กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1110: หมื่นทัณฑสังหารเทพ
นี่คือ 2 วงเวทย์ จากศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ชั้นสูงที่ถูกหลอมสร้างขึ้นมาโดยจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง เมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ การ
โจมตีประสานระหว่างหนึ่งหน้าหนึ่งหลัง แทบจะ
แตกต่างกันไม่ถึงหนึ่งลมหายใจด้วยซ้ำ
การโจมตีของหงส์ทมิฬก่อนนี้ เป็นเพียงแผนการ
ดึงดูดความสนใจขององค์ชายทมิฬเท่านั้น ส่วนการ
โจมตีสังหารที่แท้จริงยังซุ่มซ่อนเร้นกายเฝั้ารอ
จังหวะและโอกาสอยู่ในขณะนี้ ได้ถูกปลดปล่อย
ออกไปแล้ว!
เริ่มจากร่างกลืนสวรรค์ เวลานี้เขาได้กระตุ้นวงเวทย์
บนตราจักรพรรดิ ปลายกระบี่ชี้ขึ้นไปบนท้องเวหา
ปักษามังกรแลเต่ามังกร ส่งเสียงกรีดร้องคำรามคร่ำ
ครวญดังระงมสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด! หนึ่งกระบี่ส่องแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้น
สู่ฟากฟั้าระเบิดใกล้กับผนังด้านบนเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุด ทันใดนั้นเมฆาสีขาวก็ก่อม้วนตัวกลายเป็น
ตำหนักเซียนจำนวนนับไม่ถ้วน ตรงด้านหน้ามี
กองทัพสวรรค์นับแสนนายยืนตระหง่านอยู่ พร้อม
ระเบิดสุรเสียงอันทรงพลังดังกึกก้องไปทั่วทั้งฟั้าดิน!
ท่ามกลางมวลเมฆาขาวบริสุทธิ์ควบแน่นก่อเกิดเป็น
กระบี่เซียน ไม่ว่าจะเป็นตำหนักสวรรค์ กองทัพ
สวรรค์ ทั้งหมดถูกหลอมรวมเข้ามาในคมกระบี่ ใจ
กลางกระบี่ยักษ์เป็นสีดำทมิฬ มีร่างของเต่ามังกร
สลักไว้อยู่ ให้ความรู้สึกมั่นคงดุจดั่งหินผา คมมีดทั้ง
สองด้ามเป็นสีทองอร่าม ประทับไว้ด้วยปักษามังกร
ทะยาน แผดเสียงคำรามกึกก้อง ระเบิดอำนาจแห่ง
การสังหารปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า!
อู่ อวี้ ร่างต้นอยู่ภายใต้พลังอันรุนแรงของเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง ปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกไป
แทบทั้งหมด เขาถือจับจักรพรรดิเสด็จด้วยมือทั้ง
สองข้างแทงตรงขึ้นไปบนท้องนภา! ทันใดนั้นกิเลน
เพลิงสามตนก็ห้อทะยานขึ้นสู่ท้องเวหา แปรเปลี่ยน
กลายเป็นเมฆาเปลวเพลิงทองคำ แทบจะในเวลา
เดียวกัน ปรากฏเงาร่างของเทพเซียนขึ้นท่ามกลาง
หมู่มวลเมฆา ในมือถือจับทวนศึกเพลิงทองคำขนาด
ยักษ์ ก่อรูปขึ้นด้านหลังกระบี่ทัณฑ์เซียน!
หนึ่งกระบี่ หนึ่งทวน หนึ่งหน้าหนึ่งหลัง พุ่งทะยาน
ลงมาจากท้องเวหา ประดุจดั่งทัณฑ์สวรรค์ หมาย
มาดประหัตประหารผู้ฝึกตนนอกรีตให้สิ้นซาก ด้าน
หนึ่งเฉกเช่นดั่งความโกรธเกรี้ยวโกรธาของเทพเซียน
มุ่งหมายโจมตีสังหารเพื่อบดขยี้หมู่มวลปีศาจ อีก
ด้านหนึ่งเฉกเช่นดั่งความโกรธเกรี้ยวโกรธาของมหา
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ มุ่งหมายประหัตประหารหมู่
มวลมาร แน่นอนว่าองค์ชายทมิฬคือผู้ฝึกตนในวิถี
มารอันโฉดชั่ว ล้วนอยู่ภายใต้จุดมุ่งหมายแห่งการ
สยบสังหารของหนึ่งทวนหนึ่งกระบี่นี้ ดังนั้นเมื่อเวท
สังหารถูกปลดปล่อยออกมา โดยเฉพาะทวนศึก
เพลิงทองคำที่อยู่ด้านหลัง ดูราวกับมหาตะวันที่ส่อง
แสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า ทัณฑ์สังหาร
พุ่งตรงลงมาจากสองทิศทาง ประดุจดั่งมหาดาวตก
ชั่วพริบตาแห่งการสังหารนี้ ความภาคภูมิใจของ
องค์ชายทมิฬ ได้ถูกบดขยี้ทำลายลงอย่างสมบูรณ์!
