กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1111: พระธิดาซี
ยามนี้องค์ชายทมิฬทำให้ อู่ อวี้ ได้ประจักษ์อย่าง
ชัดเจนว่าอะไรคือความห่างชั้นของตัวเขา กับยอด
ฝีมือภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ผู้ที่ฝึกฝนที่ผ่านการบำเพ็ญเพียรมาเป็นเวลานาน
เกือบ 500 ร้อยปีจะมีอายุขัยเหลืออยู่ประมาณ 100
ปีกว่า ๆ แต่ถ้าถามถึงประสบการณ์และระดับพลัง
พื้นฐานฝึกตนแล้ว ล้วนอยู่ในสถานะสูงสุดของชีวิต
ด้วยเวลาหลายปี มันมีเวลามากพอที่จะไตร่ตรอง
เรียนรู้ประสบการณ์การต่อสู้และอื่น ๆ อย่างเช่น
เคล็ดวิชาเต๋าแลพลังอิทธิฤทธิ์ คาถาวงเวทย์แลการ
กลั่นสกัดปรุงยา
ภายใต้การโจมตีของ อู่ อวี้ องค์ชายทมิฬต้องยกเลิก
เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด เพื่อใช้เสาทมิฬมาสกัด
ปั้องกันต้านรับการโจมตีของ อู่ อวี้ เดิมทีเขาคิดว่า
จะสามารถเผด็จศึกเอาชนะมันได้ แต่แล้วกลับทำได้
แค่สร้างรอยขีดข่วนให้มันเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
เวลานี้องค์ชายทมิฬอยู่ในสภาวะความแข็งแกร่ง
สูงสุด ซึ่งทุกคนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เพราะมี หนานซาน หวางเยว่ เย่ซีซี และกลุ่มของ
โอรสเล่ออยู่ที่นี่ ทำให้ อู่ อวี้ ไม่สามารถใช้เมฆาตลบ
ฟั้าหลบหนีไปไหนได้
ยิ่งตอนนี้ไม่มีเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดจำกัดพื้นที่ เขา
ยิ่งสามารถหลบหนีออกไปอย่างง่ายดาย แต่ถ้า
นำพาคนกลุ่มนี้ไปด้วย ความเร็วของเขาก็ต้องช้าลง
อย่างช่วยไม่ได้
” แต่ถ้าเราสู้กับมันตอนนี้ ก็ไม่ต่างคนจากโง่! ”
หลังจากองค์ชายทมิฬปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง อู่ อวี้ ก็
ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เขาทำเพียงแค่นั่งอยู่บนเมฆาตลบฟั้า
แล้วหลบหนีออกไป โดยลากนาวามังกรเกราะเต่า
ตุเลง ๆ ติดสอยห้อยตามพ่วงท้ายอยู่ด้านหลังมา
ด้วย ด้วยการพ่วงท้ายมานี้ทำให้ระดับความเร็วไป
ได้ไม่เร็วมากนัก ไม่เหมือนกับตัวเขาลำพังคนเดียว
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6 นี้เป็นโลกแห่งความ
มืดอย่างแท้จริง ถ้าสามารถทิ้งห่างจากมันได้สัก
เล็กน้อยก็น่าจะสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของ
องค์ชายทมิฬได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตามอีกฝั่ายรู้ดีว่าเขากำลังจะหลบหนี!
