กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1112: โลกแหงแสง
ภายในเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุด อู่ อวี้ ต้องยืมมือ
พระธิดาซีช่วยสกัดกั้นองค์ชายทมิฬให้กับเขาแค่ไม่กี่
อึดใจ เพียงแค่นี้ก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขา
สามารถสลัดองค์ชายทมิฬได้อย่างสมบูรณ์
ในเวลานี้หากองค์ชายทมิฬมิดต้องการไล่ล่า อู่ อวี้
แต่ก็ไม่มีทางทำเช่นนั้นได้ หากมันไม่ยอมปล่อย
โอรสพระธิดาและคนอื่น ๆ ที่ถูกกักขังอยู่ภายในเต่า
ทมิฬ พระธิดาซีจะต้องไม่ยอมให้องค์ชายทมิฬไล่
ตามพวกเขาแน่
เมื่อมันถูกบีบบังคับจนต้องยอมปล่อยตัวคนอื่น ๆ
มันก็ต้องทำให้พวกเขาทุกคนฟืนกลับคืนสู่สภาพเดิม
เมื่อถึงตอนนั้น อู่ อวี้ ก็เกือบจะหายลับไปแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้นพระธิดาซีก็ไม่ขัดขวางการไล่ล่าของ
มันอีก
ผู้คนจากทวีปปีศาจทายาททักษิณ , บึงอัสนี
จักรพรรดิสวรรค์และคนอื่น ๆ เมื่อเห็นองค์ชาย
ทมิฬวิ่งหนีจ้ำอ้าวเช่นนี้ พวกมันต่างก็รู้สึกอับอายยิ่ง
นัก ปัจจุบันโอรสพระธิดาและอีกหลาย ๆ คนกำลัง
สะลึมสะลือ ถ้ารอให้คนเหล่านั้นตื่นขึ้นมา พวกมัน
คงต้องประสบกับปัญหาใหญ่หลวง โดยเฉพาะทวีป
ปีศาจทายาททักษิณกับบึงอัสนีจักรพรรดิสวรรค์
พวกมันทั้งสองอาณาจักรเสียกำลังพลหลักไป
ด้วยกันทั้งหมด
ดังนั้นพวกมันจึงหลบหนีโดยแยกกันไปคนละทิศคน
ละทาง
ดังนั้นคนที่เหลืออยู่ที่นี่ตอนนี้ก็มีพระธิดาซี โอรส
พระธิดาและอีกหลายพระองค์ พระธิดาซีมองไปยัง
ทิศทางขององค์ชายที่กำลังไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ ไป
ยามนี้นางรู้สึกประหลาดใจมากแล้วอดไม่ได้ที่จะ
กล่าวขึ้นว่า “ เหตุใดองค์ชายทมิฬถึงตั้งอกตั้งใจไล่
ล่า อู่ อวี้ ถึงเพียงนั้น หรือเขาเอาน้ำเต้าเทวะสรรพ
สิ่งผกผันไปจริง ๆ ? หึหึ ชักสนุกแล้วสิ ”
” เจ้าหนุ่มน้อยคนนั้นกล้าโกหกคำโตเช่นนั้นหรือ
ช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่งนัก เขาก็โกหกแม้กระทั่งข้า
ครั้งหน้าถ้าเจอเขาอีกข้าจะสอนบทเรียนให้เขาได้รู้
สำนึกเสียบ้าง ”
” ถ้าเขาทำอย่างที่ว่าจริง ๆ แสดงว่าพลังฝีมือของ
เขาจะต้องน่าเหลือเชื่อ ส่วนเสด็จพ่อก็คงจะโปรด
ปรานโอรสเล่อจริง ๆ หาได้เหลียวแลคนแก่ ๆ อย่าง
พวกเรา ”
พระธิดาซีส่ายศีรษะอย่างหมดหวัง นางเกียจคร้าน
เกินกว่าจะหันไปมองเหล่าคนที่มาช่วยเหลือ เมื่อ
พวกเขามีสติกลับคืนมานางก็จากไปทันที
ส่วน อู่ อวี้ จ้ำอ้าวหลบหนีไปไกลลิบแล้ว
เขากับคนอื่น ๆ รีบทะยานมุ่งหน้าขึ้นสู่เจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 เขาหลงติดกับดักเข้าไป
ในเขตแดนทมิฬไร้สิ้นสุดทำให้พวกเขาเสียเวลาไป
เป็นอย่างมาก ตอนนี้ถือได้ว่าการหลบหนีของเขา
ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังได้
‘น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน’ เป็นกำไรติดไม้ติดมือ
กลับมา ซึ่งถือได้ว่าได้มากกว่าเสีย
เขาไม่ได้เปลี่ยนแผนการเดินทางของตัวเอง