“ย๊าก!!” เดิมทีองค์ชายทมิฬคิดว่าตนสามารถปั้องกัน
การโจมตีของหงส์เพลิงได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น อู่ อวี้
ที่มีความแข็งแกร่งพอ ๆ กัน ก็ไม่น่าจะนับเป็นอันใด
ทว่าเพียงชั่วขณะที่ความคิดดังกล่าวปรากฏขึ้น มันก็
ถูก อู่ อวี้ ปลดปล่อยการโจมตีสังหารซึ่งสร้างภัย
คุกคามใหญ่หลวงให้แก่ตัวมันทันที อย่างไรก็ตาม
องค์ชายทมิฬมิได้ตื่นตระหนก มันควบคุม ‘น้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผัน’ ปลดปล่อยควันสีเทาจำนวน
นับไม่ถ้วนออกมา ก่อกำเนิดกลายเป็นอสูรยักษ์นับ
ร้อย พวกมันเหล่านั้นล้วนดูบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความกริ่ง
เกรงต่อความตาย ทะยานเข้าหาหนึ่งกระบี่หนึ่งทวน
ที่พุ่งตรงมาจากทั้งสองด้าน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ
น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน สามารถปลดปล่อยอสูร
เหล่านี้ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อมันปะทะเข้ากับ
หนึ่งทวนหนึ่งกระบี่ แม้ว่าการโจมตีสังหารของ อู่
อวี้ จะฝั่าทะลวงต่อไปได้ อย่างไรก็ตามภายใต้อสูร
จำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้องค์ชายทมิฬไม่ถูกอำนาจ
ทำลายล้างจากวงเวทย์ทั้งสองบดขยี้เขาใส่อย่าง
สมบูรณ์
ตูม!!!
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้อำนาจทำลายล้างจากโจมตีทั้ง
สองของ อู่ อวี้ จะลดทอนลง แต่สัตว์อสูรจากน้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผันก็ไม่อาจต้านทานความเร็วจาก
หนึ่งทวนหนึ่งกระบี่ได้นี้ได้ ในชั่วอึดใจสุดท้ายร่าง
ของ องค์ชายทมิฬ ถูกกลืนหายเข้าไปในหมอกของ
ตนเองโดยตรง ทวนศึกและกระบี่ที่พุ่งทะยานลงมา
จากบนท้องเวหา เป็นเช่นดังมหาภัยพิบัติแห่งเซียน
ปลดปล่อยอำนาจทำลายล้างทะลวงแทงเข้า
สายม่านหมอก เพียงชั่วพริบตา กระบี่ทัณฑ์เซียนก็
กระแตกระจายออกกลายเป็นปราณกระบี่นับล้าน
ล้านเล่ม พุ่งทะลวงแทงเข้าใส่ม่านหมอกอย่าง
ต่อเนื่อง จนกลายเป็นมหาสมุทรแห่งกระบี่ทันที!