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเคลื่อนตัวหลบหนี องค์ชาย
ทมิฬรีบควบคุมเสาทมิฬทันที จากนั้นก็กู่ร้องคำราม
ด้วยเสียงที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 6
” เอาน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันของข้าคืนมา จะ
หลบหนีไปไหน อู่ อวี้ วันนี้เจ้าไม่มีทางที่เจ้าจะรอด
พ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้! บางทีการที่เจ้าตกตาย
ด้วยน้ำมือของคนอื่น อาจจะไม่ตื่นเต้นเท่ากับตาย
ด้วยน้ำมือของข้า แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าฝัน
ร้ายนั้นเป็นอย่างไร! ”
อันที่จริงผู้ฝึกนอกรีตนั้นมีวิธีทรมานอยู่มากมาย ทำ
ให้ศัตรูของพวกมันต้องประสบพบเจอกับสิ่งที่
เลวร้ายยิ่งกว่าความตายเสียอีก
ด้วยเหตุนี้ผู้ฝึกนอกรีตจึงถูกเกลียดชังและมีศัตรู
มากมาย
ส่วนใหญ่แล้วอาณาจักรผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมมะ จะไม่
ยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับ ราชวงศ์มารฟั้า , อาณาจักร
เมฆาทะยาน, แดนเก้ายมโลก และอาณาจักรผู้ฝึก
ตนนอกรีตอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด
องค์ชายทมิฬนับว่าน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงวิกฤตแห่งความตาย ขณะที่ อู่ อวี้ กำลังจะ
หลบหนีจากไป เงาแห่งความมืดมิดขององค์ชาย
ทมิฬก็แผ่ขยายปกคลุมผืนฟั้า พวยพุ่งเข้ากลืนกิน อู่
อวี้ ราวกับมหาสมุทรแห่งความมืด
คนที่อยู่ภายในนาวามังกรเกราะเต่า อย่างโอรสเล่อ
และคนอื่น ๆ กำลังตกตะลึงด้วยเพราะเพิ่งเคยเห็น
อู่ อวี้ คาดคะเนผิดเป็นครั้งแรก
ต่างคิดว่าหากตนเองจะต้องตาย ขอตายด้วยน้ำมือ
ผู้ใดก็ได้ที่ไม่ใช่น้ำมือขององค์ชายทมิฬ โชคดีพวก
เขามีสถานะตัวตนเหนือกว่า อู่ อวี้ เล็กน้อย
โดยเฉพาะโอรสเล่อที่รอดได้แน่ ๆ อยู่แล้ว แต่ถ้า
หากเขาสูญเสีย อู่ อวี้ ไป นั่นหมายความว่าเขาได้
พ่ายแพ้ในการแข่งขันไปแล้วอย่างสมบูรณ์
สถานการณ์เช่นนี้ช่างน่าตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง! ดู
เหมือนครั้งนี้ อู่ อวี้ จะคำนวณผิดพลาดจริง ๆ ซึ่ง
นับว่าหาได้ยากยิ่ง บางทีเขาอาจจะประเมิน
ความสามารถของตนเองสูงเกินไป
อย่างไรก็ตามคงต้องบอกว่าบางครั้งโชคของเขาก็
ช่างน่าอัศจรรย์เป็นยิ่งนัก
เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเขาติดอยู่ภายในเขตแดน
ทมิฬไร้สิ้นสุด ทำให้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่
เพราะเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดได้พังทลายลง ทำให้
เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แพร่กระจายออกไป
เป็นวงกว้างขวางภายในโลกอันมืดมิดแห่งนี้!
แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าว จะต้องดึงดูด
ความสนใจของผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ดังนั้นนี่คือเหตุผล 9
ใน 10 ส่วนที่องค์ชายทมิฬใช้เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด
เมื่อ อู่ อวี้ หนีไปได้ไกลกว่า 10 ลี้ เบื้องหลังของเขา
ก็เต็มไปด้วยขบวนติดตามไล่ล่า แม้แต่หนานกง
เหว่ยก็ร่วมวงตามไล่ล่าด้วย แต่ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ได้
ยินเสียงอันเยือกเย็นของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น
“องค์ชายทมิฬ เจ้าใช้เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด จัดการ
กับชาวเหยียนหวงของข้าเช่นนั้นหรือ?”
เมื่อสิ้นเสียงดังกล่าว สตรีสวมใส่ชุดคลุมสีขาวผู้หนึ่ง
ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ท่ามกลางความ
มืดมิด สามารถแลเห็นลวดลายมังกรสีแดงเพลิงปัก
ทออยู่บนอาภรณ์สีขาวของนางได้เป็นอย่างแรก
เปียมไปด้วยอำนาจบารมีแห่งจักรพรรดิ สูงส่ง
