กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1128: สบโอกาส
องค์ชายทมิฬตกตายไปในทันที แต่เหล่ายอดฝีมือ
ระดับชั้นแนวหน้าที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่มีผู้ใดเศร้าโศก
เสียใจให้กับมันเลย
สภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนอื่นหวาดกลัวเป็น
อย่างยิ่ง เมื่อมองลงไปบนร่างขององค์ชายทมิฬ ก็
รู้สึกว่านี่อาจจะเป็นจุดจบของตนเอง
ในตอนแรกพวกมันยังคงแอบคิดว่า ยามนี้ตนเองอยู่
ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง แล้วถ้ากล่าวถึง
ชมพูทวีปโลกธาตุพวกมันก็ถือเป็นหนึ่งในเสาหลัก
และจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นคนจัดการ
แข่งขันขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงไม่น่าหนักมือจนถึงขั้นเอา
ชีวิตกัน
หากความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ แล้วถูกสังหารตก
ตายในการต่อสู้ไปก็มิใช่ปัญหาอันใด
ดังนั้นยามนี้ภายในหัวใจของพวกมันก็รู้สึกเย็นเยียบ
ความหวาดกลัวในหัวใจของมันเปรียบเสมือนดั่งถูก
ธารน้ำอันเย็นเยียบราดรดลงหัวใจของพวกมัน
ความปรารถนาและความฮึกเหิมก่อนหน้านี้ได้
หายไปจนหมดสิ้น ส่งผลให้กำลังรบร่วมต่อสู้กับคน
ยักษ์ทองคำไม่เพียงพอ กลายเป็นว่าเรื่องนี้หนักหนา
สาหัสเกินกว่าที่พวกมันจะรับไว้
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้แผนการรุมสกรัมคนยักษ์
ทองคำของพวกมันก็ถือว่าประสบความสำเร็จไป
ด้วยดี แต่พอ อู่ อวี้ ปรากฏตัวดูเหมือนทุกอย่างมัน
ก็ไม่ราบรื่นเช่นดังเดิม
ด้วยเหตุนี้แผนการทุกอย่างเริ่มสะดุดแล้วจะต้อง
หยุดลงในที่สุด จากตอนแรกที่แย่งกันต่อสู้อย่างไม่มี
ใครยอมใคร ผลปรากฏว่ายามนี้ไม่มีผู้ใดยอมเข้าไป
ต่อสู้เพียงลำพังเช่นดังเดิมอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น
หลังจากต่อสู้มาอย่างยาวนาน จวบจนปัจจุบันก็ยัง
ไม่มีผู้ใดได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวงมาครอบครอง
เลยสักคน ยามนี้พวกมันเหนื่อยล้าอย่างที่สุด เหน็ด
เหนื่อยทั้งกายใจ การต่อสู้ครั้งนี้ต้องใช้ความมานะ
บากบั่นพยายามเป็นอย่างมาก และต้องเสียพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ไปมากด้วย ดังนั้นในระหว่างการต่อสู้พวก
มันจึงต้องหยุดมือเป็นครั้งคราว ก่อนที่จะลงมือ
ต่อไป แต่มันก็ยังไม่ได้ผล อู่ อวี้ ก็มาปรากฏตัวอยู่
ด้านหลัง ซึ่ง อู่ อวี้ ที่มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง ก็มิได้
คิดจะเข้าไปหยอกล้อกันแกล้งคนเหล่านั้น
แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปก่อกวน แต่ด้วยความหวาดกลัว
ก็ไม่อาจทำให้พวกมันร่วมมือกันได้อย่างสนิทใจ
ดังนั้นคงยากที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้
