กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1104: องคชายทมิฬ
เขาจำพวกมันได้เป็นอย่างดีมันคือปีศาจสมุทรหลิง
ฮั่นจากมหาสมุทรแห่งความตาย , เซวี๋ยนซิงเซวี๋ยน
เฉินแห่งจักรวรรดิดารานภาทมิฬ ,หยวนจูจวินแห่ง
อาณาจักรเมฆาทะยาน พวกมันยังคงมุ่งมั่นสร้างกับ
ดักจับผู้อื่นที่พลั้งพลาดเข้ามาหลงติดกับโดยบังเอิญ
ต่อไป แล้วครานี้ อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ก็มาติดกับดัก
ของพวกมันอีกครั้ง
ในเวลานั้นเขายังไม่ทันสังเกตอย่างเต็มที่ แต่เวลานี้
อู่ อวี้ เห็นอย่างชัดเจนว่าเขากำลังติดอยู่ในวงเวทย์
ของศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา ผนวกกับความมืด
มิดต่อให้เขาเฝั้าระวังสังเกตแต่ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง
กับดักชิ้นนี้ได้
เมื่อตกลงมาในกับดักอีกครั้งเขาก็ทำได้แต่หัวเราะ
ทั้งน้ำตาเท่านั้น
นอกจากนี้เขาไม่คาดหวังว่า เจ้าพวกนี้จะร่วมมือกับ
กลุ่มทวีปปีศาจทายาททักษิณของหนานกงเหว่ย
ด้วย
” ข้าเดาว่าพื้นที่ที่ถูกสร้างโดยเสาสีดำนี้ จะไม่
สามารถมองเห็นได้จากด้านนอก ดังนั้นพวกมันจึง
ดักรอเราอยู่ที่นี่ โดยไม่รีบร้อนอันใด หลังจากติดกับ
พวกมันก็จะเล่นกับเราอย่างช้า ๆ ไม่น่าแปลกใจเลย
ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถส่งยันต์สื่อสารแจ้งข่าว
ขอความช่วยเหลือจากชาวเหยียนหวงคนอื่น ๆ ได้
ดังนั้นต่อให้ราชาเงาเดียวดายหาพวกเราพบ แล้วคิด
จะมาช่วยพวกเรา มันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี เพราะ
เขาไม่สามารถต่อกรกับคนที่อยู่ด้านนอกได้ ยามนี้
พวกเราจึงกระทำได้เพียงพึ่งพาตนเองเท่านั้น”
หนานซานหวางเยว่กล่าวขึ้น พร้อมจ้องมองไปยังฝูง
ชนที่กำลังหัวเราะ
ภายใต้การห้อมล้อมดังกล่าว พวกเขาทำได้แต่
หัวเราะกับโชคชะตาที่เล่นตลกเท่านั้น แต่แล้วอยู่ ๆ
โอรสเล่อก็แสดงสีหน้าบิดเบี้ยว บางทีเขาอาจจำคน
กลุ่มนี้ได้ ทั้งยังจำได้อีกว่าคนกลุ่มนี้มีฝีมือสูงส่งกัน
อยู่กี่คน?
จริง ๆ แล้ว อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าภายในวงเวทย์ค่ายกล
แห่งนี้เป็นพื้นที่ปิดอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเทียบเท่ากับใน
เจดีย์ล่องกำเนิดเลยทีเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้
สื่อสารหรืออะไรก็แล้วแต่ที่คล้ายกัน
ประเด็นสำคัญก็คือคนด้านนอกไม่สามารถมองเห็น
ในนี้ได้เลย จึงไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่นี่ ดังนั้นผู้ที่
วางกับดักนี้ไว้จึงมีเวลามากพอที่จะจัดการกับ อู่ อวี้
อย่างช้า ๆ โดยขังเขาไว้ที่นี่
” เจ้าสามารถทำลายวงเวทย์ของศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภานี้แล้วพาเราออกไปเร็ว ๆ ได้หรือไม่? ”
โอรสเล่อรีบร้อนถาม
“ หม่อมฉันไม่แน่ใจ คงต้องลองดูก่อนถึงจะรู้ แต่
พวกนั้นคงไม่ปล่อยให้ข้าทำลายง่าย ๆ เป็นแน่ ” อู่
อวี้ รู้ว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้น
เมื่อเขาจ้องมองไปที่ หนานกง เหว่ย เห็นได้ชัดว่า
นางตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่
เขาเห็นได้ชัดว่าดวงตาของนางตอนนี้กำลังแดงก่ำ
สั่นระริก ขณะจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ หลังจากนั้นนางก็
เบนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ราวกับว่านางไม่ต้องการ
ให้ อู่ อวี้ เห็นอารมณ์ความรู้สึกของนาง ภาพเบื้อง
หน้าในครั้งนี้ของนางทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจ
เล็กน้อย
” ในเมื่อนางลืมข้าไปแล้ว บางทีภาพตอนที่เราตกอยู่
ในช่วงวิกฤตแห่งความตาย ถูกกลืนกินแผดเผาจาก
มหาตะวันดวงกลาง นางควรจะมีความสุขมากที่ได้
เห็นเช่นนั้น แล้วเหตุใดตอนนี้พอนางเห็นว่าเรายังมี
ชีวิต ท่าทางของนางถึงได้ดูแปลก ๆ เช่นนั้นนะ?”