ศักดิ์สิทธิ์ เกศาสีดำยาวปลิวสะบัดพลิ้วไปตาม
กระแสสายวาโย ดวงตาสีทองบริสุทธิ์ ตรงตำแหน่ง
ใจกลางระหว่างคิ้วมีอักษรคำว่า ‘ซี’ สลักอยู่ และ
อักษรคำว่าซีคำนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ตัวตนของนาง
ในฐานะพระธิดาองค์ที่ 3 ของจักรพรรดิโบราณ
พระธิดาซี
นี่คือหนึ่งในราชวงศ์เหยียนหวง ในบรรดาโอรส
พระธิดาทั้งหลายที่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 อู่ อวี้ เคยพบเห็นนางมาก่อน
แต่ก็ไม่ได้สังเกตนางอย่างจริงจัง ผลปรากฎว่านางมี
เสน่ห์ดึงดูดเป็นอย่างมาก สง่างามสูงส่งราวกับ
จักรพรรดินีก็ไม่ปาน ริมฝีปากแดงระเรื่อดูงดงาม
ร้อนแรง ดวงตาเปล่งประกายแวววาว ผิวขาว
ละเอียดอ่อนราวหิมะ ประเมินแล้วนางน่าจะมีอายุ
ประมาณ 400 ปี สำหรับ อู่ อวี้ แล้วนางดูไม่เหมือน
ผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญเพียรมานานนมถึงเพียงนี้
เนื่องจากนางยังดูอ่อนเยาว์ราวสตรีที่งดงามพราว
เสน่ห์
เขาได้เห็นโอรสพระธิดามามากมายแล้วทุกประเภท
พวกเขาทั้งหมดล้วนสูงส่ง แต่ถ้าให้กล่าวบุคคลผู้มี
ลักษณะสง่างามสูงส่งเหมาะสมกับชาวราชวงศ์เห
ยียนหวงอย่างแท้จริง คนผู้นั้นก็คือพระธิดาซี ด้วย
ห้วงอารมณ์และกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมานี้ ทำ
ให้นางดูเหนือยิ่งกว่าพระธิดาทุกพระองค์
นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตัว
นางเอกด้วย
ว่ากันว่าเมื่อพระธิดาซียังเยาว์วัย นางสง่างามและ
โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง นางรักสันโดษไม่ชอบสุงสิงกับ
ผู้ใด อีกทั้งปัจจุบันนางหาได้มีผู้ติดตามหรือราช
อารักษ์แม้แต่น้อย โดยทั่วไปแล้วนางมักออกท่อง
ยุทธภพไปรอบ ๆ ทำให้ดูทรงภูมิมีความรู้กว้างขวาง
ได้รับความนิยมจากปวงชนเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งตรงข้ามกับโอรสยวี่ผู้สันโดษ และโอรสเซียวผู้ชั่ว
ร้ายอย่างสุดขั้ว ถึงแม้ว่าพระธิดาซีจะเป็นหญิง แต่
นางก็ได้รับการยกย่องมากที่สุดในอาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง
แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้จักรพรรดิเหยียนหวง
หันมาสนใจนาง
อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของนาง ได้ช่วยให้ อู่
อวี้ กับคนอื่น ๆ หลบเลี่ยงออกจากสถานการณ์
วิกฤตมาได้ แทบไม่ต้องรั้งรอ อู่ อวี้ รีบถอยฉากมา
หลบอยู่ด้านหลังนางจากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า “พระธิดา
ซี ท่านพูดถูกแล้ว พวกมันใช้เขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด
เป็นกับดักล่อให้ชาวเหยียนหวงเข้ามา จากนั้นก็กลั่น
แกล้งรังแกพวกเขา เกรงว่าคงมีผู้คนมากมายถูก
พวกมันรังแกสังหาร!”
การปรากฏตัวของพระธิดาซี ทำให้องค์ชายทมิฬ
ต้องขมวดคิ้วเป็นปม มันรู้อยู่แล้วว่า หากตัดสินใจ
ปลดเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดเพื่อปกปั้องตนเอง มัน
ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบัดนี้ได้
เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าคนแรกที่ปรากฏตัวก็คือ
พระธิดาซี ซึ่งสามารถสร้างปัญหาให้แก่ตนเองได้
พระธิดาซี ยังคงไว้ซึ่งความสูงศักดิ์ นางใช้ดวงเนตร
ประดุจหงส์เหลือบมองมายัง อู่ อวี้ สายตาของนาง
แสดงถึงความประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าว
ขึ้นว่า “เจ้าสามารถออกมาจากเขตแดนทมิฬไร้
สิ้นสุดได้เช่นนั้นหรือ? ฝั่ายตรงข้ามมีคนตั้งมากมาย
ขนาดนั้น เจ้ายังรอดมาได้ ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ
นอกจากนี้ข้ายังได้ยินอีกว่าเจ้ารอดชีวิตมาจากเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 ”
นางเป็นมิตรกว่าที่เขาคาดคิดไว้ อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากนางเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน ดังนั้นเวลานี้
