กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1106: เขตแดนทมิฬวารีเรนลับ
อู่ อวี้ ยังคงยั่วยุมันซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่เลิกรา ตอนมัน
อยู่ในทวีปปีศาจทายาททักษิณ ราชาปีศาจเก้าหัว
ได้รับความเคารพนับถืออย่างมากสำหรับปีศาจรุ่น
หลัง หากปีศาจตัวใดได้พบเจอมันเป็นต้องก้มหัว
ปลก ๆ ตัวสั่นงันงก ดังนั้นเวลานี้มันจึงรู้สึกรังเกียจ
โกรธแค้น อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะเขาแสดง
ท่าทีหมิ่นสบประมาททั้งยังพูดจาข่มขู่คุกคาม มาด
หมายเอาชีวิตของมันต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ราชาปีศาจเก้าหัวจะไม่
พอใจ
” อย่างที่องค์หญิงกล่าวจริง ๆ ควรทำให้ไอ้คนสาร
เลวเยี่ยงนี้หุบ ๆ ปากไปซะ! ” หลังจากราชาปีศาจ
เก้าหัวกล่าวจบ หัวทั้งเก้าของมันแผดคำรามออกมา
จนดังกึกก้อง ด้วยโทสะอันท่วมท้นเกรี้ยวกราดอยู่
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งหมดก็เพื่อข่มขวัญ อู่ อวี้ ท่ามกลาง
เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด!
เมื่อเห็นว่ามันกำลังยัวะเอามาก ๆ อู่ อวี้ ก็ทำเพียง
แค่กระหยิ่มยิ้มย่อง มิได้เอื้อนเอ่ยอันใดมากมาย
เหมือนก่อน เชื้อไฟเล็ก ๆ ที่เขาพยายามเติมใส่เสริม
เข้าไป บัดนี้มันกำลังปะทุที่ได้แล้ว คงถึงเวลาที่เขา
โจมตีเสียที
ภายใต้การจับตามองของเหล่าปีศาจที่อยู่ด้านนอก
ทันใดนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น นาวา
มังกรเกราะเต่าที่ห่อหุ้มปกปั้องโอรสเล่อ , หนาน
ซาน หวางเยว่และคนอื่น ๆ ก็ถูกเปิดออก ครู่ต่อมา
นาวามังกรเกราะเต่าก็เปลี่ยนเป็นตราจักรพรรดิ
อย่างไรก็ตามกลุ่มของโอรสเล่อปรากฏตัวขึ้นเพียง
ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ฉับพลันหงส์ทมิฬหุ่นเชิดตัวใหม่ก็
ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกรีดร้องคำราม แคว๊กกก∼
หลังจากหงส์ทมิฬปรากฏขึ้น มันก็กลืนกิน โอรสเล่อ
หนานซาน หวางเยว่ เย่ซีซี กับสมัครพรรคพวกคน
อื่น ๆ เข้าไปในท้องทันที แน่นอนเมื่อเปรียบเทียบ
กับการคุ้มครองของตราจักรพรรดิแล้ว หงส์ทมิฬตน
นี้ดูเหมือนจะปลอดภัยยิ่งกว่า
ท่ามกลางสายตาของฝูงชน อู่ อวี้ ที่ใช้ออกด้วย
เทียมฟั้าจรดดิน จากนั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่าง
จำแลงเซียนวานร เวลานี้เซียนวานรร่างทองคำมี
รูปลักษณ์เฉกเช่นดั่งปีศาจ มือขนาดใหญ่แข็งแกร่ง
ของเขากำลังถือจับ ‘ทวนศึกกิเลน’ จักรพรรดิเสด็จ!