ทางด้านทวนศึกอัคคี ด้วยพลังอำนาจแห่งเพลิงเท
วะ และความร้อนแรงสุดขั้วประดุจดั่งมหาตะวัน
แผนเผา ส่งผลให้ม่านหมอกแปรเปลี่ยนกลายเป็น
ลุกท่วมไปเป็นเพลิงทันที ในชั่วพริบตานั้น ปราณ
กระบี่เซียนและเพลิงเทวะผลาญ แทบจะผสานรวม
เป็นหนึ่งเดียวโดยไร้ซึ่งความขัดแย้งใด ๆ ส่งผลให้
อำนาจทำลายล้างของมันพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าตัว
จนแทบจะตรึงร่างขององค์ชายทมิฬไว้ในมหาสมุทร
แห่งการสังหารอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งยามนี้ปีศาจที่
อยู่เบื้องนอก ไม่อาจแลเห็นร่างขององค์ชายทมิฬได้
อีกต่อไป
จนกระทั่งเพลานี้ เวลาได้ล่วงเลยมาถึง 30 ลม
หายใจ ส่งผลให้ภาพที่ปรากฏอยู่บนลานเมฆา
สวรรค์เพลิงวายุแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ถึงแม้ผลลัพธ์
จะยังไม่ปรากฏ แต่การช่วงชิงความได้เปรียบของ อู่
อวี้ รวมถึงอำนาจทำลายล้างที่เขาปลดปล่อยออกมา
ทำให้สุรเสียงเงียบสงัดลงในบันดล แม้อันที่จริงแล้ว
ภายในใจของชาวเหยียนหวงจะกู่ร้องด้วยความยินดี
อย่างที่สุดก็ตาม ยิ่ง อู่ อวี้ ทรงพลังมากขึ้นเท่าไหร่
ความเป็นไปได้ที่โอรสเล่อจะกลายเป็นจักรพรรดิ
โบราณองค์ใหม่ก็ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้นเท่านั้น ไม่รู้ตั้งแต่
เมื่อใดที่เหล่าผู้สนับสนุนของโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ
เมื่อแลเห็นการดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ ความหวาดกลัวก็
ยิ่งคืบคลานเข้าสู่จิตใจของพวกมันมากขึ้นเรื่อยๆ
” ชายหนุ่มผู้นี้เป็นคนใจร้อนหุนหันมากจริง ๆ หาก
ในภายภาคหน้าโอรสเล่อกลายเป็นจักรพรรดิองค์
ใหม่ขึ้นมาจริง จะสยบเขาได้อย่างไร?”
” วางใจได้ ไม่มีทางที่จักรพรรดิโบราณจะปล่อยให้
เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว … จักรพรรดิโบราณจะต้อง
พิจารณาเรื่องนี้ก่อนพวกเราแล้วอย่างแน่นอน ”
” ใช่ ข้าคิดว่าบางทีอาจจะคิดมากกว่าเราเสียด้วยซ้ำ
”
” มันก็แน่นอนอยู่แล้วนะ พวกเจ้าอย่าคิดมากเกินไป
ผลสรุปยังไม่ออกมาเลย ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าผู้ใดจะ
ได้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง? อย่าลืมว่า
โอรสยวี่ ,โอรสเซียว ,พระธิดาซี ทั้งสามคนนี้ล้วนอยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ซึ่งอยู่ใน
ระนาบเดียวกับองค์ชายทมิฬ เพราะฉะนั้นงานนี้
องค์ชายทมิฬไม่มีทางพ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้ เป็นแน่
ควรจะพูดว่า อู่ อวี้ จะประคองชีวิตตัวเองให้อยู่รอด
ในเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดได้หรือไม่ต่างหาก? ”
นี่เป็นการสนทนาภายในกลุ่มชาวเหยียนหวง
ในขณะที่ขุมอำนาจอื่น ๆ โดยเฉพาะชาวมารฟั้า
ถึงแม้จะไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาจากแต่ภายใน
ดวงตาที่จ้องเขม็งไปยังภาพดังด้วยความตึงเครียดถึง
ขีดสุด
ถ้าถามผู้ในชมพูทวีปโลกธาตุหรือในใต้หล้านี้ ผู้ใดมี
ชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด คำตอบที่ได้นั่นก็แทบไม่
ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเป็นราชอารักษ์เล่อหรือ อู่
อวี้ นั่นเอง
ทว่าสำหรับ อู่ อวี้ แล้วเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเอง
นั้นมีชื่อเลื่องลือมากเพียงใด สุดท้ายแล้วเขาจะสยบ
องค์ชายทมิฬได้หรือไม่นั้นคงต้องติดตามรอดู
ผลสรุปกันต่อไป เพราะยามนี้ดูเหมือนว่าทั้งคู่ยังดู
สูสีสะกดข่มซึ่งกันและกัน ด้วยเพราะอยู่ภายใต้การ
ต่อสู้ในเขตแดนทมิฬไร้ที่สุดจึงไม่อาจผ่อนคลายได้
แม้แต่เล็กน้อย วงเวทย์สังหารทั้งสองวงยังคงถูก
ปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่า
องค์ชายทมิฬสามารถต้านทานตั้งรับการโจมตีของ
เขาได้ อู่ อวี้ ปรารถนาสยบฝั่ายตรงข้ามให้ได้ในชั่ว
อึดใจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายแล้ว!
