กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่1138:คำมั่นสัญญาแห่งสวรรค์
ทั้งแววตาแลการแสดงออกของนาง สามารถ
อธิบายทุกค าพูดภายในใจ เช่นค ากล่าวที่ว่าดวงตา
เป็นหน้าต่างของหัวใจ
อู่ อวี้ ยังคงจับมือเพรียวบางของนางแน่น ไม่
คลายออกแม้แต่น้อย
เขาไม่ค่อยได้สัมผัสนางนัก แต่ยามนี้หัวใจของ
เขาอบอุ่นอย่างที่สุด
ความเป็นจริงแล้ว อู่ อวี้ ล่วงรู้ตั้งแต่ต้นว่าเขา
ยังห่างไกลจากนางมาก ยากจะเอื้อมคว้าได้
ความจริงแล้วการพบหน้าในนครจักรพรรดิ
เพลิง เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ สุดท้ายพวกเขาจะต้อง
แยกจากกันกลับสู่โลกของตัวเอง
แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่านางยังคงจริงจังแน่ว
แน่กับเขา
ในเวลานั้นความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ แตกต่าง
จากนางราวฟ้ากับดิน แต่ดูเหมือนนางจะคิดว่าสัก
วันหนึ่ง อู่ อวี้ จะสามารถจูงมือกับนางได้
โชคดีที่ อู่ อวี้ ไม่ท าให้นางผิดหวัง เขาใช้เวลา
ไม่ถึง 10 ปีก็เกือบจะไล่ตามนางทัน
นอกจากนี้นางยังคงอดทนต่อแรงกดดันจาก
ตระกูลมังกรเทวะ นางยังคงปฏิบัติต่อเขาด้วยความ
อ่อนโยนมีน้ าใจ มุ่งมั่นท าตามความปรารถนาของ
ตนเองยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจ าอย่างยิ่งส าหรับ อู่
อวี้
” หากในชีวิตนี้ สามารถหาคู่ครองดี ๆ เช่นนี้ได้
แล้วข้ายังต้องการอันใดอีก? ”
ก่อนหน้านี้เขายังอาจไม่ค่อยแน่ใจนัก ทว่าใน
ยามนี้เขาได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ แล้วในชีวิตนี้จะ
ไม่มีวันเสียใจ
ส าหรับลั่วผินนางไม่ได้มีดีแค่รูปโฉมงดงาม
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จิตใจของนางยังงดงาม
ยิ่งกว่ารูปโฉมเสียอีก เรียกได้ว่างามทั้งกายงามทั้ง
ใจเลยทีเดียว ในหัวใจของ อู่ อวี้ มีเรื่องราวมากมาย
เกี่ยวกับนางตราตรึงอยู่ในหัวใจ นางคือคนที่ส าคัญ
ที่สุดของเขา
ดั่งที่นางกล่าว นางเต็มใจจะมอบทุกสิ่งทุก
อย่างให้แก่เขา
แม้ว่ายามนี้เขาก าลังเผชิญหน้ากับอุปสรรค
ขวากหนามครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่อาจรู้ได้ว่า
ตนเองจะอยู่หรือตายทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่ในก ามือ
ของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงโบราณ
แต่เมื่อมีนางอยู่เคียงข้าง ท าให้ อู่ อวี้ มีความ
มั่นใจอย่างท่วมท้น จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ลุก
โชนฮึกเหิมขึ้น
ความมั่นใจของเขาเพิ่มพูนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทว่าขณะนี้เขายังไม่สามารถพูดอันใดได้ เพราะยาม
นี้มือของเขาทั้งสองก าลังกุมจับกันไว้แน่น ไม่อยาก
ที่จะคลายมือออกจากมือเรียวยาวนี้แม้แต่น้อย
ท่าทางของเขาจริงจังมาก แต่ดูโง่เขลาเงอะงะ
อย่างไม่เคยมีมาก่อน
โดยปกติเขาเป็นคนเฉียบแหลมมาก มีคารมคม
