กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1139: มังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล
ที่ผ่านมาทุกครั้งที่เขาได้เจอหน้าลั่วผิน
ความรู้สึกที่เขามีให้นาง มีแต่ความชื่นชอบแลชื่น
ชมเท่านั้น
ทว่าส าหรับยามนี้ มันเป็นความรักลึกซึ้งอยู่ใน
ใจของเขาจริง ๆ
เขารู้สึกว่าส าหรับอิสตรีที่ปฏิบัติดีต่อเขาเยี่ยงนี้
เขาสามารถท าทุกอย่างได้เพื่อนาง หรือยอมเสียสติ
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับคนทางใต้หล้าก็ตาม
ส่วนลั่วผินยามนี้ นางหายใจหายคอได้อย่างไร
ยากล าบาก นางไม่เคยอยู่ในอ้อมแขนผู้ใดมาก่อน
ทว่ายามนี้นางอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งทรงพลัง
ของเขา ท าให้โลหิตในกายของนางพลุ่งพล่าน
ร่างกายร้อนผ่าว นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
ดังนั้นในเวลานี้นางจึงจมอยู่ในห้วงภวังค์ความรู้สึก
ดังกล่าว
นางยิ้มอย่างเต็มใจ เอนกายซุกหน้าแนบอก อู่
อวี้ ใบหน้าแดงระเรื่อกล่าวด้วยน้ าเสียงแผ่วเบาขึ้น
ว่า ” ไม่อายบ้างหรือไร เจ้าถึงกล้ากอดข้าเยี่ยงนี้ ข้า
ยังไม่ได้อนุญาตให้เจ้ากอดเลยนะ ”
” ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้า
เด็ดขาด จนกว่าเจ้าจะบอกว่าได้ยินสิ่งที่ข้าพูด
หรือไม่?” อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่
ถ้าไม่ท าเช่นนี้นางอาจจะดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟัง
ลั่วผินมุ่ยปากแล้วกล่าวว่า ” ข้าได้ยินเจ้าแล้ว
ความรักของเจ้าท าให้ข้ารู้สึกประทับใจมากเช่นกัน
แต่ข้าเองก็มีความคิดในแบบของข้าหวังว่าเจ้าคงจะ
เข้าใจ สหายเต๋าเคียงคู่คือการช่วยเหลือซึ่งกันและ
กันไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ในเมื่อเจ้าเต็มใจที่จะยอม
สละทุกอย่างเพื่อข้า ตัวข้าเองก็ต้องยอมสละทุก
อย่างเพื่อเจ้าเช่นกัน ฉะนั้นข้าจึงเต็มใจที่จะต่อสู้
เคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมกับเจ้า ไม่ว่าหนทาง
ข้างหน้าจะเป็นหน้าผาสูงชันเพียงใด หรือจะมี
อุปสรรคมากมายแค่ไหนรออยู่ ต่อให้ต้องพ่ายแพ้
สิ้นชีวา แต่ข้าก็เต็มใจ ”
ค าพูดของนางท าให้หัวใจของ อู่ อวี้ พองโตขึ้น
ไปอีก นางไม่ใช่อิสตรีที่จะหลบหนีเมื่อภัยมาถึงตัว
นางมีความคิดและจิตใจเป็นของตนเองทั้งหมดนี้
คือส่วนหนึ่งในเต๋าของนาง ถ้า อู่ อวี้ ห้ามปรามหรือ
บังคับนาง จะถือเป็นการดูหมิ่นนางอย่างแรง
ฉะนั้นต่อให้เขาอยากจะโน้มน้าวใจนางมาก
เพียงใด แต่เขาก็คิดว่าหากเขาไม่เคารพความคิด
หรือการตัดสินใจของนาง เขาก็จะไม่คู่ควรกับนาง
ด้วยเหตุนี้เมื่อคุณคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้ว
เขาจึงกล่าวออกไปว่า ” ถ้าเช่นนั้นเอาเป็นว่าลองดูก็
แล้วกัน แต่เจ้าห้ามท าให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย
เด็ดขาด จนกว่าจะกลายเป็นเซียนอมตะ ”
ถึงมั้ง อู่ อวี้ จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ท า
ยาก เขาปรารถนาที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพื่อ
ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนาง เขาจะไม่ท าลายอนาคต