ด้านหลังของเขาคือหงส์ทมิฬเหล็กกล้า โบกสะบัด
กระพือปีกบินไปบินมารอบ ๆ อู่ อวี้ นับเป็น
เครื่องจักรสังหารที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง
เมื่อมาถึงจุดนี้รูปลักษณ์ของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไปอย่าง
สมบูรณ์ ก่อนหน้านี้เขาดูราวกับลูกแกะตัวน้อย แต่
ปัจจุบันเขาดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
” ข้าจะพูดซ้ำอีกครั้งแล้วกัน ข้าจะฆ่าเจ้า ” ด้วย
ภาพลักษณ์ในปัจจุบันของ อู่ อวี้ แตกต่างจากเดิม
อย่างสิ้นเชิง หลังจากที่เขาปลดปล่อยคำพูดอันทรง
พลังเหล่านี้ออกมา กลุ่มพันธมิตรที่กำลังหัวเราะกัน
อย่างขบขันก่อนหน้า กลับเงียบเสียงกริบอย่าง
สมบูรณ์
แม้แต่ใบหน้าของ หนานกง เหว่ย ก็ยังหมองคล้ำลง
เล็กน้อย บางทีนางอาจจะพอนึกถึงฝันร้ายที่ อู่ อวี้
เคยมอบให้กับนางแล้วก็ได้
” หยุดพล่ามได้แล้ว! ” เมื่อราชาปีศาจเก้าหัวถูกยั่วยุ
อย่างไม่หยุดยั้งเยี่ยงนี้ ก็ยิ่งทำให้มันโกธรแค้นเจ็บช้ำ
ใจมากขึ้น ๆ แต่ความแตกต่างที่มันสัมผัสได้ยามนี้
คือแรงกดดันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจาก อู่
อวี้ โดยเฉพาะหุ่นเชิดหงส์ทมิฬ ดังนั้นมันจึงชักเริ่ม
ไม่มั่นใจในตัวเองเสียแล้ว ท่ามกลางเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด มันได้เปิดเผยร่างที่แท้ของมันออกมา!
คราที่มันจัดการกับพระธิดาหยุน ซึ่งมีฝีมืออยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 มันยังไม่เปลี่ยน
ร่างที่แท้จริงจนถึงช่วงท้ายการต่อสู้
หนานกง เหว่ย จ้องมองหงส์ทมิฬของ อู่ อวี้ ด้วย
ท่าทางประหลาดใจไม่น้อย ด้วยเพราะหงส์ทมิฬตัว
นี้เหมือนร่างปัจจุบันของนางเสียเหลือเกิน ส่งผลให้
ยามนี้ห้วงอารมณ์ของนางเปลี่ยนแปลงไปอย่าง
ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามเวลานี้สายตาของผู้คนต่างจดจ่ออยู่ที่
ร่างของราชาปีศาจเก้าหัวอย่างสนอกสนใจ แต่ อู่
อวี้ รู้ว่าร่างที่แท้จริงของมันคืออะไร แม้จะอยู่
ท่ามกลางความมืดมิดก็ตาม เนื้อตัวของมันก็ยังดู
ใหญ่ยักษ์มาก แผงคอของมันตั้งยื่นยาวแบ่งออกเป็น
แฉก ๆ เก้าแฉกราวกับคราดก็ไม่ปาน หัวขนาดใหญ่
ทั้งเก้าของมันคืออสรพิษ เหนือหัวของอสรพิษทั้ง
เก้ามีหงอนขนาดใหญ่ตั้งชูชันอยู่ราวกับค้อนเหล็กก็
ไม่ปาน
นี่คืออสรพิษทมิฬเก้าหัว! ด้วยสายโลหิตอันสูงส่งนี้
ในอนาคตมันต้องกลายเป็นหนึ่งในมหาราชาปีศาจผู้
แข็งแกร่งมากที่สุด ในทวีปปีศาจทายาททักษิณ
อย่างแน่นอน
ยามนี้อสรพิษทมิฬเก้าหัวซ่อนตัวอยู่ในหมอกควันสี
ดำ ดูดุร้ายทรงพลังน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก มัน
จะต้องเป็นสัตว์อสูรโบราณอย่างแน่นอน! อู่ อวี้
ไม่ได้ต่อสู้กับปีศาจมานานมากแล้ว แถมยังเป็น
ปีศาจระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 อีก มันมี
กายเนื้อที่แข็งแกร่งมาก มันจะต้องเป็นอาหารอัน
โอชะของร่างกลืนสวรรค์แน่ ๆ!