กลุ่มของพวกมันไม่ได้คาดหวังว่า ไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง จะมาปรากฏต่อหน้าต่อตาของพวกมัน
เช่นนี้ และพวกมันไม่มีสิทธิ์ไขว่คว้ามันได้
หากพวกมันไม่กลมเกลียวสามัคคีรวมใจเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกัน โดยไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัว แล้วร่วมมือ
ร่วมใจกันสังหารคนยักษ์ทองคำนี้ให้สิ้นซาก ก็ยังคง
พอมีโอกาสที่จะฆ่าคนยักษ์ทองคำตัวนี้ได้
ระหว่างที่พวกมันสะกดข่ม โจมตีคนยักษ์ทองคำอยู่
นั้น พวกมันก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ เนื่องจาก
เจ้ายักษ์ตัวนี้ต่อสู้โรมรันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำ
ให้รู้ได้ว่ามันคือเครื่องจักรกลอย่างแน่นอน ชั่ว
ขณะนั้น โอรสยวี่ กับกลุ่มยอดฝีมือต้องการล่าถอย
ออกมาเพื่อพักฟืน แต่ก็ถูกฝั่ายตรงข้ามไล่ล่าโจมตี
สังหารเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ฝึกตนที่เคย
ปิดล้อมมันก่อนหน้านี้ พากันเปล่งเสียงกรีดร้องดัง
ระงมด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดแสน บัดนี้ภายใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 1 ได้ตกอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของคนยักษ์ทองคำอย่างสมบูรณ์ มันเป็น
เช่นดั่งเทพเซียน ที่กำลังไล่ล่าฆ่าสังหารบดขยี้ผู้คน
อย่างสนุกสนาน ด้วยความตื่นตระหนก ทำให้กลุ่ม
ยอดฝีมือพากันหลบหนีแตกกระเจิงกันไปคนละทิศ
คนละทาง
เมื่อมองจากสายตาของโอรสยวี่และพันธมิตร
ประมาณสิบกว่าคนของมัน คาดว่าน่าจะต่อสู้
ติดต่อกันได้เพียงอีกแค่สองหรือสามวันเท่านั้น
โดยเฉพาะการต่อสู้ติดต่อกันนาน ๆ หลายวันจะสูบ
กลืนพลังงานของพวกมันจนมาถึงขีดจำกัด ฉะนั้น
ในตอนนี้พวกมันจึงพยายามหาโอกาสพักหายใจหาย
คอ ทว่ามันก็ช่างยากลำบากเสียเหลือเกินที่จะหา
โอกาสพักผ่อนดังกล่าว ด้วยเพราะตอนนี้คนยักษ์
ทองคำยังคงไล่ล่าพวกมันอย่างโกรธแค้น ซึ่งมีเพียง
ทางเลือกเดียวนั้นคือถอดใจยอมแพ้แล้วขึ้นไปพัก
เหนื่อยอยู่บนเจดีย์ชั้นที่ 2 แต่นั่นก็หมายความว่ามัน
จะเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ครอบครองไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงอยู่ในสถานะอับจน
หนทางอย่างที่สุด
ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงเลือกที่จะดันทุรังพัวพันต่อสู้กับ
คนยักษ์ทองคำต่อไป
ไม่ใช่เพียง อู่ อวี้ คนเดียวเท่านั้น แม้แต่ผู้คนนับ
หมื่นนับพันที่อยู่ด้านนอกก็ยังหมดความสนใจกับ
การแย่งชิงแข่งขันครั้งนี้ ในที่สุดกิเลนเงินที่อยู่
ภายในเจดีย์ล่องกำเนิดก็ฟืนสภาพกลับคืนสู่ปกติ
ด้วยการนี้จะทำให้เขามีพลังในการรบเพิ่มขึ้นถึงสาม
เท่า
เวลานี้ผันผ่านไปห้าวันแล้ว
หลังจากต่อสู้อย่างอดทนเป็นเวลานานนับ 5 วันกับ
คนยักษ์ทองคำ โอรสยวี่กับเหล่าพันธมิตรก็เริ่มโจมตี
จากระยะไกล เลือกที่จะไม่เข้าไปต่อสู้ในระยะ