อันยิ่งใหญ่ของนางอย่างเด็ดขาด เขาเคยคิดว่าจะ
หายสหายเต๋าเคียงคู่นั้นเป็นอะไรที่เรียบง่าย มัน
เป็นแค่คนสองคนตกลงครองรักอยู่ด้วยกัน แต่
ตอนนี้เขากลับต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน
รวมถึงความรักของเขาก็เป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่
คิด
เหตุการณ์ครั้งนี้ท าให้เขาคิดว่าจะต้องชัดเจน
จริงจังกับเรื่องสหายเต๋าเคียงคู่มากกว่าที่เขาคิด
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงกอดนางอยู่ดี ตราบ
ใดที่นางยังไม่ปฏิเสธเขาก็จะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด
มันช่างเป็นความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลิน
งดงามที่สุดในโลกหล้านี้ โดยเฉพาะมันคือความ
ปรารถนาของนางกับเขา ฉะนั้นความรู้สึกของพวก
เขาทั้งคู่เป็นความรู้สึกที่ผูกพันละมุนละไมกันอย่าง
ลึกซึ้ง และเขายังรู้สึกได้อุณหภูมิร้อนผ่าวบนผิวกาย
ของนาง ,เสียงหัวใจเต้น , กลิ่นกายอันหอมละมุน
คละคลุ้งตลบอบอวล เขาอยากจะบอกว่าอดใจรอ
ไม่ไหวที่จะหลอมละลายรวมเข้ากับร่างของนางไป
เสียให้รู้แล้วรู้รอดเสียตอนนี้เลย
” แขนของเจ้าอบอุ่นจัง ข้าขออยู่เงียบ ๆ สักครู่
ได้หรือไม่ เราอย่าพูดคุยเรื่องชวนให้ร าคาญใจกัน
เลยดีกว่า ” นางพิงศีรษะซบลงบนหน้าอกของ อู่
อวี้ สายตาที่นางจ้องมองเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม
และรักใคร่ สิ่งนี้ท าให้เขาเข้าใจได้ดีว่าเขาอาจจะ
ด้อยกว่านางแง่นี้
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง
” แม้ว่ายามนี้ข้าจะสามารถใกล้ชิดเจ้า โอบกอด
เจ้าได้ ทว่าหลังจากนี้กว่าเราจะได้ครองรัก
กลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กันนับว่าหนทางข้างหน้า
ยังอีกยาวไกลนัก แม้ว่าสวรรค์จะแยกเราออกจาก
กัน แต่ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะมีชีวิตรอดไปได้หรือไม่ ”
“ ดังนั้นข้าจะตามเจ้าไปบนสรวงสวรรค์ ข้า
จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป! ”
หลังจากค ากล่าวนั้น ภายในดวงตาของเขาก็ลุก
โชนไปด้วยเปลวเพลิง ที่ผ่านมาความเชื่อมั่นของ
เขายังไม่ท่วมท้นถึงเพียงนี้ แต่ปัจจุบันโลหิตภายใน
กายของเขาสูบฉีดอย่างเต็มที่ จวบจนกระทั่งบัดนี้
ภายในใจของเขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้า
ส าหรับค าว่าจะต้อง ‘มีชีวิต’
นับจากวันนี้เขาได้ให้ค ามั่นสัญญา ก่อนหน้านี้
ค าสัญญาเขายังดูผ่อนปรนผ่อนคลายมากเกินไป
แต่ครั้งนี้เขาหาใช่เช่นนั้นไม่เขาเต็มไปด้วยความ
มุ่งมั่นอย่างแท้จริง
หลังจากนางกล่าวจบประโยค จวบจนป่านนี้
นางยังคงเงียบสงบ นางก าลังเพลิดเพลินอยู่ในอ้อม
แขนของเขา วางความทุกข์ความกังวลทิ้งไว้
เบื้องหลัง มีเพียงความรักเท่านั้นที่อุ่นละมุน
ผสมผสานกลมกลืนในช่วงเวลานี้
ในที่สุด อู่ อวี้ ก็สามารถยืนยันได้ว่าพวกเขารัก
กันอย่างแท้จริง เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ลั่วผิน
มาหาเขาอย่างเป็นห่วง
อย่างไรเสียความรักก็คือความรัก เมื่อเส้นทาง
ของทั้งสองรวมเป็นหนึ่ง เขาก็เห็นความยากล าบาก