อันที่จริงแล้วเขาปลดปล่อยเคล็ดวิชาออกไปแทบ
ทั้งหมด รวมถึงเคล็ดระเบิดพลังคลั่งด้วย เขา
ตระหนักอย่างชัดเจนว่า หากไม่สามารถสยบองค์
ชายทมิฬได้ จนมันสามารถยันกายกลับมาได้อย่าง
ช้า ๆ เขาต้องพบเจอกับปัญหาใหญ่แน่นอน ถึงแม้
ตัวเขาจะผสานร่างกลับเมฆาตลบฟั้าและสามารถ
หลบหนีออกไปได้ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ หนาน
ซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ยังอยู่ที่นี่ อีกทั้งพลังฝีมือ
ของทั้งสองยังไม่สูงมากนัก พวกเขาสามารถตกตาย
ได้ตลอดเวลา เพราะพวกเขาทั้งสอง อู่ อวี้ จึง
ตัดสินใจเพราะเผชิญหน้าต่อสู้กับฝั่ายตรงข้ามอย่าง
บ้าคลั่งมากกว่าเดิม
“หงส์ทมิฬ เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพ!”
เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ฉับพลันเขาก็ระลึกถึง หนาน
ซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ทันที หลังจากที่ตัดสินใจ
อย่างแน่วแน่ เวลานี้ตราจักรพรรดิของร่างกลืน
สวรรค์ได้แปรเปลี่ยนเป็นนาวามังกรเกราะเต่า
ในทันที ห่อหุ่มโอรสเล่อและคนอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยง
ผลกระทบจากพลังการโจมตีของหงส์ทมิฬ บัดนี้
หงส์ทมิฬเตรียมพร้อมแล้ว ร่างขนาดใหญ่ของมันพุ่ง
ทะยานเข้าสู่เขตแดนแห่งปราณกระบี่เปลวเพลิง ซึ่ง
แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ วิหคทมิฬพุ่งตรง
เข้าไปอย่างแน่วแน่ ประดุจดั่งแมลงเม่าบินเข้ากอง
ไฟก็ไม่ปาน! สาเหตุที่มันทะยานเข้าไปอย่างไม่กริ่ง
เกรงความตายแม้แต่น้อย ด้วยเพราะมันเป็นหุ่นเชิด
ไม่มีวันตาย ไร้ซึ่งอัตลักษณ์และตัวตน อีกทั้งในโลก
นี้มันเชื่อฟังเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
แน่นอนว่าหลังจากมันปลดปล่อยเวทหมื่นทัณฑ์
สังหารเทพออกไปแล้ว หงส์ทมิฬก็ยังไม่ถือว่าถูก
ทำลายไปอย่างสมบูรณ์ มันแค่ต้องใช้เวลาพักฟืนอยู่
ในเจดีย์ล่องกำเนิดอยู่ชั่วครู่ เพื่อฟืนฟูกลับคืนสู่
สภาพเดิม
“อู่ อวี้ เจ้าได้แสดงวิชาออกมาจนหมดแล้ว เมื่อใดที่
ข้าออกไปได้ เจ้าเตรียมตัวตายได้เลย!” ทันใดนั้น
ท่ามกลางสนามรบอันสับสนโกลาหล องค์ชายทมิฬ
ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา มันอาจสับสนไปบ้าง
จากการโจมตีสังหารอย่างต่อเนื่องของ อู่ อวี้ ทว่า
หลังจากมันตั้งตัวได้ จิตสังหารแห่งการเข่นฆ่า
สังหารก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด
จนขยายออกไปด้านนอกเลยด้วยซ้ำ
อันที่จริง หนานกง เหว่ย ค่อนข้างเป็นกังวลเช่นกัน
เพราะดูเหมือนว่าองค์ชายทมิฬจะค่อนข้างรับมือได้
ลำบาก พอเห็นท่าไม่ดีพวกมันก็แทบจะพากัน
หลบหนีแตกกระจายกันออกไปแล้ว แต่ไม่คิดว่า
ทันใดนั้นองค์ชายทมิฬกลับระเบิดเสียงหัวเราะ
ขึ้นมา นางรู้แอบส่งกำลังใจเอาใจช่วยเหลือให้อย่าง
ลับ ๆ และอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำกล่าวที่ว่า ขิงแก่ยิ่ง