“ราชาปีศาจเก้าหัว! จัดการมันเลย!”
ปีศาจหลายตัวกำลังส่งเสียงให้กำลังใจอย่างลุ้น
ระทึก กล่าวได้ว่าร่างกายของอสรพิษทมิฬเก้าหัวดู
แข็งแกร่งน่ายำเกรงเป็นอย่างมาก จนแม้แต่ปีศาจ
น้อยใหญ่ยังต้องยำเกรง ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะ
เหตุใดปีศาจตัวอื่น ๆ ถึงได้เกรงกลัวมันมากนัก
ในความเป็นจริงแล้วปีศาจขึ้นชื่อเรื่องพลังอิทธิฤทธิ์
และกายเนื้ออันทรงพลัง แต่เมื่อนำทั้งสองด้านนี้มา
เทียบกับ อู่ อวี้ แล้ว เขาน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ
หลายขุมนัก
บัดนี้อสรพิษทมิฬเก้าหัวมีร่างกายใหญ่โตเป็นอย่าง
ยิ่ง มันเปิดฉากพุ่งโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ ด้วยความเร็ว
อันน่าสะพรึงกลัว หัวทั้งเก้าของมันเวลานี้เป็นเฉก
เช่นดั่งกำปันทั้งเก้า คอยทุบโจมตีอย่างต่อเนื่อง
อสรพิษทมิฬปกคลุมทั่วท้องเวหาจนมืดฟั้ามัวดิน!
หงส์ทมิฬที่อยู่ด้านหลังของ อู่ อวี้ ถอยฉากออกไป
ในช่วงเวลานั้นเอง อู่ อวี้ ร่างต้นก็ทะยานเข้า
ประหัตประหารโรมรันกับคู่ต่อสู้ จักรพรรดิเสด็จใน
มือของ อู่ อวี้ เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพียงชั่วอึด
ใจ ทั่วทั้งร่างของอสรพิษทมิฬเก้าหัวก็ปกคลุมไป
ด้วยโลหิต!
ตูม ตูมม ตูมมมม!
ครู่ต่อมาโลหิตสีดำก็พวยพุ่งกระฉูดขึ้นสู่ท้องฟั้า การ
ต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดเลือดพล่านเป็นอย่างมาก แต่
ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม อสรพิษทมิฬเก้าหัวกับ
อู่ อวี้ กำลังต่อสู้โรมรันกันอย่างชุลมุน กลับต้องเป็น
ฝั่ายเพลี่ยงพล้ำเสมือนดั่งรอเวลาตาย ยิ่ง ศาสตรา
วุธของ อู่ อวี้ ถูกเปลี่ยนจากไม้พลองกลายเป็นทวน
ศึกกิเลนซึ่งมีหนึ่งหอกสองคมมีด พลังในการสังหาร
ของเขาก็ยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น เพียงชั่ว
อึดใจ ทั่วทั้งร่างของอสรพิษทมิฬเก้าหัวก็เต็มไปด้วย
ความร่องรอยบาดแผลจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่เพราะว่า
มันมีร่างกายแข็งแกร่ง เกรงว่าแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ มัน
คงถูกสะบั้นหัวไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ปีศาจตัวอื่น
ๆ ที่กำลังมองดูการต่อสู้อยู่นั้นถึงกลับหน้าซีดเผือด
รู้สึก ตกตะลึงถึงขีดสุด!
อสรพิษทมิฬเก้าหัวพ่ายแพ้อย่างหมดรูป โลหิตสีดำ
อาบท่วมทั่วตัว หัวทั้ง 9 ของมันถูกโจมตีเข้าใส่ครั้ง
แล้วครั้งเล่า จนต้องล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง
“ จัดการเขาด้วยพลังอิทธิฤทธิ์! ” หนานกง เหว่ย
ร้องตะโกนเสียงดัง เสียงนี้ช่วยปลุกอสรพิษทมิฬเก้า
หัวให้ตื่นจากห้วงภวังค์แห่งความว่างเปล่า ทำให้มัน
รู้ว่าหากใช้กายเนื้อต่อสู้เยี่ยงนี้ ตัวมันคงได้ถูกสะบั้น
เป็นหมื่น ๆ ชิ้นราวกับผักกับปลาก็ไม่ปาน
ด้วยเหตุนี้มันจึงถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว!