ข้างหน้าที่รอพวกเขาอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขา
ก าลังอยู่ในกับดักเงื้อมมือของจักรพรรดิโบราณ
อย่างแท้จริง
ทุกครั้งที่เขานึกถึงชีวิตก าลังขออยู่บนเส้นด้าย
ในอกของเขาก็เหมือนมีไฟท่วมท้นเขาไม่อยู่
“ ดี…เจ้าเป็นคนโชคดี ไม่มีผู้ใดสามารถ
ขวางทางเจ้าได้ เจ้าจะต้องสงบใจให้มาก”
ระหว่างที่เขาโอบกอดนางอยู่นั้น นางได้เอามือ
หนึ่งมาคล้องคอเขาไว้ ส่วนอีกมือข้างหนึ่งวางทาบ
ไว้บนหน้าอกของเขาอย่างแผ่วเบา กลับผนวกกับ
ค ากล่าวของนาง อู่ อวี้ คงต้องกล่าวว่านี่เป็นความ
อ่อนโยนที่สามารถละลายใจบุรุษเพศได้เลย
ปกติเขาเป็นคนใจร้อนหุนหันพลันแล่น แต่เมื่อ
อยู่กับนางเขากลับสงบเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด
เขาเคยได้ยินค าว่าความรักอ่อนโยนสามารถ
เอาชนะได้ทุกสิ่ง แต่เมื่อพบประสบการณ์ด้วย
ตนเองเขาก็รู้แจ้งแล้วว่ามันเป็นเช่นไร
“ แม้ว่าข้าสามารถควบคุมความใจร้อนหุนหัน
พลันแล่น แต่ความมุ่งมั่นไม่สามารถยับยั้งได้ ” อู่
อวี้ รู้อย่างชัดเจนว่าความใจร้อนหุนหันพลันแล่น
กับความมุ่งมั่นนั้นไม่เหมือนกัน
ภายในสวนอุทยานแห่งนี้เต็มไปด้วยหมู่มวล
พฤกษาอยู่ทุกหนทุกแห่ง โชยกลิ่นหอมตลบอบอวล
ขณะที่ดวงตะวันก าลังลับขอบฟ้า ท าให้บนท้อง
นภายามนี้ ทอแสงประกายเป็นสีส้มสาดส่องรัศมี
ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
ภายใต้แสงรัศมีอันงดงามนี้ ผนวกความงามใน
อ้อมแขนของเขาช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่าง
ยิ่ง ยิ่งมองผิวพรรณอันขาวนวลของนาง สัมผัสจาก
ร่างกาย มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดอย่างแท้จริง ใน
ความเป็นจริง อู่ อวี้ รู้สึกต้องการบางอย่าง เพียง
แค่มีความคิดดังกล่าว ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงว่า
อวัยวะบางส่วนในร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจาก
เดิม ดังนั้นจึงรีบขยับตัวหนี แต่แล้วลั่วผินก็กล่าว
ขึ้นด้วยดวงตามุ่งมั่น ” อย่าขยับ อย่ายุกยิกไปมา
ถ้าเจ้าไม่คิดถึงมัน เจ้าก็จะไม่ถูกมันพันธนาการ ”
นางยังคงสง่างามดังเช่นเคย แม้จะรับรู้ได้ว่า
ยามนี้ อู่ อวี้ ก าลังคิดอะไรอยู่ผ่านร่างกายเนื้อหนัง
ของเขา ฉะนั้นเขาจึงท าได้แค่เพียงหัวเราะแบบเขิน
ๆ กลับไป เมื่อบรรยากาศพร้อมร่างกายพร้อมเช่นนี้
ผู้ใดจะอดคิดเรื่องอย่างว่าได้เล่า แต่เมื่อนางกล่าว
เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็พยายามสงบจิตใจไม่ให้คิดเรื่อง
อย่างว่าสักชั่วครู่ โดยเฉพาะนี่เป็นครั้งแรกที่เขากับ
นางใกล้ชิดกันอย่างแนบแน่น ทางฝ่ายหญิงย่อมไม่
ยอมให้เขาก็ท าเรื่องเกินเลยไปมากกว่านี้
ถึงจะไม่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ แค่
ได้โอบกอดนางเยี่ยงนี้มันก็มากพอที่จะท าให้เขามี
ความสุขแล้ว
” ชั่วชีวิตหนึ่งกว่าจะได้พบสตรีผู้เพียบพร้อม
งดงามเช่นเจ้า ข้าคงต้องสั่งสมบุญบารมีมานับหมื่น
นับพันชาติภพ ถึงได้เจอสตรีเช่นเจ้า ” อู่ อวี้ กล่าว
อย่างคมคาย
“ นับว่าเจ้ามีฝีปากไม่ธรรมดาทั้งยังมีศิลปะท า
ให้อิสตรีหลงใหลชื่นชอบ ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้า