ประชิด ซึ่งไม่มีทางที่จะเอาชนะคนยักษ์ทองคำได้
ส่งผลให้ทั้งสองฝั่ายสิ้นเปลืองพลังงานไปโดยใช่เหตุ
ไร้ซึ่งการบาดเจ็บใด ๆ
อีกไม่กี่วันต่อมากลุ่มของพวกมันสิบกว่าคนก็เริ่ม
เหนื่อยล้าทั้งกายใจ พวกมันไม่เคยคิดว่าการ
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะยากเย็นถึง
เพียงนี้ พวกมันไม่เคยพบเจอสิ่งที่ยากลำบาก
มากมายเช่นนี้มาก่อน แม้ว่ามหาสมบัติจะอยู่
ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ กลับไม่สามารถไขว่คว้ามา
ครอบครองได้ ราวกับว่าถูกพรากสมบัติมหาศาลไป
ต่อหน้าต่อตา ความเจ็บปวดที่ได้รับมันมากมายเสีย
ยิ่งกว่าตามหามันไม่เจออีก
ก่อนหน้านี้โอรสเล่อวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เมื่อ
เห็นสภาพการณ์เป็นไปเช่นนี้เขาก็รู้สึกโล่งใจ มันทำ
ให้เขามั่นใจในการตัดสินใจของ อู่ อวี้ ยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงเฝั้ารอ ว่าในท้ายสุดแล้วเขา
จะคว้าโอกาสไว้ได้หรือไม่ ?
อู่ อวี้ ไม่ได้บอกเขาว่าจะลงมือโจมตีเมื่อไหร่
ขณะนี้ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าสิบกว่าคนเริ่มถอยร่น
กลับมาแล้ว ด้วยเพราะพวกมันไม่มีปัญญาโค่นล้ม
จัดการคนยักษ์ทองคำ
พวกมันต่างมองหน้ากันและกัน ด้วยใบหน้าขาวซีด
ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
อย่างไรก็ตามยามนี้พวกมันขัดแย้งกันหลายอย่าง
ความขัดแย้งดังกล่าวยากที่จะเชื่อใจกันและกัน แต่
ทุกคนยังคิดว่าตราบใดที่สามารถสังหารคนยักษ์
ทองคำได้ ทุกคนก็มีโอกาสได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงกันทั้งนั้น เมื่อถึงเวลานั้นและมีการต่อสู้เกิดขึ้น
อีกแน่นอนย่อมไม่มีผู้ใดต้องการให้ผู้อื่นได้รับมันไป
ด้วยเพราะความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสับสนยุ่ง
เหยิง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของพวกมันอีรุงตุงนังมั่ว
ซั่วไปหมด ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงไม่รีบร้อนต่อให้มี
ใครตกตายกันไปกี่คนก็ตาม ความคิดของพวกมัน
ยามนี้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะ เพื่อตนเองจะได้
กลับไปพักผ่อนเสียที
พวกมันต้องการใช้โอสถจำนวนมากฟืนฟูพลัง ตราบ
ใดที่คนยักษ์ทองคำมิได้ไล่ล่า มันผู้นั้นก็จะมีโอกาส
ในการพักหายใจบ้าง ส่วน อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ปรากฏมา
นานกว่าสองวัน ฉะนั้นยามนี้พวกมันจึงลืมเขาไป
แล้ว
แต่แล้วทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกมัน
คั่นกลางระหว่างพวกมันกับคนยักษ์ทองคำ ซึ่งเป็น
ช่วงเวลาที่คนยักษ์ทองคำกำลังไล่ล่าสังหารเหล่าผู้
ฝึกตนอย่างบ้าคลั่ง เวลานี้ อู่ อวี้ ยืนอยู่ตรงหน้าพวก
มัน ฉีกยิ้มอ่อนแล้วกล่าวว่า ” ดูเหมือนว่าทุกคนจะ
เหนื่อยกันแล้ว คราวนี้คงถึงตาข้าแสดงฝีมือบ้างแล้ว
