี้ ด้วยความเป็นห่วงชายชราอยากจะออกไปตาม
หาเด็กหนุ่มแทบใจจะขาด แต่เกรงว่าเมื่อ อู่ อวี้ กลับ
มาแล้วจะไม่เห็นตัวเขา ชายชราจึงไม่สามารถ
เคลื่อนย้ายออกไปจากจุดนี้ได้
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้น
เสิ่น อู๋เต้า พยายามเพ่งมองไปยังทางออก แล้วชาย
ชราก็เห็นคนผู้หนึ่งวิ่งมาจากทางออก!
“มีคนออกมาแล้ว”
ในระหว่างที่ผู้ชมก าลังสนทนาส่งเสียงเซ็งแซ่อยู่นั้น
ทันทีที่เห็นร่างของบุรุษหนุ่มคนหนึ่งปรากฏกายขึ้น
ทุกสรรพเสียงก็เงียบกริบลงในชั่วพริบตา
ไม่เพียงแต่ผู้รับใช้เท่านั้น แม้แต่ชาวสวรรค์เองก็จ้อง
มองไปยังร่างที่ปรากฎตัวออกมา ถึงแม้จะอยู่ใน
ระยะค่อนข้างห่าง แต่พวกเขาก็สามารถมองเห็น
ใบหน้า ของคนผู้นั้นได้อย่างชัดเจน
บุรุษหนุ่มผู้นี้ตัวสูงกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้ ดู
เหมือนว่าจะสูงกว่าเจ้าตานหลง ผู้มีวัย 14 ปี อีกทั้ง
บุรุษหนุ่มผู้นี้ยังไม่ใช่หนึ่งในสามผู้รับใช้ ที่อยู่ใน
ระดับชั้นฟ้าขั้น 7
“ผู้ใดกัน?”
สายตากว่า 10,000 คู่ ต่างจับจ้องไปยังร่างของบุรุษ
หนุ่ม ทุกสรรพเสียงยังคงเงียบสงัด
แม้แต่ผู้พิทักษ์วิถีแห่งเต๋าอย่างท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ยัง
จ้องมองด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ ท่าน
ผู้เฒ่าวิเคราะห์อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสรุปได้ว่าเขาไม่
เคยรู้จัก หรือ พบเห็นบุรุษหนุ่มผู้นี้มาก่อน
ซึ่งแม่นาง ซู หยานหลี่ ที่นั่งถัดจากท่านผู้เฒ่ามู่เกอ
นั่นเองที่สามารถคาดเดาได้เป็นคนแรกว่าเด็กหนุ่มผู้
ที่ออกมานั้นเป็นใคร
“อู่ อวี้” ริมฝีปากสีแดงระเรื่อของ ซู หยานหลี่ เผยอ
ขึ้นเล็กน้อย แววตาของนางแฝงไปด้วยความ
ประหลาดใจ จนไม่สามารถรักษาความสุขุมไว้ได้
สายตาของนางจับจ้องไปยังบุรุษหนุ่ม อู่ อวี้ ที่ก าลัง
เงยหน้าแหงนมองขึ้นไปบนแท่นหยก ซึ่งลอยคว้าง
อยู่กลางอากาศ พร้อมกับจับจ้องมองไปยังนาง สิ่งน่า
ประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การแสดงออกของเขา
ยังคงไว้ซึ่งความสงบ และ สุขุมอย่างน่าเหลือชื่อ เขา
ดูไม่แยแสต่อสายตานับ 10,000 คู่ ซึ่งก าลังจ้องมอง
ตัวเขาอยู่ แม้แต่น้อย
เขาท าได้ส าเร็จจริงๆ
ไม่กี่วันมานี้เขาก็พึ่งท าให้ข้าประหลาดใจ ด้วยการ
เอาชนะจ้าวชวนมาได้
“พ่อหนุ่มผู้นั้นคือ อู่ อวี้ อย่างนั้นหรือ ?” เมื่อท่านผู้
เฒ่ามู่เกอรู้ว่า เขาคือ อู่ อวี้ เขาก็เข้าใจทุกอย่างได้
อย่างง่ายดาย “ อู่ อวี้ ผู้นี้มีท่าทางองอาจเฉพาะตัว
ซึ่งหาได้ยากยิ่ง แต่น่าเสียดายที่อายุของเขามาก
เกินไป”
ทันใดนั้นก็เริ่มมีผู้รับใช้สองสามคนรู้ว่า บุรุษหนุ่มคน
นั้นก็คือ อู่ อวี้
ทุกคนมองเขาด้วยความตื่นตะลึง และ ประหลาดใจ
อย่างที่สุด
“เสิ่น อู๋เต้า … เสิ่น อู๋เต้า … เสิ่น อู๋เต้า…” ผู้รับใช้
จากเทือกเขาหยานหลี่รีบเดินเข้าไปหาเสิ่น อู๋เต้า
อย่างรวดเร็ว ซึ่งจุดรับชมของพวกเขาอยู่ไม่ห่างกัน
นัก จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วมืออันสั่นเทาชี้ไปยังบุรุษหนุ่ม
ที่อยู่บนแท่นสวรรค์ พร้อมกับกล่าวว่า “ อะ… อู่ ….