มองจากท่าทางกิริยาภายนอกยากที่จะรู้ได้ว่าคน ๆ
หนึ่งกำลังคิดอะไรอยู่ เช่นดั่งคำกล่าวที่ว่าใจคนยาก
แท้หยั่งถึง ยามนี้หนานกงเหว่ยกำลังหลบซ่อนตัวอยู่
ในกลุ่มปีศาจทวีปปีศาจทายาททักษิณ ด้วยเพราะ
ไม่อยากเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ เขาทำได้เพียงมองเห็น
ท่าทางและสีหน้าของนางเพียงเท่านั้น
ขณะที่เขายังคงระลึกถึงความทรงจำที่เกี่ยวกับ
หนานกง เหว่ย ลำพังในใจ ทันใดนั้นด้านนอกก็มี
ควันดำพวยพุ่งออกมา ปรากฏเป็นชายใส่ชุดคลุมสี
ดำตัวใหญ่ มีเพียงมือผอมแห้งคู่หนึ่งเท่านั้นที่โผล่
ออกมาด้านนอก ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ
ดวงตาลึกโบ๋ ฟันฟางเกือบจะหายไปหมดปาก
ดวงตาแดงก่ำกลิ่นตัวเหม็นโช่ว ด้วยรูปลักษณ์
ภายนอกของมันเรียกได้ว่าแม้แต่ปีศาจยังต้องตื่น
ตระหนกที่ได้เห็น
อันที่จริงผู้ฝึกตนหาได้น่าเกลียดอะไรขนาดนั้น
นอกจากนี้ปีศาจที่กลายร่างเป็นมนุษย์ก็มีความหล่อ
เหลางดงามมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ก็ยังมีอยู่บาง
ประเภทที่มีรูปลักษณ์อุบาทว์น่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
นั่นคือก็ผู้ฝึกตนนอกรีตที่ใช้วิธีบำเพ็ญเพียรต่ำช้าเลว
ทรามถึงขีดสุด กล่าวได้ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของเขา
นี้ น่าจะมีอายุอานามไม่ได้มากมายไปกว่าโอรสยวี่
เท่าใด แต่มันกลับดูแก่กว่าพระโอรสมาก สิ่งเหล่านี้
สามารถอธิบายได้ว่ามันเป็นผู้ฝึกตน ซึ่งบำเพ็ญเพียร
ในวิถีมาร ด้วยความชั่วช้าเลวทรามสุดขั้ว พูดได้เลย
ว่ากว่ามันจะมีพื้นฐานฝึกตนมาจนถึงขั้นนี้ คงมีผู้คน
ตกตายกองทับถมจนเป็นภูเขาซากศพและ
มหาสมุทรโลหิตอยู่ใต้ฝั่าเท้าของมัน
” เห็นทุกคนพูดกันว่าจับปลาตัวใหญ่ได้ ตอนแรก
พวกเราก็เดากันไปต่าง ๆ นานาว่าเป็นพระธิดาองค์
ใด หรือเป็น 1 ใน 10 โอรสพระธิดาของจักรพรรดิ
โบราณเสียอีก? ข้าคิดอยู่แล้วว่าในชั้นที่ 7 จะต้องมี
คนเหยียนหวงขึ้นมาแน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าปลา
ที่จับได้ในวันนี้มันใหญ่โตเกินคาด ไม่คิดว่าจะเป็น
ราชอารักษ์เล่อ ผู้ฟืนคืนจากความตาย อายุยังน้อย
นิดแต่กลับสามารถทำให้ โอรสยวี่ , โอรสเซียวต้อง
หวั่นเกรง นับว่าเป็นปลาตัวใหญ่ไม่ใช่ย่อยจริง ๆ ”
เสียงของชายชราแหบแห้งราวกับกระดาษทรายสอง
แผ่นถูกัน กล่าวได้ว่าน้ำเสียงของมันฟังดูน่า
ขยะแขยงและน่าขนลุกเป็นที่สุด
หลังจากโอรสเล่อกับชวี่ห้าวเหยียนและคนอื่น ๆ ได้
เห็นหน้าชายผู้นี้สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
ในทันที สีหน้าของแต่ละคนต่างซีดเผือดลง เต็มไป
ด้วยความอึ้งตะลึง เมื่อดูจากท่าทางของพวกเขา
ยามนี้ กล่าวได้ว่าพวกเขาอ่อนเยาว์เกินไป อีกทั้งยัง
แสดงให้เห็นว่าชายชราผู้นี้ร้ายกาจน่ากลัวเพียงใด
ในความเป็นจริงแล้ว อู่ อวี้ ก็รู้จักชายชราผู้นี้เช่นกัน
