กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1127: เคล็ดสะบั้นจิต
การก่อกวนของ อู่ อวี้ ทำให้การต่อสู้อันแสนชุลมุน
ดุเดือดต้องหยุดชะงัก แน่นอนว่ามันสร้างความขุ่น
เคืองให้แก่ผู้คนอย่างมาก
แต่เป็นเพราะช่วงเวลาที่สร้างความสับสนโกลาหล
อยู่นั้น เขาได้ผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า ดังนั้นจึงไม่
มีผู้ใดสามารถจับเขาได้
การคุกคามทั้งดูถูกแลข่มขู่อย่างต่อเนื่องของเขา ทำ
ให้เขาดูไม่ต่างจากคนสติเลอะเลือน ส่วนคนยักษ์
ทองคำก็เหมือนได้พบเจอกับปาฏิหาริย์ แม้จะถูกคน
จำนวนมากมายโจมตีห้อมล้อม แต่มันก็เริ่มมีโอกาส
โจมตีตอบโต้สวนกลับบ้างเป็นครั้งคราว
เมื่อโอรสเซียวถูก อู่ อวี้ ยั่วยุกวนประสาทซ้ำหลาย
ครั้ง โทสะของมันก็พุ่งพล่านเกินกว่าสุดจะทานทน
ได้อีก มันยอมวางมือจากการโจมตีคนยักษ์ทองคำ
แล้วเปลี่ยนมาไล่ล่า อู่ อวี้ แทน มันพยายามทุก
วิถีทางเพื่อจะสังหารเขาให้จงได้
” อู่ อวี้ วันนี้เจ้าต้องตาย เจ้าทำให้ชาวเหยียนหวง
อย่างพวกเราต้องอับอายขายหน้า! ”
ถึงกระนั้นมันก็ไม่สามารถติดตาม อู่ อวี้ ได้ทัน
มันพยายามไล่ล่าเขาอยู่นาน แต่ก็ไม่สามารถคว้าจับ
ได้แม้แต่เงาของ อู่ อวี้ แต่ถ้าหากมันไล่ล่าติดตาม อู่
อวี้ มาไกลเกินไป โอรสเซียวก็กังวลว่าไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงจะถูกผู้อื่นแย่งชิงตัดหน้าไป ฉะนั้นมันจึง
ย้อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม
ในทางกลับกันผู้คนที่อยู่ด้านนอกไม่ว่าจะเป็นชาวเห
ยียนหวงหรือเผ่าพันธุ์ชาติพันธุ์อื่น ๆ สามารถ
มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน
” อู่ อวี้ แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว หากประเมินจาก
สายตาดูคร่าว ๆ แล้ว ดูเหมือนว่าพลังฝีมือของเขา
จะอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 แล้ว
มิฉะนั้นแผนยั่วยุก่อกวนของเขาคงไม่ประสบ
ความสำเร็จเช่นนี้ ”
” ปาฏิหาริย์เกินไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขายังไม่ได้ทำ
อะไรเลยด้วยซ้ำ แล้วพลังฝีมือของเขายกระดับสูง
ขึ้นมาได้อย่างไร มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริง
ๆ … ”
” อาจมีคนแอบคอยช่วยเหลือละมั้ง∼ ฮ่า ๆ ๆ … ”
ในสายตาของคนเหล่านี้ อู่ อวี้ เสมือนม้ามืดฝีเท้าจัด
ที่ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งเขาได้อีก ในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลเขาเขี่ยคู่แข่งจำนวนนับไม่ถ้วนออกไปพ้น
ทาง จนผู้อื่นไม่สามารถไล่ตามทัน
ผู้ที่เฝั้าดูสังเกตการณ์อยู่ในอารมณ์ความรู้สึกที่
แตกต่างกันไป แต่พวกเขาก็ตระหนักได้อย่างชัดเจน
ว่า ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหล อู่ อวี้ จะอยู่ใน
ตำแหน่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ตำแหน่งที่เขาอยู่มัก
วนเวียนปั้วนเปียนใกล้กับไข่มุกทองคำเหยียนหวง
เสมอ
แต่ผู้คนที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลหาได้คิด
เช่นนั้น พวกมันต่างเห็นว่า ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ มี
โอกาสครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงถึง 3 วัน
3 คืน แต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้พวก
