กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1109: โอรสเลอผูจะไดขึ้นเปนจักรพรรดิองคใหม
อู่ อวี้ ลงมือด้วยความเด็ดขาดเหี้ยมเกรียม ส่งผลให้
ปีศาจจำนวนมากตระหนักอย่างแจ่มแจ้งว่า เขาเป็น
กระดูกเบอร์ใหญ่ยากที่จัดการได้
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นพระธิดาหยุน , โอรสเฮ่อ
ฯลฯ ด้วยจำนวนที่มากกว่าของพวกมัน ทำให้
สามารถดูถูกกลั่นแกล้งราชวงศ์ชาวเหยียนหวงได้
อย่างสนุกสนาน จนพวกเขาเหล่านั้นแทบจะอ้อน
วอนคุกเข่าร้องขอความเมตตา คงไม่ต้องกล่าวว่า
ความรู้สึกนั้น น่าสดชื่นมากเพียงใด
แต่ยามนี้ความกล้าหาญของพวกมันถูกกลืนกินจน
แหลกสลายจนสิ้น โดยเฉพาะขั้วอำนาจทั้งสองอย่าง
จักรวรรดิทายาททักษิณกับบึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์
ที่ผู้นำกลุ่มของพวกมันล้วนตกตายไปแล้วทั้งสิ้น
” องค์ชายทมิฬท่านต้องแก้แค้นให้กับราชาปีศาจทั้ง
สอง! ” ราชาปีศาจกระทิงแปดตาร้องตะโกนอย่าง
ขมขื่น
” ฆ่าาาา อู่ อวี้! ”
เวลานี้ผู้คนต่างร้องตะโกนให้สังหาร อู่ อวี้ ดุเดือด
หนักยิ่งกว่าเดิม
” ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ตอนแรก
ที่มันต่อสู้กับราชาปีศาจเก้าหัวมันออมมือไว้เพื่อตบ
ตาหลอกพวกเรา! ”
กล่าวได้ว่าอย่างนี้เหล่าปีศาจล่วงรู้กลยุทธ์ของ อู่ อวี้
แล้ว
” แต่ข้ามั่นใจได้ เมื่อองค์ชายทมิฬลงมือจัดการด้วย
ตนเองเช่นนี้ ความสามารถเท่าหางอึ่งของมันจะต้อง
โดนจัดการเป็นแน่ ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
แห่งนี้ ผู้มีฝีมือเทียบเคียงพอ ๆ กับองค์ชายทมิฬมี
ไม่ถึงสิบคนเท่านั้น เห็นอยู่ว่า อู่ อวี้ ยังห่างชั้นนัก ”
” เด็กหนุ่มผู้นี้ เพิ่งถูกมหาตะวันแผดเผามาเมื่อไม่
นานนี้ กลับประสบพบเจอโชควาสนาในคราว
เคราะห์ ยกระดับแข็งแกร่งขึ้นได้ถึงเพียงนี้ เขา
นับเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ของทุกคน สำหรับผู้เข้า
แย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง ด้วยความแข็งแกร่ง
ในปัจจุบันของเขา ถือเป็นคนที่มีโอกาสได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงมากที่สุด ดังนั้นจะปล่อยให้เขา
ออกมาไม่ได้ มันเสี่ยงมากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะ
กลายเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงสำหรับพวกเรา ”
” หุบปาก อย่าส่งเสียงดัง ข้าต้องใช้สมาธิ ” องค์ชาย
ทมิฬหันกลับมาตวาดให้พวกมันรีบหุบปากเสีย ที่
สำคัญคือเสียงของเขามันน่าสยดสยองเกินไป ใครก็
ตามที่ได้ยินจะต้องขนพองสยองเกล้าไปตาม ๆ กัน
น้ำเสียงดูสากแห้งก็เหมือนดั่งท่อนไม้แห้งสองชิ้นถู
กันอย่างหนัก จากเสียงอึกทึกครึกโครมเวลานี้กลับ
กลายเป็นเงียบสนิทลงในบัดดล
ในขณะนี้ภายใต้ปีกเหล็กของหงส์ทมิฬ อู่ อวี้ ร่างต้น
และร่างกลืนสวรรค์ กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย
ทมิฬ
” องค์ชายให้ข้าช่วยท่านดีหรือไม่ แค่เขาคนเดียวก็
น่าจะควบคุมเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดได้แล้ว ” ราชา
ปีศาจกระทิงแปดตา ยังจดจำที่ตนเองโดน อู่ อวี้
กระทำได้ดี ในครั้งนั้นทำให้มันต้องอับอายขาย
ขี้หน้าเป็นอย่างมาก แล้วนี่คือเหตุผลที่ทำให้มันคิด
เช่นนี้ขึ้น
อย่างไรก็ตามการที่ปล่อยให้อสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้
คอยปกปั้องพิทักษ์เขตแดนอยู่คนเดียวนั้นนับว่ามี
ความเสี่ยงอยู่เล็กน้อย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่า
อู่ อวี้ สามารถทะลวงฝั่าการคุมขังออกสู่โลกด้าน
นอกได้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามองค์ชายทมิฬหาได้ใส่ใจกับสิ่งที่มัน