อวี้”
“เจ้าว่าเช่นไรนะ?” เนื่องจากความแก่ชราท าให้ หู
ตาของ เสิ่น อู๋เต้า เริ่มฝ้าฟาง เพราะเหตุนี้ชายชราจึง
เห็นบุรุษหนุ่มได้อย่างไม่ชัดเจน
“ คนผู้นั้นคือ อู่ อวี้”
“อู่ อวี้?”
ดวงตาของ เสิ่น อู๋เต้า เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เดิมทีเขาก็แอบสงสัยอยู่ว่า เพราะเหตุใดบุรุษหนุ่มที่
ยืนอยู่บนแท่น จึงมีรูปร่างคล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ ยิ่งนัก
เมื่อชายชรารู้ว่าบุรุษหนุ่มผู้นั้นคือ อู่ อวี้! ชายชราก็
รู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง เขารีบกล่าวขึ้นมาทันทีว่า “อู่
อวี้ เอ๋ยยยย… บอกอยู่หลัดๆว่าจะไปห้องน้ า ที่แท้ก็
หลงไปอยู่ตรงแท่นสวรรค์นี่เอง แล้วจะท ายังไงกันล่ะ
ทีนี้!!”
เสิ่น อู๋เต้าคิดว่าอู่ อวี้ เดินพลัดหลงเข้าไปในแท่น
สวรรค์โดยบังเอิญ
เสิ่น อู๋เต้า รีบเรียก อู่ อวี้ ให้ลงมาจากแท่นสวรรค์
ทันที!
“เสิ่น อู๋เต้า อู่ อวี้ เป็นคนที่วิ่งออกมาจากเส้นทาง
แห่งสวรรค์”ผู้รับใช้ที่อยู่ข้างกายได้กล่าวออกมาด้วย
ความสั่นครือ
“อย่ามาล้อเล่นน่ะ ….” เสิ่น อู๋เต้า พยายามร้องเรียก
อย่างร้อนรน
ขณะชายชราก าลังจ้องมองมาทาง อู่ อวี้ ซึ่งดูเหมือน
อู่ อวี้ เองก็ก าลังเงยหน้าขึ้นมองชายชราอยู่เช่นกัน
นั่นเป็นเพราะว่า อู่ อวี้ จดจ าทิศทางที่ลุงเสิ่นนั่งชม
การทดสอบได้อย่างแม่นย า เขาพยายามเลือก
ต าแหน่ง ให้ลุงเสิ่นสามารถมองเห็นเขาได้อย่าง
ชัดเจน แล้วในที่สุดความตั้งใจของเขาก็บรรลุผล อู่
อวี้ รีบโบกไม้โบกมือให้กับ เสิ่น อู๋เต้า เพื่อยืนยันว่า
เป็นตัวเขาเองจริง ๆ
“ข้าท าได้แล้วท่านลุง”
หากมองจากระยะไกล ท่าทางที่ร้อนรนของชายชรา
อาจจะดูเหมือนว่าชายชราก าลังตื่นเต้น และ มี
ความสุข เมื่ออู่ อวี้ เห็นดังนั้นเขาจึงรู้สึกมีความสุข
และ พึงพอใจกับผลงานที่เรียกได้ว่าน่าเหลือเชื่อนี้
เช่นกัน เขาไม่คาดคิดว่า เสิ่น อู๋เต้า จะแสดงท่าทาง
ตื่นเต้น จนถึงขนาดร่ าไห้ออกมาอย่างตื้นตันเช่นนี้
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นสิ่งที่เขาปรารถนา
แน่นอนว่าเขายังไม่ผ่านการทดสอบอย่างสมบูรณ์
“อู่ อวี้ ทะยานออกมาเป็นคนแรก! ข้าเห็นด้วยสอง