มันจึงลืมเรื่องม้ามืดอย่าง อู่ อวี้ โดยปริยาย ส่งผลให้
ตอนนี้พวกมันเลือกจะเชื่อมั่นในตนเองเพียงอย่าง
เดียวเท่านั้น
เวลานี้องค์ชายทมิฬรู้สึกหงุดหงิดรำคาญกับ
พฤติกรรมของ อู่ อวี้ จนสุดจะกลั้น ในที่สุดมันก็
ตะโกนขึ้นมาว่า ” ทุก ๆ ท่าน! ข้ามีเรื่องอยากจะ
เสนอ ข้าคิดว่าเราควรหยุดโจมตีคนยักษ์ทองคำ
ชั่วขณะ แล้วหันมาจัดการไอ้เด็กเปรตผู้นี้กันเถอะ
ส่งมันไปยังปรโลก หากพวกเราทุกคนร่วมด้วย
ช่วยกัน ก็จะได้จดจ่อมีสมาธิไม่ต้องสองจิตสองใจกัน
อีก ทุกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร! ”
เชื่อว่ายอดฝึมือทุกคนต่างเห็นด้วย เพราะในหัวใจ
ของพวกมันในอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะที่มีต่อ อู่
อวี้ ความเดือดดาลโกรธแค้น ซึ่งทั้งหมดล้วนมุ่งตรง
มาที่ อู่ อวี้ เพียงผู้เดียว ในครั้งนี้เขาทำมากเกินไป
จริง ๆ ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการได้เปรียบเสียเปรียบ
ทุกคนจำต้องยอมวางมือจากคนยักษ์ทองคำชั่วคราว
อีกอย่างตอนนี้ทุก ๆ คนต่างก็รู้สึกเหนื่อยล้าเป็น
อย่างมาก ส่วนคนยักษ์ทองคำกลับไม่ดูเหนื่อยล้า
เลยสักนิด
คำพูดขององค์ชายทมิฬทำให้ทุกคนหยุดชะงักการ
ทันที
พวกมันต่างสบตากันและกันแค่เพียงชั่วครู่
เพราะว่าเพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่ทุกคนจะเข้าใจ
ความหมายของกันและกัน ในที่สุดพวกมันต่างก็เห็น
พ้องต้องกันที่จะมาร่วมมือจัดการ อู่ อวี้ ผู้ที่คอย
ยั่วยวนกวนโทสะออกไปให้พ้นมือพ้นเท้าเสียที ซึ่ง
ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็รู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกรุม
ประชาทัณฑ์ ตอนนี้มือเท้าของฝั่ายตรงข้ามกำลังสั่น
เทา ด้วยเพราะอยากเอามาวางนาบไว้บนหน้าของ
เขาจนแทบทนไม่ไหว ชาวเหยียนหวงกลุ่มหนึ่งที่
อยากรุมประชาทัณฑ์เขาเสียเต็มประดานั่นก็คือ
โอรสยวี่ , โอรสเซียว ฯลฯ รวมถึงชาติพันธุ์อื่น ๆ
ด้วย
สายตาของพวกมันยามนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารแห่ง
การฆ่าฟัน นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่พวกมันร่วมแรง
ร่วมใจสามัคคีอย่างไม่มีข้อกังขาใด ๆ ในใจ พวกมัน
ลงทุนขนาดละวางตัวเองจากคนยักษ์ทองคำก่อน
ชั่วคราว
โทสะอันน่าเกรงขามกดดันสะกดข่ม อู่ อวี้ อย่างล้น
หลาม
ความสามัคคีนี้ทำให้ อู่ อวี้ ถึงกลับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
เลยทีเดียว เขาเหยียดมือออกไปพร้อมกับใช้นิวชี้ก
วักมือเรียกพวกมัน ด้วยท่าทางยียวนกวนบาทา
อย่างที่สุด เขายังคงยิ้มหน้าระรื่น แล้วกล่าวขึ้น
อย่างไม่เกรงกลัวฟั้าดินว่า ” มามะ ๆ เข้ามาเลยหนู
ๆ เดี๋ยวบิดาผู้นี้จะเล่นกับพวกเจ้าเอง ”
คำพูดอันแสนโอหังนั้น มันมากเพียงพอที่จะทำให้
คนทั้งโลกต้องตื่นตกใจ
” ฆ่าาาาา มาาาาน !!!! ”
ด้วยคำพูดนี้ ยิ่งทำให้จิตใจของพวกมันแน่นแฟั้น
เป็นหนึ่งเดียว สามัคคีคือพลังอย่างแท้จริง เส้นสติ
ของพวกมันไม่มีอะไรสามารถเหนี่ยวรั้งไว้ได้อีก
ต่อไป พวกมันยอมรับละวางจากคนยักษ์ทองคำ
เพื่อจะมาฉีกกระชากหักกระดูกของ อู่ อวี้ ในมือ
ของพวกมันแต่ละคนถือจับศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาระดับสูง พุ่งกระโจนเข้าหา อู่ อวี้ แล้วสาด
ประเคนพลังอิทธิฤทธิ์เข้าใส่เขาอย่างพร้อมเพรียง!