คายแยบยลไม่ธรรมดา แต่เวลานี้เขาดูเงอะงะไม่
ทราบว่าจะกล่าวสิ่งใด
ท่าทางที่ดูเงอะงะของเขาท าให้นางอดยิ้มขึ้น
อย่างช่วยไม่ได้ ” ความจริงแล้วข้าไม่คิดว่าจะต้อง
เป็นสิบปีหรอกนะ ข้าคิดว่าต่อให้ต้องรอยี่สิบห้าสิบ
ปีหรือตลอดชีวิตข้าก็จะรอเจ้า ความช่วยเหลือ
เกื้อกูลของเจ้า มันมากเกินพอที่จะให้ข้าเต็มใจและ
ยินดีรอคอยเจ้า ข้าไม่เคยคาดหวังว่าเจ้าจะใช้เวลา
ไม่ถึงสิบปีเลยด้วยซ้ า ความก้าวหน้าที่ข้าเห็นล่าสุด
มันเสมือนดั่งประสงค์ของสวรรค์อย่างแท้จริง ”
ค าพูดของนางหาได้เกี่ยวกับความรักชื่นมื่นฉัน
ชู้สาว แต่นางมีเพียงค าเดียวสั้น ๆ ว่านางจะ ‘รอ’
ความดีและความดงามของนางท าให้หัวใจของ
อู่ อวี้ สั่นไหวเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงต้องการ
เวลาให้เหมาะสมคู่ควรกับนางอย่างแท้จริง มิฉะนั้น
ทั้งสองอยู่ในสถานะไม่เท่าเทียม ซึ่งมันไม่ดีเอา
เสียเลย เขาจะต้องได้รับแรงกดดันถาโถมเข้าใส่
อย่างมหาศาล
โดยที่ลั่วผินไม่ได้กดดันเขาเลย
” แต่∼ขะ … ข้ารอไม่ไหว สิบปีมันนานเกินไป
ข้าอยากเจอเจ้า … ”
อู่ อวี้ หน้าแดงเล็กน้อย เขาเป็นชายอกสาม
ศอกที่ไม่หวั่นเกรงต่อการฆ่าฟันยาม แต่พอมาเจอ
หน้ากับสาวงามเช่นนี้ หน้าของเขากับซีดเผือดตัว
สั่นเทาท าอะไรไม่ถูก สายตาที่เขาจ้องมองนางดู
จริงจังจนถึงป่านนี้ จ้องมองนางอย่างไม่กะพริบตา
ทว่าถึงจะตัวสั่นหน้าซีดเพียงใด แต่เขาก็ยังคง
กุมมือนางไม่ยอมปล่อย
ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แค่ได้ใกล้ชิดนาง
ความทุกข์โศก ที่บางทีเกิดจากจักรพรรดิโบราณ อู่
อวี้ สามารถลืมเลือนโยนมันไว้ได้ในทันที
เห็นเขาท าตัว ‘น่ารักน่าเอ็นดู’ เช่นนี้ ใบหน้า
ของลั่วผินยามนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางเอก
ตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจสีฟ้าครามพวยพุ่งออกมา
อย่างเบาบาง กล่าวด้วยน้ าเสียงเสนาะหวานละมุน
ขึ้นว่า ” อู่ อวี้ เจ้าก าลังสารภาพรักกับข้าอยู่ใช่
หรือไม่? ”
ท่าทางของนางเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล
กลิ่นกายอันหอมละมุนเย้ายวนชวนใจโชยแตะ
ปลายจมูกของเขา แผ่ซ่านกระสันไปทั้งร่าง หัวใจ
ของเขาเต้นถี่รัวไม่เป็นจังหวะโครมคราม ยิ่งชาย
หนุ่มอย่าง อู่ อวี้ ยากจะทนทานควบคุม ‘แรง
ปรารถนา’ อันดิบเถื่อนภายในกายได้
“ข้า … ” ส าหรับค าถามเช่นนี้ อู่ อวี้ ถึงกับ
หายใจไม่ทั่วท้องทั่วทั้งร่างลุกท่วมไปด้วยแรง
ปรารถนา
ตอนนี้เขาไม่ต้องการที่จะตอบอะไรเลยจริง ๆ
แต่อยากจะกระชากตัวนั้นนางไปนอนขึงบนพื้น
หญ้าใต้ศาลามากกว่า
เมื่อเห็นเขามีอาการเช่นนี้ นางก็อดข าไม่ได้
นางกะพริบตาเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า ” ก็ได้ ๆ ข้าจะ
ไม่หยอกเย้าเจ้าอีกแล้ว ถ้าให้ข้าเดาเจ้าคงได้รับ
มรดกเซียนอมตะมาสินะ ตอนนี้เจ้าก าลังกุมมือข้า
อยู่ เจ้าอยากพูดคุยกับข้าเกี่ยวกับรายละเอียดพวก
นี้ไหม?”
