กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1113: รางเงาจําแลง
อู่ อวี้ รีบทดสอบ ด้วยการพุ่งทะยานขึ้นสู่เจดีย์ชั้นที่
8 อย่างรวดเร็ว
ยิ่งทะยานขึ้นสูงเท่าไหร่สามารถ แสงก็ยิ่งส่องสว่าง
เจิดจ้า ทรงอานุภาพมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าเขาจะใช้
เนตรเพลิงแล้วก็ตาม แต่ยังเสมือนกับคนตาบอด ไม่
อาจมองเห็นสิ่งใดได้ชัดเจน
แสงอันเจิดจ้าเหล่านี้ เป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้เขา
ขึ้นไปสู่ด้านบน กล่าวได้ว่าสิ่งที่โจมตีเขาอยู่ในตอนนี้
ก็คือ ‘เข็มแสง’ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะประกอบขึ้นมา
จากอนุภาคของแสงสีขาว แท่งแสงสีขาวเหล่านี้มี
ขนาดทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งน่าจะพอ ๆ กับเสา ส่วน
ขนาดเล็กสุดก็มีขนาดเทียบเท่ากับเข็มอันไร้ซึ่งสุ
รเสียง
ไม่ว่าจะเป็นแท่งใหญ่ขนาดเท่าเสา หรือจะมีขนาด
เล็กเท่าเข็ม ล้วนถูกสร้างขึ้นจากลำแสงที่มีอานุภาพ
รุนแรงอัดแน่นอยู่ที่นี่ จะทะลวงไปยังทิศทางใด
ทิศทางหนึ่ง
ดังนั้นช่องว่างระหว่างเข็มแสงเหล่านี้จึงมีขนาดเล็ก
มาก
เมื่อถูกเข็มแสงดังกล่าวแทงเข้าใส่ มันก็จะกระจาย
ตัวไปทั่วทั้งร่างทันที ยิ่งมีขนาดใหญ่มากเท่าไรก็จะ
กระจายแตกออกมากขึ้นเท่านั้น มันจะทะลวงเข้าสู่
อวัยวะภายใน รวมถึงกระดูกกระเดี้ยว ท้ายที่สุดก็
จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงส่องสว่างไปทั่วทั้ง
ร่าง สำหรับเนื้อหนังและพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
รวมถึงจิตเทวะก็จะถูกทำลายจนไม่เหลือซาก กล่าว
ได้ว่าพลังอานุภาพของมันนั้นใหญ่หลวงเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับบททดสอบอันยิ่งใหญ่นี้ ถือว่ายากกว่าการ
ทดสอบทั้งหมดที่เคยประสบมา โดยปกติแล้วผู้ที่ขึ้น
สู่ชั้นที่ 8 ได้จะต้องมีพลังฝีมืออยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ดังนั้นเพื่อผ่านการทดสอบนี้
จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะพาคนนอกไปด้วย
นี่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับ อู่ อวี้ ที่จะท้าทายขึ้นสู่ที่
8
เข็มแสงไม่สามารถมองเห็น ไม่สามารถแตะต้อง
สัมผัสมันได้ แม้ว่าจะสามารถสดับฟังเสียงก็ตาม แต่
เสียงเหล่านั้นกลับเป็นเสียงของลำแสงผ่าอากาศ
ด้วยความเร็วเสียดสีจนเกิดเสียงดังขึ้นทุกแห่งหน จึง
เป็นการยากที่จะหลบเลี่ยงแสงดังกล่าว ทั้งมีเวลา
และพื้นที่น้อยมากที่จะหลบหลีกมัน ดังนั้นขอให้
เคลื่อนไหวหลบเลี่ยงไปยังทิศทาง ก็มีโอกาสสูงมาก
ที่จะโดนเข็มแสงเหล่านี้แทง
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะใด ผู้ที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 7 ถึงไม่กล้าขึ้นมาชั้น
ที่ 8 เนื่องจากขึ้นมายังไม่ถึง 5 ลมหายใจด้วยซ้ำ ก็
จะถูกลำแสงแทงทะลุราวกับเป็นรังผึ้ง ทั่วทั้ง
ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล
กล่าวได้ว่าการข้ามด่านนี้ มันยากเย็นเสียยิ่งกว่าชั้น
ที่ 6 เสียอีก เนื่องจากมันไม่อาจมองเห็นหรือสัมผัส
ได้ มีเพียงเสียงเท่านั้นที่พอได้ยิน
อู่ อวี้ ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด เพราะเวลานี้ร่างกายของ
เขามีขนาดเล็กจิ๋ว นอกจากจะช่วยเพิ่มความ
คล่องตัวแล้ว ความเร็วของเขายังเพิ่มขึ้นมากอีกด้วย
แล้วนี่ก็คือข้อใดเปรียบของเขา ทั้งยังสามารถใช้ก้าว
เทวะหลบเลี่ยงได้ แม้ว่าจะมองไม่เห็นก็ตาม แต่การ
ที่เขามีเนตรเพลิงทำให้เขาสามารถมองเห็นชัดเจน
มากกว่าคนอื่นเล็กน้อย กล่าวได้ว่า 1 หรือ 2 ชั่วอึด
ใจก่อนที่จะเข็มแสงจะพุ่งตรงมาถึงเบื้องหน้าเขา
เขาสามารถแลเห็นมันได้ ดังนั้นคลื่นการโจมตีแรก
จากเข็มแสง จึงไม่อาจทำอะไรเขาได้ มีเพียงครั้ง
เดียวที่เขาไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ ลำแสงดังกล่าว
เป็นเข็มสีเงินขนาดเล็กแทงทะลุใส่ท่อนแขนของเขา
แม้เขาจะมีกายาวัชระอรหันต์มหาสุริยะโชติ แต่เมื่อ
เจอกับเข็มแสงดังกล่าว มันก็เกือบจะแทงทะลุเข้าสู่
กายเนื้อของเขา โชคดีที่ อู่ อวี้ สยบการระเบิดของ
เข็มแสงเอาไว้ได้ แต่เขาก็ต้องกัดฟันข่มความ
เจ็บปวด จนบัดนี้บนแขนของเขาปรากฏคราบโลหิต
ขึ้นมากมาย
อันที่จริงเขารู้ดีว่าระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
8 จะต้องพึ่งพาพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง เพื่อใช้งาน
เคล็ดวิชาเต๋าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังต้องใช้พลังแก่น
แท้ตำหนักม่วง กระตุ้นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
เพื่อฝั่าทะลวงขึ้นไป อย่างไรก็ตามพลังแก่นแท้
ตำหนักม่วงของเขายังค่อนข้างด้อยกว่าคนอื่น ๆ
มากนัก ดังนั้นเขาจึงกระทำได้เพียงใช้ข้อได้เปรียบ
ทางกายเนื้อ หลบหลีกลดการถูกโจมตีลงให้ได้มาก
ที่สุด
ในตอนแรก อู่ อวี้ มิได้ถูกเข็มแสงทะลวงแทงเข้าใส่
เท่าใดนัก ทำให้เขายังพอมีความมั่นใจอยู่บ้าง แม้ว่า
มันจะเจ็บปวดแต่ก็เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น
เช่นกัน ไม่รู้สึกว่าปัญหาที่ตนเองกำลังประสบพบ
เจอหาได้หนักหนาอันใด
ยิ่งระดับเพิ่มสูงขึ้น เข็มแสงก็ยิ่งสว่างเจิดจ้า อีกทั้ง
อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม พลังอำนาจก็ยิ่งรุนแรง
หนาแน่นมากขึ้นกว่าเก่า เขาไม่รู้ว่าระยะทางจะอีก
ห่างไกลมากน้อยแค่ไหน แต่ระดับที่เขาพุ่งทะยาน
ขึ้นมาอย่างนี้ก็เต็มไปด้วยเข็มแทงจำนวนนับไม่ถ้วน
อู่ อวี้ ถูกลำแสงเจาะทะลวงแทงเข้าใส่ร่างกายหลาย
ครั้งหลายครา ทั่วทั้งร่างของเขากลายเป็นรูพรุนและ
มีโลหิตหลั่งไหลออกมามากเรื่อยๆ!
“ หากเป็นเช่นนี้คงยากจะขึ้นไปได้แน่! ” เขารู้สึก
ปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นอย่างยิ่ง
” ถ้าอย่างนั้นก็ยอมแพ้ซะสิ ถ้าเจ้าไม่มีปัญญาจะขึ้น
ไป อย่าฝืนตัวเองนักเลย มันจะไม่ดีกับร่างกายของ
เจ้า ข้าว่าเจ้าใช้เมฆาตลบฟั้าแล้วหลบหนีไปเลย
ดีกว่า ” หมิงซวงชอบยุยงให้เขาถอดใจอยู่เรื่อย นาง
ชอบพูดจากับเขาอย่างไร้ปรานีไม่เห็นใจเขาแม้แต่
น้อย …
” ไม่มีทางเด็ดขาด ” เสียงของ อู่ อวี้ ฟังดูอ่อนล้า
เป็นอย่างยิ่ง เขาฝืนอดทน ทุ่มเทสมาธิไปกับการ
ระเบิดพลังความเร็วสูงสุด เพื่อหลบหลีกลำแสงที่พุ่ง
โจมตีเข้ามา เพียงหนึ่งลมหายใจเขาก็เปลี่ยนแปลง
ท่าทางและตำแหน่งจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน มั่นใจได้
เลยว่าคนธรรมดาย่อมไม่อาจแลเห็นเขาได้อย่าง
แน่นอน
เขาเป็นดื้อรั้นเปียมไปด้วยเจตจำนงแรงกล้า สิ่งใดที่
มุ่งมั่นตั้งใจไว้เขาจะค้นหาวิธีนำไปสู่ความสำเร็จให้
จงได้ ไม่ยอมล้มเลิกพ่ายแพ้กลางคัน
เข็มแสงที่พวยพุ่งลงมาจากฟากฟั้าเหล่านี้ช่างน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง แม้จะบาดเจ็บแต่ก็ยังไม่
ถึงกับตาย ตราบใดที่เขายังไม่ตาย เขาก็จะฝั่า
ทะลวงขึ้นไปสู่ด้านบนต่อไป
และความดื้อรั้นอันเป็นนิสัยฝังแน่นเช่นนี้ ทำให้เขา
ประสบพบเจอกับความทุกข์ทรมานอยู่เนือง ๆ
แม้ว่าเขาจะพยายามมุ่งหน้า สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ดู
เหมือนระดับความเร็วของเขาก็จะช้าลง และถูก
โจมตีมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน ท่ามกลางหาพิรุณ
ลำแสง เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตนเองเข้าใกล้ชั้นที่ 8
ไปมากเพียงใดแล้ว นอกจากดวงตาของเขา ทั่วทั้ง
สรรพางค์กายล้วนถูกเข็มแสงเจาะทะลวงเข้าใส่แทบ
ทั้งสิ้น นอกจากนี้ความเร็วในการฟืนตัวของเขา ก็ยัง
ไม่รวดเร็วเท่ากับการโจมตีของเข็มแสง
ประเด็นคือมีความเจ็บปวดทั่วร่างที่เขาได้รับ มันน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้ายังไม่ยอมแพ้อีกหรือ? ช่างดื้อด้านเสียจริง ๆ
การกระทำของเจ้ามันเหมือนกับการฆ่าตัวตายชัด ๆ
ข้าเป็นแตงโมที่กำลังจะสุกงอม เจ้าก็ไม่สามารถทำ
ให้ข้าเน่าตายได้ ” หมิงซวงยังคงจำเรื่องการเกิดใหม่
ของนางได้อยู่
อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบโต้อะไรนาง ด้วยเพราะไม่มีเวลา
มากพอที่จะตอบโต้ ตอนนี้ในหัวของเขาลืมทุกสรรพ
สิ่งไปจนสิ้น ภายในโลกของเขามีเพียงการหลบหลีก
เข็มแสงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มุ่งเน้นสมาธิทั้งหมด
ไปการกับการโจมตีที่ถาโถมเข้ามา เมื่อใดที่เขาหลบ
เข็มแสงได้ ก็จะถือว่าเขาทำสำเร็จ เมื่อใดที่ถูกมัน
แทงก็จะถือว่าเขาล้มเหลว ในช่วงเวลานี้เขาอยู่
ท่ามกลางความสำเร็จและล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง
“ เฮ่อ เจ้าเนี่ยนะดื้อรั้นไม่ต่างจากหุ่นกระบอก ไม่
หวั่นเกรงความตายแม้แต่น้อย ดี งั้นข้าจะช่วยเตือน
ความจำเจ้าสักอย่าง ในเมื่อมันยากจะขึ้นไปได้ ไฉน
เจ้าไม่ลองหาทางทะลวงเมฆาตลบฟั้าเข้าสู่ขั้นที่ 3 ดู
ล่ะ บางทีมันอาจจะช่วยเจ้าได้ก็ได้? ” หมิงซวง
กล่าว
คำพูดของนาง เป็นเสมือนดั่งเสียงระฆังที่ดังก้อง
กังวานขึ้นท่ามกลางจิตวิญญาณของเขา ยามนี้ อู่ อวี้
กำลังทุ่มเทไปกับการหลบเลี่ยงเข็มแสงที่กำลังพุ่ง
โจมตีถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อันที่จริงแล้วใน
เมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 3 นี้ ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่
เขาไม่เข้าใจ แต่เขาก้บรรลุถึงจุดคอขวดแล้วเช่นกัน
เป็นเสมือนดั่งกระดาษบาง ๆ ที่ขวางกั้นเอาไว้สู่ขั้น
ต่อไป ซึ่งมันอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น แต่ก็ยังไม่
พบความรู้แจ้งที่ทำให้ทะลวงเข้าสู่ขั้นต่อไป
สถานการณ์ในยามนี้ เข็มแสงพุ่งทะลุแทงปกคลุมไป
ทั่วทั้งท้องเวหา อู่ อวี้ พยายามหลบหลีกมันด้วย
ท่วงท่าลื่นไหลประดุจสายน้ำ แต่เมื่อหมิงซวงพูด
สะกิดใจขึ้นมามันก็ทำให้เขานึกถึงเมฆาตลบฟั้าขั้นที่
3 อีกครั้ง
“ใช่ … มันควรจะเป็นเช่นนั้น … ”
ทันใดนั้นทุกอย่างก็เหมือนเปิดโล่ง เสมือนเมฆหมอก
ที่เคยบดบังได้จางหายไป อู่ อวี้ ปลื้มปีติจนหลั่ง
น้ำตาออกมา ปริศนาทุกอย่างถูกคลี่คลายเปิดออก
ความรู้สึกที่เสมือนติดอยู่ในพายุฝนมานานหลายสิบ
วัน แต่แล้วอยู่ ๆ พายุฝนดังกล่าวก็หยุดกะทันหัน
บังเกิดแสงเจิดจ้าส่องสว่างให้ความอบอุ่นไปทั่วโลก
หล้าผืนปฐพี ให้ความรู้สึกสดชื่น ราวกับว่าวิญญาณ
หลุดลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ทั่วทั้งร่างเบาหวิวเหมือน
ดั่งบินทะยาน
” เป็นเช่นนี้นั่นเอง ร่างเงาจำแลง”
เมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 3 นั้นมีชื่อเรียกว่า ร่างเงาจำแลง
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ รู้เพียงแค่ว่าเมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 2
เป็นส่วนขยายสำคัญ จากคำพูดชี้นำของหมิงซวงทำ
ให้เขาสัมผัสได้ถึงความลึกลับ เสมือนดั่งดวงตาเห็น
ธรรมอย่างไรอย่างนั้น เขาขาดความเข้าใจในส่วน
พื้นฐานที่สุดไป แต่มันเป็นส่วนที่ลึกลับซับซ้อนที่สุด
เช่นกัน ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าจะขยายความมันต่อได้เช่นไร
แต่พอเขานึกถึงเรื่องก่อนหน้า ได้อยู่ภายใต้การเจาะ
ทะลวงของลำแสงหนาม เขาก็รู้สึกได้ถึง ร่างเงา
จำแลง เขาสามารถสัมผัสได้ถึงทิศทางที่ตนเองจะมุ่ง
ไป ความสงสัยทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้สลาย
หายไปอย่างฉับพลัน ความเข้าใจในการเข้าสู่เมฆา
ตลบฟั้าคันที่ 3 ก็ชัดเจนขึ้นทันที!
เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์แจ่มใส!
แสงตะวันสาดประกายไปทั่วทั้งโลกหล้า!
การที่เขามาที่นี่ทำให้เขาเกิดความรู้แจ้ง เมฆาตลบ
ฟั้าขั้นที่ 3 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ณ จุดนี้ อู่ อวี้
เพียงแค่นำมันมาทดลองใช้งานจริงเท่านั้น
ถ้าหากเมฆาตลบฟั้าคันที่ 2 การกระโดดข้ามมิติ
เพียงแค่ครั้งเดียว เมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 3 ในอีกชื่อ
เรียกว่าร่างเงาจำแลง เขาจะสามารถกระโดดทะลุ
มิติได้เป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน เขาสามารถไปได้
หลายสถานที่ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยใช้การควบคุม
แค่เพียงเล็กน้อย ดังนั้นร่างต้นของ อู่ อวี้ ยามนี้
สามารถผลุบ ๆ โผล่ ๆ แว๊บไปแว๊บมาผ่านมิติไปยัง
สถานที่หนึ่งอีกสถานที่หนึ่งได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า
จะเป็นระยะใกล้ ๆ แค่หนึ่งฉือก็ตาม นอกจากนี้ด้วย
ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ การที่เขาผลุบ ๆ โผล่ ๆไป
ตรงนู้นทีตรงนี้ที มันทำให้ดูเหมือนว่าเขามีร่าง
จำแลงอยู่มากมาย
ยิ่งไปกว่านั้นร่างที่เห็นเป็นเพียงแค่เงาเท่านั้น ด้วย
เหตุนี้ทุกคนย่อมรู้ว่านี่ไม่ใช่ร่างโคลนอย่างแน่นอน
แต่เป็นเสมือนดั่งภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนผลุบ ๆ โผล่
ๆ ไปมา ปรากฏขึ้นในชั่วเวลาสั้น ๆ และยังมีรูปร่าง
เหมือนกันทุกประการอีกด้วย
ในอดีตเขาเคยฝึกวรยุทธมาก่อน ดังนั้นเขาจึง
จำเป็นต้องใช้การวางเท้าที่แม่นยำถึงจะทำเช่นนั้นได้
แต่เมื่อกับการหยั่งรู้ในเต๋าและพลังอิทธิฤทธิ์อย่าง
ลึกซึ้ง มันก็เป็นเหมือนกับสวรรค์และปฐพีเลย
ทีเดียว
ตอนนี้ดูเหมือนว่าภาพเงาร่างของ อู่ อวี้ กำลังสั่น
ไหว ปรากฏตัวขึ้นหลายตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ยาก
ที่จะล่วงรู้ได้ว่าร่างจริงของเขาอยู่ที่ใด ทั้งยังยากที่
จะโจมตีสร้างความเสียหายกับเขาได้อย่างแท้จริง
แน่นอนว่าตอนนี้เขาผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า ไป
ทั่วทุกอณูร่างกาย เสมือนราวกับว่าอรหันต์ในร่าง
ของเขากำลังขี่เมฆาตลบฟั้า เคลื่อนที่ผ่านช่องว่าง
มิติและความจริงแท้อย่างต่อเนื่อง ก่อนทุกอย่างจะ
เสร็จสิ้นเขาก็กระโดดทะลุมิติมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
อันที่จริงนับตั้งเมฆาตลบฟั้าขั้นแรก เข้าสู่ขั้นที่ 2
และขั้นที่ 3 ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน
เพียงแต่ปรับปรุงยกระดับอย่างต่อเนื่องก็เท่านั้น ขั้น
แรกคือการควบคุมและขับขี่ แต่อันที่จริงแล้วมันก็มี
ความสามารถในการกระโดดข้ามฝั่าทะลวง
ท่ามกลางสวรรค์และปฐพีเพียงช่วงสั้น ๆ ส่วนขั้นที่
2 คือการกระโดดข้ามระยะทางที่ค่อนข้างไกล
พอสมควรด้วยความรวดเร็วที่สูงขึ้น และในขั้นที่ 3
นี้คือการกระโดดทะลวงฝั่ามิติในระยะสั้น ๆ อย่าง
ต่อเนื่อง ยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้เมฆาตลบฟั้ายังมีหลายขั้นอีกในอนาคต
ซึ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและตั้งหน้าตั้งตารอด้วย
ความคาดหวังอันสูงล้ำ!
ซึ่งในช่วงเวลานี้ นับว่า อู่ อวี้ ได้รับประโยชน์
มหาศาลจากการร่างเงาจำแลงนี้ ส่งผลให้เข็มแสงที่
ทรงอานุภาพร้ายกาจไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย
อีกทั้งเขายังมีเวลาเหลือเฟือมากพอที่จะเลือกว่า
อยากจะไปปรากฏตัวที่ใด ถึงแม้ระดับความสูงของ
เขาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนเข็มแสงที่
โจมตีใส่ร่างของเขา ก็ลดเหลือจนน้อยกว่าหนึ่งใน
สามจากเดิม
ยามนี้ อู่ อวี้ มีความมั่นใจอย่างล้นเหลือ ว่าเขา
สามารถขึ้นสู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ได้
อย่างแน่นอน บางทีวิธีการขึ้นสู่ชั้นที่ 8 ของเขา
อาจจะแตกต่างจากผู้อื่น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทน
แบกรับความเจ็บปวดจากการโจมตีของเข็มแสง แต่
ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่าผู้ที่สามารถขึ้นไปสู่
ชั้นที่ 8 ได้ คนผู้นั้นถึงจะกลายเป็นราชากลายเป็นผู้
ชนะ!
เข็มแสงเหล่านี้นับว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งในการฝึกฝน
เมฆาตลบฟั้าคันที่ 3 ภายใต้ผลกระทบอันรุนแรง
ของเข็มแสง เขาก็ยังคงฝั่าขึ้นไปยังระดับที่สูงขึ้น ๆ
เรื่อย ๆ แต่แสงหนามอันทรงพลังก็ยังคงพวยพุ่งลง
มาโจมตี ด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็
ตามยิ่ง อู่ อวี้ เชี่ยวชาญร่างเงาจำแลงมากขึ้น
จำนวนการโจมตีที่เขาได้รับไม่ได้เพิ่มขึ้นไปด้วย แต่
กลับลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาลองกระโดด
เล่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้พบว่าจำนวนของเข็มแสงที่
พุ่งโจมตีเขาก็ลดน้อยลงทันที
” เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าเป็นผู้เปิดทางสว่างให้เขาแท้ ๆ
แต่กลับไม่รู้จักขอบคงขอบคุณกันสักคำ?” หมิงซวง
กล่าวยิ้ม ๆ
” น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งปั่า ทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเหลือข้าก็
เป็นเรื่องถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ? ”
” เช๊อะ! ผายลมยิ่งนัก เจ้ามันเป็นพวกอ่อนหัด
เหยียบขี้ไก่ไม่ฝั่อ แม้แต่แม่หงส์เพลิงตัวกระจ้อยร่อย
นั่น เจ้ายังไม่กล้าเผด็จศึกเล้ย ท่านย่าผู้นี้ก็ไม่ได้
อยากดูถูกเจ้าหรอกนะ แต่อย่าลืมว่าข้าไม่ได้บีบ
บังคับให้เจ้าทำเช่นนั้น แต่เจ้าลงมือทำเองทั้งหมด
ถ้าเจ้าไม่ชอบนาง ไฉนถึงได้รุกนางหนักขนาดนั้น ”
อู่ อวี้ รู้ว่านางกำลังเย้าแหย่เขาอย่างสนุกปาก
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่
ของแสงสว่างเจิดจ้านั้น บัดนี้เขาได้เห็นชั้นที่ 8 แล้ว
แม้จะเพิ่งมาถึงที่นี่ เขาก็ยังคงรู้สึกตะลึงเป็นอย่าง
มาก