กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1107: ฆามัน!
อู่ อวี้ ลงมือทำอย่างที่ตนเองได้ลั่นวาจาไว้ ในตอน
แรกว่าราชาปีศาจเก้าหัวเข้ามาด้านในมาดหมาย
สยบเขาอย่างราบคาบ แต่ทุกอย่างดันกลับตาลปัตร
กลายว่ามันเป็นผู้ถูกสังหารจนตกตายอย่างน่าอนาถ
ไปเสียเอง
ผู้ชมที่หัวเราะจนตัวงอท้องแข็งก่อนหน้านี้ ถึงกับ
เงียบกริบตัวแข็งค้างด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
เมื่อเห็นว่าซากศพของราชาปีศาจเก้าหัวไม่ดิ้นทุรนทุ
รายอีกต่อไป แม้พวกมันจะเป็นผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญ
เพียรมานานกว่า 400 ปีก็ตาม แต่ภาพเบื้องหน้าถึง
กลับทำให้พวกมันตัวแข็งทื่อด้วยความไม่อยากจะ
เชื่อ
หัวใจของพวกมันสั่นสะท้านเต็มไปด้วยความตก
ตะลึง เนื่องจากกลุ่มของ อู่ อวี้ มีอายุอานามเพียง
น้อยนิด อีกทั้งประสบการณ์ยังอ่อนด้อยเป็นอย่าง
มาก
แต่พวกมันล้วนเป็นผู้ฝึกตนเก๋าวิชาแลประสบการณ์
ด้วยกันทั้งสิ้น
ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าวันหนึ่ง พวกมันจะถูกขู่ฆ่าโดย
เด็กหนุ่มชนรุ่นหลัง อีกทั้งเด็กหนุ่มผู้นี้ยังสามารถทำ
ตามที่ตนเองได้ลั่นวาจาไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านอย่างองอาจ
ผ่าเผย ดวงเนตรทั้งสองข้างลุกท่วมไปด้วยเปลว
เพลิงสีทองคำ เปียมไปด้วยอำนาจบารมี และความ
อหังการถึงขีดสุด สีหน้าของบุรุษผู้นั้นเรียบเฉยไร้ซึ่ง
อารมณ์ มิได้แยแสสายตาซึ่งเปียมไปด้วยความเศร้า
โศกของปีศาจจากทวีปปีศาจทายาททักษิณแม้แต่
น้อย แล้วทันใดนั้นเองเขาก็เก็บร่างของอสรพิษทมิฬ
9 หัว ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มของพวกมันเข้าไปในถุง
จักรวาล
หลังจากนั้นก็ยื่นไปให้ร่างกลืนสวรรค์
“ เจ้านี้ช่างหยาบคายไร้ปรานีจริง ๆ คนพวกนั้นแค่
อยากจะขังเจ้าไว้ในเสาหินแท้ ๆ แต่เจ้ากลับลงมือ
ฆ่าอย่างไม่สนใจไยดี ทั้งยังจะกินพวกมันอีก! ” หมิ
งซวงอุทาน
อู่ อวี้ ไม่หยุดการเคลื่อนไหว แล้วกล่าวไปด้วยว่า ”
ถ้าไม่ใช่เพราะจักรพรรดิโบราณ พวกนั้นก็คงไม่คิด
มาสังหารข้าหรอก แล้วคนที่เจ้าพวกนั้นไม่กล้าลง
มือฆ่าคือโอรสเล่อนู่น หาใช่ข้าเสียหน่อย อีกอย่าง
ข้ากับร่างกลืนสวรรค์ ก็มีหลักการว่า ถ้าไม่มีผู้ใดมา
หาเรื่อง ข้าก็จะไม่ทำใครก่อน แต่ถ้ามันผู้นั้นลงมือ
กับข้า ดาบนั้นย่อมคืนสนอง เช่นนั้นสังหารอีกฝั่าย
แล้วจะมีความผิดอะไร? ข้าก็มีอุดมการณ์ในใจของ
ข้า ”
ถ้าหากเขาฆ่ามั่วซั่ว มันก็จะขัดกับหลักการในใจ
เวลานี้เขาถูกขังอยู่ในเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด ไม่อาจ
ล่วงรู้ได้ว่าเป็นหรือตาย หากเขาไม่ลงมืออย่าง