ล่ะ ”
โอรสเซียวหัวเราะแล้วกล่าวว่า ” เจ้าจะบอกว่าจะ
จัดการกับคนยักษ์ทองคำด้วยตัวคนเดียวเช่นนั้น
หรือ ? เจ้าจะไปลองก็ได้ น่าจะไม่เกินสิบลมหายใจ
เดี๋ยวข้าจะรอเก็บศพของเจ้า ”
ห้าวันแล้วที่มันต้องรับมือต่อสู้กับคนยักษ์ทองคำ
ฉะนั้นมันจึงรู้ดีว่ายากเย็นเพียงใด
ส่วนคนอื่น ๆ ก็พูดจาเย้ยหยันเขาเช่นกัน จักรพรรดิ
น้อย , เสวียนจินซื่อ , ฮวงกู่จื่อ กับ เสวี่ยชิงอิ่น บน
ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มดูถูกดูแคลน
ราวกับว่าพวกมันกำลังหัวเราะเยาะ อู่ อวี้ อยู่ก็ไม่
ปาน
” ถ้าเจ้าคิดจะไป… ก็อย่าลืมว่าองค์ชายแห่งความมืด
ตกตายโดยที่ยังไม่ทันได้ขยับด้วยซ้ำ ” โอรสยวี่ยัง
มองเขาด้วยความท่าทางไม่พอใจ
พวกมันรู้ถึงความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ เป็นอย่างดี
ความก้าวหน้าของชายคนนี้ก็พอ ๆ กับพวกมันเลย
ด้วยซ้ำ แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะขึ้นไปถึงระดับ
เดียวกับ จักรพรรดิอารามสวรรค์
ขนาดกลุ่มของพวกมันรวมตัวผนึกกำลังก็ยังไม่
สามารถจัดการกับคนยักษ์ทองคำได้เลย
มู่หยุนซีกล่าวว่า ” ทุกคนอย่าปล่อยให้เขาประสบ
ความสำเร็จ อู่ อวี้ มากเล่ห์เพทุบาย ถ้าเขาได้รับมัน
ไปล่ะ … ”
” ถ้าเจ้ามียังมีแรงเหลือ ก็ไปหยุดเขาสิ ” โอรสเซียว
กลอกตามองบน ตอนนี้มันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแขนขา
ด้านชาราวกับจะเป็นอัมพาตเสียให้ได้
อันที่จริงในยามนี้ทุกคนมีอารมณ์ความรู้สึกที่
แตกต่างกัน และบางคนก็แอบกังวลอยู่เล็กน้อย
” อย่าได้กังวล ก่อนหน้านี้ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
อยู่กับเขาตั้งสามวัน เขายังไม่มีปัญญาครอบครอง
มันเลย ” เมื่อโอรสยวี่คิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจ แต่
มันก็แอบคาดหวังว่า อู่ อวี้ จะต้องถูกคนยักษ์
ทองคำสังหาร
” ชายผู้นี้เป็นคนฉลาดมีไหวพริบ ทั้งยังเจ้าเล่ห์
เพทุบาย เขามาถึงจุดนี้ได้เพราะความพยายามและ
ความสามารถของตนเอง ข้าไม่แน่ใจสำหรับเขาแล้ว
คนยักษ์ทองคำจะรับมือยากมากเพียงใด เว้นเสียแต่
ว่าจักรพรรดิโบราณจะดูแลให้ความสนใจเขาเป็น
พิเศษ แต่ก็ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่ข้าคิดเอาไว้
เลย ” ฮวงกู่จื่อแห่งแดนเก้ายมโลกกล่าวด้วยความ
ไม่พอใจ
” ดูแลให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษอีกแล้วหรือ? ”
” ไข่มุกปรากฏบนต่อหน้าเขาไม่ใช่แค่เพียงครั้งเดียว
แต่มันก็หลายครั้งหลายคราแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ไม่
เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง หากเป็นเช่นนั้น
คิดว่าการที่เรามาแข่งขันในครั้งนี้มันสมเหตุสมผล
แล้วงั้นรึ? ถ้าเกิดทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว คงพูดได้
เพียงว่ามันช่างน่าอัปยศเสียจริง ๆ ”