ทางด้านองค์ชายทมิฬก็ยังคงติดตามไล่ล่ามาอย่าง
ต่อเนื่อง ส่วนตัวเขาก็มุ่งหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ พร้อม
ทะยานขึ้นสู่ชั้นที่ 7 ด้วยเพราะบนท้องเวหาเต็มไป
ด้วยความปันปั่วนโกลาหล ทำให้องค์ชายทมิฬ
สูญเสียตำแหน่งของเขา และถูก อู่ อวี้ ทิ้งห่าง
ออกไปเรื่อย ๆ
ส่วนร่างกลืนสวรรค์ก็เร่งศึกษาน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่ง
ผกผันในเจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อตัดการเชื่อมต่อของ
น้ำเต้ากับองค์ชายทมิฬ โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าจะอยู่
แห่งหนใด องค์ชายทมิฬก็สามารถสัมผัสได้ถึงการ
ดำรงอยู่ของน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน แต่เมื่ออยู่
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด เกรงว่าองค์ชายทมิฬคงไม่
อาจสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของมันได้
“ โชคดีที่พระธิดาซีเข้ามาช่วย ”
“ ครั้งนี้มันอันตรายจริง ๆ ”
“ ถ้าหากพวกเราองค์ชายทมิฬจับตัวไปจริง ๆ คง
ยากจะจินตนาการว่าเราจะต้องประสบพบเจอกับ
หายนะน่าอนาถมากเพียงใด ”
โอรสเล่อยังคงรู้สึกกังวล
เวลานี้ อู่ อวี้ ได้เข้ามาอยู่ในนาวามังกรเกราะเต่า
เขาควบคุมนาวามังกรเกราะเต่าทะยานขึ้นสู่เจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 เข้าสู่พายุอันมืดสนิท ทุก
หนทุกแห่งดูมืดไปหมด ไม่มีทางที่จะหลบหนีหรือ
หลีกเลี่ยงได้ ทำได้เพียงตั้งรับอย่างเดียวเท่านั้น
อู่ อวี้ ควบคุมตราจักรพรรดิทะยานขึ้นสู่พายุแห่ง
ความมืดมิด ถึงแม้ว่ามันไม่ทรงพลังเท่าจักรพรรดิ
เสด็จ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามันแข็งแกร่งทนทานไม่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้
นาวามังกรเกราะเต่าอยู่ท่ามกลางกระแสวังวนแห่ง
ความมืดมิด ไม่อาจรู้ได้ว่าทิศไหนเป็นทิศไหน
เพราะโดนพายุอัดกระแทกอย่างรุนแรง พายุจำนวน
นับไม่ถ้วนเหล่านี้เป็นเฉกเช่นดั่งศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ อัดกระแทกเข้าใส่นาวามังกรเกราะ
เต่า ซึ่งนับว่านาวามังกรเกราะเต่ามีบทบาทสำคัญ
มาก แล้วเวลานี้วงเวทประทับบนนาวามังกรเกราะ
เต่าก็เริ่มเปิดใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ
ท่ามกลางพายุอันมืดมิด นาวามังกรเกราะเต่า
ต้านทานฝั่าทะยานขึ้นสู่ด้านบนทีละขั้น ๆ การที่
นาวามังกรเกราะเต่าถูกโจมตีด้วยลมพายุอย่างหนัก
แน่นอนว่ามันจะต้องกินพลังงานของ อู่ อวี้ ไปมาก
เช่นกัน
เขาจะต้องประคับประคองฝั่าความยากลำบากครั้งนี้
ไปให้ได้
หลังจากขึ้นสู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 ก็จะ
เหลือเพียงชั้นที่ 8 และ 9 เท่านั้นที่ยังไม่ได้ขึ้นไป
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลของจักรพรรดิโบราณ
ลึกลับซับซ้อนจนน่าพิศวง ไม่อาจคาดเดาได้ว่าไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงนั้นอยู่ที่ใดกันแน่ ทำให้ อู่ อวี้
เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่จะได้มันมาครอบครอง
ในขณะเดียวกันสิ่งที่เขาปรารถนาก็เป็นเสมือนหนึ่ง
เครื่องยืนยัน มหาเต๋าของตัวเขาเอง เขาจะมุ่ง
ทะยานฝั่าไปเบื้องหน้าอย่างไม่ย่อท้อ
นาวามังกรเกราะเต่าได้ผลกระทบจากพายุทมิฬ
อย่างต่อเนื่อง นับวันนี้เป็นการทดสอบที่ยากลำบาก
มากจริง ๆ ในที่สุดเมื่อเขาขึ้นมาถึงเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลชั้นที่ 7 อู่ อวี้ รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่าง
มาก นับว่ายังโชคดีที่ยามนี้องค์ชายทมิฬถูกสลัดทิ้ง
ไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขามีโอกาสหาที่หลบในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 เพื่อพักฟืนร่างกาย
รวมถึงหงส์ทมิฬก็ต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมเช่นกัน
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลชั้นที่ 6 และชั้นที่ 7 แตกต่างกันอย่าง
สิ้นเชิงเลยก็ว่าได้ ในชั้นที่ 6 มืดมิดสนิท ชนิดที่
เรียกว่าไม่สามารถมองเห็นนิ้วมือทั้ง 5 ของตนเองได้
ส่วนชั้นที่ 7 กลับเปียมไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้า
นอกจากนี้ยังดูไม่ร้อนมาก แต่ทรงอานุภาพอย่าง
ใหญ่หลวง ด้วยระดับความเจิดจ้าของมัน แม้แต่ อู่
อวี้ ก็ยังลืมตาได้อย่างยากลำบาก ดังนั้นคงไม่ต้อง
พูดถึงคนอื่น ๆ ว่าจะเป็นเช่นไร
ด้วยเหตุนี้ทุกคนทำได้แค่เพียงหลับตา เพราะไม่อาจ
ทานทนกับแสงสว่างเจิดจ้านี้ได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าบน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 จะสว่างก็จริง แต่
มันก็สว่างเจิดจ้ามากเสียจนไม่สามารถมองเห็นอะไร
ได้เลย
สำหรับเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6 ถ้ามีแสง
สว่างจะสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอกได้
อย่างชัดเจน แต่ที่นี่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
สำหรับที่นี่สว่างมากเสียจนไม่สามารถมองเห็นอะไร
ได้เลย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นสามารถประเมินได้จากเสียงที่
ดังขึ้นเท่านั้น ซึ่งกล่าวได้ว่าบนชั้นนี้มีข้อจำกัดอย่าง
มาก
หลังจากกวาดตาสำรวจ อู่ อวี้ สรุปว่ายามนี้พวกเขา
ยังปลอดภัยอยู่ภายในนาวามังกรเกราะเต่า และ
สามารถพักฟืนอยู่ในนี้ได้อย่างอุ่นใจ ถึงแม้ว่าจะต้อง
เสียเม็ดยาค้นหาเต๋าไปพอสมควร แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า
ทีเดียว
เพียงแค่ไม่รู้ว่าในดินแดนที่เต็มไปด้วยแสงสว่างเจิด
จ้าแห่งนี้ จะต้องพบเจอกับสรรพเทวะวิญญาณชนิด
ใด
หลังจากเวลาผ่านไปได้ประมาณห้าวัน อู่ อวี้ ก็ฟืน
คืนสู่สภาพสมบูรณ์ แม้แต่หงส์ทมิฬเองก็ถูกฟืนฟู
ซ่อมแซมกลับคืนสู่สภาพเดิมเช่นกัน อู่ อวี้ ย้ายพวก
เขาไปอยู่หงส์ทมิฬ ซึ่งสะดวกสบายง่ายกว่า และ
รวดเร็วกว่าการเดินเท้า รวมถึงยังรวดเร็วกว่านาวา