กล่าว ” ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ ข้า
ต้องการสังหารมันด้วยตนเองไม่อยากให้ผู้อื่นยื่นมือ
เข้ามาช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้น ”
กล่าวตามตรงนั่นคือสิ่งที่ อู่ อวี้ กำลังกังวลอยู่ หาก
มีใครเข้ามาเสริม ก็เท่ากับว่าเขาปิดประตูพ่ายแพ้ไร้
ซึ่งความหวังไปโดยปริยาย
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เวลานี้สีหน้าของ อู่ อวี้ ยังคง
ไร้ความปราณีดูเลือดเย็นอย่างที่สุด เพลิงโทสะแผด
เผาองค์ชายทมิฬ จิตสังหารแผ่ไปทั่วทุกทิศทาง เมื่อ
ฟังจากคำพูดของมันแล้ว มันต้องการสังหารเขาเป็น
อย่างมาก
แต่สิ่งนี้หาได้ทำให้ อู่ อวี้ หวาดกลัวแต่อย่างใด ก่อน
หน้านี้เขาพึ่งพาเพียงร่างต้น สยบโอรสเซียวจนต้อง
ล่าถอย ถ้าถามว่าความแตกต่างระหว่างสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 กับขั้นที่ 8 แตกต่างกันมาก
เท่าไหร่ คงต้องบอกว่าไม่ได้มากมายเท่าใดนัก
แล้วสิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ
โอรสเล่อกล่าวว่า เพื่อให้แน่ใจว่ายังสามารถขัง อู่
อวี้ ไว้ในเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดได้ มันจะไม่สามารถ
ใช้เสาทมิฬซึ่งเป็นศาสตร์ตราวิถีแท้วิญญาณนภาชิ้น
ที่ทรงพลังมากที่สุดได้ ต่อให้มันมีศาสตร์ตราวิถีแท้
วิญญาณนภาชิ้นอื่น ๆ แต่ก็ยังแตกต่างจากชิ้นที่ดี
ที่สุด
นี่นับเป็นโอกาสของ อู่ อวี้
ต่อให้ไม่สามารถเอาชนะองค์ชายทมิฬ แล้วออกไป
จากที่นี่ได้ อย่างน้อยใช้ชีวิตของเขาก็ยังปลอดภัยไร้
กังวล
เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน เขาก็สามรถเห็นใบหน้าอัน
แสนน่าเกลียดอัปลักษณ์ขององค์ชายทมิฬ ชุดคลุมสี
ดำพริ้วไสวไปมาควันสีดำแผ่กระจายออกมาจากทั่ว
ร่างของมัน ประดุจดั่งกรงเล็บที่ยื่นออกไปทั้งสี่ทิศ
ของเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด ดูเหมือนว่าโลกแห่งนี้อยู่
ภายใต้การควบคุมของมันอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งใน
ยามนี้ที่นี่ยังมีผู้ฝึกนอกรีตกับไอมารที่แผ่ออกมา
อย่างเข้มข้น แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด ราวกับว่าเป็นมหาสมุทรแห่งซากศพก็มิปาน
มีแต่เลือดเนื้อและโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนที่
ต้องตกตายไปอย่างอยุติธรรม ภายใต้เงื้อมมืออัน
โหดเหี้ยมอำมหิตของมันทำให้ผู้คนตกตายไปนับ
ล้าน
สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีตหนึ่งคน ที่ประหัตประหาร
ชีวิตไปนับล้านศพชีวิต จะเทียบเท่ากับผู้ฝึกที่
บำเพ็ญตบะมานานนับ 400 ปี กล่าวได้ว่าจุดด่าง
พร้อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สามารถจะปกปิดจุดเด่นได้
แน่นอนว่าเขาไม่เคยคาดหวังว่าตนเองจะมาถึงจุดนี้
ได้ นับแต่ตั้งแต่ครั้งที่เขาถูกมหาตะวันดวงกลางกลืน
กิน ในเวลานี้ร่างของเขาปรากฏภาพอยู่บนคันฉ่อง
บานที่ 6 อีกครั้ง ภาพของ อู่ อวี้ , เขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด , องค์ชายทมิฬ, หนานกง เหว่ย นอกจากนี้ก็
ยังมีปีศาจสมุทรอีกสามกองกำลัง เหตุการณ์ทั้งหมด
ปรากฏขึ้นบนคันฉ่องบานที่ 6 ซึ่งในเวลานี้ อู่ อวี้
กำลังต่อสู้กับองค์ชายทมิฬ แม้ว่าภาพนี้จะไม่ใช่ภาพ
การต่อสู้แย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง แต่ภาพบน
คันฉ่องก็ยังคงฉายอยู่นานถึงนับสามสิบลมหายใจ
หรือต่อให้อยู่เพียงลมหายใจเดียว มันก็ทำให้ผู้คนที่
อยู่ภายในลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุต้องสั่นไหวอีก
ครั้ง
“ อู่ อวี้ กำลังต่อสู้กับองค์ชายทมิฬแห่งเผ่ามารฟั้า?