“เขตแดนทมิฬวารีเร้นลับ!”
หลังจากนั้นมันก็ใช้แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ทันที
ทันใดนั้นหัวขนาดใหญ่ทั้งเก้าของมันพ่นควันจำนวน
นับไม่ถ้วนออกมา ยามนี้ควันมากมายแผ่ปกคลุมเขต
แดนทมิฬไร้สิ้นสุด แล้วในชั่วอึดใจต่อมา กลุ่มควัน
เหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสายวารีทมิฬ แผ่
ขยายขึ้นกิน อู่ อวี้ กับ หงส์ทมิฬ เข้าไปทันที!
เขตแดนทมิฬวารีเร้นลับของอสรพิษทมิฬเก้าหัว
เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่คล้ายคลึงกับเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด ที่สามารถเปลี่ยนแปลงให้เป็นเขตแดนของ
ตนเองได้ ส่งผลให้ตอนนี้ทั่วทั้งบริเวณกลายเป็นม่าน
วารีทรงกลมปกคลุมพวกเขาเอาไว้
ภายในเขตแดนวารีทมิฬแห่งนี้ถือว่ามีความหนาว
เย็นเป็นอย่างยิ่ง บัดนี้ไอเย็นเยียบมากมายจนสุด
พรรณนาถาโถมเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างไม่ยั้ง ถึงแม้กาย
เนื้อปัจจุบันของ อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาก แต่
เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นอันน่าสยดสยอง
นี้ นอกจากนี้ภายในวารีทมิฬยังประกอบไปด้วย
อสรพิษตัวเล็ก ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน ด้วยขนาดเล็ก
จิ๋วของมัน ทำให้สามารถกัดกินเลือดเนื้อ แล้วชอน
ไชเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง หากไม่ระวังตัวให้ดี ๆ
เขาก็อาจถูกฉีกกระชากเอาได้ การที่ต้องสู้อยู่ใน
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ สร้างผลกระทบอย่างใหญ่
หลวงให้แก่ อู่ อวี้
อันที่จริงแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของปีศาจค่อนข้าง
น่าสะพรึงกลัวมาก
จริง ๆ แล้ว อู่ อวี้ สามารถร่วมมือกับหงส์ทมิฬ
เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในเวลาอันสั้น แต่เขาก็ไม่ทำเช่นนั้น
เหตุผลก็เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ของเขา ถ้า
เขาปล่อยของออกไปจนหมด จนศัตรูฝั่ายตรงข้าม
เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา คงเป็นไปไม่ได้
ที่จะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้จำนวนมากได้ทีละคน ๆ
โดยเฉพาะองค์ชายทมิฬ!
ดังนั้นเขาจึงยังพัวพันอีนุงตุงนังอยู่กับคู่ต่อสู้ของเขา
ในเขตแดนวารีทมิฬ!