ตอนอยู่บนเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 ขณะที่
ตัวเขากำลังเข้าใกล้ดวงตะวันดวงกลาง ชายชราผู้นี้
อยู่ใกล้กับดวงตะวันมากที่สุดเช่นกัน มันคือฝึกตอน
นอกรีตที่มีฝีมือแข็งแกร่งมากที่สุดภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลเลยก็ว่าได้ คนผู้นี้เป็นน้องชาย
ของจักรพรรดิแห่ง ‘ราชวงศ์มารฟั้า’ ส่วนมันจะมี
ชื่อเสียงเรียงนามว่าอันใดนั้นเขาก็จำไม่ค่อยได้
เหมือนกัน แต่น่าจะมีสมญานามว่า ‘องค์ชายทมิฬ’
รับผิดชอบดูแลนครใหญ่ภายในราชวงศ์ม่านฟั้านั่นก็
คือ ‘นครทมิฬ’ มันเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอำนาจมากล้น
พลังฝีมือของมันอยู่ระดับเดียวกับโอรสยวี่นั่นก็คือ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสุด
ยอดอัจฉริยะของชมพูทวีปโลกธาตุเลยก็ว่าได้
มันช่างบังเอิญยิ่งนัก ชายชราผู้นี้ถือกำเนิดช้ากว่า
โอรสยวี่หนึ่งวัน จึงทำให้มันมีสิทธิ์เข้าเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล
” นั่นมันเขา! นี่จะต้องเป็น ‘เสาทมิฬ’ ศาสตราวิถี
แท้วิญญาณนภาในตำนานของเขาองค์ชายทมิฬ ที่มี
วงเวทย์ประทับ 860,000 วง! แล้วพื้นที่ที่เราติดอยู่
นี้มีชื่อว่า ‘เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด’! เป็นไปไม่ได้เลยที่
พวกเราจะออกจากเขตแดนแห่งนี้โดยไม่เอาชนะ
องค์ชายทมิฬ เรากำลังพบเจอกับปัญหาใหญ่เข้า
แล้ว ถึงแม้ตอนนี้ อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งมากก็จริงแต่ว่า
… ” โอรสเล่อไม่กล้าเหนื่อยคำพูดที่ใจกำลังคิด
ออกมา เพราะชายผู้นี้น่าสะพรึงกลัวกว่าโอรสเซียว
เป็นไหน ๆ
ร่ำลือกันว่าชายผู้นี้เป็นคนใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต
เป็นอย่างยิ่ง มันฆ่าคนไปนับล้านศพ การฆ่าคือมหา
วิถีเต๋าของมัน
ที่แท้ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาชิ้นนั้นก็มีชื่อว่า
‘เสาทมิฬ’
และพื้นที่ที่กักขังเขาไว้ตอนนี้ถูกเรียกว่า ‘เขตแดน
ทมิฬไร้สิ้นสุด’ ซึ่งมันได้สร้างความประทับใจให้แก่ อู่
อวี้ อย่างยิ่ง เมื่อดูจากข้อมูลและคำอธิบายที่ได้รับ
นี่คือโลกแห่งวงเวทย์ เหมือนกับว่าพวกเขากำลังถูก
ขังอยู่ในมิติอื่น คนที่อยู่ภายนอกไม่อาจแลเห็นกับ
ดักวงเวทย์ที่ถูกวางเอาไว้ได้ แล้ววิธีเดียวที่จะออก
จากที่นี่ได้ก็คือต้องเอาชนะองค์ชายทมิฬเท่านั้น
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนมาติดกับดักนี้เองก็ตาม จน
ทำให้ต้องมาพบเจอกับปัญหาความยากลำบากอยู่
ที่นี่ แม้ว่าร่างต้นของเขาจะออกไปจากที่นี่ได้ แต่
หนานซานหวางเยว่และคนอื่น ๆ ไม่สามารถออกไป
จากที่นี่ได้ และไม่มีทางที่เขาจะออกไปเพียงผู้เดียว
องค์ชายทมิฬเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่มีแข็งแกร่งมาก
ที่สุดในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ไม่ได้ด้อยไปกว่า
