กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1102: เวทหมื่นทัณฑสังหารเทพ
หลังจากแสงของวงเวทสีดำหายไป ภาพที่ประจักษ์
แก่สายตาของ อู่ อวี้ ยามนี้ คือหุ่นเชิดในรูปลักษณ์
วิหค
ครั้งนี้มันไม่ใช่แมลงเหมือนดั่งหุ่นเชิดตั๊กแตนกับ
หิ่งห้อยก่อนหน้านี้
แล้วสิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกแปลกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ
วิหคตัวนี้มีรูปลักษณ์เฉกเช่นดั่งสัตว์สวรรค์หงส์เพลิง
แม้ว่ามันจะเป็นหุ่นเชิด แต่ความรู้สึกแผ่ออกมาหรือ
กิริยาท่าทางของมันไม่ต่างจากหงษ์เพลิงตัวจริงแต่
อย่างใด หุ่นเชิดตัวนี้ดูศักดิ์สิทธิ์ , สง่างาม , น่าเกรง
ขาม , สูงส่ง เหนือกว่าจะพรรณนา
สิ่งที่ทำให้ดูแตกต่างกันคือหงส์เพลิงตัวนี้มันเป็นหุ่น
เชิด ไม่มีเลือดเนื้อ ส่วนประกอบร่างกายของมัน
ทั้งหมดล้วนเป็นเหล็กกล้า อีกทั้งตัวของมันยังเป็นสี
ดำสนิทแทบจะไม่มีสิ่งอื่นเจือปนเลยก็ว่าได้
เหล็กกล้าเหล่านี้ล้วนเป็นวัสดุล้ำค่า ที่มีเส้นวิญญาณ
มากกว่าเก้าเส้น หรือแม้กระทั่งเส้นวิญญาณสิบเส้น
ทุกอย่างล้วนเป็นวัสดุชั้นเลิศแทบทั้งสิ้น
กล่าวได้ว่าสมบัติชั้นเลิศเหล่านี้ ล้วนอยู่ในวังสวรรค์
ตำหนักสวรรค์ก็มิปาน
เหล็กกล้าแลสมบัติชั้นเลิศเกินกว่าจะประเมินค่าได้
เหล่านี้ ล้วนถูกสรรค์สร้างเป็นส่วนประกอบของหุ่น
เชิดหงส์เพลิงไม่ว่าจะเป็นร่างกาย , จะงอยปาก ,
ขนนก , ดวงตา , ประมาณจากสายตาของ อู่ อวี้ วง
เวทที่ประทับอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของหงส์เพลิงตัวนี้มี
อยู่นับแสนวงเลยทีเดียว
มันมีชื่อว่า : หงส์เพลิงทมิฬ
อู่ อวี้ รู้ทันทีว่าหงส์เพลิงทมิฬตัวนี้ มีพลังอำนาจ
และระดับเหนือกว่าหิ่งห้อยมายาอย่างแน่นอน
ถ้ามองผิวเผินช่องว่างของหุ่นเชิดทั้ง 2 ตัวต่างกันแค่
ระดับขั้นเดียวเท่านั้น นั่นก็คือสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 กับขั้นที่ 7 แต่แท้จริงแล้วมันต่างชั้นกันมาก
ด้วยเพราะระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น 7 ได้ผ่าน
ทัณฑ์สวรรค์อัสนีสวรรค์กับเพลิงหยินมาแล้ว
ในเวลานี้หงส์เพลิงทมิฬอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ เผย
ให้เห็นเส้นขนเหล็กกล้าจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้ง
โครงสร้างของปีกยังทำมาจากเหล็กกล้าทั้งหมด
ดังนั้นเมื่อยามที่มันขยับก็จะบังเกิดเสียงเสียดสีอย่าง
รุนแรงจนยากจะทานทนได้ ด้านบนขนนกมีวงเวท
ประทับถูกจัดเรียงไว้อย่างหนาแน่นสัมพันธ์กันเป็น
อย่างยิ่ง สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่าต่อให้เขามี
ความเชี่ยวชาญในทวนศึกกิเลน แต่ถ้าเขาต้องการ
ชนะหงส์เพลิงทมิฬนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่าย
ทว่าหากเขาสามารถเอาชนะหุ่นเชิดตัวนี้ได้ ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอีก
มากมายเพียงใด ซึ่งก็หมายความว่าร่างกลืนสวรรค์
ของเขาก็มีโอกาสพัฒนาเติบโตขึ้นได้อีก หากเขาทั้ง
สองผนึกกำลังกับหุ่นเชิดกวัดแกว่งตราจักรพรรดิ
ต่อสู้กับอริศัตรู เขามั่นใจว่าสามารถเอาชนะกับผู้มี
ฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ได้อย่าง
แน่นอน!
