กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1105: มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค
บึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์อยู่ไกลจากดินแดนโบราณ
เหยียนหวง ที่นี่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก อย่างไรก็
ตามทั่วทั้งอาณาเขตสมุทรแห่งผสานกลมกลืนไป
ด้วยสายอัสนีที่ฟาดผ่าไปทั่วทุกแห่งหน
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่สาดผสานกับคลื่นวายุสาย
อัสนีที่ฟาดฝั่าอย่างดุดันต่อเนื่อง ความน่า
สะพรึงกลัวนี้มันมากมายเหนือกว่าสายฟั้าฟาดลงมา
จากก้อนเมฆา เรียกได้ว่ามันคือมหาสมุทรแห่งสาย
อัสนีอย่างแท้จริง
เนื่องจากปีศาจดังกล่าวถือกำเนิดเกิดมาใน
สภาพแวดล้อมที่รุนแรงโหดร้าย จึงเกิดมาพร้อมกับ
สายอัสนี กล่าวได้ว่าพวกมันทั้งหมดเป็นสิ่งมีชีวิตที่
เกิดมาเป็นตัวแทนแห่งสายอัสนีก็ไม่ปาน
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋าหรือพลังอิทธิฤทธิ์
ทั้งหมดของพวกมัน จึงเกี่ยวข้องกับอัสนีทั้งสิ้น
อันที่จริงดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็มีพื้นที่
คล้ายคลึงกับที่กล่าวมาข้างต้นเช่นกัน ที่แห่งนั้นคือ
สระอัสนีพิโรธ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็มีอัสนีฟาดผ่าอย่าง
เข้มข้นหนาแน่นเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นจำนวน
ความหนาแน่นหรือความรุนแรง ก็ยังไม่เท่ากับบึง
อัสนีจักรพรรดิสวรรค์อยู่ดี
มีตำนานปรัมปราเล่าว่า บึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ถือ
กำเนิดขึ้นมาจากเง็กเซียนฮ่องเต้ได้ทิ้งมุกอัสนีตกลง
มายังโลกมนุษย์ จนกลายเป็นบึงอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์ดังเช่นทุกวันนี้
ดังนั้นปีศาจทั้งหมดที่มาจากบึงอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์ จึงมีความสามารถในการโจมตีเกี่ยวกับสาย
อัสนีทั้งสิ้น และผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน มีร่างกาย
ใหญ่โตมากที่สุด ทั่วทั้งสรรพางค์กายปกคลุมไปด้วย
สายอัสนีสีม่วงแล่นแล๊บแปล๊บ ๆ อยู่ตลอดเวลา มัน
มีฟันแหลมคมดุจใบเลื่อย ใบหน้าดุร้ายเป็นอย่าง
มาก
” คนพวกนี้น่าจะเป็น ‘มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์’
ทั้งยังเป็นสายโลหิตอันดับต้น ๆ ของบึงอัสนี
จักรพรรดิ์สวรรค์ มีจำนวนไม่เกินสิบตัว ถึงแม้จะ
ไม่ใช่มังกรจริง ๆ แต่พวกมันก็มีสายโลหิตของมังกร
อยู่ด้วย อีกทั้งความแข็งแกร่งของมันก็ไม่ได้ด้อยไป
กว่า มหาราชาปีศาจมรณะ หรือ อสูรเหมันต์ขั้วโลก
ใต้ ” โอรสเล่อบอกทุกอย่างให้ อู่ อวี้ ได้ฟังอย่าง
รวดเร็ว เขาอยู่ฝังเดียวกับ อู่ อวี้ และรู้ดีว่าจะคู่ต่อสู้
ฝั่ายตรงข้ามในครั้งนี้ค่อนข้างร้ายกาจ
และครั้งนี้ไม่มีราชาเงาเดียวดายคอยช่วยเหลือ