เผ็ด สุรายิ่งเก่ายิ่งหอม ดูเหมือน อู่ อวี้ จะอับจนไร้
ซึ่งค่อนข้างเสียแล้ว เพราะไม่ว่าการโจมตีใดของเขา
ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่องค์ชายทมิฬ
ได้เลย แม้แต่สองอสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้ก็ยังมั่นใจว่า
ครานี้สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน
อันที่จริงขณะที่องค์ชายทมิฬกำลังพูดคำอยู่นั้น หงส์
ทมิฬได้ทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า เสียงกรีดร้องขณะโผบิน
เหินทะยานนั้นสามารถได้ยินอย่างคมชัด อย่างไรก็
ตามแท้จริงแล้ว เสียงดังกล่าวหาใช่เสียงกรีดร้อง
ของวิหค แต่เป็นเสียงเสียดสีอย่างรุนแรงของโลหะ
เสียงนี้ค่อนข้างรุนแรงเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่า อู่ อวี้
จะไม่ใช่ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยตนเอง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึง
ความรุนแรงของมัน เขาเชื่อว่าครั้งนี้องค์ชายทมิฬ
ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่
หงส์ทมิฬเตรียมพร้อมจะ ‘สละชีวิตเพื่อความชอบ’
และ อู่ อวี้ ก็ค่อนข้างมั่นใจกับหุ่นเชิดของเขาตัวนี้
เป็นอย่างมาก
ฟิวววว∼!!!
มันพุ่งทะยานตรงเข้าไปในเปลวเพลิงปราณกระบี่
จนถูกปกคลุมโอบล้อมทั้งสองด้าน ราวกับถูกกลืน
กินหายไปในเปลวเพลิงปราณกระบี่ก็ไม่ปาน
ทันใดนั้นวงเวทย์ประทับทั้งหมดบนร่าง ก็ถูก
จุดชนวนขึ้นทันทีนั้น!
อู่ อวี้ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเวทหมื่นทัณฑ์
สังหารเทพรุนแรงน่าสะพรึงกลัวจนเหนือ
จินตนาการของเขาเลยก็ว่าได้ บัดนี้เสียงระเบิดการ
โจมตีดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่ว พลังอำนาจที่ถูก
ระเบิดออกมายามนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน
ชั่วขณะที่การระเบิดเกิดขึ้นนั้น เปลวเพลิงจำนวน
นับไม่ถ้วนพวยพุ่งขุ่นสู่ฟากฟั้า อู่ อวี้ เห็นว่าเวลานี้
หงส์ทมิฬตัวใหญ่กำลังเบ่งบานกระจายออกประดุจ
ดั่งพลุไฟอันงดงามตระการตา จากนั้นมันก็จาง
หายไป ในระหว่างการระเบิดเกิดขึ้นดูเหมือนพื้นที่
โดยรอบของเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด บังเกิดการปริ
แตก หากเพ่งพินิจมองดูให้ดี ก็ยิ่งเห็นการแตกร้าว
แล้วทันใดนั้นเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดก็บังเกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนร่างของ อู่ อวี้ สั่นไหว
ไปตามแรงสั่นสะเทือน แล้วในที่สุดเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุดก็แตกสลายหายไป ฉับพลัน อู่ อวี้ และคน
อื่น ๆ ก็มาปรากฏตัวท่ามกลางความมืดมิด ต่อหน้า
หนานกง เหว่ย และพวกมันทุกคน!
คำถามเดียวในใจของเขาตอนนี้ก็คือ : องค์ชายทมิฬ
ตายแล้วงั้นหรือ?
เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพ ฆ่าองค์ชายทมิฬได้ใช่
หรือไม่?