อู่ อวี้ จึงยังไม่ยอมให้โอรสเล่อปรากฏการณ์ออกมา
เขาต้องการให้พระธิดาซีจัดการกับองค์ชายทมิฬ
เพื่อที่ตัวเขาจะได้หลบหนีไปสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นเขา
จึงกล่าวขึ้นว่า ” เรื่องนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าด้วย
เช่นกัน แล้วจะให้ข้าทำได้อย่างไร ก่อนที่ข้าจะเข้า
มาติดกับดัก มีชาวเหยียนหวงนับร้อยถูกพวกมันข่ม
เหงรังแกสร้างความอัปยศให้อย่างใหญ่หลวง
ท่ามกลางคนเหล่านั้นมี พระธิดาหยุน โอรสเฮ่อ
โอรสเฟิง และโอรสพระธิดาอีกหลายพระองค์ ซึ่ง
เพลานี้พวกเขาล้วนถูกผลึกอยู่ในเสาทมิฬนั่น”
” ว่ากระไรนะ! ”
ถึงแม้ว่าโอรสพระธิดาทั้งหมดจะเป็นคู่แข่งกัน แต่
พระธิดาซีก็ยังให้ความสนใจกับสถานการณ์โดยรวม
ระหว่างชาวเหยียนหวงซึ่งเป็นคู่แข่งกันและกันเอง
กับพวกต่างชาติที่เป็นคนนอก นางเลือกจะ
ช่วยเหลือคนของตนเองมากกว่า เพราะในท้ายสุด
แล้วมันเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีและเกียรติยศของขาวเห
ยียนหวงด้วย
ฉับพลันพระธิดาซีก็แสดงสีหน้าจริงจัง สตรีนางนี้
สามารถเปลี่ยนแปลงสีหน้าของตนเองได้อย่าง
รวดเร็ว ในฐานะพระธิดาผู้แข็งแกร่งมากที่สุด แรง
กดดันจากอำนาจบารมีสูงล้ำได้ถูกปลดปล่อย
ออกมาทันที ดวงเนตรทองคำตรึงแน่นอยู่ที่ร่างองค์
ชายทมิฬ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “เจ้าไปกินดีหมีมาหรือ
ไง ถึงได้บังอาจกล้าทำเช่นนี้ เจ้าคิดอีกเหรอว่า
ตนเองเป็นพวกเที่ยงธรรมองอาจผ่าเผย บังอาจใช้
วิธีอันต่ำช้าสร้างความอัปยศให้แก่พี่น้องของข้า จง
รีบปล่อยพวกเขาออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นชาวเห
ยียนหวงเรา จะทำให้เจ้าองค์ชายทมิฬไม่ได้ผุดไม่ได้
เกิดไปตลอดกาล! อย่าคิดว่าอยู่ในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลแล้วเจ้าจะทำอะไรก็ได้ หรือเป็นเพราะ
เจ้าหาสหายไม่ได้ เลยคิดจัดตั้งกลุ่มที่มีแต่พวก
กระจอกเช่นนี้ขึ้นมา? มิฉะนั้นข้าจะเรียกพี่รองมา
ที่นี่เดี๋ยวนี้ มาดูกันว่าเจ้าจะยังทำท่าสำเริงสำราญได้
ต่อไปหรือไม่ ปล่อยพวกเขาออกมา! ”
ในเวลานี้องค์ชายทมิฬกำลังรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า
อยู่ไม่น้อย การกระทำของมันภายในเขตแดนทมิฬ
ไร้สิ้นสุดจัดได้ว่าน่าละอายเป็นยิ่งนัก แต่ถ้าไม่มีใครรู้
ก็ไม่เป็นไร ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะบีบบังคับมันจน
ต้องปลดเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด และในตอนนี้
พระธิดาซีก็รู้เรื่องของมันแล้ว อีกทั้งจากคำพูดของ
นาง เป็นไปได้ว่าโอรสเซียวก็อยู่ใกล้ ๆ เช่นกัน
กุญแจสำคัญก็คือ พระธิดาซีดันไปกระตุ้นจุดตาย
ของมันอย่างแท้จริง มันเข้ามาร่วมแข่งขันในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลเพียงลำพัง และมองหาผู้ที่พร้อม
ต่อสู้เคียงข้างไปกับมัน โดยจะต้องมีฝีมืออยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 8 แต่ก็ไม่มีใครร่วม
เดินทางกับมันเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากตนอัต
ลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวของมัน นอกจากนี้มันก็กลัว
ว่าโอรสเซียวกับพระธิดาซีจะร่วมกัน ตามที่ประเมิน
มันคิดว่าโอรสเซียวจะต้องอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากแถว
นี้แน่ ๆ สาเหตุที่มันคิดเช่นนั้น เพราะเห็นว่า
พระธิดาซีหาได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แสดง
ว่านางต้องเรียกโอรสเซียวมาช่วยจัดการมัน
แม้ว่าโอรสเซียวจะเป็นคู่แข่งของนาง แต่ถ้าหากคน
ของตนเองโดนดูถูกเยี่ยงนี้แล้ว โอรสเซียวคงทำเป็น
เมินเฉยไม่ได้ ถ้าจักรพรรดิโบราณรู้เข้าเขาจะคิดเช่น
ไร?
