กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1137: อยู่ในความทรงจำไปชั่วนิรันดร์
อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นในนครหมื่นทวีปครั้งล่าสุด
คือตอนที่เขาออกมาต้อนรับบรรดาราชฑูตหมื่น
ทวีป
หากเขาปรากฏตัวขึ้นเวลานี้ จะต้องเกิดความ
โกลาหลขึ้นอย่างแน่นอน
หลังจากกลายเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
การปรากฏตัวอย่างไม่เป็นทางการคงไม่สะดวก
เท่าไหร่นัก
แต่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ก็ถือ
ได้ว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของชมพูทวีปโลกธาตุ
เช่นกัน ดังนั้นถ้าออกมาจากต าหนักโอรสเล่อยามนี้
ในนครเทวะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะค้นพบเขา
หลังออกจากเขตพระราชฐาน เขาก็พบว่า
บรรยากาศด้านนอกก าลังคึกคักมีชีวิตชีวาเป็นอย่าง
มาก ทุกครัวเรือนทุกร้านรวงใหญ่ ๆ แต่งประดับ
ประดาสวยงามตระการตาเป็นอย่างยิ่งก าลัง
ตระเตรียมงานการกันยกใหญ่
ชาวเหยียนหวงชายหญิงเด็กน้อยคนแก่ ต่างยิ้ม
แย้มแจ่มใสพูดคุยกันอย่างมันปาก
บางคนก็คุยโม้ว่า ” พูดตามตรง ข้านี่มันเก่งเป็น
บ้าเลยจริง ๆ ข้าเดาได้ถูกต้องราวกับตาเห็น
นับตั้งแต่จักรพรรดิอวี้มาที่นครเทวะ พระองค์มี
พรสวรรค์โดดเด่นประดุจได้รับพรจากสวรรค์ เหนือ
ล้ ากว่าโอรสพระธิดาทั้งมวล มนุษย์ประชาชน
ธรรมดาที่เดินทางมาจากดินแดนแห้งแล้งกันดาร
อย่างทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง จะเก่งกาจสามารถ
ถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? จักรพรรดิอวี้ต้องเป็นพ่อลูก
กับจักรพรรดิโบราณแน่นอนอยู่แล้ว! ”
” อย่าขี้โม้ไปหน่อยเล้ย ฮ่า ๆ ๆ แต่ที่แน่ ๆ
จักรพรรดิอวี้จะต้องน าพาพวกเราไปสู่ความ
เจริญรุ่งเรืองนับพัน ๆ ปี! แม้จักรพรรดิโบราณจะ
กลับสรวงสวรรค์ แต่เราก็ยังมีจักรพรรดิอวี้อยู่
รับรองว่าพวกเราชาวเหยียนหวงจะต้องเป็นนาย
เหนือหัวของโลกนี้อย่างแน่นอน ”
” ข้าช่างโชคดีเป็นยิ่งนักที่เกิดมาเป็นชาวเห
ยียนหวง ”
ดูเหมือนยามนี้ชาวเหยียนหวงจ านวนนับไม่
ถ้วน ก าลังตื่นเต้นกันยกใหญ่ ถ้า อู่ อวี้ กับ
จักรพรรดิโบราณมิใช่พ่อลูกกัน พวกเขาก็คงเสียใจ
ระดับหนึ่งทีเดียว ในอดีตหลายคนไม่ค่อยชอบหน้า
อู่ อวี้ สักเท่าไหร่นัก แต่สถานการณ์ยามนี้แตกต่าง
ออกไปเพราะจักรพรรดิโบราณเป็นคนเอ่ยปากด้วย
ตนเอง ในเมื่อความจริงเป็นที่ประจักษ์ถึงเพียงนี้จะ
มีผู้ใดกล้าต่อต้านวิพากษ์วิจารณ์เขาอีกเล่า ส าหรับ
ปัจจุบันพวกมันได้พานพบหน้าของ อู่ อวี้ ก็มีแต่
จะต้องคุกเข่าก้มคารวะบนพื้นดินเท่านั้น
อู่ อวี้ กวาดสายตาไปตามถนนของนครเทวะ
หลังจากนั้นก็มาปรากฏกายที่นครหมื่นทวีป ก่อน