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ด้วยเพราะ
ไม่ได้คิดว่าจุดจบจะเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก
เมื่อเขากำลังคิดเรื่องดังกล่าวอยู่นั้น ลูกอุกกาบาตสี
ดำมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 จั้ง ก็ตกลงในมือ
ของเขา ในนี้มีวัสดุทั้งหมดและวงเวทย์หน่วยความ
ทรงจำของหงส์ทมิฬ อู่ อวี้ ต้องนำสิ่งนี้กลับไปใน
เจดีย์ล่องกำเนิด หลังจากนั้นหงส์ทมิฬจะถูกกู้คืน
ซ่อมแซมให้กลับมาเป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ เห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างฝังติด
อยู่ในลูกบาศก์สีดำนี้ สิ่งนั้นก็คือลูกน้ำเต้าสีเทา
ขนาดเล็กมันถูกห่อหุ้มด้วยลูกอุกกาบาตจนไม่
สามารถหลบหนีไปไหนได้ สิ่งนี้คือน้ำเต้าเทวะสรรพ
สิ่งผกผัน อาจเป็นเพราะช่วงเวลาที่หงส์ทมิฬระเบิด
จึงใช้โอกาสนี้คว้าน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันมาด้วย
เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ด้วยการโยนลูก
อุกกาบาตเข้าไปในเจดีย์ล่องกำเนิด แม้ว่าเวลานี้
น้ำเต้าสีเทาจะอยู่ในมือของเขาแล้ว แต่องค์ชาย
ทมิฬยังไม่ได้แสดงพลังของสมบัตินี้ให้เขาเห็นอย่าง
เต็มที่
ในเวลานี้เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกวาดตา
มองไปรอบ ๆ ยามนี้ปีศาจทุกตัวกำลังอยู่ในอาการ
ตื่นตระหนก รวมถึงอสูรเหมันต์ขั้วโลกใต้กับมหา
ราชาทะเลมรณะ พวกมันหวาดกลัวจนพากลุ่มของ
ตนเองหลบหนีไปทันที
” องค์ชายทมิฬตาย! องค์ชายทมิฬตายแล้ว!”
” หนีเร็ว อย่าไปยุ่งปีศาจร้ายตนนี้ ”
แม้ว่าพวกมันจะบำเพ็ญเพียรมานาน จนเรียกได้ว่า
แก่หงำเหงือกแล้วก็ว่าได้ แต่เวลานี้พวกมันกำลัง
หวาดกลัวจนฉี่แทบเล็ด ส่วน หนานกง เหว่ย ก็ถูก
พวกปีศาจองครักษ์ลากพาออกไปจากที่นี่อย่าง
รวดเร็วด้วยเช่นกัน
“ อู่ อวี้ เจ้าทำได้ไม่เลวเลย แต่บังอาจช่วงชิงน้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผันไปเช่นนี้ เจ้าไม่คิดว่าตนเองจะ
หาญกล้าเกินไปหน่อยหรือ? ” ในเวลานั่นเองสิ่งที่ไม่
คาดคิดก็เกิดขึ้น ด้านหลังของ อู่ อวี้ ห่างออกไป
หลายสิบจั้ง มีเมฆหมอกควันทมิฬ ควบแน่นผสาน
หลอมรวมกลายเป็นองค์ชายทมิฬ มันปรากฏกาย
ขึ้นพร้อมกับถือจับเสาทมิฬไว้ในมือ จ้องหมอง อู่ อวี้
สายตามืดทะมึนถึงขีดสุด แล้วกล่าวขึ้นว่า ” ถ้าไม่ใช่
เพราะเสาทมิฬชิ้นนี้ ข้าคงบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ตก
ตายไปด้วยน้ำมือของเจ้าจริง ๆ ทว่าเพลานี้เจ้าได้ใช้
ทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้นแล้ว คงถึงทีข้าบ้าง … ”
ที่แท้สาเหตุที่เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดพังทลายลง ก็
เพราะมันตั้งใจใช้เขตแดนนี้ปกปั้องตนเอง
เห็นได้ชัดว่ายามนี้ อู่ อวี้ ต้องประสบพบเจอกับ
ปัญหาใหญ่หลวงแล้ว
อย่างไรเสียการเอาชนะผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ยังยากเกินไปสำหรับเขา