โอรสยวี่ , หลานฉีหลิวเมิ่ง , องค์ชายทมิฬ , มัจฉาห
ยินหยาง , ฮวงกู่จื่อ…
ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตน , ปีศาจ , ฝึกนอกรีต , หรือ
ปีศาจสมุทร ต่างร่วมแรงร่วมใจสามัคคีราวกับ
ปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่ผู้คนด้านในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลเท่านั้นที่ตื่นตกใจกับมหกรรม
ครั้งนี้ แม้แต่ผู้คนที่เฝั้ารอชมอยู่ด้านนอกก็ตื่นตกใจ
เช่นเดียวกัน
แต่ที่น่าแปลกไปยิ่งกว่านั้นก็คือท่าทีแววตาของ อู่
อวี้ หาได้เกรงกลัวแต่อย่างใด เขาไม่ใช่คนโง่เมื่อเห็น
ความร่วมแรงร่วมใจของพวกมันเช่นนี้ เขาก็รีบ
สตาร์ทเครื่องเผ่นจ้ำอ้าวไปก่อน เมื่อหันกลับมามอง
ด้วยสายตาปกติ เขาก็อยู่ห่างพวกมันจนไม่เห็นฝุั่น
และเขาก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังคงทำหน้าทำท่า
พูดจายียวนบาทาต่อไปว่า ” โถ่ ๆ ๆ พวกเจ้ามี
ปัญญาไล่ล่าแค่นี้เองงั้นรึ? อ่อนซะไม่มี! เดี๋ยวข้าจะ
รอดูว่าใครจะรีบหันก้นกลับไปเอาไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงเป็นคนแรก ”
อู่ อวี้ รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกมันนั้นเปราะบาง
เพียงใด ไม่มีทางที่พวกมันจะยอมตัดใจออกห่างจาก
คนทองคำยักษ์จริง ๆ
ในครั้งนี้พวกมันยังไล่ล่าเขาอย่างตั้งใจ
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ อู่ อวี้ วิ่งหลบหนีล่วงหน้าไป
ได้ไกลมาก แล้วเขามาปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่บน
ท้องฟั้าที่ห่างไกล
” อู่ อวี้ รู้รึไม่ว่าการยั่วยุพวกเราเช่นนี้ เจ้าจะต้อง
ชดใช้ด้วยราคาสูงลิ่วเพียงใด? ” จักรพรรดิน้อยแห่ง
อาณาจักรปีศาจสวรรค์ มันกลายร่างเป็นอสูรเมฆา
แหวกสวรรค์ เปล่งเสียงตวาดคำรามดังกึกก้อง
กังวาลไปทั่วเจดีวิญญาณบรรพกาล
” ข้าขอสาบานต่อหน้าเจ้าตรงนี้เลย อย่างพวก
เจ้าน่ะหรือจะทำอะไรข้าได้? นอกจากปากที่แสน
เก่งกล้า อย่างอื่นก็ไม่เห็นมีอะไร ” อู่ อวี้ ยิ้มเยาะ
พูดเสียงเล็กเสียงน้อย ทั้งท่าทางและจริตจะก้าน
ของเขา ยิ่งยั่วโทสะของพวกมันอย่างที่สุด
แต่สิ่งสำคัญก็คือพวกมันไม่สามารถเข้าประชิดตัว
ของ อู่ อวี้ ได้เลย ดังนั้นพวกมันจึงทำได้แต่จุกจน