หน้านี้ลั่วผินผู้ติดตามของนางมาร่วมงานเป็นกลุ่ม
สุดท้าย มหาอุปราชจึงส่งนางกับพรรคพวกให้ได้
พักผ่อนในต าหนักที่ดีที่สุด ค่อนข้างมีความเป็นส่วน
ตัวอย่างมาก ซึ่งเดิมทีในต าหนักนี้มีคนรับใช้หลาย
คน แต่เป็นเพราะมังกรเทวะค่อนข้างมีอุปนิสัยรัก
สันโดษ หลังจากพวกนางย้ายเข้ามา ‘ต าหนักมังกร
คราม’ ก็ว่างเปล่า
เพียงไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็มาถึงประตูต าหนัก
มังกรคราม
กลุ่มของมังกรเทวะอยู่ข้างในมานานกว่าหนึ่ง
ชั่วยามแล้ว หลังจากกลับมายังที่พักก็เริ่มถกเถียง
หารือกันยกใหญ่ คาดว่าการโต้แย้งน่าจะจบลงแล้ว
ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่า อู่ อวี้ มาอยู่ที่หน้าที่
หน้าต าหนักของพวกเขาแล้ว ก่อนที่เขาจะได้ทัน
เคาะประตู ประตูก็ถูกเปิดออกมาจากด้านใน
เสียก่อน ผู้ที่อยู่ในบ้านภายใต้แสงดวงอาทิตย์อัน
เจิดจ้า คือสตรีที่เรือนผมสีเงินส่องประกายวิบวับ
ราวกับอัญมณี ผิวพรรณผุดผ่องขาวนวลราวหิมะ
ดวงตาที่เหมือนกับมหาสมุทรอันเงียบสงบนั้นดูเฉก
เช่นดั่งไพลินก็ไม่ปาน สิ่งที่น่าดึงดูดมากที่สุดก็คือ
ริมฝีปากแดงระเรื่อ แม้ริมปากจะปิดสนิท ทว่ามุม
ปากก็ยกขึ้นเล็กน้อยราวกับนางก าลังยิ้มอยู่
ตลอดเวลา นับเป็นรูปโฉมที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
ภายใต้แสงตะวันสว่างไสวนี้ อาภรณ์ยาวสีฟ้า
ครามของนางก าลังโบกสะบัดพริ้วไหวราวกับเต้น
ระบ า แม้จะอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายเขาก็ยังคง
เห็นรอยยิ้มและสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
ของนางเสมอไม่เสื่อมคลาย บอกตามตรงถ้าไม่ติด
จารีตหรือกาละเทศะ อู่ อวี้ คงพุ่งเข้าไปโอบกอด
นางอย่างโหยหา ถ้าสามารถท าเช่นนั้นได้จริงเขาคง
จะเพลิดเพลินจ าเริญใจไม่น้อย ลืมทุกปัญหา ทุก
เรื่องราว ทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ไปจนหมดสิ้น
“ เชิญเข้ามาสิ ” ลั่วผินกวักมือเรียกเบา ๆ
เสียงนี้ท าให้ อู่ อวี้ ตื่นจากห้วงภวังค์ หลังจากนั้น
เขาก็มีอาการลุกลี้ลุกลนประหม่าเขินอาย ด้วย
เพราะเมื่อสักครู่ตัวเขาอาจเสียมารยาทไป
ไม่นานนักเขาก็เข้ามาใกล้นาง กลิ่นหอมอ่อน
ละมุนโชยแตะปลายจมูก เขาสูดกลิ่นหอมของมังกร
และกลิ่นมหาสมุทรบนตัวของกายนาง
เมื่อลั่วผินหันหลังกลับ อู่ อวี้ ก็รีบเดินตามนาง
ไปทันที ความตื่นเต้นในครั้งแรก เมื่อได้พบหน้า
นางท าให้จิตใจของเขาสงบลงอีกครั้ง หมิงซวงเอ่ย
ถามขึ้นมาว่า ” เป็นอะไรของเจ้า แค่เจอหน้ากับ
สตรีนิดหน่อยถึงกับป๊อดเลยหรือ ท าตัวเข้มแข็งให้
มันสมชายชาตรีหน่อย ”
” รู้แล้วๆ ” อู่ อวี้ รู้สึกละอายใจอย่างช่วยไม่ได้
หาใช่ว่าเขาจิตใจไม่แข็งแกร่งเพียงพอ แต่การได้มี