เด็ดขาดคงยากจะมีชีวิตรอดอยู่ในปั่าเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลได้ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตนเองไม่มี
คุณสมบัติเพียงพอที่จะไขว่คว้าไข่มุกทองคำเหยียน
หวง แต่ปัจจุบันเขามาถึงจุดนี้แล้ว ฉะนั้นเขาจะไม่
ยอมหยุดอยู่ที่นี่
เขาใช้เวลาต่ำกว่าสามลมหายใจเคลื่อนไหวอย่าง
รวดเร็ว แล้วโยนร่างอสรพิษทมิฬเก้าหัวไปใส่ไว้ใน
เจดีย์ล่องกำเนิด เตรียมไว้ให้ร่างกลืนสวรรค์กลืนกิน
ยามนี้หงส์ทมิฬยังคงวนเวียนอยู่ด้านหลังของเขา อู่
อวี้ ถือจับทวนศึกกิเลนไว้ในมือ จ้องมองฝูงชนที่อยู่
ด้านนอกด้วยความไม่แยแสเฉยเมย ยั่วยุโทสะฝั่าย
ตรงข้ามทำให้มันรู้สึกเกรี้ยวโกรธเคืองจนทนไม่ไหว
ชั่วครู่หนึ่งพวกมันก็เริ่มแสดงความโกรธฉุนเฉียว
ออกมา
นับว่าการยั่วยุโทสะของเขาได้ผลไม่น้อย ปีศาจจาก
ทวีปปีศาจทายาททักษิณ, มหาสมุทรแห่งความตาย,
วังวนขั้วโลกใต้ , บึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ พวกมัน
เดือดดาลเป็นบ้าเป็นหลัง ดูเกรี้ยวกราดโมโหโกรธา
เป็นอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ในเขต
แดนทมิฬไร้สิ้นสุดล่ะ คงไม่แคล้วที่มันจะพุ่งเข้าไป
ฉีกกระชากเขาที่แหลกเป็นชิ้น ๆ
” มัน… มัน… สังหารราชาปีศาจเก้าหัว! ”
” มันก็แค่เต่าในไห แต่ทำเป็นกล้าหาญประดุจตัวเอง
เป็นดั่งพยัคฆ์ มันกล้าสังหารคนในกลุ่มของเรา อย่า
ปล่อยมันไปเด็ดขาด! องค์ชายทมิฬ! เราจะต้องฆ่า
เจ้า อู่ อวี้ ผู้นี้! มันฆ่าคนของเราก่อน! ใช่แล้ว!!! ”
” ฆ่ามัน! ฆ่ามันนน!!! ”
” ผู้ที่บังอาจฆ่าคนของจักรวรรดิทายาททักษิณ มี
โทษสมควรตาย! องค์หญิงหวงซีให้องค์ชายทมิฬ
ช่วยจัดกับเจ้า อู่ อวี้ ให้มันทรมานจนตาย! ”
พวกมันยังคงไม่ยอมลดละวางมือ ต้องการที่จะ
เอาชนะเขาให้ได้ พวกมันจ้องมอง อู่ อวี้ พร้อมเข้า
มายังเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด ด้วยดังด้วยดวงตาแดง
ก่ำแยกเขี้ยวยิงฟัน
หนานกง เหว่ย อยู่ท่ามกลางกระแสวังวนแห่งความ
เกรี้ยวกราด นางหันมาสบตากับ อู่ อวี้ อีกครั้ง แต่
อู่ อวี้ กระทำเพียงแสยะยิ้ม พร้อมสะบัดมือเบา ราว
กับว่าสิ่งที่ตนเองกระทำ เป็นแค่เรื่องธรรมดาหาได้
ควรค่าแก่การใส่ใจไม่
” อย่ามาโทษข้า ถ้าจะตำหนิก็ให้ไปตำหนิราชา
ปีศาจเก้าหัวนู่น ที่มันเก่งสู้มนุษย์ไม่ได้ ข้าเองก็เตือน
มันตั้งแต่แรกแล้วว่า ไม่เก่งไม่จริงจะถูกข้าสังหาร
เอาหน่า ” อู่ อวี้ กระหยิ่มยิ้มย่อง พร้อมหัวเราะเบา
ๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องคำรามอื้อด้วยความโกรธ
แค้นของพวกปีศาจ
ท่ามกลางความสงบไม่แยแส แต่ภายในหัวใจของ
เขากลับเปียมล้นไปด้วยพลังอันล้นหลาม ตัวเขาเป็น
เพียงแค่เด็กหนุ่มไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว แล