“ กล่าวได้ว่ากลุ่มพันธมิตรทั้ง 4 นี้มีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 เป็นอย่าง
น้อย นอกจากนี้เจ้าพวกราชาปีศาจยังดูคึกคักเป็น
อย่างมาก และผู้นำของกลุ่มนี้ก็คือองค์ชายทมิฬซึ่ง
เป็นผู้ฝึกตนนอกรีต พวกมันต้องการอะไรกันแน่! ”
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 มีอยู่ 1 คนอยู่
ส่วนระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 มีอยู่ 4
และขั้นที่ 6 มีอยู่หลายสิบคนเลยทีเดียว! กล่าวได้ว่า
หากเวลาปกติไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดกลุ่มหากเป็นตอน
แรกที่เขาเข้ามาในเจดีย์ หรือต่อให้เป็นผู้ที่อยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 สามารถสังหาร
ส่ง อู่ อวี้ ไปยังปรโลกโลกได้อย่างสบาย ๆ
แต่เวลานี้ อู่ อวี้ หาได้มีท่าทีกริ่งเกรงหวาดกลัว
แม้แต่น้อย
ระหว่างที่ อู่ อวี้ ได้ล่วงรู้ข้อมูลความแข็งแกร่งของ
คนกลุ่มนี้อย่างรวดเร็ว องค์ชายทมิฬก็กล่าวอย่างช้า
ๆ ว่า ” ความจริงก็คือระหว่างที่ทุกคนกำลังต่อสู้แย่ง
ชิง ไข่มุกทองคำเหยียนหวง การที่ข้าไล่ล่า
ประหัตประหารชาวเหยียนหวงเพียงลำพังมันน่า
เบื่อเกินไป แต่ตอนนี้ข้ามีสหายมากมายมาคอย
ช่วยเหลือจัดการชาวเหยียนหวง จึงทำให้
บรรยากาศดูคึกคักขึ้นมาก การนี้พวกเรายอมปล่อย
วางความเคลือบแคลงสงสัยในใจลง หลังจากได้
ร่วมมือกันในครั้งหรือสองครั้งแรกอาจจะไม่เห็นผล
และต้องใช้เวลานานอยู่พอสมควร แต่ด้วยความ
พยายามร่วมมืออย่างสมัครสมานสามัคคีของพวก
เรา เจ้าเชื่อหรือไม่ว่ามันทำให้เราได้รับผลกำไรจาก
การเก็บเกี่ยวเป็นกอบเป็นกำ? ”
หลังจากชวนพูดคุยอวดความสามัคคีและผลกำไรที่
ได้รับพอสังเขปแล้ว มันก็ชี้ไปที่เสาทมิฬที่อยู่
เบื้องหลังของ อู่ อวี้ เมื่อเขาหันหลังกลับไปมองก็
พบว่า เสาทมิฬต้นนี้กลับมืดสลัวลงไปอีก หลังจาก
นั้นก็ค่อย ๆ โปร่งใสมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในนั้นมีคน
อัดแน่นกันอยู่หลายสิบคน! และคนเหล่าไม่ขยับ
เขยื้อนเคลื่อนแข็งค้างราวกับก้อนศิลาก็ไม่ปาน และ
ถูกกักขังอยู่ภายในเสาทมิฬต้นนั้น
ในไม่ช้าเสาโปร่งใสก็กลับคืนสู่สภาพเดิมคือมืดทึบ
ราบเรียบ
แม้ว่าจะเผยให้เห็นแค่เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่
อู่ อวี้ ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเกือบทุกคน
คนเหล่านี้เหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน ถูกขังทิ้งไว้
ในเสาทมิฬ แม้ว่าคนเหล่านี้อาจจะไม่ตาย แต่ไม่มี
ทางที่พวกเขาจะออกมาก่อนการแข่งขันในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลจะจบสิ้นลง
หลังจากแสดงให้เห็นถึงฤทธิ์เดชของตนเอง มันก็
จ้องมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวอย่างหนาวเย็นว่า ” ค่อย
ๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้เราดักจับ
