กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1108: อํานาจเทวะแหงเนตรปศาจมายา
เวลานี้อสูรกลืนสวรรค์ได้กลืนกินอสรพิษทมิฬเก้าหัว
ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากกลืนกินร่างกลืนสวรรค์ก็แข็งแกร่งขึ้นส่วน
แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึงระดับไหนแล้วนั้น อู่ อวี้ ย่อม
ทราบดี เนื่องจากยามนี้ร่างกลืนสวรรค์ได้เติบโต
มาถึงขีดจำขัดที่ร่างต้นจะรับได้แล้ว
ร่างกลืนสวรรค์ผู้มีเรือนผมสีขาวนัยส์ตาสีโลหิต ใน
มือถือ ‘ตราจักรพรรดิ’ ปรากฏกายยืนเคียงข้างกับ
ร่างต้น ทั้งสองร่างดูเหมือนกันทุกประการ แถมยัง
ฝีมือไล่เลี่ยเท่าเทียมกันอีกด้วย อีกทั้งแต่ละร่างยังมี
เอกลักษณ์จุดเด่นของตนเอง ผู้คนส่วนใหญ่มักคิดว่า
นี่คือร่างแยกของเขา แม้กระทั่งในการต่อสู้จริงก็
ยากที่จะคิดได้ว่า ร่างกลืนสวรรค์เป็นร่างที่แท้จริง
ตอนนี้ทางฝังของ อู่ อวี้ มีร่างต้น, ร่างกลืนสวรรค์,
หงส์ทมิฬ
อู่ อวี้ ตระหนักว่าสถานการณ์ในวันนี้ยากลำบาก
มากเพียงใด แล้วเขาก็เตรียแผนไว้หลายชั้น ดังนั้น
เขาจึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว ด้วยการลงมือสังหาร
ราชาปีศาจเก้าหัวเป็นตนแรก มิฉะนั้นคงยากที่ร่าง
กลืนสวรรค์จะแข็งแกร่งพอ จนสามารถ
เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ซึ่งในตอนนี้เขาก็ทำ
สำเร็จตามแผน
” พับผ่าสิ วันนี้นับว่าเจ้าโชคดีจริง ๆ องค์ชายทมิฬ
มันดันเป็นห่วงเรื่องการควบคุมเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด เลยไม่ได้มาร่วมวงกับเจ้าพวกปีศาจสามตัว
นั่น มิเช่นนั้นเจ้าคงจบเห่แน่ ลำพังแค่ตัวเจ้าอาจจะ
หลบหนีไปได้ แต่บรรดาสหายของเจ้าคงหมดสิทธิ์ ”
หมิงซวงเหน็บแนมในความโชคดีของเขาอีกครั้ง
“ วางใจได้ ชายผู้นั้นหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง
เป็นอย่างมาก ถ้ามันคิดจะจัดการข้า ไม่มีทางที่มัน
จะร่วมวงโจมตีกับคนอื่น ๆ เฉกเช่นดั่งหมาหมู่เป็น
แน่ ” อู่ อวี้ ทราบถึงตัวตนของชายชราเหล่านี้ดี ถ้า
ไม่ถึงที่สุดจริง ๆ พวกมันจะไม่ยอมทำอะไรที่เป็น
การเสื่อมเสียเกียรติ์ของตนเองเด็ดขาด
” แล้วเจ้าตอนนี้เจ้ามีแผนอย่างไร? ”
“จบการต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุด! ”
การต่อสู้ครั้งแรกคือการเก็บซ่อนความแข็งแกร่ง
เอาไว้ การต่อสู้ครั้งที่สองเขาต้องจบการต่อสู้ที่
รวดเร็วที่สุด ถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าการเผชิญหน้า
แบบ 3 ต่อ 3 นี้ ไม่มีฝั่ายใดได้เปรียบอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะหงส์ทมิฬ ที่อาจตกเป็นฝั่ายเพลี่ยงพล้ำ
เอาได้ เนื่องจากในท้ายสุดแล้วระหว่างปีศาจกับหุ่น
เชิด ยังมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าเป็นการยาก
ที่พวกปีศาจจะบดขยี้ทำลายหงส์ทมิฬ แต่การที่หงส์
ทมิจะฬเอาชนะคู่ต่อสู้ก็มิใช่เรื่องง่ายเช่นกัน
แม้ว่าจะเป็นเรื่องยาก แถมตัวเขายังถูกขังอยู่ในเขต
แดนทมิฬไรสิ้นสุด ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อยากให้โอรส
เฮ่อ , พระธิดาหยุน ,โอรสเฟิง ฯลฯ ถูกทำให้
กลายเป็นหินเช่นนี้
ร่างกลืนสวรรค์กับหงส์ทมิฬ แยกตัวออกไปคนละ
ทิศอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาเดียวกันร่างต้นของเขา
ก็พุ่งเข้าจู่โจมมังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์! เมื่อ
เผชิญหน้ากับฝั่ายตรงข้ามที่มีฝีมืออยู่ในระดับนี้ อู่
อวี้ จึงปลดปล่อยความแข็งแกร่งเพื่อบดขยี้ฝั่ายตรง
ข้าม!
การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง ด้วย
จำนวนคนเท่า ๆ กัน จึงนับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกัน
เลยทีเดียว ปีศาจเฝั้ามองดูการต่อสู้ด้วยความตึง
เครียด ด้วยไม่รู้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นหัวหรือก้อย
“พี่เหลย รอสักครู่เดี๋ยวข้าจัดการกับร่างแยกของมัน
เสร็จ จะรีบไปช่วยท่านทันที!”
“ส่วนข้าก็จะเอาชนะหุ่นเชิดตัวนี้ก่อนเช่นกัน!”
อันที่จริงพวกมันต่างเห็นแก่ตัว ถ้าต่อสู้แบบสามรุม
หนึ่งก็ยังไม่มีปัญหา แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบ
หนึ่งต่อหนึ่งก็ไม่มีใครอยากจะเจอกับ อู่ อวี้ ร่างต้น
เพราะพวกมันต่างรู้ดีว่าตนเองไม่ได้เหนือกว่าปีศาจ
เก้าหัว ข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของพวกมันก็คือ
ประสบการณ์ต่อสู้ที่น่าจะมากกว่า อู่ อวี้ อาจจะ
เรียกได้ว่าลูกธนูที่สุดแรงบิน
ดังนั้นเมื่อ อู่ อวี้ กำหนดเปั้าหมายอยู่ที่มังกรอัสนี
จักรพรรดิสวรรค์เป็นที่เรียบร้อย พวกมันทั้งสอง
ย่อมยินดีอย่างยิ่งจะรับมือกับคู่ต่อสู้ที่เสมือนดังลูก
พลับที่อ่อนนุ่ม หลังจากพวกมันจัดการกับคู่ต่อสู้ของ
ตนเองได้แล้ว มันก็จะมาช่วยเหลือมังกรอัสนี
จักรพรรดิสวรรค์ปิดล้อม อู่ อวี้ ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้มัน
ยังเต็มใจที่จะช่วยเหลือ และตราบใดไปที่มังกรอัสนี
จักรพรรดิสวรรคยังสามารถยื้อไว้ได้ พวกมันก็พร้อม
บดขยี้คู่ต่อสู้แล้วตามมาสมทบ
” บัดซบ ท่านยายเจ้าเถอะ! คอยดูเถอะ ข้าจะฆ่าเจ้า
ให้ดู! ” มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรคกรีดร้องก่อนก่น
ด่าออกมาอย่างฉุนเฉียว สายฟั้าอัสนีแลบฝั่าโหม
กระหน่ำปกคลุมทั่วร่างพุ่งกระจายออกไปทั่วทุก
ทิศทาง จนกินพื้นที่กว่าหนึ่งในสี่ของเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด ส่วนตัวมันที่อยู่ตรงใจกลางห่าสายอัสนีดู
เสมือนดั่งมังกรเทวะจริง ๆ หาก อู่ อวี้ ปรารถนาจะ
โจมตีมัน เขาก็ต้องฝั่าเขตแดนอัสนีนี้เข้าไป
มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรคก่นด่าด้วยความไม่พอใจ
เนื่องจากมันยังไม่ทันได้เลือก อู่ อวี้ เป็นคู่ต่อสู้ เจ้า
สองตัวนั่นก็รีบวิ่งไปจัดการกับร่างแยกและหุ่นเชิด
ก่อนแล้ว
นับว่ามันโชคร้ายอย่างมากที่โดน อู่ อวี้ เล็งไว้ตั้งแต่
แรก!