โอกาสมาใกล้ชิดกับสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดา
นางคือสตรีในฝัน สตรีที่เขาถวิลหามานานแสนนาน
ประกอบกับการที่จักรพรรดิโบราณมาวุ่นวายกับ
เรื่องส่วนตัวของเขา จึงท าให้เขารู้สึกประหม่าเมื่อ
พบหน้านาง ถึงแม้ว่าทางเดินจะค่อนข้างยาว ทว่า
เขากลับรู้สึกว่ามันช่างสั้นยิ่งนัก เป็นเพราะเขา
ก าลังเคลิบเคลิ้มไปกลับท่าเยื้องย่างอันแสนสง่างาม
ของนาง
” มีอะไรผิดปกติเช่นนั้นหรือ? ” ลั่วผินเอ่ยถาม
เมื่อเห็นเขามองนางด้วยท่าทางแปลก ๆ
” ข้าก าลังคิดว่า … มีวิธีไหนที่จะท าให้อยู่กับเจ้า
แบบนี้ได้ตลอดไปบ้าง ” เขารวบรวมความกล้า เชิด
หน้าชูคอขึ้น จากนั้นก็จ้องมองนางกลับไปด้วย
รูปลักษณ์ที่เปลี่ยมไปด้วยอ านาจบารมี เทียบกับ
สาววัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจแล้ว นางช่าง
ดูมีเสน่ห์งดงามมากกว่าเป็นไหน ๆ
ดวงตาของนางนั้นแสนอบอุ่นอ่อนโยน แต่
สายตาของ อู่ อวี้ กลับแข็งกร้าวเอาแต่ใจ ความ
กระด้างกระเดื่องของเขาได้จมไปในอยู่ในห้วงภวังค์
อันแสนอ่อนโยนของนางเป็นที่เรียบร้อย แม้นางจะ
ไม่ได้จู่โจมใส่เขา แต่ อู่ อวี้ กลับรู้สึกหายใจไม่ทั่ว
ท้อง
” เราไม่ได้เจอกันมานานหลายปีแล้ว นับว่าเจ้า
กล้าหาญไม่น้อย ถึงได้หยอกล้อข้าเช่นนี้ ” ลั่วผินยิ้ม
ไปพูดไป ขณะดวงตาจับจ้องมายังเขา สายตาของ
นางเหมือนก าลังสะกดวิญญาณเขาอยู่ก็ไม่ปาน
ค าพูดของนางท าให้เขาหัวเราะ แหะ ๆ ได้เพียง
เท่านั้น อู่ อวี้ จะดูแข็งกร้าวไม่ยอมคนเป็นอย่างยิ่ง
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านางท่าทีของเขากลับไม่ต่างจาก
วัยรุ่นหนุ่ม ที่ต้องมาพบเจอกับสาวงามที่ชื่นชอบ
เลยแม้แต่น้อย เขากลายเป็นเด็กน้อยผู้ว่าง่ายเชื่อ
ฟังพี่สาวเป็นอย่างดีไร้ซึ่งพิษภัยอย่างสิ้นเชิง
อู่ อวี้ ไม่อยากพบอุปสรรคขวากหนาม เขา
ต้องการที่จะร่วมทางเดินไปกับนางจนตลอดรอดฝั่ง
แต่ช่างน่าเสียดายที่ความจริงนั้นมันไม่ได้ง่ายดาย
เช่นดั่งฝัน หลังจากเดินมาได้ครู่หนึ่ง เขาก็เห็นมังกร
เทวะ ที่ส่วนใหญ่เป็นมังกรอาวุโสที่มีอายุเก่าแก่
นอกจากนี้ยังมีมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ที่อายุน้อย
หน่อย พวกมันเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์สวรรค์ใน
ต านานอันยอดเยี่ยม ในกลุ่มของพวกมันผู้ที่อ่อนแอ
ที่สุด ก็เกือบจะแข็งแกร่งกว่า อู่ อวี้ เสียด้วยซ้ า
มังกรเทวะกลุ่มนี้น่าเป็นมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดใน
ตระกูลมังกรเทวะ
อย่างไรก็ตามพวกมันแสดงความเป็นปฏิปักษ์
กับเขาอย่างรุนแรง
มังกรมารเขาโลหิต , มังกรซวิ่นเมเปิ้ล , มังกร
เพลิงทองค าแปดกร , มังกรปีกเหล็ก , มังกรสมุทร