ระหว่างที่นางกล่าว อู่ อวี้ ก็ยังคงกุมมือนางไว้
แน่น จวบจนตอนนี้เขาก็ไม่คิดว่าจะปล่อยมือของ
นางไม่หลุดมือ มือคู่สวยของนางช่างงดงามเสีย
เหลือเกิน เมื่อประเมินจากมืออันสวยงามนี้ คาดว่า
หากเปลี่ยนแปลงเป็นร่างจริง กรงเล็บมังกรของ
นางก็ต้องงดงามเช่นเดียวกัน …
หลังจากที่กล่าวจบ ในที่สุดนางก็ท าให้ อู่ อวี้ มี
เรื่องที่จะพูดคุยกับนางได้
อันที่จริงความลับในข้อนี้ของเขา ไม่ว่าจะเป็น
หนานซานหวางเยว่หรือเย่ซีซีต่างก็รู้เรื่องนี้เป็น
อย่างดี แล้วเขาเองก็อยากจะเล่าความลับนี้ให้แก่
ลั่วผินได้รับรู้เช่นกัน และเพียงแค่โอกาสนี้เท่านั้น
ยามนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะท าให้นางรู้จักตัวเขา
มากขึ้น
ดังนั้นเขาจะบอกมาว่าเขาได้รับสืบทอดมรดก
จาก ‘ฉีเทียนต้าเซิ่น’ เขาตัดสินใจจะเล่าทุก
เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ล่อง
ก าเนิดที่มีความสามารถในการควบคุมหุ่นเชิด แล้ว
ความสามารถในการเพิ่มเวลาขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งได้
ครอบครองมันจากเส้นทางเซียนบรรพกาล รวมถึง
เวลาภายในที่มีมากกว่าภายนอก แล้วก็ ‘ประตู
พิภพปีศาจบรรพกาล’ ที่เขาได้มาจากคฤหาสน์
จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ รวมถึงไข่ในคฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์ และทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับร่างกลืน
สวรรค์ของเขาด้วย
ลั่วผินตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องราวของเขาอยู่
ประมาณครึ่งชั่วยาม
” จะบอกว่าร่างแยกของเจ้ามาจากไข่นั่นน่ะ
หรือ ไม่แปลกเลยว่าท าไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับร่าง
กลืนสวรรค์นัก เจ้าจะต้องควบคุมมันให้ดีไม่เช่นนั้น
มันจะเหมือนกับบรรพชนมารกลืนสวรรค์ ว่าแต่…
พลองทองสมปรารถนาสามารถก าจัดบรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ได้หรือไม่? ” ยามนี้นางรู้เรื่องราวต่าง ๆ
เกี่ยวกับเขาแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฉีเทียนต้าเซิ่น
เจดีย์ล่องก าเนิด แต่สิ่งที่ท าให้นางสนใจมากที่สุดก็
คือ บรรพชนมารกลืนสวรรค์
“ ไม่… แต่มันไม่มีการเคลื่อนไหวมาเป็น
เวลานานแล้ว คาดว่ามันน่าจะถูกผนึกอย่าง
สมบูรณ์ไปแล้วแหละ ” อู่ อวี้ กล่าว
“ นี่เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ เจ้าต้องระวังมันไว้
ให้ดี ๆ อย่าปล่อยให้บรรพชนมารกลืนสวรรค์เกิด
ขึ้นมาใหม่อีก ” ลั่วผินกล่าว
“ข้าทราบแล้ว”
การที่นางย้ าเตือนเขาเช่นนี้ อู่ อวี้ ต้องจดจ าได้
อย่างแน่นอน
” ฉีเทียนต้าเซิ่น ยุทธวิชัยพุทธะ… ข้าไม่รู้ว่าเทพ
เซียนองค์นี้มีพลังมหาศาลมากมายเพียงใด แล้ว
ท าไมถึงทิ้งมรดกนี้ให้แก่เจ้า ยิ่งไปกว่านั้นจักรพรรดิ
โบราณยังบอกว่าเขาเป็นคนมอบมรดกนี้ให้แก่เจ้า
ใช่หรือไม่? ” ลั่วผินถาม
อู่ อวี้ พยักหน้า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่
พวกเขาก าลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่