เพราะยามนี้ อู่ อวี้ ต้องรีบเผด็จศึก ก่อนที่มันจะมี
โอกาส!
ส่งผลให้บัดนี้จิตสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจ
ของเขา ระเบิดออกมาทันที แน่นอนว่ามังกรอัคนี
จักรพรรดิสวรรค์ก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเข้ามา
อย่างฉับพลัน และไม่กล้าที่จะเมินเฉย ด้วยเพราะ
ตัวมันเองก็ได้เห็นภาพฉากตอนอสรพิษทมิฬเก้าหัว
ถูกสังหารกับตา
” อย่าคิดว่าข้าอ่อนแอ แล้วเจ้าจะสังหารข้าได้ง่าย ๆ
! ” เรียกได้ว่าห้วงอารมณ์ของมันในตอนนี้เดือด
พล่านเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเอ่ยประโยคนี้ออกมา เขต
แดนสายฟั้า ก็ระเบิดอสรพิษอัสนีจำนวนนับไม่ถ้วน
พุ่งทะยานเข้าสังหาร อู่ อวี้ ทันที!
” เช่นนั้นหรือ งั้นเจ้าลองดูตรงนั้นสิ? ” ก่อนที่ อู่ อวี้
จะเข้าปะทะ ทันใดนั้นเขาก็กล่าวขึ้นพร้อมแสยะยิ้ม
แปลก ๆ จากนั้นก็ชี้นิ้วไปทางด้านข้าง
ช่วงเวลาเดียวกันร่างกลืนสวรรค์กับหงส์ทมิฬก็กำลัง
ต่อสู้กับฝั่ายตรงข้ามอย่างดุเดือดเช่นกัน การต่อสู้
ระหว่างทั้งสองฝั่ายได้ดึงดูดความสนใจของปีศาจ
ส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก พวกมันกำลังตื่นตกใจอย่าง
ที่สุด เมื่อพบว่าร่างกลืนสวรรค์กับหงส์ทมิฬของ อู่
อวี้ สามารถต้านทานการจู่โจมของฝั่ายตรงข้ามที่มี
พลังระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 !
ยิ่งไปกว่านั้น ยังรับมือได้อย่างเท่าเทียม
นี่เป็นความตื่นตะลึงที่ อู่ อวี้ นำมาให้กับพวกมันอีก
ครั้ง พวกมันลุ้นระทึกจนแทบหายใจหายคอไม่ออก
สายตาเต็มไปด้วยความโมโหฉุนเฉียว ผสมผสานไป
กับความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งขณะจ้องมองดูภาพ
การต่อสู้
ในสายตาของพวกมันนี่คือการฝืนชะตาฟั้าอย่าง
แท้จริง การดำรงอยู่ของเขาทำลายทุกกฎเกณฑ์บน
โลกใบนี้ ราวกับว่ามีอยู่วันหนึ่งท่ามกลางฝูงมด
ปลวก อยู่ ๆ ก็มีมดหนึ่งตัวหนึ่งถือจับดาบได้ขึ้นมา
นอกจากร่างกลืนสวรรค์กับหงส์ทมิฬ จะสร้างความ
ประหลาดใจให้แก่พวกมันอย่างยิ่งแล้ว ทางด้านของ
อู่ อวี้ ร่างต้นก็สร้างความตื่นตะลึงไม่แพ้กัน แล้วใน
เวลานั้นด้านข้างของ อู่ อวี้ ก็มีดวงตาสีน้ำเงิน
ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด แล้วดวงตาสีเงิน
ดังกล่าวก็ค่อย ๆ หมุนอย่างช้า ๆ ระหว่างหมุนวนก็
ปรากฏลวดลายสีดำซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์สังเกตเห็นดวงเนตร
สีเงินของ อู่ อวี้ สิ่งนี้ได้ดึงดูดความสนใจของมันเป็น
อย่างมาก