พลังความสามารถที่แสดงออกมาให้เห็นภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล ได้ทำลายผู้ที่ขึ้นชื่อว่าอัจฉริยะ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พุ่งทะยานเกินขีดจำกัดเกิน
จินตนาการของทุกผู้คน
หนานกง เหว่ย กัดริมฝีปากอันแดงระเรื่อของนาง
เล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาสั่นเทา อารมณ์
ความรู้สึกที่อยู่ในแววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน
เกินจะบรรยาย ทั้งสิ้นหวัง ทั้งหวาดกลัว ทั้งไม่อยาก
ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ อู่ อวี้ กลับมอง
ไม่เห็นความจงเกลียดจงชังที่แฝงอยู่ในสายตาของ
นาง แม้นางจะไม่ได้พูดอะไรเลย ทว่าด้วยท่าทางที่
นางแสดงออกทำให้ใจของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไป เขารู้สึก
ว่าตัวเองกำลังรังแกนาง
หลังจากนั้นปีศาจและแนวร่วมตัวอื่น ต่างก็ตะเบ็ง
เสียงตะโกนออกมาสามคำอย่างพร้อมเพรียงกันว่า
‘ฆ่าเขาเลย’
เพียงชั่วอึดใจ เสียงตะโกนให้สังหาร อู่ อวี้ ก็ดัง
กระหึ่มกึกก้อง พวกมันอาจคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้เขา
หวาดกลัว แล้วทำให้เขาคิดว่าเขานั้นหยิ่งทะนงมาก
เกินไป แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เขารู้สึกฉึกเหิม
พลุ่งพล่านมากขึ้น บอกตามตรงว่าเขาไม่สะทก
สะท้านกับการแหกปากตะโกนของพวกมันเลย
แม้แต่น้อย เขากลับกางแขนทั้งสองข้างออก แล้ว
กล่าวอย่างท้าทายด้วยเสียงอันดังก้อง ต่อหน้าปีศาจ
ทั้งมวลว่า “ถ้าอยากจะฆ่าข้านัก ก็เข้ามาเลย อย่า
เก่งแต่ปาก! ไม่ว่าจะเป็นจักรวรรดิทายาททักษิณ ,
วังวนขั้วโลกใต้ , เผ่าปีศาจแห่งความตาย , บึงอัสนี
จักรพรรดิสวรรค์ พวกเจ้าอย่าเก่งแต่ปาก อย่าเก่ง
แต่ร้องแร่แห่กระเชิง กล้า ๆ กันหน่อยสิสหาย หรือ
เจ้ามันแค่สวะ? ฮ่าฮ่า … ”
การยั่วยุเช่นนี้ยิ่งทำให้พวกปีศาจตกหลุมพรางของ
เขามากขึ้น แม้ว่าพวกมันจะแก่กว่า อู่ อวี้ ก็ตาม แต่
การถูกยั่วยุเช่นนี้ก็ทำให้พวกมันรู้สึกเจ็บใจเจ็บแค้น
เป็นอย่างมาก
” หนานกง เหว่ย อุ้บ! ไม่ใช่สิ…ต้องเรียกว่าองค์หญิง
หวงซีแห่งจักรวรรดิทายาททักษิณ แย่จังน้าาา∼ ไอ้
ตัวเมื่อกี้ข้าใช้พลังไปแค่ 30 ใน 100 ส่วนเท่านั้นก็
สังหารมันได้แล้ว เมื่อไหร่จะถึงตาเจ้าบ้าง เจ้ากล้า
เข้ามาต่อสู้กับข้าหรือไม่ ? ”
ดวงตาของ อู่ อวี้ จ้องเขม็งไปที่ หนานกง เหว่ย นาง
ไม่อาจทนต่อสายตาที่เชือดเฉือนของเขาได้ มันทำ
ให้จิตใจของนางร้อนรุ่ม ทนไม่ได้ต่อการยั่วยุพร้อม
ปะทะเช่นนี้ นางก้าวถอยหลังออกไปสองสามก้าว
อย่างไม่รู้ตัว ในเวลาเหล่าปีศาจกำลัง
กระสับกระส่ายกระวนกระวายอย่างมาก แต่นางก็