โอรสยวี่หรือโอรสเซียวและคนอื่น ๆ เลย
อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร
ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มสูงมากจนสามารถ
จัดการกับโอรสเซียวได้ จึงไม่มีอะไรที่เขาจะต้อง
กลัวเกรงต่อไปแล้ว
“ องค์ชายทมิฬท่านต้องการอะไรกันแน่? วางกับดัก
พวกเราได้แล้วจะฆ่าเช่นนั้นรึ? แต่ถ้าทำเช่นนั้นดู
เหมือนจะไม่เป็นผลดีกับท่านสักเท่าไหร่ หรือคิดจะ
ลดจำนวนของคู่แข่งที่จะมาแย่งชิงไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง? ” อู่ อวี้ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มี
ท่าทีหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
พวกมันแต่ละคนไม่เห็นความหวาดกลัวบนสีหน้า
ของ อู่ อวี้ เลยแม้แต่น้อยนิด
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเขาก็เฝั้าสังเกตดูคนอื่น ๆ ไป
ด้วย หลังจากสังเกตแต่ละคนในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาก็
รู้ว่าพันธมิตรที่มารวมตัวกันอยู่หลายสิบคนนี้ ล้วน
เป็นกลุ่มคนที่มีพลังฝีมือแข็งแกร่งมากทีเดียว ซึ่งคน
กลุ่มนี้ล้วนเคยอยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6
ส่วนใหญ่ก็เป็นระดับราชาปีศาจด้วยกันทั้งสิ้น
ท่ามกลางคนหลาย 10 คนนี้ มีราชาปีศาจมากกว่า
50 ตน อีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อย
มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มาเพียงลำพัง และส่วนใหญ่
อยู่กันเป็นกลุ่ม ซึ่งมีกลุ่มหลัก ๆ อยู่ 4 กลุ่ม อีกทั้ง
ยังแข็งแกร่งทรงพลังอยู่ไม่น้อย
กลุ่มแรกคือปีศาจของจักรวรรดิทายาททักษิณ และ
เป็นที่รู้กันดีว่าหัวหน้ากลุ่มก็คือ หนานกง เหว่ย แต่
ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดไม่ใช่นาง ผู้ติดตามของนาง
หลายคนเป็นราชาปีศาจที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 6 และหนึ่งในนั้น
อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 7 เป็นผู้ที่มี
ฝีมือสูงส่งแข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาปีศาจทั้งหมด
มันยืนอยู่ข้าง ๆ หนานกง เหว่ย เป็นชายวัยกลางคน
ร่างกายผ่ายผอม เส้นผมดำขลับยาวสยาย ดวงตา
เป็นสีเขียวเข้มดูแปลกตาอยู่ไม่น้อย อู่ อวี้ รู้จักมันผู้
นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากชื่อเสียงของมันภายในทวีป
ปีศาจทายาททักษิณถือว่าโด่งดังอยู่ไม่น้อยเลย
ทีเดียว ชื่อของมันก็คือ: ราชาปีศาจเก้าหัว
อู่ อวี้ พบเจอกับมันตอนที่อยู่ในคฤหาสน์จักรพรรดิ
ปีศาจสวรรค์ มันตัวคนเดียวไปไหนมาไหนอย่าง
อิสระไม่ขึ้นตรงกับใคร แต่หลังจากที่หวงจุนควบ
รวมทวีปปีศาจทายาททักษิณจนเป็นหนึ่งเดียว มันผู้
นี้ก็เฝั้าติดตามหวงจุนเสมือนดั่งเงาตามตัว
ส่วนสามกองกำลังซึ่งเปียมไปด้วยความแข็งแกร่งที่
เหลืออยู่ ทั้งหมดล้วนเป็นปีศาจสมุทร!