หลังจากสังเกตเห็นดวงเนตรดังกล่าว ท่าทีของมันก็
ผิดปกติไป ทันใดนั้นมันก็หัวเราะพร้อมร้องไห้ฟูม
ฟาย ด้วยลักษณะที่ดูบ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกันเขตแดนอัสนีที่อยู่รอบตัว ก็เริ่ม
เปลี่ยนแปลงไปตามห้วงอารมณ์ของมัน บางก็ปะทุ
ออกมาอย่างบ้าคลั่งตามเสียงหัวเราะ บ้างก็เบาบาง
ลงตามการร่ำไห้ อากัปกิริยาของมันทำให้คนที่เฝั้า
มองการต่อสู้ต่างบังเกิดความสับสนสงสัย พากัน
คาดเดาพูดคุยกันไปต่าง ๆ นา ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
กันแน่
แท้จริงแล้วนี่คือความสามารถของ หนานซาน หวาง
เยว่ ก่อนก่อนที่พวกมันจะเข้ามาโจมตี หนานซาน
หวางเยว่ ได้ตัดสินใจช่วยเหลือ อู่ อวี้ พยายามทำใน
สิ่งที่ตนเองพอจะทำได้ แม้ว่าเวลานี้พลังฝีมือการ
ต่อสู้ของเขาไม่ได้สูงส่งเท่า อู่ อวี้ แต่ถ้าเป็นเคล็ด
มายาของเนตรปีศาจมายา แน่นอนว่ามันสามารถ
ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้อย่างใหญ่หลวง
แล้วยามนี้มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ กำลังได้รับ
ผลกระทบจากเคล็ดมายาของเนตรปีศาจมายา จึง
ตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่านี่
ถือเป็นโอกาสที่ดีของ อู่ อวี้!
” เวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์! ”
ร่างหยาบกร้านดุร้ายของวานรทองคำ พุ่งเข้าไปใน
สระอัสนีอย่างไม่หวั่นเกรงสะทกสะท้าน ราวกับว่า
เขาไม่ได้รับผลกระทบจากห่าอัสนีแม้แต่น้อย ทวน
ศึกกิเลนถูกแทงขึ้นสู่ฟากฟั้า แล้วทันใดนั้นเหนือสระ
อัสนี ก็ปรากฏเมฆาเพลิงทองคำก่อตัวขึ้น ท่ามกลาง
กลุ่มก้อนเมฆาปรากฏเงาร่างของเทพเซียน ซึ่งแผ่
แรงกดดันออกมาอย่างมหาศาล ราวกับว่าทวยเทพ
เหล่านี้ถูกอัญเชิญลงมาโดย อู่ อวี้ ทวนศึกเพลิง
ทองคำในมือของเหล่าเทพเซียนถูกง้างไปด้านหลัง
จากนั้นก็พุ่งทะลวงแทงลงมาเบื้องล่าง ประดุจดั่ง
มหาตะวันร่วงตกลงมาจากฟากฟั้า อันตรายใหญ่
หลวงได้ระเบิดขึ้น มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์กำลัง
ดิ้นรนสับสนอย่างบ้าคลั่ง กรีดร้องคำรามเสียงดัง
สนั่น ปลดปล่อยคลื่นอัสนีจำนวนนับไม่ถ้วน ราวกับ
ว่ามันเตรียมพร้อมจะใช้แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ภายใต้อิทธิพลของเนตรปีศาจมายา ทั้งยังต้อง
เผชิญหน้ากับการโจมตีที่เตรียมพร้อมรอไว้แล้วของ
อู่ อวี้ ส่งผลให้ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างฉับพลันของ
มันล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง!