ไม่สามารถพูดอะไรได้
ยามนี้นางถูกเขาสยบอย่างสมบูรณ์ ทุกสิ่งที่นางพูด
ก่อนการต่อสู้ กลับกลายเป็นว่าคำพูดเหล่านั้นถูกคืน
สนองกลับมาที่นาง ราวกับว่านางกำลังถูกตบหน้า
ฉาดใหญ่ สิ่งที่นางรู้สึกในยามนี้เมื่อต้องเผชิญกับ อู่
อวี้ มีแต่ความหวาดกลัว ไร้พลัง อ่อนแออย่างไม่น่า
ให้อภัย เกาะกุมอยู่ในใจ ราวกับว่าเขากำลังจะบด
ขยี้ จะกลืนกินนางจนไม่เหลือหลอ
“ เอาล่ะ ๆ หยุดเถียงกันได้แล้ว พวกเจ้าสามคนไป
ช่วยล้างแค้นให้กับปีศาจราชาเก้าหัว แต่ห้ามสังหาร
โอรสเล่อเด็ดขาด ส่วน อู่ อวี้ จะทำอะไรก็เรื่องของ
เจ้า จะส่งมันไปนรกหมื่นชั้นก็เรื่องเจ้า ” หลังจาก
นั้นเสียงขององค์ชายทมิฬก็ดังขึ้น ระงับปีศาจที่
กำลังแหกปากโวยวาย แล้วเริ่มจัดแจงสิ่งที่ควรจะ
เป็น
อย่างไรเสียมันก็ต้องหาคนจัดการกับ อู่ อวี้ เพราะ
ในท้ายสุดแล้วมันเป็นผู้ควบคุมเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด ดังนั้นทุกคนจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของมัน
เป็นไปได้ว่าองค์ชายทมิฬ คงทำหน้าที่ควบคุมเขต
แดนทมิฬไร้สิ้นสุด ซึ่งในครั้งนี้ อู่ อวี้ เดิมพันได้
ถูกต้อง เพราะถ้าหากองค์ชายทมิฬออกโรงเองด้วย
การร่วมมือกับพวกมันทั้งสาม เขาคงเจอกับปัญหา
หาใหญ่แน่ ด้วยเหตุนี้ตอนที่จัดการกับราชาปีศาจ
เก้าหัว เขาจึงไม่ได้แสดงพลังความแข็งแกร่งแท้จริง
ของตนเองออกไปเลย ในสายตาของคนนอก คงคิด
ว่าเขาจะเอาชนะราชาปีศาจเก้าหัวได้ก็ในช่วงวินาที
สุดท้ายนั่นแหละ
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความแข็งแกร่งของเขา
เหนือกว่าจินตนาการของพวกมันเอามาก ๆ
ความสามารถเขาอยู่ในระดับฝืนลิขิตสวรรค์เลยก็ว่า
ได้ แต่เมื่อองค์ชายทมิฬออกตัวว่าให้พวกมันทั้งสาม
คนเป็นตัวแทนออกมาสังหาร อู่ อวี้ พวกปีศาจย่อม
ไว้วางใจว่างานนี้คงไม่มีปัญหาอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น
อีกแน่
ทั้งสามที่เป็นตัวแทนนี้ก็คืออสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้ผู้มา
จากวังวนขั้วโลกใต้ , มหาราชาทะเลมรณะมาจาก
มหาสมุทรแห่งความตาย , มังกรอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์มาจากบึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์
การที่องค์ชายทมิฬไม่ปล่อยให้พวกปีศาจลงไป
จัดการกับ อู่ อวี้ ประการแรกด้วยเพราะพวกมัน
ต่างคนต่างมาจากคนละที่ สับสนเกินกว่าที่จะ
ร่วมมือกันได้อย่างสามัคคี ประการที่พวกมัน 3 คน
มีพลังเหนือกว่าราชาปีศาจถึงสามเท่านั้น นับว่ามาก
พอที่จะจัดการกับ อู่ อวี้ แล้ว
เมื่อได้รับอนุญาตจากองค์ชายทมิฬ มหาราชาทะเล
มรณะ , อสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้, มังกรอัสนีจักรพรรดิ