เขารู้สึกพึงพอใจในตนเองเป็นอย่างมาก อายุอานาม
ของเขาจัดว่ายังหนุ่มยังแน่นแต่ความสามารถกลับ
พุ่งทะยานไปได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่นึกไม่ฝันว่าจะ
สามารถทะลวงสู่จุดสูงสุดของชมพูทวีปโลกธาตุได้
อย่างรวดเร็วปานนี้
แม้ว่าการกลายเป็นเซียนอมตะนั้นยังอีกยาวไกล อีก
ทั้งพื้นฐานฝึกตนของเขายังไม่ถึงระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าเลยด้วยซ้ำ แต่กว่าเขาจะได้กลายเป็น
เซียนอมตะ ดูเหมือนว่าเขาน่าจะแข็งแกร่งกว่าเซียน
เหรินด้วยซ้ำ
ขณะนี้เขาต่อสู้หงส์เพลิงทมิฬ ด้วยกระบวนท่าที่
แข็งแกร่งที่สุด! ร่างจำแลงเซียนวานรของเขามี
ขนาดใกล้เคียงกับหงส์เพลิงทมิฬ แต่พลังอำนาจการ
ต่อสู้ของ อู่ อวี้ กลับรุนแรงมีอำนาจการยับยั้ง
เหนือกว่าอีกฝั่าย
แน่นอนว่าเมื่อกรงเล็บของมันเปรียบเทียบกับทวน
ศึกกิเลน ดูเหมือนว่าทวนทองคำจะน่าสะพรึงกลัว
ยิ่งกว่า ทั่วทั้งศาสตราล้อมรอบไปด้วยวิญญาณแห่ง
ราชันอสูร อาบท่วมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง
หนึ่งทวนอันแหลมคมและสองคมมีดที่ส่องประกาย
เงางามยิ่ง เปียมไปด้วยปราณสังหาร และแรงกดดัน
ที่หนักหน่วงยิ่ง ความแหลมคมของมันเทียบเท่าได้
กับ พลังอำนาจของ อู่ อวี้ แถมยังมีการลงดาบที่
เฉียบคมยิ่งกว่า
ร่างปัจจุบันของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ภูเขาไฟอีก
ต่อไป แต่เป็นมหาตะวัน ในช่วงเวลาแห่งการต่อสู้
อุณหภูมิอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดขึ้น กวาดผ่าน
ออกไปทั่วทั้งเจดีย์ล่องกำเนิด บรรยากาศโดยรอบ
ตอนนี้ตกอยู่ภายใต้อุณหภูมิความร้อนการแผดเผา
ของดวงตะวัน แม้แต่หงส์เพลิงทมิฬก็ยังได้รับ
ผลกระทบบางส่วน หากมันเป็นสัตว์มีชีวิตมีเนื้อหนัง
แล้วต้องพบเจอกับสภาพแวดล้อมนี้เช่นนี้ นับว่ามัน
กำลังพบเจอกับปัญหาอันใหญ่หลวง ที่ต้องหาวิธี
ต้านทานอุณหภูมิความร้อนที่ระเบิดออกมาจาก
ร่างกายของ อู่ อวี้
อย่างไรก็ตามเมื่อหงส์เพลิงทมิฬตกอยู่ภายใต้อำนาจ
สยบของเขา มันก็เปล่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็ก
ร่างกายเหล็กกล้าของมันก็เหยียนสยายออก พร้อม
กับบินทะยานขึ้นเหนือศีรษะ อู่ อวี้ ทันที เมื่อดูจาก
วงเวทบนร่างของมันที่หมุนวนทำงานอย่างรวดเร็ว
อู่ อวี้ ก็รู้ได้ในทันทีว่ามันกำลังลงมือโจมตีแล้ว
ภายใต้การหมุนวนทำงานของวงเวท หงส์เพลิงทมิฬ
ก็ระเบิดพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เมื่อ
มันกระพือปีก วงเวทจำนวนนับไม่ถ้วนก็เริ่มเปล่ง
ประกายสดใสจากตำแหน่งท้อง ขึ้นมาถึงจะงอย
ปากของมัน ทันใดนั้นมันก็พ่นหมอกสีดำอันกว้าง
ใหญ่ ถาโถมเข้ามาเสมือนดั่งคลื่นสมุทรก็มิปาน!