ยอดฝีมือชาวเหยียนหวงไดั 63 คนแล้ว จากผลที่มา
แสดงให้เห็นว่ากับดักของข้ามีประสิทธิภาพเป็น
อย่างมาก ก่อนที่พวกเจ้าจะมางับเบ็ด เราเพิ่งจับ
กลุ่มของโอรสเฮ่อกับพรรคพวกมาได้หมาด ๆ
นับเป็นการเก็บเกี่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว แต่กลุ่มของ
โอรสเฮ่อก็ยังไม่ใช่ยอดผลกำไรที่ดีที่สุดของเรา
เพราะก่อนหน้านี้เราก็จับพระธิดาหยุนพระธิดาองค์
ที่ 6 ได้ ฝีมือของนางอยู่ในระดับสามพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 7 แล้วก็โอรสเฟิงพระโอรสองค์ที่ 10 แล้วก็
โอรสเหล่ย พระธิดาหยี่ ฯลฯ ”
” เจ้าฆ่าพวกเขาเช่นนั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ร่างกายสั่น
เทาด้วยโทสะสุดจะทนกับความเหี้ยมโหดอำมหิต
ของมัน ในจำนวน 63 คนนี้ หากวัดตามอัตราส่วน
เป็นโอรสพระธิดาไปกว่า 1 ใน 10 และสมบัติของ
ทุกอย่างที่พวกเขาติดตัวมาก็ได้ตกเป็นของพวกมัน
จนหมดสิ้น แล้วในบรรดาโอรสพระธิดาเหล่านั้นยังมี
โอรสพระธิดา 10 พระองค์แรกปะปนอยู่ด้วย 3
พระองค์นั่นก็คือ พระธิดาหยุน , โอรสเฮ่อ , โอรส
เฟิง!
โอรสเฮ่อเพิ่งโดน อู่ อวี้ จัดการมาหมาด ๆ พร้อมทั้ง
แย่งชิงศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาของเขามา และ
ไม่คิดว่าเขาจะซวยซับซวยซ้อนซวยซ่อนเงื่อนมาติด
กับดักที่นี่อีก
หลังจากได้ยินคำถามของ อู่ อวี้ องค์ชายทมิฬก็รีบ
ส่ายศีรษะแล้วพูดว่า ” ฆ่าโอรสพระธิดาเนี่ยนะ? ข้า
มิกล้าอาจเอื้อมถึงเพียงนั้น พวกเราแค่ให้พวกเขา
พักผ่อนเหนื่อยชั่วคราวไม่ต้องวิ่งพล่านไปรอบ ๆ
สมบัติของจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป เป็นสมบัติที่พวก
เราต่างรวบรวมมาด้วยความยากลำบาก ในเมื่อ
จักรพรรดิโบราณเปิดโอกาสถึงเพียงนี้ ข้าคงไม่อาจ
ให้พวกมันตกอยู่ในมือของเจ้าได้ แล้วยามนี้ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงยังไม่ได้ปรากฏ ดังนั้นเพื่อเพิ่ม
โอกาสให้กับเหล่าพี่น้องชายหญิงของข้าทั้งหลาย จึง
อยากจะให้พวกเจ้าหยุดพักผ่อนอยู่ที่นี่ ยิ่งตอนนี้จับ
เจ้ากับโอรสเล่อได้ ก็ยิ่งช่วยลดจำนวนคู่แข่งลงไปอีก
ปัจจุบันมีผู้คนเข้าร่วมมือกับเรามากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
แล้วในที่สุดเราก็จะจับตัวของโอรสยวี่กับโอรสเซียว
ได้ หลังจากนั้นข้าก็จะให้พวกเขามาพักผ่อนอยู่ใน
เสาทมิฬ แต่…เจ้าไม่ต้องกลัว เมื่อการแข่งขันชิง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงจบสิ้นลง ข้าจะปล่อยพวก
เจ้าไปซุกตัวอยู่ภายในนครเทวะเช่นดังเดิม ”
เมื่อมันพูดจบกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังก็ระเบิดเสียง
หัวเราะออกมากันดังระงมไปทั่ว คนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้
ไร้ซึ่งเงาของชาวเหยียนหวง และหนึ่งในสี่ของ