” ก็ลองดูเอา โอรสเล่อจะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่
หรือไม่ จะปรากฏในไม่อีกไม่ช้าแล้ว ”
อู่ อวี้ พูดคุยกับคนพวกนี้แค่เพียงไม่กี่คำเท่านั้น
แล้วเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนยักษ์ทองคำ
เพียงลำพัง เวลานี้คนยักษ์ทองคำก็เห็นเขาเช่นกัน
แต่มันก็จำไม่ได้ว่าครั้งหนึ่ง อู่ อวี้ เคยช่วยมันไว้
เบื้องหน้า หนึ่งกระบี่หนัก อีกหนึ่งดาบยาว
อู่ อวี้ ใช้เทียมฟั้าจรดดินขยายร่างใหญ่ พร้อมทั้ง
แปรเปลี่ยนกลายเป็นวานรทองคำอันน่าเกรงขาม
ในมือถือจับจักรพรรดิเสด็จทวนศึกกิเลน
ตวัดฟาดฟันปลดปล่อยเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว
ความร้อนแรงอันน่าสะพรึงกลัวของกายาเพชร
อมตะ ระเบิดเผาไหม้ร่างคนยักษ์ทองคำ เวลานี้มัน
กำลังถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงความร้อนอย่างที่สุด
กระบวนท่าสังหารคนยักษ์ทองคำนั้นเฉียบคมเป็น
อย่างมาก ในระยะประชิดเช่นนี้ เมฆาตลบฟั้าขั้นที่
สามร่างเงาจำแลง ของ อู่ อวี้ กลับทรงพลังยิ่งกว่า
ภายใต้คมดาบคมกระบี่ที่ฟาดฟันลงมาอย่างไม่
หยุดยั้ง ไม่มีคมดาบคมกระบี่ใดสามารถแตะต้อง
สัมผัส อู่ อวี้ ได้ เขาม้วนทะยานหลบเลี่ยง ขึ้นลง
ซ้ายขวา จนไม่อาจคาดเดาทิศทางของเขาได้
ด้วยเหตุนี้คนยักษ์ทองคำจึงโกรธเกรี้ยวอยู่ไม่น้อย
มันรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูก อู่ อวี้ หยอกเย้าอยู่
ก็มิปาน แต่เขาก็ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามให้แก่มัน
ได้
ปัจจุบันผู้คนในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล เฝั้ามอง อู่
อวี้ ด้วยสีหน้าท่าทางอันแสนเบื่อหน่ายอยู่เงียบ ๆ
และคนที่อยู่บนลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุก็กำลัง
เฝั้าดูเขาอยู่เช่นกัน รวมถึงลั่วผินด้วย
“ ยังกับดูละครจำอวด เดินทางกลับกันได้แล้ว
กระมัง ” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์อดไม่ได้ที่จะเหน็บ
เล็กเหน็บน้อย
“ ถ้าเจ้าไม่พูด ไม่มีใครว่าเจ้าเป็นใบ้หรอกนะ ” ลั่ว
ผินหันมามองมันด้วยสายตาคมกริบ
ท่าทีนี้ทำให้มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์สั่นสะท้าน
เล็กน้อย สีหน้าของมันตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เนื่องจาก
สถานะตัวตนของมันถือว่ายิ่งใหญ่พอตัว
“ สงบปากสงบคำเสียบ้างสิ” มังกรซวิ่นเมเปิล
แนะนำ
ทั้งนี้ทั้งนั้นดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะเป็นผู้ชี้ชะตาว่าผู้ใด
จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
นอกจากนี้ตัวตนของเขายังถือได้ว่าเป็นชาวเหยียน
หวง ระหว่างที่โอรสยวี่น่าจะหมดหวังไปแล้ว บาง
คนยังแอบหวังว่า อู่ อวี้ น่าจะทำอะไรบางอย่างได้
ในสายตาของพวกมัน อู่ อวี้ กับคนยักษ์ทองคำต่าง
ฝั่ายต่างพยายามไล่ต้อนซึ่งกันและกัน!