ตาอย่างชัดเจน” เหล่าผู้รับใช้เริ่มสนทนากันอย่าง
ตื่นเต้น
มือของ เสิ่น อู๋เต้า ซึ่งก าลังจับเก้าอี้ด้านหน้า เริ่มสั่น
เทาด้วยความไม่อยากเชื่อ ดวงตาของเขาแจ่มชัด
เปี่ยมไปด้วยความสุข และ อิ่มเอมใจ ต าแหน่งที่ อู่
อวี้ ยืนอยู่ในเวลานี้คือต าแหน่งที่ชายชราใฝ่ฝันมา
โดยตลอด!
ณ บนท้องฟ้า
“ซือตู๋ จิน …”
สตรีสวมชุดคลุมสีแดงนามฮั่วเฉียน เมื่อเห็นภาพของ
อู่ อวี้ นางก็เกือบจะตกจากหลังนกกระเรียนสวรรค์
ของนาง
“ข้าเห็นแล้ว” ซือตู๋ จินกล่าวออกมา พร้อมกับ
แสดงออกอย่างที่ไม่เคยท ามาก่อน
หวัง ยี่หยาง ใบหน้าซีดเผือดลงทันที ใบหน้าของมัน
ยามนี้เหมือนยากจะยอมรับต่อภาพที่เห็นได้ “ มัน
เป็นไปไม่ได้! ข้าเห็นกับตาตนเอง ตอนที่ท่านเฆี่ยนตี
มัน ๆ ยังไร้ซึ่งวรยุทธ ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนหยัด
เสียด้วยซ้ า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่มันจะเข้าร่วมการ
ทดสอบนี้ด้วย ซ้ าร้ายมันยังเข้ามาเป็นอันดับ 1 ได้
อย่างไร?
สายตาของ เหลี่ยว มู่เซ่ แสดงออกถึงความดุร้ายราว
กับหมาป่าก าลังจับจ้องเหยื่อ “ไม่มีผู้ใดสามารถใช้
เวลาเพียงแค่ 1 เดือนฟื้นฟูร่างกายตนเองกลับมาได้
แน่ ทั้งยังต้องฝึกวรยุทธให้ถึงในระดับชั้นฟ้าขั้น 6
เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องเก็บซ่อนพลังเอาไว้ ไม่น่า
แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด เมื่อยามมันถูกท่าน
เฆี่ยนตีขนาดนั้น มันถึงยังไม่ตาย เจ้าเด็กผู้นี้มีความ
อดทนเป็นเลิศ มันเจตนาซุกซ่อนพลังของมันเอาไว้
อย่างไม่ต้องสงสัย”
ฮั่วเฉียน มีสีหน้าแดงก่ า นางพยายามกล่าวด้วยท่าที
สงบ “ซือตู๋ จิน จากสิ่งที่ท่านปฏิบัติต่อมันข้าเกรงว่า
มันจะต้องแก้แค้นท่าน ด้วยเพราะมันมีจิตใจคับแคบ
เป็นแน่”
ซือตู๋ จิน ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมกับตอบว่า “
พวกเจ้าไม่ต้องเกรงกลัวไป มันเป็นเพียงแค่ทาสชั้น
ต่ า! ก็เหมือนอย่างที่ข้าเคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่า
มันแค่ได้โชคช่วยเท่านั้น มันคงใช้ช่วงชุลมุน แล้วฉก
ฉวยโอกาสหลบหนีออกมาก่อน ?”