พิโรธ , มังกรดาราม่วง , มังกรวิญญาณเหมันต์สอง
หาง ฯลฯ
โดยเฉพาะมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ แผ่จิตสังหาร
ออกมาอย่างรุนแรงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะลั่วผินอยู่ที่นี่
เห็นได้ชัดว่ามันคงทะยานเข้ามาสังหารเขาเป็นแน่
สายตาที่จับจ้องมอง อู่ อวี้ อยู่นี่ คือค าเตือน ว่ามัน
แข็งแกร่งและสามารถจัดการเขาได้ทุกเมื่อ
หมิงซวงถอนหายใจอย่างเศร้าโศก ” ตระกูล
มังกรเทวะเป็นสัตว์สวรรค์ ดังนั้นจึงไม่ต้องการเกี่ยว
โยงกับเผ่าพันธุ์อื่น เนื่องจากในท้ายที่สุดแล้วพวก
มันต้องเผชิญหน้ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ท าให้พวกมันต้องการฟื้นฟู
เผ่าพันธุ์กลับคืนมาอีกครั้ง ดังนั้นการเกี่ยวดองกับ
เผ่าพันธุ์อื่น จึงเป็นเหมือนการขุดหลุมฝังศพตนเอง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแม่มังกรน้อย ที่มีสุดยอดสายโลหิต
มังกรเทวะซึ่งหาได้ยากยิ่ง ดังนั้นพวกมันจึงต้องการ
ให้นางออกลูกออกหลาน เป็นมังกรเทวะที่มี
สายโลหิตสูงส่งยิ่งขึ้น ในฐานะเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร
หากไม่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง แล้วนางจะควบคุม
มังกรตนอื่น ๆ ได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงไม่
ต้องการให้เจ้ากับแม่มังกรน้อยร่วมเรียงเคียงหมอน
กัน ”
” หากเจ้ายังต้องการเกี่ยวดอง ก็เท่ากับว่าเจ้า
จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในตระกูลมังกรเทวะ
กลายเป็นหนึ่งในพวกเขา โดยเฉพาะยามนี้เจ้าก าลัง
จะกลายเป็นจักรพรรดิอวี้ ดังนั้นพวกเขาต้องไม่
ยินยอมค้านหัวชนฝา เขาไม่ต้องการให้เจ้ามังกรสี่
คาบสมุทร กลายเป็นมเหสีของชาวเหยียนหวง
อย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนที่เจ้าจะมาถึง พวกเขาคง
ทะเลาะกันอย่างดุเดือดรุนแรง แต่ตอนนี้นางยังยิ้ม
แย้มให้แก่เจ้าราวกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่ง
เจอเรื่องแบบนั้นมา นี่แสดงให้เห็นว่านางจริงใจกับ
เจ้าจริง ๆ จงพยายามรักษาความรู้สึกนี้ไว้ … ”
เมื่อพูดมาถึงท่อนหลัง หมิงซวง ก็รู้สึกเศร้าใจ
เล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์นี้สะเทือนอารมณ์
ของนาง
ปกติแล้วนางมักไม่จริงจังกับสิ่งใด ดังนั้นจึงไม่
ค่อยพูดให้ก าลังใจคนอื่นมากนัก แต่ตอนนี้นางก็
กลับบอกให้ อู่ อวี้ รักษาความสัมพันธ์ครั้งนี้ไว้
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดถึงสิ่งที่นางพูดจริง ๆ นับว่า
เขาประมาทเลินเล่อจนเกินไป เมื่อดูจากท่าทาง
ของมังกรเฒ่าเหล่านั้น พวกเขาต้องทะเลาะวิวาท