หงส์ทมิฬก็เช่นกัน ปัจจุบันมันแสดงพลังต่ำสุดของ
ตนเอง เพื่อทำให้ผู้อื่นคิดว่ามันเป็นหุ่นเชิดที่จัดการ
ได้ไม่ยาก
อู่ อวี้ กำลังสับขาหลอก พยายามทำให้คนอื่น ๆ
รู้สึกว่า เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักมากเพื่อ
เอาชนะคู่ต่อสู้
เพื่อให้ดูเนียนยิ่งขึ้น เขาจึงลดความแข็งแกร่งของ
ตัวเองลง ยื้อเวลาการต่อสู้กับอสรพิษทมิฬเก้าหัวอยู่
ชั่วขณะหนึ่ง เมื่ออสรพิษทมิฬเก้าหัวแสดงแก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ก็แสร้งแสดงละครตบตาทำที
เหมือนว่าตนเองกำลังถูกคุมเกมอยู่หมัด
เนื่องจากอยู่ภายในเขตแดนวารีทมิฬทำให้มองเห็น
การต่อสู้อันรุนแรงได้ไม่ชัดเจนนัก หลังจากเวลา
ผ่านไปได้ประมาณครึ่งก้านธูปอสรพิษทมิฬเก้าหัวก็
ยังไม่สามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้เสียที ทำให้พวกมัน
ต่างตื่นตระหนกกับพลังต่อสู้ของ อู่ อวี้
“ เขายกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้วงั้นหรือ? ถึงระดับ
ไหนแล้ว? ” ในเวลานี้หนานกงเหว่ยและคนอื่น ๆ
กำลังอึ้งกิมกี่เป็นไก่ตาแตกไปเลยทีเดียว
นางต้องเกรงกลัวกับความสามารถของ อู่ อวี้ อยู่
หลายครั้งหลายครา
ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางสยบเขาได้อย่างราบคาบ ไม่
สามารถหยุดยั้งความก้าวหน้าของเขาได้
“ ก่อนหน้านี้ที่เจอ ความสามารถเขายังไม่ถึงระดับ
นี้! ”
“ อย่ากังวลมากเกินไป เขาไม่ได้แข็งแกร่งมากมาย
อะไรนักหนา ราชาปีศาจเก้าหัวกำลังเล่นกับเขา
อย่างช้า ๆ จนกว่ามันจะตาย แต่คงต้องยอมรับว่า
ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อ และความสามารถใน
การต่อสู้ระยะประชิดของเขาทรงพลังมากจริง ๆ ”
“ใช่ ทรงพลังจริง ๆ ”
คนส่วนใหญ่ยังคงพยายามเฝั้าดูราชาปีศาจเก้าหัว
อย่างอดทน และพยายามปลอบใจตนเองไปพลาง ๆ
มีเพียงหนานกงเหว่ยเท่านั้น ที่กำลังสังหรณ์ใจไม่ดี
เป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ รู้สึกว่าเกือบจะถึงเวลาแล้ว
เขาเก็บกักพลังอันน่าสะพรึงกลัวของตัวเองไว้ แล้ว
ต่อจากนี้พลังของจักรพรรดิเสด็จจะถูกปลดปล่อย
ออกมา
ก่อนหน้าอสรพิษทมิฬเก้าหัวใช้พลังอิทธิฤทธิ์ที่มีชื่อ
เรียกว่า ‘ประตูทมิฬเก้าตายรอดหนึ่ง ‘ ภายใต้พลัง
การโจมตีนี้ ทำให้เขาต้องผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า
แล้วก็กระโดดทะลุมิติออกไป ทว่าหลังจากอสรพิษ
ทมิฬเก้าหัวใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็
ค้นพบโอกาสอันน้อยนิดนั้น
ทันใดนั้นเขาก็ปรากฏกายขึ้นด้านล่างอสรพิษทมิฬ
เก้าหัว เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ วงเวทย์ที่ 2 ของ
ทวนศึกกิเลนเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือท้องเวหา
” หมื่นราชันอสูร สถิตเทวะทะลวง! ”
สำหรับเขาแล้วร่างของอสรพิษ 9 หัวที่อยู่ด้านบน
เป็นเสมือนดั่งสวรรค์ที่เขาจะบดขยี้ทะลวง!
ยามนี้วงเวทย์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ประทับอยู่บน
จักรพรรดิเสด็จ กำลังหมุนวนส่องแสงสว่างเจิดจ้า
พลังศักดิ์สิทธิ์อันไร้สิ้นสุด ถูกดึงดูดเข้ามาผสาน
หลอมรวมอยู่ภายในทวนศึก แล้วในชั่วพริบตา
นั้นเอง อำนาจแห่งกายเนื้อและพลังแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง ก็ระเบิดปะทุออกไปในทันที!