เกี่ยวกับองค์หญิงหวงซี ไม่ใช่ว่านางเป็นสาวน้อย
จากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งเช่นนั้นหรือ ไฉนนางถึง
มีโชควาสนา กลายเป็นสัตว์สวรรค์เช่นนี้? ” นาง
มองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยรอยยิ้มราวกับนางสามารถมอง
ทะลุหัวใจของเขา
“ ข้าไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับหวงจุนหรือไม่ แต่ที่
แน่ ๆ ยามนี้นางได้สูญเสียความทรงจ าในอดีตไป
แล้ว ” อู่ อวี้ จดจ าได้ดีว่าในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล เขากับนางมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น แต่ว่าโชค
ดีที่เขาหยุดมันไว้ได้ก่อนเรื่องราวจะเลยเถิด
ลั่วผินพูดว่า ” ข้าไม่เชื่อว่านางสูญเสียความทรง
จ า ก่อนหน้านี้ข้าเห็นความลังเลผิดปกติบางอย่าง
ในสายตาของเจ้า ข้าก็กลัวว่าความรู้สึกเก่า ๆ ของ
เจ้ากับนางจะกลับมาอีกครั้ง แต่ข้าคงบอกเจ้าเพียง
ได้แค่ว่า ยามนี้เจ้าก าลังจับมือและโอบกอดข้าอยู่
เจ้าจะต้องให้สัญญากับข้าว่าจะไม่สองจิตสองใจ
ลังเลอีก ไม่เช่นนั้นล่ะก็น่าดู ”
นางจ้องเข้ามาในดวงตาของ อู่ อวี้ จากดวงตา
ที่แสนอ่อนโยนของนางเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
ในทันที
” ขะ ข้ามิกล้าอย่างแน่นอน” พูดตามตรง อู่ อวี้
ก็ไม่กล้าจริง ๆ นั่นแหละ
ลั่วผินหาใช่เป็นคนโง่เขลา หากเรื่องนี้ท าให้นาง
รู้สึกมีน้ าโหขึ้นมาจริง ๆ อู่ อวี้ ก็แทบไม่อยากจะคิด
เลยว่านางจะน่ากลัวมากเพียงใด
แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาตอบกลับมา นางก็รู้สึกพึง
พอใจเป็นอย่างยิ่ง ใช้มือทั้งสองข้างโอบกอดคล้อง
คอของเขาเอาไว้ แต่ตาของนางก็ยังแอบคาดโทษ
อยู่นิด ๆ แม้ว่าจะยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าของ
นางก็ตาม ถึงกระนั้นค าพูดของนางก็ยังเต็มไปด้วย
ความหวั่นใจและคาดโทษยับยั้งเขาอยู่ดี
นางพูดว่า ” นับแต่บัดนี้เจ้าเป็นของข้าแล้ว
ห้ามให้อิสตรีอื่นใดมาเกาะแกะข้องแวะ หรือสัมผัส
เจ้าได้แม้แต่ปลายเส้นผมอีก”
เขาไม่เคยคิดว่านางจะแข็งกร้าวถึงเพียงนี้ อู่
อวี้ ต้องรีบตอบกลับอย่างรวดเร็วช่วยไม่ได้ ” เจ้า
มั่นใจได้ ข้าไม่ยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องข้าได้อย่าง
แน่นอน แล้วข้าก็จะไม่ไปแตะของผู้อื่นด้วย”
” ดีมาก∼ สิ่งที่เจ้ากล่าวนั้นถูกต้องแล้ว เอา
เป็นว่าข้าเชื่อในตัวเจ้า ” นางตอบกลับด้วยความ
แข็งกร้าวอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกชุ่ม
ชื่นราวหัวใจของเขาก าลังถูกพร่างพรมด้วยสาย
พิรุณอันเย็นฉ่ า ความรู้สึกนุ่มละมุนในตอนนี้ มันท า
ให้เขารู้สึกราวกับว่าตนเองก าลังละลายกลายเป็น
ไอในได้ทุกเมื่อ เขาไม่อยากจะออกจากช่วงเวลา
แห่งความสุขเช่นนี้ไปไหนเลย
แต่ถึงกระนั้น เขาก็รู้ตัวว่าตนเองรีบเปลี่ยน
หัวข้อสนทนาอย่างเร็วด่วน หากยังคงพูดคุยถึง
หนานกง เหว่ย คาดว่าหัวข้อสนทนานี้คงจะน าแรง
กดดันอย่างมหาศาลมาให้แก่เขา …
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า เขาอยากจะรู้ว่านาง
นั้นเป็นมังกรชนิดไหนแน่?