พูดไม่ออก และไม่รู้ว่าจะสรรหาคำด่าใดมาเถียงเขา
ดี
” เจ้าช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก! ”
ระหว่างที่ผู้คนกำลังก่นด่าสาปแช่ง ถ่างตาจับจ้อง
มองดูเขาอยู่นั้น เพียงฉับพลันร่างของ อู่ อวี้ ก็เลือน
หายไปอีกครั้ง และสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เป็น
เสมือนดั่งข้อพิสูจน์ยืนยันคำพูดของ อู่ อวี้ ก่อนหน้า
นี้
แต่พวกมันก็ยังไม่ยอมแพ้ ไล่ล่าตามจับร่างเงา
จำแลงของเขาอย่างต่อเนื่อง จนพวกมันไม่อาจ
มองเห็นร่างของยักษ์ทองคำได้อีกต่อไป หลังจากนั้น
อู่ อวี้ ก็หายไปจากสายตาของพวกมันเช่นกัน
“ บัดซบ เราถูกมันหลอก นี่เป็นกับดัก! เพื่อให้มันมี
โอกาสย้อนกลับไปจัดการหุ่นเชิด! ” โอรสเซียวกรีด
ร้อง พวกมันรู้สึกโกรธแค้นจนแทบอกแตกตาย
ใบหน้าแดงก่ำควันลอยออกจากหู ยิ่งรู้ว่ามีคนด้าน
นอกกำลังเฝั้าจับตามองอยู่ โทสะของพวกมันก็ยิ่ง
ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ที่ตนเองต้องมาแบกรับ
ความอัปยศ ถูกบดขยี้ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีจน
ไม่เหลือชิ้นดี
ด้วยความวิตกกังวล พวกมันจึงรีบย้อนกลับมาอีก
ครั้ง หลังจากกลับมาพวกมันก็ไม่อาจแลเห็นแม้แต่
เงาร่างของ อู่ อวี้ ส่วนทางด้านของยักษ์ทองคำที่มี
เวลาพักฟืนอยู่ชั่วครู่ ก็สามารถกู้คืนความแข็งแกร่ง
จนแทบกลับสู่สภาพดังเดิม เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่
กลุ่มฝูงชนของเหล่าปีศาจและผู้ฝึกตน กำลังเฝั้าดู
การติดตามไล่ล่าของยอดฝีมือ จนลืมนึกไปว่าตนเอง
อยู่ใกล้เคียงและเสี่ยงต่อการถูกยักษ์ทองคำโจมตี
มากแค่ไหน ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นดังที่คาดไว้ เมื่อยักษ์
ทองคำฟืนฟูจนกลับคืนสภาพเดิม มันก็เริ่มเปิดฉาก
โจมตี ตวัดฟันผ่าร่างของฝูงชนราวกับหั่นผักหั่น
แตงโม จนเศษชิ้นส่วนซากศพร่วงหล่นโปรยปรายลง
ไปในทรายสีเหลืองราวกับห่าพิรุณก็มิปาน
เมื่อคนยักษ์ทองคำเห็นว่าคนเหล่านั้นที่เคยโจมตี
สะกดข่มตนเองย้อนกลับมา มันก็เปล่งเสียงร้อง
คำรามด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราดดุร้ายมากยิ่งขึ้น
พร้อมกระชับกระบี่หนักในมือ พุ่งทะยานเข้า
ประหัตประหารกับเหล่ายอดฝีมืออีกครั้งทันที!