ทวนศึกเพลิงทองคำพุ่งทะลุทะลวงผ่านทุกสรรพสิ่ง
โจมตีแทรกซึมผ่านร่างอันใหญ่ยักษ์ของมังกรอัสนี
จักรพรรดิสวรรค์ แล้วทันใดนั้นอำนาจทำลายล้างก็
ระเบิดออกมาจากด้านในสู่ด้านนอก เพียงชั่ว
พริบตามังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ก็เปลวเพลิงถูก
กลืนกินหายไปในเวลาอันสั้น จากนั้นห่าอัสนีที่เป็น
เสมือนดั่งปราการคุ้มภัยของมันก็หายไปอย่าง
ฉับพลันเช่นกัน มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ส่งเสียง
กรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนทุกข์ทรมาน เนื่องจาก
การแผดเผาของเวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จ
ตำหนักสวรรค์ที่รุนแรงมากเกินไป ทำให้มันต้องพบ
จุดจบที่น่าเศร้ายิ่งนัก หลังจากได้ยินเสียงกรีดร้อง
ของมันดังขึ้นอีก 3 ครั้ง เหล่าปีศาจที่เฝั้าชมการต่อสู้
อยู่ก็พบเห็นว่าร่างของมันถูกแผดเผากลายเป็นเถ้า
ถ่านไปเสียแล้ว!
การโจมตีที่ดุเดือดเด็ดขาดนี้ เกิดขึ้นด้วยเวลาเพียง
ไม่นาน และผู้คนไม่เคยคาดคิดว่า อู่ อวี้ จะสามารถ
ต่อสู้ควบคุมการต่อสู้ได้ถึงเพียงนี้
“ ข้าใช้พลังมากเกินไป คงต้องขอตัวกลับไปพักฟืน
สักหน่อยก่อน ต่อจากนี้คงต้องพึ่งท่านแล้ว ” เป็น
ดั่งที่เขากล่าว หนานซาน หวางเยว่ ใช้พลังงานไป
มากทีเดียว แต่ก็นับว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน
พลังอำนาจของเขาสร้างผลกระทบต่อมังกรอัสนี
จักรพรรดิ์สวรรค์อย่างใหญ่หลวง ถึงแม้ตอนนี้เขาอยู่
ในสภาพล่องหน แต่เมื่อยังอยู่ในเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุดก็ยังถือว่าเป็นอันตรายมากอยู่ดี
” วางใจได้ ” หลังจาก อู่ อวี้ ร่างต้นจัดการคู่ต่อสู้
ของตนเองลงได้แล้ว เพียงชั่วอึดใจ เขาก็พุ่งทะยาน
เข้ามาร่วมการต่อสู้กับร่างกลืนสวรรค์ทันที คู่ต่อสู้
ของร่างกลืนสวรรค์คืออสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้ ซึ่งถือ
เป็นฝั่ายตรงข้ามที่ยากจะสยบได้ อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากการตกตายอย่างฉับพลันของมังกรอัสนี
จักรพรรดิสวรรค์ ได้ส่งผลกระทบแก่อสูรเหมันต์ขั้ว
โลกใต้อย่างใหญ่หลวง ดังนั้นเมื่อมันเห็นว่า อู่ อวี้
ร่างต้นกำลังพุ่งทะยานมายังทิศทางนี้ มันก็รู้สึกว่า
กลัวจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง ทันใดนั้นอสูร
เหมันต์ขั้วโลกใต้ก็รีบหดร่างกายของมันลงจนมี
ขนาดเล็กสุด พร้อมกับพุ่งทะยานทิ้งการต่อสู้ บิน
หนีห่างออกไปทันที
ส่วนทางด้านมหาราชาทะเลมรณะที่รับมือกับหุ่น
เชิดหงส์ทมิฬ ถึงแม้ว่ามันจะสามารถสยบหงส์ทมิฬ
ได้ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ แต่มหาราชาทะเลมรณะก็รีบ
หลบหนีออกมาพร้อมกับอสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้ทันที
การหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิตของมัน ได้สร้างความ
ประหลาดใจให้กับผู้เฝั้ามองไม่น้อย แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่
อยู่ด้านนอกกล้าปริปากหัวเราะเยาะพวกมันเลย
แม้แต่น้อย เนื่องจากการตกตายอย่างฉับพลันของ
มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ ได้สร้างความตกตะลึง
ให้แก่พวกมันอย่างใหญ่หลวง
สร้างความตกตะลึงให้แก่พวกมันครั้งแล้วครั้งเล่า!