หลวงที่สุดของพวกเขา
” แล้วจักรพรรดิโบราณรู้เรื่อง ประตูพิภพปีศาจ
บรรพกาล ด้วยหรือไม่? แท้จริงแล้ว บันทึกของ
ตระกูลมังกรเทวะเอง ก็มีเรื่องเกี่ยวกับโลกอื่น
เช่นเดียวกัน ตอนแรกข้าเองก็คิดว่ามันเป็นเพียง
ต านานที่เล่าสืบต่อกันปากต่อปากมาเท่านั้น ข้าไม่
คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง”
” ข้าไม่ทราบว่าเขารู้เรื่องนี้หรือไม่ แต่ข้าก็คือ
เหลือเผื่อขาดไว้เรียบร้อยแล้วโดยทิ้งร่างกลืน
สวรรค์ไว้ที่นั่น แล้วสหายสนิททั้งสองของข้าก็อยู่ที่
นั่นด้วย พี่สาวของข้า อาจารย์และเจ้าก็สามารถไป
อยู่ที่นั่นเพื่อความปลอดภัย ข้าเองก็จะได้หายห่วง
ไปด้วย เพราะตอนนี้ข้าอยู่ภายใต้การควบคุมของ
จักรพรรดิโบราณ ”
ลั่วผินพยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ต่อต้านกับเทพ
เซียนเป็นอะไรที่น่ากลัวจริง ๆ ตอนนี้คงได้แต่
ภาวนาว่าขอให้เขาเป็นบิดาของเจ้าจริง ๆ ถ้าไม่ใช่
เขาต้องรอให้ทุกอย่างสุกงอมแล้วค่อยลงมือใน
ภายหลังแน่ เมื่อถึงตอนนั้นอันตรายคงมากกว่าเก่า
แล้วเราเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ถ้าเขาปฏิบัติ
ต่อเจ้าเสมือนดั่งบิดาที่รักลูกจริง ๆ เจ้าก็จะไม่มีภัย
คุกคามใด ๆ แต่ถ้าไม่ใช่เขาจะต้องไม่ยอมให้เจ้า
หลุดพ้นจากเงื้อมมือไปง่าย ๆ เป็นแน่ บางทีเจ้าคง
ต้องตัดสินใจโดยเร็วว่า คนผู้นี้เป็นบิดาของเจ้าจริง
หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน
เขาไตร่ตรองแล้วพูดว่า ” ข้าไม่รู้ว่าเขาจะมาหา
ข้าในคืนก่อนที่จะขึ้นครองบัลลังก์หรือไม่ ตอนอยู่
หน้าธารก านัลมากมายมีหลายอย่างที่ยังไม่ชัดเจน ”
“แล้วถ้าเขาท าเรื่องเลวร้ายกับเจ้าในคืนนี้เล่า?”
ลั่วผินกล่าวอย่างกังวล
อู่ อวี้ ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง แต่
เมื่อเห็นความกังวลของลั่วผิน เขาจึงกล่าวออกไป
ว่า “ เจ้าไม่ต้องกังวล หากเขาคิดจะลงมือคงท าไป
นานแล้ว แม้จะเป็นไปได้ แต่มันก็ยังไม่น่าจะถึง
เวลาให้ลงมือ เขาอาจก าลังรอบางสิ่งบางอย่างอยู่
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ข้าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแบบตัวต่อ
ตัว เพื่อลองทดสอบดู ”
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงท าตัวเหมือนเงา
แต่เงาของเขาเป็นความมืดขนาดใหญ่ ที่ก าลังแผ่
ขยายห้อมล้อมปกคลุมร่างกายของพวกเขาไว้ ท า
ให้พวกเขาต่างรู้สึกสับสน ตระหนักว่าตนเองก าลัง
ตกอยู่ภายใต้หายนภัยคุกคามของเทพเซียน
” อู่ อวี้ เจ้ารู้ไหมว่าข้าหวังอะไรในอนาคต? ”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ลั่วผินก็มองตาเขาด้วย
ดวงตาเปล่งประกาย
“ ข้าก าลังฟังเจ้าอยู่ ” อู่ อวี้ ปล่อยวางเรื่อง
จักรพรรดิโบราณไว้ข้างหลังแล้วฟังนางพูดอย่าง
ตั้งใจ
ลั่วผินนึกภาพตามแล้วกล่าวว่า ” หลังจากภัย
พิบัติที่เกิดขึ้นกับข้าในครั้งนั้น เกล็ดมังกรบรรพกาล
ท าให้ข้าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทุกวันนี้ข้า
มั่นใจเป็นอย่างมากว่าจะกลายเป็นเซียนอมตะ