การต่อสู้ครั้งใหญ่บังเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มี อู่
อวี้ มาคอยก่อกวน ทำให้การโจมตีปิดล้อมดำเนินไป
อย่างลื่นไหลเล็กน้อย อย่างไรก็ตามทุกสิ่งก็ยังคง
เป็นเช่นเดิม ต่อให้พวกมันสาดประเคนเคล็ดวิชาเต๋า
หรือพลังอิทธิฤทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนโจมตีเข้าใส่ร่าง
ของคนยักษ์ทองคำอย่างดุร้าย แต่พวกมันก็ไม่อาจ
บดขยี้ทำลายฝั่ายตรงข้ามได้อย่างสิ้นเชิง
องค์ชายทมิฬถือเสาทมิฬทยานเข้าไปโรมรันฟาดฟัน
ฉากนี้ค่อนข้างสร้างความวุ่นวายโกลาหลเป็นอย่าง
มาก พวกมันยังคงพัวพันกันยุ่งเหยิง ส่งผลให้การ
โจมตีดังกล่าวจึงไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เวลานี้องค์ชาย
ทมิฬปั้วนเปียนวนเวียนอยู่ด้านหลังคนยักษ์ทองคำ
เมื่อเสาทมิฬตวัดฟาดลงไปบนร่างของคนยักษ์
ทองคำมันก็เหมือนดั่งเอาไม้ตีใส่ระฆังก็ไม่ปาน มัน
ฟาดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนด้านหลังของคนยักษ์
ทองคำกลายเป็นหลุมลึก
คนยักษ์ทองคำเหลียวหลังกลับมามองด้วยโทสะ
เกรี้ยวกราด ดาบวงเดือนครามถูกปลดปล่อยตวัด
ฟันออกจากมือของมันเข้าใส่ร่างขององค์ชายทมิฬ
เมื่อเห็นท่าไม่ดีมันจึงรีบดึงศาสตราวิถีแท้ของตนเอง
กลับมา เนื่องจากในเวลานี้คนยักษ์ทองคำถูกผู้อื่น
โจมตีอยู่ จึงมิใช่เรื่องยากเย็นอันใดที่มันจะหลบเลี่ยง
” องค์ชายทมิฬ ” ทันใดนั้นเสียงเรียกชื่อเบา ๆ ดัง
ขึ้นข้างหูของมัน มันรู้ว่าเสียงนี้ต้องเป็นของ อู่ อวี้
อย่างแน่นอน ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะปรากฏกายขึ้น
ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ซึ่งนี่ทำให้มันรู้สึกขนลุก
อย่างน่าประหลาด เพราะมันรู้สึกว่ากำลังโดนบีบ
จากทั้งสองด้าน!
อู่ อวี้ อยู่ด้านหลังของมันจริง ๆ
” เคล็ดสะบั้นจิต ”
เขาใช้ออกด้วยเคล็ดแปลงกายสะบั้นจิตทันที ในชั่ว
พริบตานั้น ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกระแสวัง
วนสีขาว สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของมันซีดเซียวเหม่อลอย
อย่างน่าประหลาด ท่ามกลางกระแสวังวน ระลอก
คลื่นไร้ลักษณ์อันแข็งแกร่ง อัดกระแทกเข้าใส่ร่าง
ขององค์ชายทมิฬทันที!
ตูมมมม!
ภายใต้พลังอำนาจอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงนี้ ทันใด
นั้นดวงตาขององค์ชายทมิฬก็แปรเปลี่ยนซีดขาว
ร่างกายสั่นเทา ราวกับว่าจิตวิญญาณของมันหลุด
ลอยออกจากร่างไปเสียแล้ว ร่างกายไม่สามารถขยับ
เขยื้อนเคลื่อนไหวไปไหนได้ ยามนี้มันสัมผัสได้ถึง
ความตายที่คืบคลานเข้ามา แม้จะขยับมือและเท้าก็
ยังยากเย็นแสนเข็ญอย่างที่สุด แต่ไม่ว่ามันจะ
เคลื่อนไหวร่างกายส่วนใดก็ล้มเหลวไปเสียทุกครั้ง
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ถึงกับนึ่งอึ้งไปเช่นเดียวกัน เขาไม่คิด
ว่าเคล็ดสะบั้นจิตจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ แต่เขา
ก็รู้สึกเหนื่อยล้าจริง ๆ เพราะนี่คือเคล็ดแปลงกายที่
จ่ายด้วยพลังจิตเทวะของเขา ทำให้หลังจาก
ปลดปล่อยออกไปแล้ว ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน
เล็กน้อย
ประเด็นสำคัญคือคนยักษ์ทองคำกลับไม่สะทก
สะท้านแม้แต่น้อย!