เหลี่ยว มู่เซ่ กล่าว “ข้าไม่ได้หวาดกลัวทาสอย่างมัน
เพียงแค่ข้าชายสายตาเห็นเงาของมัน ๆ ก็ท าให้ข้า
แทบจะอาเจียนแล้ว”
จากนั้น ซือตู๋ จิน ก็กล่าวว่า “ ข้าขอพูดอีกครั้ง ยังมี
อีกหนึ่งด่านทดสอบที่ยังเหลืออยู่ ตราบใดที่มันยัง
ไม่ได้เป็นศิษย์นอก ศักดิ์ฐานะของมันย่อมต้อยต่ า
กว่าเราเสมอ นอกจากนี้ข้ายังมีพี่ชาย และ น้องชาย
คอยหนุนหลังอยู่ แล้วเหตุใดข้าต้องหวั่นเกรงไอ้สัตว์
เดรัจฉานเยี่ยงนั้นด้วยล่ะ?”
สิ่งที่เขากล่าวเป็นความจริง
ด่านทดสอบสุดท้ายจะน าไปสู่เส้นทางแท่นสวรรค์ อู่
อวี้ รีบคว้าโอกาส ขณะที่ผู้รับใช้ทั้งสามก าลังถอยร่น
ออกมาจากปีศาจวานร เขารีบชิงฟันกระบี่ลงไปบน
ช่วงขาของปีศาจวานรอย่างรวดเร็ว ฉัวะ!!!! ด้วย
กระบวนท่า ‘กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร’
แล้ววิ่งผ่านปีศาจวานรไปสู่เป้าหมาย นั่นก็คือ
ทางออกด้านหน้า แม้มันจะไม่ยอดเยี่ยมแต่อย่าง
น้อยเขาก็ประสบความส าเร็จ! ส่วนตัวเต็งทั้งสามคน
ก าลังโดนปีศาจวานรสกัดช่องทางการหลบหนีเอาไว้
และ เนื่องจากมันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของ อู่
อวี้ จึงท าให้โทสะของมันทวีเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ตัวเต็งทั้งสามเลยจ าต้องต่อสู้กับปีศาจวานรต่อไป
อย่างหลีกเลี่ยงมิได้
“ขอแสดงความยินดีกับ อู่ อวี้ ผู้ที่สามารถฝ่าด่าน
ออกมาสู่แท่นสวรรค์เป็นคนแรก! นามของเจ้าจะถูก
จารึกไว้ในหน้าในประวัติศาสตร์ของนิกายกระบี่
สวรรค์ตลอดไป!”
เสียงของท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสวรรค์
และ ปฐพี
ทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ส าคัญ จะถูกจารึกไว้ใน
บันทึกของนิกายกระบี่สวรรค์
ผู้ที่สามารถเข้านิกายนี้ได้ จะเป็นผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ
ได้ไม่ยาก
“อู่ อวี้!!!! อู่ อวี้!!!! อู่ อวี้!!!!”
ผู้คนนับพันนับหมื่น ต่างร้องตะโกนเรียกชื่อของ อู่
อวี้ ดังกึกก้องไปทั่ว
สิ่งที่ อู่ อวี้ ได้กระท าออกมา ล้วนเป็นความใฝ่ฝัน
และ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่เหล่าผู้รับใช้! เพราะ
เขากลายเป็นศิษย์นอกคนแรกที่เป็นผู้รับใช้
เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นต านาน และ ได้สร้างแรง
บันดาลใจ ให้กับเหล่าผู้รับใช้อย่างยิ่ง ทั้งยังช่วย
เตือนสติ ปลุกความหึกเหิมภายในกายให้ลุกโชนขึ้นสู้
ว่าพวกเขายังมีหวังเสมอตราบใดที่วัยของพวกเขา ยัง
ไม่ครบ 16 ปีบริบูรณ์ ดังนั้นพวกเขาจ าต้อง
พากเพียรพยายามให้มากขึ้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายไป
ตามเส้นทางที่ปรารถนา ไม่มีใครอยากมีชีวิตเยี่ยง
ชายชรา เสิ่น อู๋เต้า ต้องจมปรักอยู่กับความโศกเศร้า
จวบจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ผู้รับใช้ทุกคนต่างปรารถนาที่จะกลายเป็น ชาว
สวรรค์! แม้มันจะเหนื่อยล้า หรือ ยากเย็นแสนเข็ญ
มากเพียงใด แต่นั่นก็คือความใฝ่ฝันของพวกเขา!