สวรรค์ พวกมันก็เข้ามาปิดล้อม อู่ อวี้ กับหงส์ทมิฬ
จากสามทิศ
องค์ชายทมิฬเป็นผู้ครอบครองเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด มันต้องการจัดการเรื่องทั้งหมดให้ภายใน
พื้นที่ปิดล้อมดังกล่าว แล้วยามนี้พื้นที่การต่อสู้ได้ถูก
ขยายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 10 เท่าตัว ส่งผลให้
ปัจจุบันมีพื้นที่การกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก มากจน
หนานกงเหว่ยอยู่ห่างไกลจาก อู่ อวี้
เวลานี้พวกมันทั้งสามมีพื้นที่การต่อสู้กว้างขวางมาก
เพียงพอ ปกติแล้วปีศาจมักต้องการพื้นที่การต่อสู้ที่
กว้างขวาง เพื่อมันจะได้กลับสู่ร่างเดิมและแสดง
ฝีมือออกมาได้อย่างเต็มที่
“ราชาปีศาจเก้าหัว รอพวกเราหน่อย พวกเราทั้ง
สามกำลังจะแก้แค้นแทนท่าน ”
” สังหารมันซะ! แล้วเอาเลือดมันมาสังเวยให้แก่
ราชาปีศาจเก้าหัว … ”
ทั้งสามดูดุร้ายเหี้ยมโหดอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง มันเริ่ม
ด้วยการกลับคืนสู่ร่างเดิม ท่ามกลางความมืดมิดของ
เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด
ปีศาจตนแรกก็คือมหาราชาทะเลมรณะ ร่างกาย
ของมันก่อตัวขึ้นจากมหาสมุทร เมื่อกวาดสายตา
มองดูแล้ว จะเห็นได้ว่าร่างของมันเป็นกลุ่มก้อนวารี
โลหิตขนาดยักษ์ ด้วยรูปลักษณ์ของมันตอนนี้ เขาไม่
รู้ว่าควรจะโจมตีมันอย่างไรดี นอกจากนี้ร่างกายของ
มันยังสามารถเปลี่ยนเป็นรูปทรงใดก็ได้ แทบจะ
เรียกได้ว่ามันเป็นอมตะก็ไม่ปาน ด้วยเพราะเลือด
เนื้อของมันคือมหาสมุทร และภายในมหาสมุทร
โลหิตนั้น ดูเหมือนจะมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังแว่ว
ออกมาให้ได้ยิน แล้วทันใดนั้นก็มีโครงกระดูกปีน
ปั่ายออกมาจากภายใน สภาพของมันเรียกได้ว่าน่า
สังเวชเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังดูมีร่องรอยแห่งกาลเวลา
เสียงกรีดร้องดังมาพร้อมกับร่างนั้นที่ออกมา
ส่วนอสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้ ดูเสมือนดังภูเขาน้ำแข็งก็
ไม่ปาน ร่างกายของมันเต็มไปด้วยหนามแหลม
หลังจากปรากฏตัวขึ้นอุณหภูมิของเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุดก็ลดลง แล้วร่างกายของมันก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
จากภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนดั่งภูเขาน้ำแข็ง บัดนี้ได้
ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างหมีน้ำแข็งตัวใหญ่ยักษ์ใน
ขณะที่มันเปล่งเสียงร้องคำรามออกมา สะเก็ด
น้ำแข็งก็พวยพุ่งออกมาจากปากของมัน ช่างเป็น
ภาพที่น่าตื่นตะลึงอย่างที่สุด
ส่วนตัวสุดท้ายคือมังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์จากบึง