เมื่อหมอกทมิฬพุ่งเข้ามาถึงตำแหน่งของ อู่ อวี้ ก็
บังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หมอกทั้งหมด
ควบแน่นกลายเป็นเหล็กกล้าสีดำทมิฬ รายล้อมอยู่
รอบกายของ อู่ อวี้ เมื่อดูจากปริมาณหมอกที่มันพ่น
ออกมา ยามนี้เขาถูกปกคลุมล้อมรอบไปด้วยบอล
โลหะกล้าซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 10 ลี้!
เมื่อมองดูหมอกควันที่ควบแน่นกลายเป็นเหล็กกล้า
สีดำนี้ อู่ อวี้ ก็ตระหนักได้ในทันทีว่า มันแข็งแกร่ง
ขนาดไหน หากไม่ใช่เพราะในมือของเขามีศาสตรา
วุธอันคมกล้าอย่างทวนอยู่แล้วล่ะก็ คงยากที่เขาจะ
ฝั่าทะลวงออกไปได้
อย่างไรก็ตาม การโจมตีของหงส์เพลิงทมิฬเพิ่งเริ่ม
ขึ้นเท่านั้น อู่ อวี้ คิดว่าวงเวทนี้มีความสามารถใน
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ และนั่นก็คือ : การบีบอัด!
สามารถแลเห็นได้ว่ายามนี้ลูกเหล็กสีดำทมิฬขนาด
ใหญ่ก็ปรากฏขึ้น ส่วนหงส์เพลิงทมิฬที่อยู่ด้านนอกก็
เริ่มควบคุมการทำงานของวงเวทโจมตีอีกครั้ง ทันใด
นั้นปราการเหล็กกล้าก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง ภายใต้การสั่นสะเทือนนี้ มันเริ่มบีบอัดเข้า
มามากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยระดับความเร็วที่สูง
พอสมควร เกรงว่าหาก อู่ อวี้ ถูกมันบีบอัดอย่าง
เต็มที่ ร่างของเขาคงกลายเป็นก้อนเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ที่
มีขนาดเท่ากับฝุั่นผงเท่านั้น
เมื่อเห็นการโจมตีนี้ แม้ว่ามันจะเป็นภัยคุกคามใหญ่
หลวงต่อตนเอง อู่ อวี้ ก็รู้สึกมีความสุขอยู่ไม่น้อย ยิ่ง
พลังของหงส์ทมิฬแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมี
ประโยชน์ต่อตัวเขามากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากว่าเขา
สามารถปลดปล่อยความแข็งแกร่งได้ตามใจ
ปรารถนา
“เวทแหวกสวรรค์สามกิเลนสังหาร!”