” จักรพรรดิอารามสวรรค์อุทานขึ้น นี่ถือเป็นการ
จับคู่ที่เขาไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อน
แม้ว่าพวกมันจะเห็นว่า อู่ อวี้ กลืนกินมหาตะวัน
และรู้ว่าเขาน่าจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ไม่คาดคิดว่าคู่
ต่อสู้ของเขาจะยกระดับขึ้น จนกลายเป็นยอดฝีมือ
ระนาบบนสุดในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลนี้แล้ว
เนื่องจากแลเห็นปีศาจมากมายอยู่ในกลุ่มนั้น หวง
จุน มหาราชาปีศาจแห่งความตาย และสามกอง
กำลังปีศาจที่เหลือเขาจึงรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าชาวมารฟั้าก็เช่นกัน ท้ายสุดแล้วภายใน
การแข่งขันชิงชัยครั้งนี้ ผู้ที่เป็นความหวังในการ
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงคำของชาวมาร
ฟั้า ก็คือองค์ชายทมิฬ
“ เหตุใดองค์หญิงหวงซีถึงร่วมมือกับปีศาจสมุทร ”
ปีศาจพฤกษาพันตาเอ่ยถามขึ้น
หวงจุนก้าวต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า ” ร่วมมือ
กันเพื่อปิดล้อมชาวเหยียนหวง นับเป็นการตัดสินใจ
ที่ดีแล้ว ”
” แต่สีหน้าขององค์หญิงหวงซี ดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก
”
” ผายลม! อู่ อวี้ ยกระดับก้าวหน้าถึงขั้นฝืนชะตาฟั้า
ลิขิตขนาดนั้น หากเป็นเจ้า ๆ จะยังแสดงสีหน้าปกติ
ได้อีกน่ะหรือ? ”
” หรือไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะตกเป็นของโอรส
เล่อจริง ๆ ? ” ถึงแม้ว่าราชาปีศาจคุนหวู่จะไม่ค่อย
อยากพูดเรื่องนี้เท่าใดนัก แต่ด้วยอารมณ์ที่พลุ่ง
พล่านขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้มันอดกล่าวขึ้นมา
อย่างช่วยไม่ได้
” อย่าได้กล่าวเช่นนี้อีก จักรพรรดิโบราณเป็นเทพ
เซียน ส่วนพวกเราก็เป็นแค่คนธรรมดาสามัญ ไม่ใช่
เรื่องที่เราจะไปบังอาจเอื้อมได้ ” หวงจุนหันไปจ้อง
มองมันพร้อมกับกล่าวขึ้น
ถึงแม้ว่าหวงจุนจะกล่าวเช่นนั้น แต่ราชฑูตส่วนใหญ่
ที่เฝั้ารับชมการแข่งขันอยู่ ก็อดคิดเรื่องนี้อย่างช่วย
ไม่ได้ เนื่องจาก อู่ อวี้ โดดเด่นมากเกินไป ทำให้ดู
ราวกับว่าจักรพรรดิโบราณตั้งใจใช้การแข่งขันแย่ง
ชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง เพื่อส่งมอบไข่มุกให้กับ
โอรสเล่อและแต่งตั้งเข้าเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่
แต่ผู้คนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดผู้ที่แข็งแกร่งขึ้น
กลับหาใช่โอรสเล่อ? แต่กลับเป็น อู่ อวี้ ไปซะได้
หรือจักรพรรดิโบราณต้องการให้เขาแข็งแกร่งเพื่อ
คอยช่วยเหลือโอรสเล่อ?