องค์ชายทมิฬคิดถึงความยากลำบากที่ตนเองจะต้อง
ประสบพบเจอ ไม่นานนะมันก็รีบหันหัวกลับโดย
เลือกที่จะยอมพ่ายแพ้ลามือไป แต่มันก็ยังพูดทิ้ง
ท้ายไว้ว่า ” ไม่เป็นไร ครั้งนี้ข้าจะปล่อยพวกเขาไป
จะไม่ถือสาเอาความ แต่อย่างไร อู่ อวี้ จะต้องมอบ
น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันคืนให้แก่ข้าด้วย! เมื่อใดที่
เขาคืนน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันให้แก่ข้า ข้าก็จะไป
เมื่อนั้น มิฉะนั้นต่อให้โอรสเซียวจะมาสมทบ
ช่วยเหลือพระธิดาก็ตาม แต่ชีวิตของพวกเขาก็อยู่ใน
กำมือข้า แล้วท่านจะทำอะไรกับข้าได้? ”
สำหรับคนอื่น ๆ กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ห่าง ๆ เพื่อรอ
ชมละครฉากใหญ่
” น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน? ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา? อู่ อวี้ ?” พระธิดาซีตกตะลึงอีกครั้ง
มอง อู่ อวี้ ด้วยความสับสน แต่แล้วเขาก็แสดงสี
หน้าท่าทางไขสือเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พร้อมกล่าวขึ้นมาว่า ” น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน
อะไร? น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันมันเป็นของเจ้าก็
ต้องอยู่ในมือของเจ้าสิ เจ้ากำลังพูดเพ้อเจ้ออะไร ลืม
ตามองระดับฝีมือกันด้วยว่าต่างกันมากแค่ไหน ฝีมือ
ของเจ้าอยู่ในระดับใด แล้วข้าอยู่ในระดับใด ข้าไม่มี
แม้แต่โอกาสจะหลบหนีจากเงื้อมมือของเจ้าด้วยซ้ำ
จะมีปัญญาจากไหนมาเอาน้ำเต้าของเจ้าได้? เจ้าจง
ใจใส่ความข้า ฝีมืออย่างข้าไม่มีปัญญาแย่งชิงมันมา
หรอก! ”
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ทหารไม่หน่ายกลอุบาย
การแสดงของเขาค่อนข้างแนบเนียนมากทีเดียว
เรียกได้ว่าถึงขั้นคว้าตุ๊กตาทองได้เลย มันคิดก่อน
แล้วว่า อู่ อวี้ จะต้องปฏิเสธไม่ยอมมอบคืนให้ แต่
มันไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธอย่างไร้ยังอายเยี่ยงนี้ มัน
สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก หลังจากนั้น
มันก็พูดขึ้นมาด้วยโทสะอันแสนพลุ่งพล่านว่า ” สัตว์
นรก เจ้ากล้าเล่นลิ้นตีลูกไม้เช่นนี้เชียวรึ! ”
มันต้องการจับตัว อู่ อวี้ แต่เพราะยามนี้เขาหลบอยู่
ด้านหลังพระธิดาซี ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสดีที่สุด อู่
อวี้ รีบหันหลังและหลบหนีไปทันที
” อย่าหนีนะ!” องค์ชายทมิฬวิตกกังวลเกี่ยวกับ
น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันเป็นอย่างมาก ดังนั้นมัน
จึงรีบไล่ล่าติดตามอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อมันจับกุมตัวชาวเหยียนหวง
เอาไว้ แล้วพระธิดาซีจะปล่อยมันไปได้อย่างไร
ขณะที่ อู่ อวี้ รีบทะยานหลบหนีออกไป พระธิดาซีก็
โจมตีสกัดกั้นองค์ชายทมิฬอย่างไว้ แล้วก็กล่าวได้
โทสะขึ้นว่า ” อย่ามาพูดจาเหลวไหล! ในเมื่อเจ้าไม่
ยอมปล่อยตัวชาวเหยียนหวง เจ้าก็อย่าได้ไปเช่นกัน!
“