เหตุผลที่เขาถามเช่นนี้เพราะว่ามังกรนั้นมี
หลายชนิดหลายประเภท
เมื่อลั่วผินได้ยินค าถามดังกล่าว ทันใดนั้นนางก็
เปลี่ยนจากร่างมนุษย์เป็นมังกรทันที
นางได้กลายเป็นมังกรสีขาวบริสุทธิ์ราวกับ
เกล็ดหิมะ ร่างนี้ อู่ อวี้ เคยเห็นมาแล้ว ร่างนี้ของ
นางช่างดูประเสริฐบริสุทธิ์ประดุจอัญมณีหยกขาว
เกล็ดมังกรแต่ละชิ้นประดุจสมบัติล้ าค่าก็มิปาน
บัดนี้มังกรที่สมบูรณ์แบบได้มาปรากฏก าลังอยู่ต่อ
หน้าต่อตาของเขา อิริยาบถของนางก็ไม่ได้
เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ตั้งแต่หัวจรดหางของ
นางเป็นมังกรที่ก าลังขดวนอยู่รอบร่างกายของ อู่
อวี้ ความรวดเร็วในการขดนั้นเป็นอะไรที่รวดเร็ว
มากและเขาก็ไม่รู้ว่านางขดวนไปกี่รอบ แต่สุดท้าย
แล้วส่วนศีรษะของนางก็อยู่ในระดับเดียวกันกับเขา
ดวงตาของนางซึ่งก าลังจ้องมองเข้ามาในดวงตาของ
เขา ยังคงเป็นสีฟ้าครามนุ้าทะเลและยังคงดูงดงาม
น่าหลงใหลเช่นเคย
เมื่อนางเปลี่ยนร่างเป็นมังกร อู่ อวี้ ตื่นตระหนก
อยู่ไม่น้อย ที่สัตว์สวรรค์มังกรเทวะอย่างนางมาพัน
อยู่รอบกายเขาเช่นนี้ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันของ
เจ้ามังกร ผู้ที่จะสามารถอยู่ใกล้ชิดนางได้จะต้องมี
ความสามารถบางอย่างด้วยเช่นกัน
” ถ้าข้าอยู่ในร่างนี้ เจ้ารู้สึกว่าข้าน่าเกลียดหรือ
เปล่า?” ลั่วผินถาม
อู่ อวี้ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน เขารีบเปลี่ยน
ร่างเป็นวานรทองค าในบัดดล เวลานี้ร่างกายของ
เขาก็แผ่ไปด้วยแรงกดดันอันแข็งกร้าวเช่นกัน
พร้อมเอ่ยปากถามนางว่า ” แล้วเจ้าล่ะ…คิดว่าข้า
น่าเกลียดหรือไม่เมื่ออยู่ในร่างนี้?”