เมื่อเห็น องค์ชายทมิฬ ร่วมมือกับปีศาจจากทวีป
ปีศาจทายาททักษิณ นอกจากนี้ยังมีปีศาจสมุทร
จำนวนมาก นับเป็นภาพแปลกตาที่หาดูได้ยากจริง
ๆ โดยเฉพาะปีศาจบนบกกับปีศาจสมุทรที่หันมา
ร่วมมือกันเยี่ยงนี้
โดยเฉพาะก่อนที่หวงจุนจะปรากฏตัวจะปรากฏขึ้น
ทำให้ทวีปปีศาจทายาททักษิณกลายเป็นหนึ่งใน
ดินแดนหลักของปีศาจบนบก ซึ่งเดิมทีแล้วผู้ที่มี
ความเกลียดแค้นฝังลึกกับปีศาจสมุทรมากที่สุดก็คือ
ล้านภูผาปีศาจ กับ อาณาจักรปีศาจสวรรค์
ปีศาจสมุทรมีกันอยู่สามกลุ่มใหญ่ ๆ มีอยู่ 1 กลุ่มที่
อู่ อวี้ รู้จักมักจี่คุ้นหน้าค่าตามันเป็นอย่างดีอย่าง
มหาสมุทรแห่งความตาย ส่วนอีก 2 กลุ่ม อู่ อวี้ ไม่
ค่อยคุ้นเคยสักเท่าไหร่นัก เพราะพวกมันเป็นปีศาจ
สมุทรจาก วังวนขั้วโลกใต้ และ บึงอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์
โอรสเล่อพอเห็นพวกมันก็กลัวว่า อู่ อวี้ จะไม่รู้จัก
เขาดังนั้นเขาจึงบอกเล่าให้ อู่ อวี้ ฟังอย่างรวดเร็วว่า
” ผู้นำกลุ่มมหาสมุทรแห่งความตาย มีฝีมืออยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้น 7 นามว่ามหาราชา
ทะเลมรณะ! ร่างกายของนางเป็นมหาสมุทร ภายใต้
ความเคียดแค้นที่สั่งสมมาเป็นเวลานานของทุกดวง
วิญญาณที่ตกตายไปในมหาสมุทร หลอมรวมกันจน
ก่อเกิดเป็นดวงวิญญาณหนึ่งดวง กลายเป็นปีศาจ
ทะเลในตำนาน ผู้คนต่างเรียกขานนางว่าทะเล
มรณะ ด้วยพลังแห่งน้ำทะเลทำให้นางยกระดับขึ้น
อย่างก้าวกระโดดภายใน 4 คาบสมุทรแห่งนี้ จนใน
ที่สุดก็กลายเป็นมหาราชาทะเลมรณะในปัจจุบัน
และด้วยเพราะร่างกายของมันเป็นน้ำทะเลจึง
จัดการได้ยากยิ่ง! ส่วนปีศาจสมุทรอื่น ๆ ที่อยู่ใน
มหาสมุทรแห่งความตายฝีมือก็ค่อนข้างดีมาก
เช่นกัน ”
มหาราชาทะเลมรณะ ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของ
มหาราชาปีศาจวิญญาณเหิน ดังนั้นจึงไม่ใช่กลุ่ม
เดียวกับหลิงฮั่น อีกทั้งพวกมันยังไม่ถูกกับกลุ่มของห
ลิงฮั่นด้วย
” ส่วนกลุ่มของปีศาจจากวังวนขั้วโลกใต้ ก็มียอด
ฝีมือในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น 7 เช่นกัน ก็
คือ ‘อสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้’ มันคือปีศาจที่มี
สายเลือดสูงส่งมากที่สุดภายในวังวนขั้วโลกใต้
เป็นไปได้ว่ามหาราชาปีศาจแห่งวังวนขั้วโลกใต้ ก็
น่าจะเป็นปีศาจสายพันธุ์อสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้
เช่นเดียวกัน ดังนั้นอสูรเหมันต์ขั้วโลกตนนี้ น่าจะมี
ความเกี่ยวข้องกับมหาราชาปีศาจอยู่ไม่มากก็น้อย”
อู่ อวี้ เหลือบมองไปยังปีศาจกลุ่มนั้น แล้วก็พบว่า
ไอความเย็นของไอหยินแผลกระจายออกมาเป็น
อย่างมาก มีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ร่างกายเป็นก้อน
เหมันต์ทั้งหมด มันผู้นี้ก็คืออสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้
ปีศาจกลุ่มสุดท้ายผู้ที่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 เป็นผู้มาจากบึงอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์!