อย่างแน่นอน ในวันข้าอยู่ในวังสวรรค์ข้าก็จะ
กลายเป็นสัตว์สวรรค์อย่างแท้จริง อาจจะใช้เวลาไม่
ถึง 5 ปี บางทีก็อาจจะประสบความส าเร็จในอีก 1-
2 ปีนี้ ”
นางมอง อู่ อวี้ ด้วยความรักพร้อมกับกล่าวว่า
“ ข้าหวังว่าจะได้พบเจ้าบนสวรรค์ในที่สุด เมื่อถึง
เวลานั้นข้าคิดว่าคงเป็นโชคชะตาที่ดีที่สุด ”
อู่ อวี้ ตกตะลึงเป็นอย่างมากหลังจากฟังเรื่องนี้
อย่างแรกเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่นางมีชีวิตที่
ดี ในที่สุดก็มีความเป็นไปได้ที่นางจะกลายเป็น
เซียนอมตะ
ในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็พบอนาคตที่ดีที่สุด นั่น
ก็คือการกลายเป็นเซียนอมตะบนสรวงสวรรค์ แล้ว
เขาจะครองรักกันตราบชั่วนิรันดร์
นางปล่อยให้ อู่ อวี้ มองเห็นอนาคตอันสดใสที่
รออยู่ข้างหน้า
” ขะ ข้าจะไปที่นั่น! อย่างแน่นอน! ไม่ต้องเป็น
กังวล ข้าจะต้องตามเจ้าไปบนสรวงสวรรค์อย่างแน่
แท้ ”
อู่ อวี้ บีบมือนางแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย จน
มือของนางแดงเล็กน้อย แต่นางก็ยังไม่ยอมสะบัด
มือเขาออก แต่นางได้กล่าวกับเขาอย่างแผ่วเบาว่า
” คนโง่… ข้าต้องเชื่อเจ้าอยู่แล้ว พวกเราต้องผ่าน
มันไปได้ เราจะต้องไปเจอกันบนสรวงสวรรค์ เจ้า
เองก็ต้องระมัดระวังตัวไว้ให้ดี ส่วนข้าจะพยายาม
ท าอย่างดีที่สุด เราจะผ่านช่วงเวลาแห่งความ
ยากล าบากไปพร้อมกัน ”
” ไม่ได้นะ! เจ้าก าลังจะกลายเป็นเซียนอมตะ
ส่วนเรื่องจักรพรรดิโบราณเดี๋ยวข้าจะรับมือกับเขา
เอง เจ้าจะเข้ามายุ่งเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด หากเจ้าฟัง
ข้าจริง เจ้าจะต้องรีบกลับไปที่วังสี่สมุทรให้เร็วที่สุด
แล้วอย่าออกมาอีก เดี๋ยวข้าจะตามเจ้าไปบนสรวง
สวรรค์เอง ข้าขอสัญญาด้วยชีวิต ข้าจะไม่ยอมผิด
ค ามั่นสัญญานี้อย่างเด็ดขาด! ”
อู่ อวี้ กล่าวอย่างหนักแน่นภายในหัวใจของเขา
รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ศีรษะร้อนฉ่า ตาแดงก่ า
เล็กน้อย
ลั่วผินรู้ว่าเขาก าลังเป็นห่วงนางมาก แล้วเขาก็
ไม่ยอมให้นางมาเกี่ยวด้วยเด็ดขาด ความเสี่ยงนี้
เรียกได้ว่าอาจจะต้องสละอนาคตอันรุ่งโรจน์ของ
ตนเองไปก็ได้ แล้วยามนี้เขาก็อยากจะพูดอะไร
บางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าตนเองจะกล้ามากพอไหม เขา
เอาแขนออกแล้ว โอบกอดร่างอันงดงามไว้ในอ้อม
แขนอย่างเหนียวแน่น
” เจ้าต้องฟังข้านะ… จงรีบกลับไปที่วังสี่สมุทร
เสีย มุ่งมั่นตั้งใจอยู่กับการเป็นเซียนอมตะ ข้าจะไม่
ท าให้เจ้าผิดหวังอย่างเด็ดขาด! ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟังข้า
ๆ จะไม่ยอมท าตามสัญญา! ”
ยามนี้ดูเหมือน อู่ อวี้ จะเข้าใจจริงๆ ‘ความรัก’
คืออันใด
เขาจะไม่ยอมให้นางละเลยช่วงเวลาส าคัญเยี่ยง
นี้อย่างเด็ดขาด เขาจะแบกรับความเสี่ยงทั้งหมด
เอาไว้เอง จะไม่ยอมให้นางก้าวเท้าเข้ามาเสี่ยงด้วย
อย่างแน่นอน โดยเฉพาะสตรีที่เขารักคนที่ยอมมอบ
ชีวิตและอนาคตให้กับเขาเช่นนี้
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถยอมรับได้อย่าง
เด็ดขาด