” ไม่นะ…เจ้าคือเจ้า ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร ไม่
มีสิ่งใดมาเปลี่ยนความมั่นคงในใจข้าได้ ”
” ข้าก็เช่นกัน … ” อู่ อวี้ รู้สึกว่าถ้าเขาค าตอบ
กลับไปเยี่ยงนี้ เขาจะต้องปลอดภัยไร้กังวลอย่าง
แน่นอน …
อันที่จริงครั้งนี้เขาพบว่า สตรีที่เขาหลงรักหาใช่
มีดีแค่เพียงแค่ท่าทีองอาจสง่างาม อบอุ่นอ่อนโยน
ลุ่มลึกสุขุมสมเป็นผู้ใหญ่แล้ว นางยังเป็นคนขี้เล่น
ตลกอารมณ์ขันอีกด้วย อู่ อวี้ หาได้ท าตัวแก่เก่าคร่ า
ครึเป็นวัตถุโบราณที่สมควรเก็บเข้ากรุแต่อย่างใด
หัวมังกรของนางยามนี้อยู่ใกล้กับ อู่ อวี้ เป็น
อย่างมาก นางคือมังกรที่สวยที่สุดในโลกหล้า จะ
เป็นฟันฟางหรือคมเขี้ยว , ปาก , จมูก , และดวงตา
ช่างดูละเอียดประณีตหมดจด แม้แต่หนวดสีเงิน
ของนาง ซึ่งดูไม่ต่างจากเส้นเกศายาวละเลียดของ
นางเลยแม้แต่น้อย
“ข้าเป็นมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล ที่เก่าแก่
มากชนิดหนึ่ง ว่ากันว่ามังกรเทวะของเราต้องใช้
เวลากว่าหนึ่งยุคสมัย ถึงจะปรากฏมังกรวิญญาณ
เซียนบรรพกาลขึ้นมาสักตัวหนึ่ง มังกรชนิดนี้จะมี
การเจริญเติบโตและพัฒนาสูงกว่ามังกรตัวอื่น ๆ
แต่ในความเป็นจริงนี่ก็ผ่านมา 5 ยุคสมัยแล้ว ยังไม่
มีมังกรเช่นเดียวกับข้าถือก าเนิดขึ้นมาเลย ตาม
ประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มังกรข้า มังกรวิญญาณ
เซียนบรรพกาลตัวสุดท้าย ตกตายในน้ ามือของ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ”
มังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล
อู่ อวี้ จดจ ามันไว้
อันที่จริงเขาไม่ได้เข้าใจเรื่องราวของตระกูล
มังกรมากนัก เแต่เขารู้ว่าเมื่อเทียบสายโลหิตของ
นางแล้ว สูงล้ าเหนือกว่า ,มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ ,
มังกรสมุทรพิโรธ , มังกรดาราม่วง ฯลฯ เวลา 5
กาลสมัย เทียบเท่ากับเวลา 6 แสนปี มังกรวิญญาณ
เซียนบรรพกาลยังไม่ถึงก าเนิดขึ้นมาสักตัว เท่ากับ
ว่านางคือมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลตัวเดียวใน
โลกนี้
“ ถ้าเช่นนั้น ถ้าเจ้าไปอยู่บนสรวงสวรรค์ เจ้าก็
จะกลายเป็นมังกรที่มีสายโลหิตสูงส่งที่สุดใช่
หรือไม่? ” อู่ อวี้ ซักถาม
“ ก็อาจจะนะ ”
หลังจากที่นางกล่าว ด้วยต้นทุนพื้นฐานที่นางมี
สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์ไปได้อย่าง
รวดเร็ว
นับว่านางเป็นสตรีที่เพียบพร้อมสมบูรณ์จริงๆ
บางครั้งที่ อู่ อวี้ เผชิญหน้ากับนาง ภายในใจยัง
แอบรู้สึกห่วงกังวลอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเส้นทางที่
เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ทั้งยังมีความเสี่ยง
อย่างสูงล้ า มันช่างเป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญเสีย
เหลือเกิน แต่ยิ่งได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ ก็ยิ่งไม่อยากท า
เรื่องอะไรที่ส่งผลกระทบต่อนางอย่างเด็ดขาด เขา
เพียงแค่ต้องการให้นางขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ส่วนตัว
เขาก็จะไล่ตามนางไปด้วยวิธีของตนเอง
ลั่วผินเองก็ดูเหมือนจะทราบความคิดของเขา
เช่นกัน นางกล่าวขึ้นว่า ” ในเมื่อทุกอย่างเริ่มขึ้น
แล้ว ฉะนั้นเจ้าไม่ใช่คนหัวเดียวกระเทียมลีบอีก
ต่อไป ไม่จ าเป็นที่เจ้าจะต้องแบกรับทุกอย่างเพียง
ล าพัง ”
ยิ่งได้ฟังค าพูดของนางเขายิ่งเต็มใจมอบกาย
ถวายชีวิตอย่างไม่ลังเล ส าหรับอิสตรีดี ๆ เช่นนี้ อู่
อวี้ รู้สึกว่าตนเองยังท าดีกับนางไม่มากเพียงพอ
———————–