เทียบกับโอรสเฮ่อแล้ว เมื่อทวนศึกกิเลนอยู่ในมือ
ของ อู่ อวี้ มันได้ปลดปล่อยพลังอำนาจอย่างที่ไม่
เคยปรากฏมาก่อน ส่วนเหตุผลที่มันยอมจำนน
ให้กับ อู่ อวี้ รวดเร็วถึงเพียงนี้ เป็นเพราะเขา
สามารถสำแดงพลังของมันออกมาได้มากกว่า
ในช่วงเวลานั้นเอง 3 การโจมตีของเวทแหวกสวรรค์
สามกิเลนสังหารก็ถูกปลดปล่อยออกไป หนึ่งทะลวง
หนึ่งสะบั้น หนึ่งฟาดฟัน อำนาจทำลายล้างอันน่า
สะพรึงกลัวระเบิดออก แสงสีทองส่องสว่างเจิดจ้า
อยู่ภายในปราการเหล็กสีดำนี้ คมหอกที่อัดแน่นไป
ด้วยพลังปราณอันแหลมคมทะลวงแทงเข้าไปใน
เหล็กกล้า หลังจากการทะลวงแทงปลดปล่อย
ออกไป การโจมตีสะบั้นและฟาดฟันก็ตามมาอย่าง
ต่อเนื่อง อู่ อวี้ ซึ่งตกอยู่ภายใต้การหดตัวของ
ปราการเหล็กกล้า สามารถแหวกฝั่าทะลวงออกไป
ด้านนอกได้ในฉับพลัน
แน่นอนว่าหากอยู่ภายนอกแล้ว การโจมตีนี้จะไม่
เป็นภัยคุกคามกับ อู่ อวี้ เลย เนื่องจากว่าเขา
สามารถใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดดหลบหนีออกมาได้
ตลอดเวลา
แต่สำหรับผู้อื่นแล้ว นี่ถือเป็นการโจมตีที่นำมาซึ่งภัย
คุกคามอย่างใหญ่หลวง
ภายใต้การควบคุมของเขา ทวนศึกกิเลนได้ถูก
ปลดปล่อยอำนาจออกมาถึงขีดสุด ในชั่วขณะนั้น อู่
อวี้ สามารถทะลวงฝั่าออกมาจากการโจมตีของหงส์
ทมิฬได้อย่างไม่ยากเย็น ทว่าเพียงฉับพลันที่ หงส์
เพลิงทมิฬ รู้ว่าการโจมตีของตนไร้ผล มันก็ลงมือจู่
โจมเข้าใส่ อู่ อวี้ อีกครั้งทันที ซึ่งการโจมตีในครั้งนี้
ของหงส์ทมิฬลงมือได้รวดเร็วกว่าครั้งก่อน เมื่อจับ
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ ได้แล้ว ทันใดนั้นมันก็กระพือปีก
ของตนเองด้วยความเร็วสูงล้ำยิ่ง จนกลายเป็นเพียง
ภาพเงาติดตา ร่างกายของมันเคลื่อนไหวด้วย
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง เป็นระดับความเร็วที่
เทียบเท่าได้กับ อู่ อวี้ เลยทีเดียว!