ถึงแม้ผู้คนจะไม่อาจคาดเดาสถานการณ์ในยามนี้ได้
อย่างชัดเจน แต่ทุกคนก็ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่า
การต่อสู้ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลนี้ใกล้จะสิ้นสุด
ลงแล้ว อีกไม่นานคำตอบสุดท้ายก็คงจะเปิดเผย
แต่พวกมันก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าภายใน 30 ลม
หายใจนี้ องค์ชายทมิฬจะสามารถจัดการกับ อู่ อวี้
ได้
ซึ่งตัวต้นเหตุอย่างเขา ก็ไม่รู้เลยว่าเพราะการ
เคลื่อนไหวของตนเอง ทำให้โลกภายนอกยามนี้
ดุเดือดตื่นเต้นกันมากเพียงใด
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าภาพของตนเองจะปรากฏขึ้นบนกระจก
แล้วกลายเป็นจุดสนใจของคนภายนอกเมื่อใด ส่งผล
ให้ยามนี้ผู้ที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลจึง
ต้องทุ่มเทสมาธิไปกับการต่อสู้เบื้องหน้าเพียงเท่านั้น
ผู้ที่ลงมือโจมตีเป็นคนแรกก็คือ อู่ อวี้ เขาแทบจะ
ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ ด้วยซ้ำ แล้วปลดปล่อย
ทุกสรรพสิ่งที่มี หมายมาดบดขยี้องค์ชายทมิฬให้สิ้น
ซาก เขาโจมตีไปด้วยความเร็วราวกับอัสนีฟาดผ่า
เพื่อไม่ต้องการให้ฝั่ายตรงข้ามมีโอกาสได้ตอบโต้
กลับมา!
ร่างกลืนสวรรค์ ซึ่งถือตราจักรพรรดิเอาไว้ในมือ
ปรากฏกายขึ้นด้านหลังองค์ชายทมิฬ
ส่วนหงส์ทมิฬกำลังบินขนาบอยู่ทางซ้าย!
และ อู่ อวี้ ร่างต้นกำลังยืนประจันหน้าอยู่กับองค์
ชายทมิฬ ในช่วงเวลานี้เขามิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
ปลดปล่อยเปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดปะทุ
ออกมาจากร่าง เปลวเพลิงทองคำลุกโชติช่วง
เสมือนดั่งมหาตะวันที่ส่องสว่างอยู่ภายในเขตแดน
ทมิฬไร้สิ้นสุด อุณหภูมิความร้อนและแรงกดดันอัน
มหาศาล แพร่กระจายไปยังองค์ชายทมิฬผู้เหยียบ
ย่ำอยู่บนกองซากศพและมหาสมุทรโลหิต ท่ามกลาง
เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดนี้ พลังอำนาจของเขาได้แผ่
ขยายครอบคลุมไปกว่าครึ่ง
” ขนนกเหินสะบั้นชีพหมื่นล้านชีวิต! ”
ผู้ที่ลงมือโจมตีเป็นคนแรกคือหงส์ทมิฬ มันทะยาน
ขึ้นสู่ท้องเวหา พร้อมกับโบกสะบัดกระพือปีกด้วย
ความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว จนกลายเป็นเงาภาพติด
ตา ในระหว่างที่มันกระพือปีกอยู่นั้น ขนนกจำนวน
นับไม่ถ้วนก็พวยพุ่งออกมา เสมือนดั่งมีดสั้นนับล้าน
เล่ม ราวกับห่าพิรุณที่สาดเทลงมาสู่เบื้องล่างอย่าง
หนักหน่วง และเปั้าหมายของพายุแห่งการสังหารนี้
ก็คือองค์ชายทมิฬ ขนเหล็กทุกชิ้นเป็นดั่งมีดอัน
เฉียบคม พุ่งทะยานตัดฝั่าอากาศ ส่งเสียงหวีดหวิว
ดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง เพียงชั่วอึดใจมันก็ก่อตัว
กลายเป็นมหาสมุทรแห่งคมมีด จำนวนนับแสนนับ
ล้านเล่ม พุ่งทะยานลงมาอย่างไร้สิ้นสุด ราวกับมหา
ภัยพิบัติมิปาน
องค์ชายทมิฬแสดงท่าทางประหลาดใจเล็กน้อย แต่
มันไม่รู้นี่เป็นเพียงการโจมตีเรียกน้ำย่อยจาก อู่ อวี้
เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของ
มันอยู่ ถึงแม้องค์ชายทมิฬจักต้องเผชิญหน้ากับการ
โจมตีของ อู่ อวี้ แต่มันก็มิได้ประมาทแม้แต่น้อย มัน
อาจหวั่นเกรงว่าตนจะกลายเป็นฝั่ายพ่ายแพ้อย่าง
หมดท่า หากประมาทเขาแม้แต่เพียงน้อยนิด แล้ว
ทันใดนั้นในมือของมัน ก็ปรากฏน้ำเต้าสีเทาบริสุทธิ์
ขึ้น ขวดน้ำเต้านี้ดูเรียบง่ายและธรรมดายิ่ง อย่างไร