“ชิ!”
เมื่อซือตู๋ จิน เห็น อู่ อวี้ ได้รับเสียงเชียร์ดังเซ็งแซ่
เช่นนี้ จิตใจของเขาก็เริ่มขุ่นมัวขึ้นทันใด มันจ้องมอง
ไปทาง อู่ อวี้ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มันก าหมัด
แน่นพร้อมกับพ่นลมออกมาด้วยความไม่พอใจ
ส่วนทางด้าน เสิ่น อู๋เต้า กลับมีอารมณ์แตกต่างกัน
โดยสิ้นเชิง ชายชรายืนนิ่งค้างด้วยดวงตาแดงก่ า เขา
ยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“น่ายินดี! น่ายินดียิ่งนัก!”
ผู้รับใช้จ านวนมากแห่งเทือกเขาหยานหลี่ ก าลังราย
ล้อมอยู่รอบ ๆ เสิ่น อู๋เต้า พวกเขาทั้งริษยา และ ชื่น
ชมยินดีในคราเดียวกัน เพราะสิ่งที่อู่อวี้ได้รับ พวก
เขาไม่เคยมีโอกาสได้มันตลอดทั้งชีวิต
ในขณะนั้น ชิงเหมิง, จื่อฮั้ว, เจ้าตานหลง สามารถ
จัดการปีศาจวานรได้แล้ว คนทั้ง 3 ก็รีบพุ่งตัวออกมา
จากทางออกพร้อมกับหิ้วหัวของปีศาจวานรติดมือมา
ด้วย
“เจ้าคนไร้ยางอาย เจ้าฉวยโอกาสวิ่งหลบหนีระหว่าง
ที่พวกข้าทั้งสามก าลังต่อสู้ ข้าจะฆ่าเจ้า!” ใบหน้า
แดงก่ าของ เจ้า ตานหลง บ่งบอกถึงโทสะที่คุกรุ่นอยู่
ภายใน เขายกกระบี่ขึ้นมาเตรียมพร้อมต่อสู้กับอู่ อวี้
“หยุดเดี๋ยวนี้” เพียงแค่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอพูดออกมา
ด้วยเสียงแผ่วเบา แต่มันก็มากเพียงพอที่จะระงับ
โทสะของ เจ้า ตานหลง เอาไว้ได้ เขาจ้องมองมาทาง
อู่ อวี้ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อพร้อมกับพ่นลม
หายใจฟึดฟัด แสดงความไม่พอใจออกมา จากนั้น
เขาก็เปล่งวาจาออกมาว่า “รอให้การแข่งขันต่อสู้บน
แท่นสวรรค์เริ่มเสียก่อนเถอะ เราจะได้เห็นดีกัน!”