หลังจากต่อสู้กันมานานกว่าหนึ่งก้านธูป ทั้งสองฝั่าย
ไม่สามารถสร้างความเสียหายซึ่งกันและกันได้ หนึ่ง
รวดเร็วปานพายุ อีกหนึ่งอึดถึกทนราวหินผา
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ถึงกลับเหงื่อ
ตกกันเลยทีเดียว โอรสเซียวเห็นว่าทุกอย่างเป็นไป
ตามที่พวกมันคาดคิดเอาไว้ ดังนั้นจึงหัวเราะออกมา
ด้วยความสะใจอย่างช่วยไม่ได้ สถานการณ์ดังกล่าว
เปิดช่องให้คนอื่น ๆ หัวเราะกันอย่างผ่อนคลายมาก
ขึ้น ราวกับว่า อู่ อวี้ เป็นเพียงแค่ตัวตลกก็ไม่ปาน
หลังจากนั้นพวกมันก็พยายามฟืนฟูพละกำลังของ
ตนเองให้กลับคืนมา
” ปล่อยให้ อู่ อวี้ ถ่วงเวลามันไว้สักพักหนึ่งก็ได้ รอ
ให้พวกเรารวมตัวกันจนสมบูรณ์แล้วค่อยไปตัดสิน
แพ้ชนะ! ” วานรจิตเขตแดนวิญญาณกล่าว
ฝูงชนไม่ได้ตอบสนองอันใดด้วย แต่เมื่อดูจากสายตา
ที่ร้อนแรงของเขา พวกมันต่างกำลังคิดว่า อู่ อวี้ เพิ่ง
เปิดโอกาสให้พวกมันได้พักอย่างสงบ และคิดว่าเป็น
หน้าที่ของพวกมันที่จะทำการแก้แค้นให้กับบรรดาผู้
ฝึกตนและปีศาจที่ต้องตกตายไป
ชวี่ เฟิงอวี๋ ที่อยู่ภายในหงส์ทมิฬส่ายศีรษะแล้วกล่าว
ว่า ” เขาไม่น่าจะรับมือมันไหว คงไม่มีผู้ใดสามารถ
จัดการกับคนยักษ์ทองคำตัวนี้ได้แล้วล่ะ ”
เย่ซีซียิ้มแล้วต่อปากต่อคำอีกครั้ง ” ก็เพราะเจ้ามัน
โง่ดักดานน่ะสิ ถึงได้ดูกระแสการต่อสู้ไม่ออก ยามนี้
พี่ชายอวี้กำลังทำให้ศัตรูตายใจ หลังจากนั้นก็หา
จังหวะและโอกาสที่ดีที่สุดลงมือ ”
ในขณะที่นางเพิ่งตอกกลับ ชวี่ เฟิงอวี๋ จนหน้าหงาย
ยังไม่ทันได้สิ้นคำ ทันใดนั้นบนสนามรบก็บังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อยู่ ๆ ก็มีสองร่างปรากฏกาย
ขึ้นด้านข้างของ อู่ อวี้ ร่างหนึ่งกำลังถือจับน้ำเต้าเท
วะสรรพสิ่งผกผันด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาถือจับตรา
จักรพรรดิ และร่างนั้นก็คือ ร่างกลืนสวรรค์ ผู้มีเส้น
เกศาสีขาวนัยน์ตาสีโลหิต ส่วนอีกร่างหนึ่งคือกิเลน
เงินตัวเขื่อง ผู้มีลักษณะและตัวตนการดำรงอยู่
ใกล้เคียงคนยักษ์ทองคำ!