จำนวนล้วนเป็นยอดฝีมือจากนานาแคว้นอาณาจักร
มารวมตัวกัน นอกจากนี้ก็ยังมีคนกลุ่มอื่นมาร่วม
ด้วย ตัวอย่างเช่นกลุ่มของหนานกงเหว่ยที่น่าจะมา
เข้าร่วมในภายหลัง
พวกมันวางกับดักให้ผู้คนเข้ามาติดอยู่ภายในมิติแห่ง
นี้ จากนั้นก็ใช้คนจำนวนมากปิดล้อมข่มขู่ และงัด
สารพัดวิธีมากลั่นแกล้งรังแก สร้างความอัปยศให้แก่
ฝั่ายตรงข้าม
จนถึงตอนนี้สามารถล่วงรู้จุดประสงค์ของพวกมันได้
อย่างชัดเจน ว่าพวกมันมีจุดประสงค์อันใดกันได้กัน
แน่? อันที่จริงแล้วการร่วมมือเป็นพันธมิตรของพวก
มันก็เป็นสิ่งที่โอรสเฮ่อรู้สึกกังวลอยู่เช่นกัน เพียงแต่
เปั้าหมายการรวมกลุ่มของโอรสเฮ่อ มิใช่เพื่อความ
ปลอดภัยของตนเองหรือชาวเหยียนหวง แต่
จุดประสงค์ของเขาก็คือจัดการโอรสเล่อเท่านั้น
อู่ อวี้ มองไปที่หนานกงเหว่ยอีกครั้ง แล้วเวลานี้นาง
ลุกขึ้นยืนจับจ้องมาที่ อู่ อวี้ ดูเหมือนว่านางจะสลัด
อารมณ์สับสนออกไปแล้วพร้อมเอ่ยขึ้นว่า ” อู่ อวี้
เจ้าเห็นจุดจบของโอรสเฮ่อกับพระธิดาหยุนหรือยัง
เห็นความแข็งแกร่งของพวกเราหรือไม่ ตอนนี้เจ้าคง
กำลังสองจิตสองใจอยู่สินะ ถ้าเช่นนั้นข้าขอแนะนำ
ว่าอย่าได้ต่อต้านพวกเรา ยอมให้องค์ชายทมิฬ
เปลี่ยนเจ้ากลายเป็นหินเสียแต่โดยดี เจ้าก็แค่หลับ
ไปสักพัก และจะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต รอคอย
เวลาให้การแข่งขันแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง
สิ้นสุดลง เจ้าก็จะถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ ลองมองใน
แง่ดีสิ…อย่างน้อยเจ้าก็มีชีวิตรอดอยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ต่อไปมิใช่หรือ? ”
” เจ้าพูดเหมือนกับว่า กำลังจะมอบรางวัลให้ข้า? ”
อู่ อวี้ ยิ้มอย่างเยือกเย็น แน่นอนว่าการที่เขาต้องมา
ติดอยู่ในกับดักแห่งนี้ทำให้เขารู้สึกโมโหเป็นอย่าง
มาก ถึงแม้การร่วมมือร่วมใจของเหล่าปีศาจ ฝึกตน
นอกรีต และปีศาจสมุทร จะดูร้ายกาจน่า
สะพรึงกลัวเพียงใด แต่สำหรับพลังฝีมือของ อู่ อวี้
ในยามนี้ ให้มานั่งหวาดกลัวพวกมันน่ะหรือ ช่างเป็น
เรื่องน่าขบขันไร้สาระเสียจริง ๆ
น่าเสียดายที่ หนานกง เหว่ย ยังคงดูถูกในฝีมือและ
ความสามารถของเขา
“ ถ้าเจ้ายังคงดื้อดึง ยโสโอหังไม่เลิก อย่ามาหาว่า
พวกเราหยาบคายก็แล้วกัน อย่าลืม! ว่าครั้งล่าสุดที่
เจ้าพยายามแสดงความกล้าหาญเข้าไปใกล้มหา
ตะวัน จุดจบของเจ้าเป็นเยี่ยงไร สุดท้ายก็โดนดวง
ตะวันกลืนกินจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด! แล้วนี่ครานี้
เราตั้งใจมอบทางรอดให้แก่เจ้า แล้วยังมาหน้าด้าน
ปากแข็งอยู่อีกเช่นนั้นหรือ! ” หนานกง เหว่ย กล่าว
อย่างมีโทสะเดือดดาล วางตัวสูงส่งเหนือผู้อื่นจน
ชวนยี้ ราวกับผู้สั่งการคุมบังเหียน มันทำให้เขานึก
ถึงตอนที่นางอยู่ในนิกายเซียนซูซัน นางชอบ
ประมาทและประเมินเขาต่ำเสมอ
อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เมื่อ
ได้ยินคำพูดดังกล่าวของนาง ” ฮ่าฮ่าๆๆ ในเมื่อเจ้า
พูดเยี่ยงนี้ ถ้าเช่นนั้นก็เอาเลย เอาเลยสิ! อย่าปล่อย
ให้คนของเจ้าต้องผิดหวัง มัดรวมกันมาจัดการ อู่ อวี้
ผู้นี้เลย ไฉนต้องให้พวกสุนัขรับใช้มาปิดล้อมข้าเยี่ยง
นี้ด้วยเล่า? ถ้าจัดการกับพวกขยะทุกตัวจากทวีป
ปีศาจทายาททักษิณ จนแข้งขากระดูกกระเดี้ยวหัก
หรือไม่ก็พิการ ข้าเดาว่าเจ้าคงจะไม่กล่าวเยี่ยงนี้ใช่
หรือไม่? ”
อันที่จริงแล้วภาพในครานั้นยังคงตราตรึงใจของพวก
มันอยู่เลย เมื่อครั้งที่ อู่ อวี้ จับตัวหนานกงเหว่ยไป
และจัดการกับราชาปีศาจกระทิง 8 ตา ในมุมมอง
ของพวกมันคิดว่าผู้ฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 สองสามคนก็สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ ได้
แล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อพวกมันได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าว
กลุ่มปีศาจก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง
” ฮ่า ๆ ๆ ชายผู้นี้สติเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไร?
จะให้พวกเราทุกคนรุมจัดการมันเพียงผู้เดียวเนี่ย
นะ?”
” ขนาดพระธิดาหยุน ซึ่งมีฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 เจอฝังเราที่อยู่ในระดับ
เดียวกันไป 2 คนยังม่อยกระรอกซะเลย ”
” ส่วนกลุ่ม10 กว่าคนของโอรสเฮ่อ พอเจอกับราชา
ปีศาจเก้าหัวของทวีปปีศาจทายาททักษิณเท่านั้น
แหละ … ”
หลังจากนั้นพวกมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ทันที
“ ร่ำลือกันว่าพวกสัตว์เดรัจฉานมักโง่เขลาไร้ปัญญา
ต่อให้กลายเป็นปีศาจ เปิดภูมิปัญญาได้แล้ว ก็ยังโง่
เขลาอยู่วันยังค่ำ ได้พบเห็นในวันนี้ ข้าเชื่อแล้วว่ามัน
เป็นความจริง ” ขณะที่พวกมันกำลังหัวเราะกัน
อย่างสนุกสนาน เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวหลุด
ออกมาจากปากของ อู่ อวี้ เสียงหัวเราะที่เคยดัง
ระงมก็ถึงกลับเงียบสนิทลงในบันดล
ด้วยเพราะเขากำลังเย้ยหยันสติปัญญาของพวกมัน
องค์ชายทมิฬเฝั้ามองดูสถานการณ์อยู่มานาน
พอสมควร เมื่อเห็นท่าไม่ดีมันจึงกล่าวขึ้นว่า “เอาล่ะ
ๆ รีบ ๆ จัดการเขา แล้วรอเหยื่อรายอื่น ๆ ดีกว่า
อย่ามาเสียเวลากับคนผู้นี้เลย ”
พวกเขาสนุกสนานกับการได้เห็นชาวเหยียนหวงมี
โทสะจนเส้นเลือดในสมองแทบแตก รู้สึกว่าตนเอง
หมดหนทาง โดนย่ำยีสร้างความอัปยศให้อย่างสุด
แสน แต่แผนการของมันไม่สามารถใช้กับ อู่ อวี้ ได้
” ชายผู้นี้ไม่ต่างจากหมูที่ใกล้ตายแล้วแท้ ๆ แต่กลับ
ไม่หวาดกลัวน้ำเดือดตรงหน้า องค์หญิง ให้ข้ากับ
จัดการมันได้หรือไม่?” หลังจากองค์ชายทมิฬกล่าว
ตัดบท ราชาปีศาจเก้าหัวที่ยืนอยู่ข้างกาย หนานกง
เหว่ย ก็พูดขึ้น มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วเพราะ อู่