แม้ว่าจะไม่ได้ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง แต่พลังอำนาจ
ที่ปลดปล่อยออกไปในเวลานี้ ก็น่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง
“ทะลวง!”
หนึ่งทะลวงแทงถูกปลดปล่อยออกไป
ยามนี้ อู่ อวี้ เป็นเฉกเช่นเดียวกับหมื่นราชันอสูร
และทวนศึกกิเลน เป็นเสมือนดั่งฟันอันแหลมคมที่
พร้อมจะพุ่งขย้ำเข้าใส่ศัตรู กิเลนเพลิงทั้งสามตน
ต่างผสานหลอมรวมเข้ากับกายเนื้อของเขา ส่งผลให้
ยามนี้ร่างเซียนวานรทองคำบังเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างใหญ่หลวง เนื่องจากยามนี้ร่างของวานรได้
แปรเปลี่ยนกลายเป็นกิเลนเพลิงที่กำลังพุ่งทะยานไป
เบื้องหน้า!
ช่วงเวลานั้นเอง เขาก็กระชับจักรพรรดิเสด็จในมือ
ทั้งสองข้าง พร้อมพุ่งทะลุแทงขึ้นสู่ด้านบน โดยใช้
ส่วนที่แหลมคมที่สุดของทวนนั้นก็คือคมหอก
ขณะที่พุ่งทะยานขึ้นไป กายาและทวนศึกกิเลน ก็
เริ่มหมุนวนด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด!
ชั่วพริบตาแห่งการหมุนวนนี้ ได้ก่อตัวกลายเป็นมหา
วายุทองคำ!
และส่วนปลายแหลมคมของทวน ก็คือจุดที่แหลม
คมมากที่สุดของมหาวายุทองคำ
เกือบจะในทันทีที่กลายเป็นมหาวายุทองคำ วายุ
หมุนก็พุ่งทะลวงฉีกกระชากเขตแดนวารีทมิฬ โดยมี
เปั้าหมายอยู่ที่ท้องของอสรพิษทมิฬเก้าหัว เวลานี้ อู่
อวี้ กำลังใช้สถิตเทวะทะลวง ก่อตัวเป็นมหาวายุ
ทองคำ พร้อมฉีกกระชากทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า ยิ่ง
ไม่ต้องกล่าวถึงส่วนที่คมกริบมากที่สุดของสถิตเทวะ
ทะลวง ซึ่งเขายังไม่ได้ปลดปล่อยอำนาจของมาอย่าง
เต็มที่
ท่ามกลางมหาวายุ ราวกับมีหมื่นอสูรกำลังห้อกำลัง
ทะยานไปเบื้องหน้า! เสียงคำรามอันไร้ที่สิ้นสุด ทำ
ให้เหล่าปีศาจที่อยู่ด้านหลังถึงกับต้องผวาหวาดกลัว
จนหัวหดไปตาม ๆ กัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ อู่
อวี้ เป็นเสมือนดั่งระเบิดความเร็ว ที่ทั้งเด็ดขาดและ
รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง กว่าอสรพิษทมิฬเก้าหัวจะทันได้
ตระหนักว่า อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด มหา
วายุทองคำก็ปะทะเข้าใส่ร่างของมันแล้ว ส่วนที่
แหลมคมมากที่สุด ฉีกกระชากสร้างบาดแผล
เหวอะหวะให้แก่มันทันที บัดนี้ อู่ อวี้ ได้ทะลวงแทง
เข้าใส่ร่างมันแล้ว!
จากนั้นมหาวายุทองคำก็ฉีกกระชากอสรพิษทมิฬ
เก้าหัว ราวกับเครื่องปัน ท่ามกลางความเจ็บปวด
ทุกข์ทรมานอย่างเหลือคณานับ ในที่สุดร่างกายของ
มันก็ถูกฉีกกระชากกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
และนี่คือคำยืนยัน ที่เขาได้เคยลั่นวาจาไว้กับฝั่าย
ตรงข้ามว่า : ข้าจะสังหารเจ้า