มังกรเกราะเต่าเสียอีก
“ แม้ยามนี้เราจะขึ้นมาถึงเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 7 แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนสภาพแวดล้อมของ
ที่นี่ไม่เอื้ออำนวยให้เราตามหาไข่มุกทองคำเหยียน
หวงสักเท่าใดนัก ด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้คงยากจะ
ตามหาไข่มุก ตอนนี้เหลือแค่ชั้นที่ 8 กับวันที่ 9 ที่
เรายังไม่ได้ขึ้นไป ข้าตัดสินใจว่าเราจะขึ้นไปชั้นที่ 8
กันเลย ” หลังจาก อู่ อวี้ ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาหันไปกล่าวกับโอรสเล่อ
โอรสเล่อสับสนเล็กน้อยแล้วถามว่า ” กว่าจะขึ้น
มาถึงชั้นที่ 7 ได้ก็นับว่ายากลำบากยิ่ง นอกจากนี้
ด้วยจำนวนของพวกเราคงยากที่จะขึ้นไปชั้นที่ 8 ได้
แล้วถ้าเกิดมีใครสักคนวางกับดักเหมือนชั้นที่ผ่านมา
เกรงว่าครั้งนี้เราคงไม่สามารถต่อสู้กับมันได้ แล้วถ้า
มันโหดเหี้ยมชั่วช้ากว่าองค์ชายทมิฬล่ะ อีกอย่างถ้า
เราขึ้นไปข้างบน เราจะต้องพบเจอกับยอดฝีมือคง
ไม่ง่ายที่จะต่อกรแข่งขันกับพวกเขา ”
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วพูดว่า ” งั้นก็ไม่ใช่เราที่ขึ้นไป
แต่หม่อมฉันจะขึ้นไปเอง เช่นนั้นทุกคนก็หาที่
พอเหมาะ ๆ หลบซ่อนตัวรออยู่ที่นี่สัก 7 วัน ส่วน
ร่างกลืนสวรรค์ , หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี ,
หงส์ทมิฬ ทุกคนที่เอ่ยมาจะอยู่ปกปั้องพระองค์ที่นี่
ด้วย ขอให้ทุกคนมั่นใจได้ ร่างกลืนสวรรค์อยู่ที่นี่แล้ว
ทุกคนจะปลอดภัยไม่เป็นอะไร ถ้าเกิดปัญหาอะไรที่
ไม่สามารถจัดการได้ เดี๋ยวร่างต้นอย่างหม่อมฉันจะ
ลงมาจัดการเอง ”
ด้วยเหตุนี้เพราะจึงปล่อยทุกคนอยู่ที่นี่ เพราะ
อย่างไรเสียก็คงเป็นไปได้ยากที่พวกเขาจะขึ้นไปบน
ชั้นที่ 8 หรือชั้นที่ 9 ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่ยินยอมอย่าง
แน่นอน
หลังจากตกลงเป็นที่เรียบร้อย เขาก็ได้พูดคุยกับ
หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี โดยปล่อยให้ร่างกลืน
สวรรค์อยู่ที่นี่ โดยเก็บประตูพิภพปีศาจบรรพกาลไว้
ในเจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อมีอะไรฉุกเฉินเกิดขึ้น
ในที่สุดถึงเวลาที่เขาจะขึ้นสู่ชั้นที่ 8 แล้ว ซึ่งเขาเลือก
จะขึ้นไป คนเดียวเพราะร่างต้นมีความคล่องตัวและ
ยืดหยุ่นสูงกว่า นอกจากนี้การพาทุกคนขึ้นไปบนชั้น
ที่ 8 ชั้นที่ 9 จะนำภาระมาให้แก่เขาอย่างใหญ่หลวง
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจว่าเขาจะขึ้นไปดูตัวเอง
” ไม่ต้องไปสนใจเรื่องไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ปรากฏขึ้นในชั้นล่าง หม่อมฉันคิดว่าสถานที่ที่มี
เป็นไปได้สูงมากจะได้รับมัน จะต้องเป็นชั้นที่สูงกว่า
นี้ ” อู่ อวี้ กล่าวเสริม
โอรสเล่อพิจารณาเล็กน้อยแล้วพยักหน้า ” ตกลง
เราเข้าใจว่าถ้าเราเคลื่อนไหวแม้แต่เล็กน้อย มันจะ
ส่งผลถึงเจ้า การที่เจ้าไปสำรวจตรวจสอบเพียง