กันอย่างแน่นอน แต่ลั่วผินยังพูดกับเขาปกติเหมือน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ ใจสั่นเล็กน้อย
เขาไม่ทราบว่ากว่านางจะมาที่นี่ เพื่อมาดูว่าตนเอง
ปลอดภัยหรือไม่ ต้องเผชิญหน้ากับการคัดค้านกี่
ครั้ง …
” เฮ้อออ∼ น่าเสียดายชะมัด ตอนที่นางถูก
ทัณฑ์สวรรค์เล่นงาน หากข้าเป็นเจ้าแม่มังกรน้อยผู้
นี้คงถูกเชือดไปแล้ว ก็มีเสน่ห์ถึงปานนี้ แม้แต่ข้าก็
ยังตกหลุมรักนางเล้ย เป็นสตรีที่ดีงามเพรียบพร้อม
จริง ๆ ต่อให้ข้าแพ้การแข่งขัน ข้าก็ไม่เสียใจเท่าไหร่
นัก ” หมิงซวงยังคงพูดเหน็บแนมอีกครั้ง
“ เอาล่ะ ๆ เลิกพูดได้แล้ว ” แม้ในช่วงเวลา
เช่นนี้นางยังมีอารมณ์ที่จะพูดจาตลกเฝื่อนอีก
ลั่วผินและ อู่ อวี้ อยู่ภายใต้การจับตาของมังกร
เทวะทั้งหมด เขาผ่านทางเดินเข้าไปในสวนของ
ต าหนัก แม้จะไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด แต่สายตาของ
พวกมันก็กดดันมากพอที่จะท าให้ผู้ถูกจ้องมองต้อง
สะดุ้ง ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แม้
เขาจะถูกพวกมันจ้องมองด้วยสายตาแข็งกร้าวปาน
ใดก็ตาม
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ก าลังจะพุ่งเข้ามา
จัดการเขา แต่แล้วก็ถูกห้ามปรามไว้โดยชายชรา
หลายคน
“ เจ้าทะเลาะกับพวกนั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ถาม
หลังด้วยความเป็นห่วงหลังจากได้ยินสิ่งที่หมิงซวง
กล่าว ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกตะหงิด ๆ อยู่ไม่น้อย
เหมือนกัน หลังจากเดินผ่านพวกมันมาเขาต้อง
เผชิญกับแรงกดดันอยู่ไม่น้อย
“ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก … ไม่เป็นกระไรหรอก ” ลั่วผิ
นกล่าวเบา ๆ ราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น
ลึกเข้าไปในศาลากลางสวนของต าหนัก อู่ อวี้
ก าลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสตรีผู้มีดวงตาสีฟ้าคราม
ด้วยหัวใจที่สั่นสะท้านไม่เป็นจังหวะ
“ เกิดอะไรขึ้นเจ้า อยากจะเล่าอะไรให้ฟัง
หรือไม่? ” นางยังคงกังวลเกี่ยวกับจักรพรรดิ
โบราณ
อู่ อวี้ กับนางพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่สักพัก
เขาก็ยังคงรู้สึกว่านางยังคงดูอบอุ่นใจดีกับเขาเสมอ
ยิ่งกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งยิ่งท าให้เขามั่นใจ
นักหนาถึงเหตุผลที่เขาชอบพอในตัวนาง ช่างเป็น
ความรู้สึกที่แตกต่างเวลาอยู่กับ หนานกง เหว่ย
อย่างสิ้นเชิง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ ข้ารู้สึก
ตะขิดตะขวงใจกับสิ่งที่เขากล่าวมาทั้งหมด เขา
บอกว่าเป็นคนท าให้ข้าเป็นดังทุกวันนี้ อีกทั้งยังอ้าง
ตัวว่าเป็นบิดา ถ้าคิดว่าโอกาสที่จะเป็นไปได้ 3 ส่วน