คนยักษ์ทองคำมีรูปแบบการต่อสู้ในระยะประชิด
แน่นอนว่าการโจมตีของมันแต่ละครั้งไม่มีคำว่าลังเล
หรือผิดพลาด การที่พวกมันใช้แผนโอบล้อมโจมตี
คนยักษ์ทองคำเช่นนี้ นับเป็นการสูญเสียพลังงาน
เป็นอย่างมาก แล้วในครั้งนี้องค์ชายทมิฬเองไม่เคย
คาดหวังว่าตนเองจะถูกโจมตี ด้วยพลังที่ส่งผล
กระทบต่อจิตวิญญาณเช่นนี้!
เคล็ดสะบั้นจิต มันช่างสุดยอดเสียจริง ๆ!
ชั่วพริบตาที่ อู่ อวี้ ทำให้มันวิงเวียนศีรษะเหม่อลอย
ไม่อาจควบคุมตนเองได้ ดาบวงพระจันทร์สีครามก็
ตวัดฟันผ่าร่างของร่างองค์ชายทมิฬ แลเห็นเพียง
ประกายแสงสีน้ำเงินอันคมกริบสะบั้นเข้าใส่ร่างของ
มัน!
อ๊าก!
ทันใดนั้นเอง องค์ชายทมิฬส่งเสียงกรีดร้องขึ้นอย่าง
ฉับพลัน แต่มันก็ต้องสิ้นลมลงในทันที ผู้คนสามารถ
สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวและตื่นตระหนก แฝงมา
ในเสียงกรีดร้องดังกล่าว ทั้งยังสั่นสะท้านอย่าง
รุนแรง บางทีหลังจากที่มันได้สติกลับคืนมา แล้วคิด
จะหลบเลี่ยงเอาตอนนั้น มันก็สายเกินไปแล้ว
ตูมมมม!
ชั่วขณะที่มีดวงเดือนเปล่งประกายแสงสีน้ำเงินกลืน
กินร่างของมัน เพียงชั่วพริบตาร่างขององค์ชายทมิฬ
ก็เลือนหายไปทันที เสาทมิฬที่อยู่ในมือของมัน ถูก
คมดาบอัดกระแทกเข้าใส่จนปลิวกระเด็นลอย
ออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา
เดิมที อู่ อวี้ ย่อขยายร่างกายให้เล็กที่สุด ในที่สุดเขา
สามารถใช้เคล็ดสะบั้นจิตจัดการกับองค์ชายทมิฬได้
สำเร็จ และด้วยเพราะสถานการณ์ที่ค่อนข้างวุ่นวาย
ยุ่งเหยิงในยามนี้ ทำให้ผู้อื่นไม่ทันได้สังเกตเห็นเขา
สำแดงฝีมือปลดปล่อยเคล็ดสะบั้นจิต ดังนั้นวิชา
ดังกล่าวยังเป็นความลับต่อไป
และเป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนที่อยู่ในลานเมฆาสวรรค์เพลิง
วายุจะทันได้เห็นภาพฉากดังกล่าว โดยเฉพาะการ
ต่อสู้มันค่อนข้างวุ่นวายอลหม่านอย่างที่สุด อีกทั้ง
ขนาดของคันฉ่องก็บานไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก
แต่พวกมันก็เห็นอย่างเต็มตาว่าองค์ชายทมิฬนั้นถูก
ฆ่าตายแล้ว!
สิ่งนี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวมารฟั้าอย่าง
ที่สุด
แต่สิ่งที่พวกมันแปลกใจก็คือ ไฉนอยู่ ๆ องค์ชาย
ทมิฬผู้แสนเก่งกาจถึงได้ไม่ยอมขยับเขยื้อนเนื้อตัว
เอาเสียดื้อ ๆ แล้วปล่อยให้คนยักษ์ทองคำโจมตีเข้า
ใส่ร่างกายเช่นนั้น …
ไม่เพียงแค่คนนอกเท่านั้น แม้แต่คนที่อยู่ด้านในก็
แอบติดใจกับการตายครั้งนี้เช่นกัน
อู่ อวี้ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง
เป็นอย่างมาก
เขากำลังถ่วงเวลาเพื่อเฝั้ารอให้ร่างกลืนสวรรค์
แข็งแกร่งขึ้น และรอให้กิเลนเงินฟืนฟูจนกลับสู่
สภาพสมบูรณ์