อวี้ เล่นดูถูกสบประมาทปีศาจจากทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณเยี่ยงนี้ พวกมันย่อมไม่ยอม และ
ต้องการกู้ศักดิ์ศรีของตนเองคืน
แน่นอนว่าพวกมันต้องไม่ใช้คนจำนวนมากเกินไป
จัดการกับเขา ไม่เช่นนั้นต่อให้พวกมันเอาชนะเขาได้
แต่การกระทำดังกล่าวก็เป็นเรื่องน่าละอายใจอยู่ดี
พวกมันคิดว่าการรับมือกับ อู่ อวี้ แค่ใช้ปีศาจที่มี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับฝีมือสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 สองคนก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่เพื่อความไม่
ประมาทราชาปีศาจเก้าหัวจึงอาสาจะเป็นผู้ลงมือ
จัดการเขาเอง
” อืม สั่งสอนให้เขาได้รู้ว่าควรหุบปากเสียบ้าง ”
หนานกง เหว่ย พูดเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกว่าเจ็บใจ
ที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้ แต่คง
ต้องกล่าวตามตรงไม่รู้ว่านางไปเอาความมั่นอก
มั่นใจขนาดนี้มาจากที่ไหนเหมือนกัน
บางทีนางอาจจะชอบตัวตนของนางในฐานะองค์
หญิงหวงซีเอามาก ๆ ก็ได้
“ราชาปีศาจเก้าหัว! ราชาปีศาจเก้าหัว!”
การที่พวกมันตัดสินใจโจมตีเหยื่อที่ติดกับดัก ย่อม
แสดงว่าพวกมันมั่นใจว่าจะชนะเหยื่อตัวนั้นได้ แล้ว
ครั้งนี้ราชาปีศาจเก้าหัวผู้มีพลังฝีมือระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 เอ่ยปากร้องขอ แล้วเหตุใด
องค์ชายทมิฬจะไม่จัดให้กันเล่า หลังจากนั้นองค์
ชายทมิฬก็ปล่อยให้มันเข้าสู่ ‘เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด’
ทันที เพื่อเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ เพียงลำพัง
“มาคนเดียวหรือเนี่ย? แน่ใจแล้วใช่หรือไม่? ” อู่ อวี้
มองมันด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ แค่จัดการกับเจ้า บอกเลยว่าข้าใช้เวลาไม่ถึง 10
ลมหายใจด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเจ้าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว
และพวกเราทั้งสองเคยพบเห็นกันในทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ชนรุ่นหลัง
อย่างไรก็เป็นชนรุ่นหลังอยู่วันยังค่ำ ฝีมือของเจ้ายัง
ถือว่าห่างชั้นกับข้ามาก” บัดนี้ทั่วทั้งร่างของ ราชา
ปีศาจเก้าหัว ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำ
“ เช่นนั้นหรือ? แต่เจ้าจะไม่ใช่คนที่สังหารข้า เพราะ
ข้าจะเป็นคนสังหารเจ้าเอง ” ขณะที่พูดประโยคนี้
สายตาของ อู่ อวี้ ก็แผ่จิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้น
“ ข้ากับเขาไม่เหมือนกัน เขาไม่กล้าสังหาร แต่ข้า
กล้า ถ้าเจ้าอยากกลับออกด้านนอกยามนี้ก็ยังไม่
สาย ข้าให้เวลาเจ้าสิบลมหายใจไตร่ตรองดูให้ดี ๆ ”
อู่ อวี้ กล่าวเพิ่มเติม คำว่า ‘เขา’ ที่ อู่ อวี้ พูด
แน่นอนว่าหมายถึงองค์ชายทมิฬ