แม้ อู่ อวี้ จะฉกฉวยโอกาส โดยการวิ่งหนีออกมา
ก่อนผู้อื่นก็จริง แต่เขามิได้ละเมิดกฎใดๆ ดังนั้นเขา
จึงไม่แยแสต่อค ากล่าวหาของ เจ้า ตานหลง นับว่ายัง
เร็วเกินไปที่เขาจะด่วนยินดีมีความสุข เพราะยังเหลือ
อีกหนึ่งบททดสอบที่ต้องฝ่าฟัน และ บททดสอบนี้ถือ
เป็นกุญแจดอกส าคัญอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นไม่นานผู้เข้าสอบอีก 100 คนก็ค่อย ๆ
ทยอยออกมาด้วยสภาพทุลักทุเล ร่างของพวกเขา
อาบโชกไปด้วยเลือด บ้างทรุดเข่าลงกับพื้นเพราะ
ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ บ้างยืนตกตะลึง เมื่อ
พบเห็นสายตาของคนนับหมื่น ก าลังจับจ้องร่างของ
พวกเขาอยู่
เมื่อผู้เข้าสอบออกมาจนครบจ านวน 100 คน ส่วนที่
เหลือก็ออกไปทางตีนเขาด้านล่าง เนื่องจากไร้
คุณสมบัติที่จะขึ้นต่อสู้บนแท่นสวรรค์
บางคนใกล้จะถึงทางออกแล้ว แต่ก็ต้องพลาดโอกาส
ไปอย่างน่าเสียดาย
ปิดทางเข้าสู่แท่นสวรรค์!
ผู้เยาว์ในวัยหนุ่มสาวทั้ง 100 คน อยู่ภายใต้การจับ
จ้องของสายตานับหมื่น สายตาของพวกเขาบ่งบอก
ถึงความมุ่งมั่น พร้อมที่จะต่อสู้ เพื่อไขว่คว้าสิ่งที่
ตนเองนั้นปรารถนา ทั้ง 100 คนล้วนปรารถนาจะ
ก้าวเข้าสู่เส้นทางวิถีอมตะ และ กลายเป็นชาวสวรรค์
พวกเขาจะต้องก้าวขึ้นไป มากขึ้นเรื่อยๆ!
สถานที่ๆพวกเขาก าลังยืนอยู่ คือแท่นสวรรค์มันมี
ขนาดกว้างยาวกว่า 100 จั้ง มีหลุมลึก 10 จั้ง อยู่
รอบ ๆ แท่น หากผู้ใดตกลงไป คนผู้นั้นก็จะต้องออก
จากต่อสู้ บนแท่นสวรรค์ทันที
ท่านผู้เฒ่ามู่เกอยืนขึ้นด้วยท่าทางองอาจ สีหน้าไร้ซึ่ง
ความแยแสอย่างสิ้นเชิง ผู้ซึ่งเป็นเซียนอมตะ!
อารมณ์ของ อู่ อวี้ รู้สึกพลุ่งพล่าน เพราะความ
ตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อได้พบเจอชาวสวรรค์ผู้มีพลัง
กดดันยิ่งใหญ่มหาศาลเยี่ยงนี้ เมื่อใดก็ตามที่เขา
สามารถก้าวเข้าสู่นิกายกระบี่สวรรค์ เขาจะได้รับ
ความรู้มากมาย ซึ่งเขาจะไม่ยึดติดกับวิชาความรู้ที่
ได้มาจากอาณาจักรบูรพา เย่ว อู่ แม้แต่น้อย
“เอาล่ะผู้เข้าสอบ 100 คน ด่านทดสอบในครั้งนี้คือ
การคัดเลือกผู้เข้าสอบให้เหลือเพียงแค่ 30 คน
จากนั้นก็จะคัดเลือกจนเหลือเพียงแค่ผู้เดียว!”
“จาก 300 คัดจนเหลือ 30 มีโอกาสเพียงแค่ 1/10
เท่านั้นการทดสอบครั้งนี้ เป็นการประเมิน
ความสามารถของผู้เข้าสอบอย่างแท้จริง ว่าใครมี
คุณสมบัติเหมาะสมเพียงพอที่จะได้เข้าสู่นิกายกระบี่
สวรรค์”
“เส้นทางผู้ซึ่งจะกลายเป็นชาวสวรรค์ นั้นเต็มไปด้วย
ภยันตราย! คนผู้นั้นจะต้องสู้กับสวรรค์ และ ปฐพี
รวมถึงปีศาจ! ผู้ไร้ซึ่งความเพียร ไม่มีความมุ่งมั่นมุ
มานะมากพอ ก็มิอาจก้าวไปถึงความลึกลับของวิถี
แห่งเซียนได้ บนเส้นทางนี้เหล่าเทพเซียนต้องสังเวย
ชีวิตไปมากมายนับไม่ถ้วน พวกเขาเหล่านั้นยอมเสี่ยง
ชีวิต เพื่อจะได้ล่วงรู้ความลึกลับนี้!”
“การที่พวกเจ้าสามารถมาถึงจุดนี้ได้ ข้ามั่นใจว่าพวก
เจ้าจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรค และ ภยันตราย เพื่อ
ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งชาวสวรรค์ได้อย่างแน่นอน
ฉะนั้นในหัวข้อนี้ข้าจึงไม่จ าเป็นต้องอธิบายอย่าง
ละเอียด”
“กฎของการต่อสู้บนแท่นสวรรค์ หากผู้เข้าแข่งขัน
หักแผ่นศิลาแดง หรือ ล่วงตกออกจากแท่นสวรรค์
คนผู้นั้นจะถูกตัดออกจากการสอบในทันที จงจ า
เอาไว้ว่าการทดสอบครั้งนี้จะไม่มีการฆ่าฟันกันถึง
ชีวิต เพราะผู้มีจิตใจต่ าช้า ย่อมมิอาจก้าวเข้าสู่การ
เป็นเซียนได้”
“เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ครบ 30 คนแล้ว หลังการ
ทดสอบ พวกเจ้าทั้ง 30 คนจะสร้างมิตร หรือ ศัตรู
มันก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของพวกเจ้า … เจ้าจงท า
ตามใจปรารถนา แต่จงจ าไว้ให้มั่น ว่าพวกเจ้าจะถูก
ตัดออกจากการแข่งขันทันที หากตกจากแท่น
สวรรค์.”
นี่คือกฎการกติกาในการต่อสู้บนแท่นสวรรค์
หากฟังจากที่กล่าว อาจดูเหมือนมันช่างง่ายดาย แต่
แท้จริงแล้วการทดสอบในครั้งนี้ เต็มไปด้วยอันตราย
อย่างที่สุด เนื่องจากเป็นการต่อสู้ระยะประชิดแบบ
กลุ่ม เมื่อการต่อสู้เพื่อแย่งชิง เพื่อเข้าสู่เส้นทางของ
เซียนเริ่มต้นขึ้น เมื่อนั้นก็จะไม่มีมิตรแท้ หรือ ศัตรู
ถาวร สิ่งเดียวที่ท าได้นั่นก็คือการระวังตัว แต่ก็ยังคง
ต้องพึ่งพาผู้อื่นด้วยเช่นกัน
ผู้รับใช้ที่เหลือ 30 คนสุดท้าย อาจจะไม่แข็งแกร่ง
เหมือนกันทุกคน แต่ทว่าพวกเขาล้วนมีเอกลักษณ์
โดดเด่นเฉพาะตัว เขาอาจมีทักษะหลบหลีกอยู่ใน
ระดับแนวหน้า
“แน่นอนว่าหากมีกรณีเช่นนั้นเกิดขึ้น การแข่งขัน
ครั้งนี้คงน่าเบื่อแย่”
ท่านผู้เฒ่ามู่เกอหัวเราะอย่างสนุกสนาน หลังจากเขา
กล่าวจบ มันยิ่งไปกระตุ้นความอยากรู้ของเหล่าฝูง
ชน
“ตามประเพณีดั้งเดิมของเรา ผู้เข้าสอบจะต้องแย่ง
ชิงลูกแก้วสวรรค์! วันนี้เพื่อเป็นการต้อนรับลูกศิษย์
คนใหม่ ข้าจึงตระเตรียมของรางวัลเอาไว้ 3 ชิ้น
รางวัลชิ้นแรกผู้ชนะในครั้งนี้จะได้กลายเป็นศิษย์สาย
นอกในทันที ยิ่งไปกว่านั้นแม้การประลองจะยังไม่
สิ้นสุด ผู้ที่แย่งชิงลูกแก้วสวรรค์มานั้น ก็สามารถออก
จากการสอบได้กลางคัน แต่ก็ยังได้รับสิทธิ์เข้าเป็น
ศิษย์สายนอก แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ส าคัญส าหรับ
พวกเจ้า แต่ของส าคัญที่ว่าคือของรางวัล 2 ชิ้น ที่ข้า
จัดเตรียมเอาไว้ให้ต่างหาก! สมบัติชิ้นแรกคือ เม็ดยา
หลอมรวมลมปราณ!”
เมื่อได้ยินชื่อของเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ฝูงชนก็
เริ่มแตกตื่นโกลาหลทันที! เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ
เป็นโอสถล้ าค่า ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาได้ต้องอยู่ในระดับ
สร้างแกนนภา ดังนั้นมันจึงเป็นของล้ าค่าของเหล่า
ชาวสวรรค์! แต่อาจไร้ประโยชน์ส าหรับผู้ที่อยู่ในขั้น
สละร่างมนุษย์ เมื่อใดก็ตามที่เขาผู้นั้นอยู่ในขั้นหลอม
รวมลมปราณ เม็ดยาเม็ดนี้จะแสดงประสิทธิ์ภาพ
ออกมาให้เห็นอย่างดีเยี่ยม!
เมื่อ ซู หยานหลี่ รู้ว่าเป็นเม็ดยาขั้นหลอมรวม
ลมปราน นางก็กระหายอยากได้ขึ้นมาในทันที!
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่หนึ่งในสองของสมบัติ
“ ส่วนรางวัลที่สองเป็นอาวุธชั้นเลิศ! มันมีชื่อว่า
กระบี่ปราบมาร! พลังของมันมิอาจเปรียบได้กับอาวุธ
ธรรมดาทั่วไป!”
อาวุธเวทต้องเป็นชาวสวรรค์เท่านั้นถึงจะใช้มันได้
กระบี่ปราบมาร!
ดวงตาของ อู่ อวี้ ลุกวาวขึ้นมาในทันที กระบี่ยอด
เยี่ยมเช่นนี้ต้องล้ าค่ากว่ากระบี่ที่อยู่ในมือของเขา
มากเป็นแน่ คุณค่าของมันเปรียบเทียบได้กับผู้มีวร
ยุทธขั้นสูง ทั้งยังล้ าค่ากว่าอาวุธหลายชนิด!
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ กับ กระบี่ปราบมาร …
ของรางวัล 2 ชิ้นนี้ มันก็มากพอที่จะท าให้เหล่าลูก
ศิษย์เก่า ต่างดวงตาลุกวาวเพราะความโลภ และ
แรงริษยา อย่างเช่นซือตู๋ จินกับเหล่าสหายของมัน
กระทั่งซือตู๋ หมิงหลาง ที่เป็นอัจฉริยะวัย 13 ปี เองก็
อยากที่จะครอบครองสมบัติทั้ง 2 ชิ้น อย่างกระบี่
ปราบมาร และ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณเช่นกัน
“แย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ จะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการ
ต่อสู้บนแท่นสวรรค์ ผู้ใดก็ตามที่สามารถถือลูกแก้ว
สวรรค์ได้นานถึง 60 ลมหายใจ คนผู้นั้นจะเป็นผู้คว้า
ชัยชนะ แล้วจะได้ครอบครองลูกแก้วสวรรค์ไป”
“แต่หากถูกแย่งชิงกลับ เวลาทั้งหมดจะถูกค านวณ
ใหม่อีกครั้ง!”
“เมื่อผู้เข้าสอบเหลืออยู่บนแท่นสวรรค์เพียง 30
คน จะมีเสียงสัญญาณดังขึ้น เพื่อเป็นการแจ้งว่าได้
สิ้นสุดการแข่งขันบนแท่นสวรรค์แล้ว ถ้าหากไม่มีผู้ใด
สามารถครอบครองลูกแก้วสวรรค์ได้ถึง 60 ลม
หายใจ ข้าก็จะริบทั้งเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และ
กระบี่ปราบมารกลับทันที ”
การประกาศของท่านผู้เฒ่ามู่เกอเสร็จสิ้นลง
การต่อสู้บนแท่นสวรรค์เริ่มต้นขึ้นได้!
…………………………………..
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