เวลานี้สายตาที่พวกมันจับจ้องมายัง อู่ อวี้ เฉกเช่น
ดั่งกำลังมองดูเทพเซียนอยู่ก็มิปาน ส่งผลให้บัดนี้
เสียงด้านนอกเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดเงียบเชียบลง
อย่างสิ้นเชิง ด้วยสัญชาตญาณทำให้พวกมันต่างก้าว
ถอยหลังออกไปอีกสองสามก้าว ราวกับว่าการ
กระทำเช่นนี้ทำให้พวกมันปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึง
หนานกง เหว่ย ด้วย
การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือในสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 7 อู่ อวี้ สามารถสังหารฝั่ายตรง โดยที่แทบจะ
ไม่ใช้ความพยายามใด ๆ
มังกรอัสนีจักรพรรดิสวรรค์ตกตายไปด้วยน้ำมือของ
อู่ อวี้ ตามที่วางแผนไว้ แต่การจัดการกับสองคนที่
เหลือก็ไม่ได้ง่าย ๆ เช่นกัน ด้วยเพราะพวกมัน
หวาดกลัวจะหลบหนีไปหลบหนีมา การที่มัน
พยายามวิ่งหนีเป็นหนูติดจั่นเช่นนี้ทำให้ อู่ อวี้
สังหารไม่ได้รวดเร็วเท่าไหร่นัก แล้วองค์ชายทมิฬผู้ที่
เขาหวาดกลัว ก็จะต้องลงมืออย่างแน่นอน ทุกอย่าง
ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของ
องค์ชายทมิฬ ด้วยเพราะมันประเมินเขาต่ำมาก
เกินไป ซึ่งถ้ามันร่วมวงเข้ามาร่วมจัดการเขาเสีย
ตั้งแต่ตอนแรก อู่ อวี้ ก็จะไม่มีโอกาสเช่นนี้
“ ดี พวกเจ้าไม่ต้องหลบหนีแล้วจงออกไปข้างนอก
เสีย ช่วยข้ารักษาเสถียรภาพของเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุดไว้ เดี๋ยวข้าจะเป็นคนลงมือเอง! ” ปัจจุบัน อู่
อวี้ เห็นชายสวมชุดคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้นที่นี่แล้ว
อีกทั้งมันยังเป็นคนที่มีฝีมือแข็งแกร่งร้ายกาจที่สุด
มันเป็นคนที่น่ากลัวมากที่สุดสำหรับ อู่ อวี้
แล้วสิ่งที่ อู่ อวี้ กลัวมากที่สุดก็คือ มันจะร่วมมือกับ
คนที่เหลือทั้งสอง แต่กลายเป็นว่าหลังจากมันเข้ามา
มันก็ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวมากเกินไป อาจด้วย
เพราะต้องการรักษาสมดุลความเสถียรของเขตแดน
ทมิฬไร้สิ้นสุด ดังนั้นมันจึงตัดสินใจลงมือด้วยตัวเอง
โดยปล่อยให้มหาราชาทะเลมรณะกับอสูรเหมันต์ขั้ว
โลกใต้หลบหนีออกไปด้านนอก เนื่องจากในท้ายสุด
แล้วมันได้เปลี่ยนรูปแบบค่ายกล โดยให้ทั้งสอง
กระทำเพียงแค่ส่งพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง เพื่อ
รักษาความั่นคงของเขตแดนไว้เท่านั้น
” ตะ ตกลง! ” ทั้งสองต่างหลบหนีออกไปด้วยความ
หวาดกลัวทันที
ยามนี้ภายในหัวของพวกมันคิดเพียงอย่างเดียว
เท่านั้นว่าผู้ที่สามารถสยบ อู่ อวี้ ลงได้ คงมีเพียง
องค์ชายทมิฬผู้มีฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 8 ผู้เดียวเท่านั้น …
แน่นอนว่า อู่ อวี้ รู้เรื่องนี้แล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาก็
ประเมินสถานการณ์ และตัดสินใจวางแผนการ
ทั้งหมด เพียงเพื่อให้ได้ต่อสู้กับองค์ชายทมิฬผู้เดียว
แล้วปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์กับหงส์ทมิฬจัดการกับ
คนอื่น ๆ …
แต่ถึงกระนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง