กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1114: อสูรเมฆาแหวกสวรรค
เหตุผลที่ อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจก็คือ ภาพที่เขาเห็น
จากเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ยามนี้แตกต่าง
จากชั้นก่อน ๆ หน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ทั้ง 7 ชั้นที่ผ่านมาอยู่เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ มีทั้ง
ทะเลทรายสีเหลือง , ทะเลเพลิง , ลมพายุ , ปั่าไม้ ,
บึง , ความมืดฯลฯ ทั้งหมดที่กล่าวล้วนอยู่ในโลก
ขนาดใหญ่
สำหรับชั้นที่ 8 ทำให้ อู่ อวี้ คิดถึงความเป็นจริงว่า
ยามนี้เขายังอยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลที่เรียบ
ง่าย ไม่ได้กว้างใหญ่อลังการเช่น 7 ชั้นก่อนหน้านี้
ใต้ฝั่าเท้าเป็นพื้นหินชนวนแปลกตา รายล้อมรอบ
ด้วยกำแพงทองคำทั้ง 4 ทิศ เหนือศีรษะเป็นเพดาน
สีดำสนิท ยกเว้นช่องบันไดด้านล่าง
” เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ไม่มี
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงใด ๆ เป็นเสมือนเจดีย์
ทั่ว ๆ ไป ” อู่ อวี้ สรุป
กล่าวได้ว่ายามนี้ อู่ อวี้ อยู่ในพื้นที่ปิดสนิท ขนาด
พื้นที่ไม่ได้กว้างใหญ่มาก ซึ่งขนาดของมันน่าจะ
เท่ากับด้านนอก ดังนั้นเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่
8 มีการเปลี่ยนแปลงผันผวนน้อยสุด
แต่ว่าในชั้นนี้จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษเป็น
แน่
“ อย่าขยับ หุบปากซะ อย่าส่งเสียงดัง! ” ขณะที่ อู่
อวี้ เพิ่งเข้ามาถึงนั้น ฉับพลันเขาก็ได้ยินหนึ่งดังขึ้นใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 เป็นครั้งแรก เสียง
ของบุคคลปริศนาผู้นี้ได้ใช้เคล็ดวิชาเต๋าสื่อสาร
พูดคุยกับเขา อาจจะซักประมาณเกือบ ๆ สิบคน
หรืออาจจะมากกว่านั้น
เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะ
กระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าถ้า
เขาขยับเขยื้อนหรือส่งเสียงดังจะต้องเกิดปัญหาใหญ่
แน่ ๆ ดังนั้นเขาจึงเชื่อฟังเสียงปริศนาดังกล่าวด้วย
การทำตัวนิ่งเงียบ
“อู่ อวี้ เป็นไปได้อย่างไร! เจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ?”
” นี่มันเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 เชียวนะ เจ้า
มาทำอะไรที่นี่! สวรรค์!”
เห็นได้ชัดว่าเสียงนั้นได้เข้ามาใกล้ เมื่อพิจารณา
อย่างชัดเจนแล้ว เมื่อบุคคลปริศนาเห็นว่าเป็น อู่ อวี้
พวกมันก็ตกตะลึงไปพักใหญ่ทีเดียว พร้อมจ้องมอง
เขาด้วยความประหลาดใจอย่างสุดแสน ที่เห็นเขา
ยังคงมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ยังประหลาดใจมากขึ้นอีก
ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงขึ้นมาบนชั้นนี้ได้
เมื่อเสียงนั้นเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ ก็รู้ทันทีว่านี่คือเสียง
ของโอรสยวี่ ทำให้เขารู้ว่าอีกฝั่ายก็อยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ด้วยเช่นกัน
” ไม่น่าเชื่อ! เจ้ารอดชีวิตมาได้อย่างไร!? ที่สำคัญเจ้า
ขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้เช่นไร? ”
อู่ อวี้ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่เลือกจะกวาดตา
มองไปรอบ ๆ เพื่อตรวจสอบดูว่าสถานการณ์ของ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 แห่งนี้เป็นเช่นไร
ในไม่ช้าเขาก็ได้เหตุผลมากมายว่าทำไม โอรสยวี่ถึง
ไม่ยอมให้เขาขยับเคลื่อนไหวหรือทำเสียงดังเป็นอัน
ขาด
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ซึ่งมีขนาดไม่
ค่อยใหญ่แห่งนี้ พื้นดินด้านล่างเปล่งประกายด้วย
แสงสีทองแพรวพราว พอมองแวบแรกก็เล่นเอา อู่
อวี้ แทบหายใจหายคอไม่ออกเลยทีเดียว เพราะบน
พื้นเต็มไปด้วยไข่มุกทองคำเหยียนหวงเรืองแสงเปล่ง
ประกายจำนวนหลายหมื่น ๆ ลูก
แต่ละเม็ดหาได้มีความแตกต่างกันแม้แต่น้อย
เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว จนยากจะคาดเดาได้ว่า
เม็ดไหนเป็นของจริงเม็ดไหนเป็นของปลอม แต่เมื่อ
อู่ อวี้ เพ่งมองมันอย่างใกล้ชิดก็พบว่าแต่พวกมันหา
ใช่ไข่มุกทองคำเหยียนหวง แต่ละเม็ดมีหูตาจมูกปาก
มันดูเหมือนกับหัวทรงกลมขนาดเล็กกลิ้งไปกลิ้งมา
อยู่บนพื้น ซึ่งดูคล้ายคลึงกับสรรพเทวะวิญญาณบน
ชั้นที่ 7 ดังนั้นเขาจึงเดาว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวง
เหล่านี้ น่าจะเป็นสรรพเทวะวิญญาณ
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ ดวงตาของไข่มุกสีทองเหล่านั้น
กำลังปิดสนิทอยู่ อู่ อวี้ เฝั้ามองอยู่ชั่วครู่เขาก็พบว่า
สรรพเทวะวิญญาณเหล่านี้กำลังหลับใหล ทุกตัว
กำลังนอนหลับอุตุ บางตัวก็นอนดิ้นกลิ้งไปกลิ้งมา
อยู่บนพื้น
แล้วก็นี่คือหนึ่งเหตุผลว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงบอกให้
อู่ อวี้ เงียบ ๆ ไว้ เพราะกลัวว่า อู่ อวี้ จะไปปลุก
สรรพเทวะวิญญาณเหล่านี้ให้ตื่นขึ้นมา แล้วการที่
กลุ่มดังกล่าวมาอยู่ชั้นนี้ได้มันก็แสดงว่าฝีมือของคน
เหล่านี้จะต้องสูงส่งทีเดียว กลัวว่าเมื่อพวกมันตื่นขึ้น
มาแล้วจะเกิดเรื่องเลวร้ายบางอย่างขึ้นกับตนเอง
เมื่อเห็นกลุ่มสรรพเทวะวิญญาณจำนวนหนาแน่น
เช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง หลังจากนั้นเขาก็
เริ่มมองสรรพเทวะวิญญาณในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลชั้นที่ 8 อีกครั้ง
คนแรกก็คือโอรสยวี่เขาอยู่ที่นี่ด้วย แต่อยู่ค่อนข้าง
ห่างจาก อู่ อวี้ ด้วยเพราะกลัวว่าตนเองจะไปเผลอ
เหยียบสรรพเทวะวิญญาณบนพื้นเข้า ก่อนที่ อู่ อวี้
จะมาถึงคาดว่าพวกเขาคงกำลังหาทางขึ้นสู่เจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 9 กันอยู่
ซึ่งทางขึ้นอาจอยู่บนเพดานก็เป็นได้
นอกจากโอรสยวี่แล้ว อู่ อวี้ ก็พบว่าส่วนใหญ่อยู่ใน
เจดีย์ชั้นที่ 8 ล้วนเป็นคนที่เขาเคยพบเจออยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5 ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งเห็นได้
ชัดว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้เสียเวลาอยู่ในชั้นที่ 6 และชั้นที่
7 แต่เลือกจะขึ้นมาชั้น 8 นี้โดยตรง เนื่องจากว่า
หากมีไข่มุกปรากฏขึ้นบนชั้นอื่น คนของพวกเขาก็
จะคอยเตือนเอง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม คนเหล่านี้ถึง
ไล่ล่าติดตาม ไข่มุกทองคำเหยียนหวงที่อยู่ในชั้นล่าง
ได้อย่างทันท่วงทีทุกครั้ง
” มีคนมากมายอยากเห็นว่าเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 9 เป็นเช่นไร ”
บนนี้ไม่มีโอรสเซียว ,พระธิดาซี ส่วนองค์ชายทมิฬก็
ยังคงอยู่ชั้นล่าง เท่าที่ อู่ อวี้ เห็นผู้มีฝีมืออยู่ในระดับ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ล้วนขึ้นมาอยู่บนนี้
หมดแล้ว
ตัวอย่างเช่นอาณาจักรผู้ฝึกตนนอกรีต ‘อาณาจักร
เมฆาทะยาน’ ถ้าเทียบกับองค์ชายทมิฬแล้ว
‘หลานฉีหลิวเมิ่ง’ ก็มีชื่อเสียงโดดเด่นอยู่ใน
อาณาจักรเมฆาทะยานไม่แพ้กัน เมื่อเปรียบเทียบ
กับองค์ชายทมิฬ ชายผู้นี้เป็นเสมือนเด็กวัยกลางคน
ดูอ่อนโยนสง่างามแลมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง รอยยิ้ม
ของเขาดูเสมือนดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิก็ไม่ปาน
ดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีฟั้าครามเฉกเช่นผลึก
แก้วอัญมณี นับเป็นสีดวงตาที่หาได้ยากยิ่ง ดูไม่เป็น
อันตรายไม่มีพิษมีภัยต่อมนุษย์และสัตว์โลก แต่ถ้า
ในโลกของชมพูทวีปโลกธาตุแล้ว เขาเป็นมือสังหาร
อันโหดเหี้ยมอำมหิตที่แฝงตัวอยู่ในคราบนักบุญ
นอกจากนี้ยังมีองค์ชายจากจักรวรรดิแก่นรัศมี
ทองคำ เสวียนจินซื่อ บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัว
เขาคล้ายคลึงกับชาวเหยียนหวง แต่มีบางส่วนที่โน้ม
เอียงไปทางโลหะกล้า เนื้อหนังและกระดูก ส่องแสง
สีทองประกายมันวาว ซึ่งดูราวกับว่ามันถูกชุบด้วย
ทองคำ
นอกจากนี้ก็ยังมีจอมกระบี่ลมโชยแห่งอาณาจักร
เซียนวายุเขียว จอมกระบี่ลมโชยใส่ชุดคลุมสีเขียว
ไปมาไร้ร่องรอยดูหล่อเหลาเป็นอย่างมาก ภายใน
อาณาจักรเซียนวายุเขียวเขาไม่มียศตำแหน่งเป็น
ทางการ ด้วยเพราะเขาชอบท่องยุทธภพตลอดปี
ตลอดชาติ ร่ำลือกันว่าเขาถือกำเนิดในตระกูล
ใหญ่โต
นอกจากนี้ยังมี ‘มู่หยุนซี’ แห่ง ‘อาณาจักรเซียน
เหินเมฆา’ ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นสตรีที่ชายทุกคนใน
ชมพูทวีปโลกธาตุเฝั้าใฝั่ฝันถวิลหา แม้ว่ายามนี้นาง
จะแก่ชราลง แต่ก็ไม่มีผลกระทบกับความงามของ
นางแม้แต่น้อย ดังนั้นบนเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 8 จึงถือได้ว่ามีทัศนียภาพยอดเยี่ยมไม่น้อย
และยังมีหญิงงามอีกคนที่พอเทียบเคียงแข่งขันกับ มู่
หยุนซี ได้ นั่นก็คือเสวี่ยชิงอิ่นจาก ‘ดินแดนเทวะ
เหมันต์’ แต่ว่านางไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยได้ แต่นางน่าจะ
อยู่ชั้นที่ 6 ชั้นที่ 7
กล่าวตามตรงชาวเซียนเมฆาแห่งอาณาจักรเซียน
เหินเมฆา กับ ชาวเทวะเหมันต์แห่งดินแดนเทวะ
เหมันต์ รวมถึงชาวฟั่านฮวาแห่งแดนเซียนบุปผา
ฟั่านฮวา นับเป็นสถานที่รวมตัวของโฉมสะคราญ
พวกนางทุกคนล้วนเป็นสตรีที่เหล่าบุรุษเฝั้าใฝั่ฝัน
ปรารถนามากที่สุด
กล่าวได้ว่าเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ถูก
ครอบครองโดยผู้ฝึกตนและผู้ฝึกนอกรีตอย่าง
หลานฉีหลิวเมิ่ง ส่วนปีศาจไม่ได้อยู่บนชั้นนี้ หลานฉี
หลิวเมิ่งก็ดูไม่เหมือนผู้ฝึกนอกรีตเขาค่อนข้างเงียบ
ขรึมสงบปากสงบคำ กลมกลืนไปกับผู้คน
การที่ปีศาจไม่ได้ขึ้นมาบนชั้นนี้ ไม่ได้หมายความว่า
จะไม่มีปีศาจที่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 8
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วพลังฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 8 ยังถือเป็นภัยคุกคามสำหรับเขา
สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นบนเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล ในตอนที่ถูกมหาตะวันกลืนกิน บรรดา
ราชวงศ์เหยียนหวงที่เห็นภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้น
และมีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8
ก็มีโอรสยวี่ โอรสเซียว พระธิดาซี
ส่วนผู้ฝึกตนจากอาณาจักรอื่น ๆ ซึ่งอยู่ที่นี่ได้แก่
เสวียนจินซื่อ , จอมกระบี่ลมโชย , มู่หยุนซี , เสวี่ย
ชิงอิ่น
ทางด้านผู้ฝึกตนนอกรีตก็มี หลานฉีหลิวเมิ่งแห่ง
อาณาจักรเมฆาทะยาน องค์ชายทมิฬแห่งราชวงศ์
มารฟั้า และยังมีคนหนึ่งซึ่งเปียมไปด้วยความลึกลับ
มันผู้นี้มาจากขุมอำนาจของผู้ฝึกตนนอกรีตที่เหลือ
อีก 3 แห่ง นั่นก็คือ ‘ฮวงกู่จื่อ’ แห่ง ‘แดนเก้า
ยมโลก’ ร่ำลือกันว่าเขาเป็นศิษย์ของจ้าวแดนก้าว
ยมโลก และได้รับการเลี้ยงดูกับเจ้าแดน ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
ไม่ได้สนใจเขามากนัก
หากพูดในแง่ของปีศาจ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป
ทายาททักษิณก็คือ ราชาอสรพิษเก้าหัว ส่วนผู้ที่มี
ฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ล้วนมี
อายุเก่าแก่กว่าโอรสยวี่ทั้งสิ้น
ปีศาจกองกำลังแรกคืออาณาจักรปีศาจสวรรค์ เป็น
ปีศาจผู้แข็งแกร่ง และยังเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว
ของ ‘เจ้าปีศาจสวรรค์’ แห่งอาณาจักรปีศาจสวรรค์
ที่เข้ามาในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ร่างปีศาจที่
แท้จริงเป็นแบบเดียวกับพ่อของเขา นั่นก็คือ ‘อสูร
เมฆาแหวกสวรรค์’ ร่ำลือกันว่ามันมีความสามารถ
ในการทำลายมิติ พลังของมันนับว่าทรงพลังเป็น
อย่างยิ่ง ผู้คนต่างเรียกขานว่า ‘จักรพรรดิน้อย’
ปีศาจกองกำลังที่สอง ก็คือ ‘ล้านภูผาปีศาจ’ ซึ่งถือ
เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับอาณาจักรปีศาจสวรรค์ มหา
ราชาปีศาจตนนี้เป็นปีศาจอายุน้อยที่สุด ซึ่งเข้ามา
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ปีศาจตนนี้มี
ชื่อเสียงมาตั้งแต่เยาว์วัย ร่างจริงของมันก็คือ ‘วานร
จิตเขตแดนวิญญาณ ‘ ว่ากันว่ามันเป็นปีศาจที่หา
ยากในชมพูทวีปโลกธาตุมาช้านานหลายพันปี เรียก
ได้ว่ามีเพียงตัวเดียวในชมพูทวีปโลกธาตุแห่ง มันถึง
กำเนิดเกิดมาภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง และมันไม่ได้
อยู่ในชั้นที่ 8
ต่อมาก็เป็นปีศาจสมุทร
ด้วยระยะทางที่พวกปีศาจสมุทรอยู่ห่างไกล
เหลือเกิน ดังนั้นการเดินทางมาเข้าร่วมงานจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจึงไม่ค่อยพาผู้คนมามากมาย
เท่าใดนัก ฉะนั้นต่อให้ปีศาจสมุทรจะมีกองกำลังอยู่
เป็นจำนวนมาก แต่พวกมันส่วนใหญ่ล้วนมีอายุการ
บำเพ็ญเพียรน้อยกว่าโอรสยวี่ นอกจากนี้ยังมีพลัง
ฝีมืออยู่กับระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 เช่น
มหาสมุทรแห่งความตาย, วังวนขั้วโลกใต้ และยังมี
อีกหลายตนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วปีศาจสมุทรที่มีฝีมือ
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ที่เข้ามาภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลเพียงตัวเดียว อู่ อวี้ ยังไม่
เจอมันเลย มันมาจาก ‘น่านมหาสมุทรเพลิงผลาญ’
ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ ว่ากันว่าที่น่านหาสมุทรเพลิง
ผลาญ เป็นมหาสมุทรที่มีเปลวเพลิงอาจท่วมแผด
เผาอยู่ตลอดเวลา ความปันปั่วนท้องมหาสมุทรเบื้อง
ล่าง ก่อให้เกิดเป็นเปลวเพลิงลุกท่วมเผาผลาญอยู่
บนผิวน้ำมหาสมุทร ว่ากันว่าปีศาจที่ถือกำเนิดขึ้นมา
ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีพลังมหาศาลแข็งแกร่งเป็น
อย่างมาก
ร่างปีศาจของมันชื่อเรียกว่า ‘มัจฉาตะวัน’ ภายใน
น่านมหาสมุทรเพลิงผลาญ มันเป็นสายโลหิตที่หาได้
ยากยิ่ง ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ ด้วยความ
แข็งแกร่งของปีศาจสมุทรเพียงผู้เดียวดูดูเหมือนว่า
ยากที่จะเทียบเคียงกับกองกำลังอื่นได้ เนื่องจากใน
ท้ายสุดแล้วมันไม่มีผู้อื่นคอยช่วยเหลือ และพึ่งพาได้
เพียงตนเองเพียงเท่านั้น
ปีศาจสมุทรส่งยอดฝีมือเข้ามาในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลนี้ เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น
ในคราแรก อู่ อวี้ คิดว่าบนชั้นนี้จะมีคนไม่มากนัก
แต่กลับกลายเป็นว่ามีมากกว่า 10 คน อีกทั้งยัง
แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่งพวกมันทั้งหมดเหล่านี้
ยากจะจัดการหรือรับมือได้…
” อู่ อวี้ ข้าขอถามอะไรสักหน่อย เจ้าขึ้นมาที่นี่ได้
อย่างไร รอดชีวิตมาได้อย่างไร ในฐานะผู้เยาว์ชน
รุ่นหลังเจ้าไม่มีมารยาทขั้นพื้นฐานบ้างเลยหรือไร? ”
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเฝั้าสังเกตการณ์อยู่นั้น อยู่ ๆ
โอรสยวี่ก็กล่าวขึ้นมาอย่างช้า ๆ เกรงว่าการที่มัน
เห็นเขาขึ้นมาชั้นนี้ จะเป็นเสมือนดั่งการยืนยันอีก
ครั้งว่า โอรสเล่อ คือผู้ที่ถูกเลือก
จริง ๆ ตอนนี้มันรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ภายใน
ใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างใหญ่หลวง
เพราะคนที่มันคิดว่าควรจะตกตายไปแล้ว แถมยัง
ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในสถานที่ที่ไม่ควรจะมาอีก