โอกาสที่เป็นไปไม่ได้และค่อนข้างอันตรายอยู่ที่ 7
ส่วน ”
“ จากสถานการณ์แล้ว สถานการณ์ดูอันตราย
3 ใน 7 ส่วนก าลังมุ่งร้ายกับเจ้า เขาเป็นเซียนเหริน
ทั้งโลกนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ยามนี้
พวกเราเหล่าเทวะยังไม่มีพลังมากพอที่จะต่อต้าน
อีกอย่างเขาก็ไม่เคยระรานหรือท าสิ่งใดที่ดูเป็น
อันตรายต่อตระกูลมังกรเทวะของเราเลย กล่าวได้
ว่าชมพูทวีปโลกธาตุมั่นคงและปลอดภัยก็เพราะเขา
อย่างแท้จริง ว่าแต่เจ้าล่ะมีแผนเตรียมการแล้วหรือ
ยัง? ”
อู่ อวี้ ไม่ได้ปิดบังอะไรแม้แต่น้อย เวลานี้เขา
บอกนางว่าได้เตรียมตัวไว้บ้างแล้ว จากนี้เขายัง
บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความยากล าบากที่เขา
ต้องประสบพบเจอ
ลั่วผินได้ฟังทั้งหมดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับพูดว่า
” ถ้าเป็นเช่นนั้น เขาก็รู้ว่าเจ้าห่วงใยพี่สาวและ
อาจารย์มาก แต่ข้าช่วยเจ้าได้นะ … ให้พี่สาวกับ
อาจารย์ของเจ้าไปหลบอยู่ที่วังมังกรสี่สมุทรก่อนดี
หรือไม่? ที่นั่นเป็นสถานที่เดียวที่เขาเข้ามาไม่ได้
นอกจากนี้เจ้ายังสามารถไปที่วังของข้าได้ทุกเมื่อ ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วพูดว่า ” ไม่ขอรบกวน
หากนี่เป็นแผนแสดงว่าเขาได้เตรียมพร้อมไว้
หมดแล้ว เขาจะไม่ยอมให้เจ้าประสบความส าเร็จ
แล้วตัวเจ้าก็จะตกอยู่ในอันตราย ”
ลั่วผินดูวิตกกังวลแล้วนางก็กล่าวขึ้นด้วยความ
เป็นห่วงว่า ” แล้วข้าควรท าเช่นไรดี? ”
อู่ อวี้ มองนางแล้วพูดขึ้นอย่างมาดมั่น ” ข้า
ต้องการให้เจ้ากลับวังมังกรสี่สมุทรโดยเร็วที่สุด
ตอนนี้เขาเอาพี่สาวกับอาจารย์มาขู่ข้า ข้าไม่อยาก
ให้เขาท าเช่นนั้นกับเจ้าเช่นเดียวกัน ”
” หืม? ”
ลั่วผินมองหน้าเขาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
อู่ อวี้ กัดฟันแน่นรวบรวมความกล้าแล้วเอื้อม
ไปจับมือนาง พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ าเสียงสั่นสะท้าน ”
มันก็เนิ่นนานแล้วนะ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับ
อุปสรรคปัญหาใด ๆ ยามนี้ ข้าหาใช่มนุษย์ที่
อ่อนแออีกต่อไป แม้ว่าข้ายังไม่อาจเปรียบเทียบกับ
เราได้ แต่ข้าก็อยากให้เจ้ารู้ไว้ว่า … ”
มันเป็นแค่ประโยคง่าย ๆ แต่มันยากที่จะเอ่ย
จริง ๆ อู่ อวี้ นับว่าเป็นคนกล้าหาญอย่างยิ่ง แต่เขา
ก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่เล็กน้อย
“ ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ ไม่ว่า
จะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เจ้าคือคนที่มอบทุกอย่าง
ให้แก่ข้า ” นางจับมือเขาแล้วก็พูดบางสิ่งที่ชั่วชีวิต
นี้ อู่ อวี้ จะไม่มีวันลืม
—————-