ลำพังมันจะเป็นอะไรที่คล่องตัวมากกว่า ข้อ
ได้เปรียบของเจ้าคือความคล่องตัว นอกจากนี้เจ้ายัง
มีพลังอิทธิฤทธิ์ที่ยอดเยี่ยม ร่างแยกกับหุ่นเชิดของ
เจ้าก็อยู่ที่นี่แล้ว การที่เราหลบซ่อนตัวอยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 ก็ไม่น่าจะเป็นอันตรายใด
ๆ คงมีแต่เพียงเจ้าเท่านั้นที่หาญกล้าขึ้นไปได้ ”
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ไม่ต้องการความคิดจากโอรส
เขาแค่บอกเขาเฉย ๆ เท่านั้น
แท้จริงแล้วสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยมากที่สุด
ก็คือร่างต้นของ อู่ อวี้ ดังนั้นเวลานี้พวกเขาจึง
ค่อนข้างกังวลอยู่ไม่น้อย แต่ยามนี้โอรสไม่สามารถ
เปลี่ยนความตั้งใจของ อู่ อวี้ ได้
อู่ อวี้ เตรียมการอย่างละเอียด เพราะนี่เป็นการ
สำรวจที่สำคัญยิ่งสำหรับเขา ดังนั้นจึงต้องมีการ
เตรียมการบางอย่างเผื่อให้ร่างกลืนสวรรค์ , หนาน
ซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี , มีทางหนีทีไล่ แล้วเขาก็ไป
โดยไม่กล่าวคำร่ำลา ด้วยเพราะร่างกลืนสวรรค์อยู่
ที่นี่
ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะเทียบเท่ากับ อู่ อวี้ ยังอยู่ที่นี่
หนานซาน หวางเยว่ ยังคงไตร่ตรองพลังพลัง
อิทธิฤทธิ์ของตนเอง ทางด้านเย่ซีซีก็มีเรื่องมากมาย
ที่ต้องเรียนรู้ศึกษาอย่างเช่นศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาและพลังอิทธิฤทธิ์ ส่วนร่างกลืนสวรรค์ก็
พยายามทำพันธสัญญากับน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่ง
ผกผันให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วที่สุด
ส่วนโอรสเล่อพวกพ้อง ถ้าให้นั่งรอเฉย ๆ ก็คงจะ
เบื่อตายชัก ดังนั้นพวกเขาจึงฝึกฝนเพิ่มเติมอยู่ใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 เงียบสงบเป็นอย่าง
มาก ไม่สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามหรืออันตรายใด ๆ แต่
อู่ อวี้ ก็ไม่กล้าประมาทวางใจ พวกเขาหลบซ่อนตัว
อยู่ภายในชั้นนี้อย่างเงียบ ๆ เรียกได้ว่าแทบจะไม่
ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวก็เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเวลานี้คง
ไม่มีปัญหาใด ๆ
แต่ความเงียบสงบเหล่านี้ก็ไม่น่าอยู่ได้นานนัก
หลังจากนั้นสถานการณ์ก็คล้ายกับชั้นอื่น ๆ ไม่ใช่
เพียงแค่สรรพเทวะวิญญาณ แต่ยังมีผู้ฝึกตนอื่น ๆ
ฝึกตนนอกรีตและปีศาจ รวมถึงองค์ชายทมิฬที่ไล่ล่า
ติดตามราวกับสุนัขล่าเนื้อ
หลังจากออกเดินทาง อู่ อวี้ เริ่มต้นก็เริ่มดำเนินการ
ตามแผน ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระได้อยู่ลำพังเพียงผู้
เดียว ต่อให้ประสบพบเจอกับองค์ชายทมิฬอีกครั้ง
ก็ไม่มีทางที่องค์ชายทมิฬจะแตะต้องสัมผัสเขาได้อีก
เขาใช้เทียมฟั้าจรดดินย่อหดร่างกายให้เล็กลง พุ่ง
ทะยานขึ้นสู่ด้านบนด้วยความเร็วสูง จริง ๆ แล้ว
ด้วยระดับความสามารถของเขาไม่สามารถขึ้นสู่ชั้นที่
8 ได้ แต่เขารู้เพียงว่างานนี้จะต้องลองเท่านั้น!