อัสนีจักรพรรดิสวรรค์ แต่มันหาใช่เผ่าพันธุ์มังกรจริง
ๆ แต่มันเป็นปลาไหลไฟฟั้า และมีสายโลหิตของ
มังกรผสมเจือจางอยู่ ส่งผลให้ร่างกายของมันมีเกล็ด
มังกรสีน้ำเงิน ส่วนภายในดวงตาสีครามของมันก็
สายอัสนีพิโรธแล๊บแปล๊บ ๆ อยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ทั่วทั้งตัวของมันยังมีกระแสไฟฟั้าวิ่ง
กระจายอยู่ทั่ว มองดูแล้วน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งนี้ทำให้มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ดูเสมือนกับ
มังกรเทวะที่โผล่ ออกมาจากมวลเมฆาก็มิปาน!
พวกมันทั้งสามล้วนเป็นปีศาจสมุทรสายโลหิตอันดับ
ต้น ๆ แล้วทุกตัวก็มีฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 7 แม้ว่ามันจะไม่ใช่มังกรเทวะ แต่ในชมพู
ทวีปโลกธาตุแล้วพวกมันถือเป็นมหาอำนาจขุมหนึ่ง
เลยทีเดียว และผู้ใดจะไปคิดว่าเมื่อพวกมันเข้ามาใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลจะต้องมาต่อสู้กับเด็กน้อย
รุ่นหลังอย่าง อู่ อวี้ ผู้ไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนาม
ภายในแต่เจดีย์วิญญาณบรรพกาล อู่ อวี้ เป็นเพียง
แค่ปลาซิวปลาสร้อยต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าขุนพลมังกร
ฟั้า แต่ทุกวันนี้เขากลับกลายเป็นตัวเอกของเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลไปซะอย่างนั้น เขาเป็นผู้สร้าง
ความอัศจรรย์อยู่หลายครั้งหลายคราอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเป็นฟังเทศนาเต๋า หรือ กายาวัชระอรหันต์
มหาสุริยะโชติ เขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้าอย่างรวดเร็ว
ทำให้เขากลายเป็นเจ้าเหนือหัวแห่งชมพูทวีป
โลกธาตุ!
ในเวลานี้จิตใจของปีศาจทั้งสามจดจ่ออยู่ที่พิฆาต
ศัตรู มันจึงไม่อื่นสิ่งใดให้เสียเวลา แต่ขณะที่มัน
กำลังจะพุ่งเข้าจู่โจม อู่ อวี้ ก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ”
แหม ๆ ๆ ทำไมพวกเจ้าต้องรีบร้อนกันขนาดนั้น
ด้วยเล่า? เจ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า สามต่อสองเช่นนี้
มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ”
หลังจากพูดจบ ทันใดนั้นก็มีกลุ่มหมอกควันลอย
ออกมาจากภายในเจดีย์ล่องกำเนิด แล้วในท้ายสุด
ควันก็หลอมรวมกลายเป็นชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์
เฉกเช่นดั่งมารตนหนึ่ง ชายผู้นี้มีเรือนผมสีขาวดวง
เนตรสีโลหิต กลิ่นอายอันแปลกประหลาดที่แผ่
ออกมาจากร่างกายของเขา ชวนให้ผู้คนรู้สึกว่า
ประหวั่นพรั่นพรึง หากมองอย่างละเอียดพบว่าชาย
ผู้นี้หน้าตาเหมือนกัน อู่ อวี้ ไม่มีผิดเพี้ยน