ก็ตาม อู่ อวี้ รู้ดีว่านี่คือศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ที่มีชื่อว่า ‘น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน’ มีวงเวทย์
ประทับอยู่ทั้งหมด 800,000 วง ร่ำลือกันว่าน้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผัน ล้วนสามารถเปลี่ยนแปลง
ปลดปล่อยทุกสรรพสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในโลกใบนี้ได้
แต่ความสามารถเฉพาะนั้นยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าใด
นัก เนื่องจากส่วนใหญ่แล้ว องค์ชายทมิฬ จะใช้เสา
ทมิฬในการต่อสู้
แล้วในช่วงเวลานั้นเองมันก็หันไปเผชิญหน้ากับ
มหาสมุทรคมมีดของหงส์ทมิฬ องค์ชายทมิฬแสยะ
ยิ้มขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว จากนั้นมันก็เอื้อมมือ
ออกไปตบ ‘น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน’ ปรากฏเป็น
ควันสีเทามากมายลอยมาจากน้ำเต้า แล้วทันใดนั้น
ควันสีเทาก็ควบแน่นกลายเป็นเกราะขนาดใหญ่
ปั้องกันอยู่เบื้องหน้าองค์ชายทมิฬ เสียงหวีดหวิว
จากคมมีดจำนวนนับไม่ถ้วนดังแหวกฝั่าอากาศ พุ่ง
ทะยานอัดกระแทกเข้าโล่หมอกนี้ แต่คาดไม่ถึงว่าโล่
หมอกจะนุ่มนิ่มเสมือนดั่งปุยฝั้าย ส่งผลให้มีด
ทั้งหมดปักแทงยุบลงไปเบื้องหน้า แต่ไม่สามารถฝั่า
ทะลวงเข้าไปได้อีก ราวกับว่ามันกำลังถือร่มที่
สามารถหยุดยั้งมหาสมุทรได้
ยอดฝีมือในระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 นับว่าทรงพลัง
มากจริง ๆ อู่ อวี้ ยอมรับความแข็งแกร่งของมัน
ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะมัวมาเสียเวลาคิดแผนการให้
ยุ่งยากไปทำไม การมีชีวิตรอดออกไปจากกับดักนี้
มิใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นเขาต้องเป็นคนพิเศษซึ่งอยู่
เหนือกว่าที่พวกมันจะคาดคิดได้
” กระบี่เซียนอาสัญตราจักรพรรดิตำหนักสวรรค์! ”
ถึงแม้การโจมตีของหงส์ทมิฬจะล้มเหลว แต่ อู่ อวี้
กับร่างกลืนสวรรค์ ก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุด
ลอยไป ในชั่วอึดใจนี้เนื่องจากการปิดล้อมจากทั้ง
สามทิศ ทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะชิงชัยเหนือคู่
ต่อสู้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงปลดปล่อยพายุการโจมตี
สังหาร เพื่อไม่ปล่อยให้องค์ชายทมิฬสามารถตอบโต้
กลับมาได้
” หึ ความสามารถช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งนัก ตอนที่ข้า
เริ่มฝึกฝนบำเพ็ญตน เกรงว่าปูั่ของเจ้ายังคงนั่งเล่น
อยู่ในดินโคลนอยู่เลยกระมั้ง” องค์ชายทมิฬหัวเราะ
เยาะ แล้วทันใดนั้นน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันในมือ
ของมัน ก็ปลดปล่อยหมอกควันออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง จากนั้นก็กลายเป็นสิ่งแปลกประหลาด
มากมายอยู่ข้างกายของมัน
อย่างไรก็ตาม ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ได้
ปลดปล่อยกระบี่เซียนอาสัญตราจักรพรรดิตำหนัก
สวรรค์ออกไปแล้ว ชั่วขณะเดียวกันนั้น อู่ อวี้ ร่าง
ตนก็ระเบิดการโจมตีเวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จ
ตำหนักสวรรค์ออกไป ผสานไปด้วยเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง ส่งผลให้การโจมตีทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น!