ชั่วพริบตานี้เอง หงส์ทมิฬก็ระเบิดการโจมตีจากวง
เวทสังหารออกมาอีกครั้ง เมื่อวงเวทสำแดงเดช ทั่ว
ทั้งท้องเวหา ก็ปกคลุมไปด้วย ‘ห่าพิรุณ’ แน่นอนว่า
มันไม่ใช่เม็ดฝนตามปกติ แต่เป็นขนนกอันแหลมคม
เสมือนดั่งใบมีด แถมยังมีจำนวนนับไม่ถ้วน สาดเท
โหมกระหน่ำลงมาเบื้องล่างโดยมีเปั้าหมายเพียง
หนึ่งเดียว นั่นคือ อู่ อวี้ เมื่อห่าพิรุณคมมีดจำนวน
นับไม่ถ้วนถูกโหมกระหน่ำสาดเทลงมา อู่ อวี้ ก็
กระทำได้เพียงหาทางหลบเลี่ยงเท่านั้น
ในช่วงเวลานั้น เขาใช้ออกด้วยเทียมฟั้าจรดดินย่อ
ร่างกายจนมีขนาดเทียบเท่ากับขนนก เพื่อช่วยเพิ่ม
ความคล่องตัว และง่ายต่อการหลบเลี่ยงมากยิ่งขึ้น
แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาไม่อาจหนีรอดไปจากสายตาของ
หงส์ทมิฬได้ ไม่ว่าเขาจะหลบเลี่ยงไปยังที่แห่งใด ก็
จะมีขนนกเหล็กกล้าจำนวนนับไม่ถ้วนติดตามอยู่ไม่
ห่าง ราวกับวิญญาณตามติดอย่างไรอย่างนั้น อันที่
จริงแล้วหากใช้วงเวทนี้โจมตีเข้าใส่ปีศาจหรือสรรพ
เทวะวิญญาณที่มีร่างกายใหญ่โต ทั่วทั้งร่างของพวก
มันคงเต็มไปด้วยรูพรุนจำนวนนับไม่ถ้วน
ภัยคุกคามจากการโจมตีครั้งนี้นับว่าสูงล้ำกว่าเดิม
มาก!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังรู้สึกว่าตนเองสามารถพิชิต
ชัยเหนือหงส์เพลิงทมิฬ เพื่อกลายเป็นเจ้านายของ
มัน! ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป
หลังจากจัดการมันได้ ยังไงเขาก็ได้รู้ความสามารถ
จากวงเวททั้งหมดในร่างของมันอยู่ดี ด้วยเหตุนี้
ระหว่างที่เขาเคลื่อนตัวหลบเลี่ยง อู่ อวี้ จึงจับ
ตำแหน่งของหงส์เพลิงทมิฬไปด้วย กระชับชวนศึก
กิเลนในมือ เตรียมพร้อมบดขยี้สังหารศัตรู
“เวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์!”
เขาลงมือจู่โจมโดยไร้ซึ่งความลังเล โดยผสานอำนาจ
ของเคล็ดระเบิดพลังคลั่งเข้าไปด้วย นี่คือวงเวท
สังหารที่คล้ายคลึงกับ กระบี่เซียนอาสัญตรา
จักรพรรดิตำหนักสวรรค์ แต่ทรงพลังมากกว่า
ในช่วงเวลานั้นเขาแทงทวนศึกกิเลนขึ้นสู่ฟากฟั้า
ด้วยท่วงท่าราวกับผ่าเปิดสวรรค์ ภายใต้การทะลวง
แทงนี้ สัตว์สวรรค์กิเลนเพลิงที่หลบซ่อนอยู่ภายใน 1
คมหอกและ 2 คมมีดของทวนศึก ก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นเปลวเพลิง ทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า จากนั้นก่อ
ตัวกลายเป็นเมฆาทองคำ!
ภายในก้อนเมฆาสีทอง ได้ปรากฏเป็นเงาร่างของ
เทพเซียนซึ่งล้อมรอบไปด้วยแสงสีทองอร่าม ในมือ
ของพวกเขาถือเปลวเพลิงที่ก่อรูปเป็นทวนศึกขนาด
ใหญ่ เปียมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจบารมี
อันสูงล้ำ ภายใต้อำนาจแห่งทวยเทพ ทวนศึกถูก
ทะลวงแทงเข้าใส่หงส์ทมิฬทันที! เฉกเช่นดั่งการลง
ทัณฑ์จากเทพเซียน ภายใต้อำนาจทำลายล้างอันน่า
สะพรึงกลัว ถือเป็นเรื่องยากที่จะหลบเลี่ยงได้ นี่คือ
ความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวมากที่สุดของวงเวท
นี้ หงส์ทมิฬซึ่งเดิมทีกำลังไล่ล่าโจมตี อู่ อวี้ ถูกปก
คลุมไปด้วยเมฆสีทองในทันที ส่งผลให้มันไม่อาจบิน
หลบเลี่ยงไปไหนได้ ภายใต้มหาทวนศึกอัคคีที่กำลัง
พุ่งทะลวงแทงมาจากฟากฟั้า ปักเสียบเข้าใส่ร่างของ
มัน เป็นเปลวเพลิงทองคำลุกโหมกระหน่ำกลืนกิน
ร่างของมันในชั่วพริบตา!
ส่งผลให้ ‘เปลวเพลิงแห่งทวยเทพ’ สำแดงฤทธานุ
ภาพออกมาอย่างเต็มกำลัง นี่คือเวทเพลิงเทวะ
จักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์! เป็นที่มาของชื่อ
จักรพรรดิเสด็จ
อันที่จริงแล้วทั้งสองมหาวงเวท สองมหาศาสตราวิถี
แท้วิญญาณนภา ที่จักรพรรดิโบราณเป็นผู้รังสรรค์
ขึ้น ล้วนตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ ที่ปลดปล่อยการโจมตีสังหารออกมาถึงขีดสุด
พุ่งทะลวงไปเบื้องหน้าพร้อมกับทวนศึกกิเลน แม้ว่า
หงส์ทมิฬจะแข็งแกร่งทนทานมากเพียงใด ร่างโลหะ
กล้าสีดำของมันก็ยังถูกฉีกกระชากทำลายในชั่ว
พริบตา ด้วยระดับความเสียหายดังกล่าว อู่ อวี้ รู้ได้
ในทันทีว่าตนทำสำเร็จแล้ว
ในที่สุดเขาก็เอาชนะหงส์เพลิงทมิฬได้สำเร็จ
บอกตามตรงหงส์เพลิงทมิฬ ให้ความรู้สึกเหมือน
หนานกง เหว่ย แต่มันก็เป็นแค่หุ่นเชิด ดังนั้นเขาจึง
ไม่ได้สนใจมากนัก
“ความจริงแล้วมันยังมีรูปแบบการโจมตีที่สาม ซึ่ง
เป็นวงเวทที่แข็งแกร่งมากที่สุดอยู่”
อู่ อวี้ ทำความเข้าใจหุ่นเชิดที่ตนพึ่งได้รับมาใหม่
การโจมตีแรกมีชื่อว่า : อเวจีเหล็กกล้าปีศาจทมิฬ นี่
เป็นวงเวทแรกที่หงส์ทมิฬโจมตีใส่ อู่ อวี้
การโจมตีที่สองมีชื่อว่า : ขนนกเหินสะบั้นชีพหมื่น
ล้านชีวิต นี่เป็นการโจมตีครั้งที่ 2
นอกจากนี้ยังมีวงเวทหลักซึ่งแข็งแกร่งมากที่สุด แต่
หงส์ทมิฬไม่มีโอกาสได้แสดงมัน นอกจากนี้หลังจาก
เปิดใช้งานวงเวทมีแล้ว มันจะสร้างความเสียหาย
อย่างร้ายแรงให้แก่ตนเอง ซึ่งในแต่ละครั้งที่ฟืนตัว
จะใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น มันมีชื่อว่า เวทหมื่น
ทัณฑ์สังหารเทพ
นับว่าเป็นวงเวทที่ทรงพลังมากทีเดียว เพียงแต่ อู่
อวี้ ไม่มีเวลามาศึกษามันมากนัก อย่างไรก็ตามด้วย
วงเวทสังหารนี้ ทำให้บทบาทของหงส์ทมิฬย่อม
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้หงส์เพลิงทมิฬยังมีคุณสมบัติอันโดดเด่น
อีกอย่าง นั่นก็คือตรงส่วนหน้าอกและท้องของมัน มี
ช่องว่างที่สามารถใช้ปกปั้องคนจำนวนมากได้ อีกทั้ง
ยังสามารถอำพรางตา ถือเป็นหนึ่งในวงเวทปั้องกัน
ของมัน หากมันไม่ถูกสังหารจนตกตาย คนที่อยู่ข้าง
ในก็ยังคงปลอดภัย เขาสามารถฝากความหวังไว้กับ
มันแทนที่วงเวทเจ็ดดาราพิทักษ์ได้
โดยรวมแล้วถือว่าการมาในครั้งนี้ของเขาเก็บเกี่ยว
ผลกำไรได้อย่างมหาศาล