กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1140:ราตรีก่อนขึ้นครองบัลลังก์
หลายสิ่งหลายอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดได้ข้อสรุป
เดียวที่ก็คือ ต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิโบราณ
คงจะต้องลองพูดคุยติดต่อกันอย่างใกล้ชิด ถึงจะ
ได้รู้ข้อแตกต่างและทราบความจริง
ซึ่งเรื่องนี้ลั่วผินไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้ หาก
นางเผชิญหน้ากับจักรพรรดิโบราณยามนี้ นางคงต้อง
ตกตายเพียงสถานเดียว ซึ่งถ้านางเกิดตายทุกอย่างก็
จะไร้ประโยชน์
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ยอมให้นางไปตายแน่ ๆ
อยู่แล้ว
ส่วนลั่วผินก็หวังว่าสิ่งที่จักรพรรดิโบราณกล่าวมา
ล้วนเป็นเรื่องจริง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็จะ
ปลอดภัยไม่มีปัญหาอะไร
กล่าวได้ว่าชมพูทวีปโลกธาตุได้ตกเป็นของ อู่ อวี้
แล้ว
ถ้ายามนี้ยังไม่มีแผนรับมือโต้กลับที่สมบูรณ์แบบ
ก็เท่ากับปิดประตูตาย
ลั่วผินกับเขาพูดคุยกันมามากมายหลายเรื่องราว
จนกระทั่งล่วงเลยมาถึงยามค่ามืด
พวกเขารู้จักกันมานานหลายปีแล้วก็จริง ทว่าใน
วันนี้ท่าให้ อู่ อวี้ และนางรู้จักกันดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้น
เมื่อทั้งสองมาพบเจอกันอีกครั้งจึงมีเรื่องพูดคุยกัน
มากมาย
เรียกว่าเป็นความแตกต่างที่สอดผสานกันอย่าง
ลงตัว
ซึ่งถ้าคนทั้งสองมีเต๋าที่ไม่ตรงกัน ก็จะไม่สามารถ
เป็นสหายเต๋าเคียงคู่กันได้
อู่ อวี้ เป็นคนมีมุมมองกว้างขวางหลากหลาย ซึ่ง
ลั่วผินเองก็เหมือนกัน ทว่าแตกต่างกันเล็กน้อย แต่
ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้ท่าให้นางมีเสน่ห์มาก
ยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นลั่วผินเป็นคนเงียบขรึมสุขุมแยบ
ยล ส่วน อู่ อวี้ เป็นคนดื้อรั้นแข็งกร้าว ฉะนั้นความ
เหมือนที่แตกต่างนี้จึงดึงดูดซึ่งกันและกัน
ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี มหาอุปราช
จักรพรรดิอารามสวรรค์ได้ตระเตรียมรายละเอียด
การขึ้นครองบัลลังก์ในวันพรุ่งนี้ ส่งเป็นสารกระดาษ
มอบให้ อู่ อวี้ ข้อมูลในสารที่ส่งมานั้น นอกจาก
รายละเอียดแล้วยังกล่าวถึงกฎระเบียบข้อบังคับอีก
มากมาย
” เจ้ากลับไปก่อนเถอะ คาดว่าคืนนี้เขาอาจจะมา
พบเจ้า ระวังตัวด้วย ตราบใดที่ยังมีชีวิต ก็ยังมี
ความหวัง ” ลั่วผินอยู่ในอ้อมแขนกล่าวอย่างแผ่วเบา
” รับทราบ ”
อู่ อวี้ ตอบรับทราบอย่างว่าง่าย เวลาที่เขาอยู่
กับนาง มันให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยราวกับอยู่
บ้าน เพลินไปกับความสงบร่มเย็นนั้น ทว่าสุดท้ายเขา
ก็ต้องลุกขึ้นต่อสู้เผชิญกับความจริง การที่พวกเขาทั้ง
สองถวิลหากันมากเกินควรมันจะไม่ดีกับทั้งสองฝ่าย
แม้ว่าเขาต้องการจะอยู่กับนางตลอดไป แต่เขาก็รู้ว่า
ถึงเวลาที่ต้องไปจากที่นี่ เผชิญหน้าต่อสู้กับอุปสรรค
ขวากหนามด้วยตนเอง
นี่คือโลกแห่งการต่อสู้ ไม่ใช่โลกที่เหมาะกับการ
พักผ่อนหย่อนใจ ต่อให้ไม่ได้ลงมือต่อสู้ก็ต้อง
ประกอบความท้าทายมากมายหลากหลาย แล้วสิ่ง
เหล่านี้จะท่าให้เขาได้เห็นสัจธรรมของโลกชัดเจน
ยิ่งขึ้น อย่างเช่น เกิด, แก่ , เจ็บ ,ตาย ผู้แข็งแกร่ง
รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ซากศพคนตายไร้ที่กลบฝัง สูญ
สลายเป็นเพียงเถ้าธุลี ทุกสรรพสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไป
ตามกฎแห่งสวรรค์
อู่ อวี้ ก็คิดเช่นเดียวกับนาง ยิ่งเขาอยู่กับนางมาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งจะน่าวิกฤตแลความตายมาสู่นางมากขึ้น
เท่านั้น ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ส่งผลกระทบต่อนาง เขายิ่ง
ควรมีสตินึกคิดไตร่ตรองมากขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ต้อง
ต่อสู้เขาจะได้ไม่ต้องลังเล
ดังนั้นเขาจึงยอมคลายมือที่เขากุมจับมาเป็น
เวลานาน และลุกขึ้นยืนมาพร้อม ๆ กับนาง แม้ว่า
กลิ่นหอมละมุนจากกายของนางยังคงติดอยู่ในอ้อม
แขนของเขา มันเป็นเพราะว่าเขาโอบกอดนางมา
อย่างยาวนาน ความอ่อนโยนละมุนละไมในวันนี้ไม่มี
วันที่เขาจะลืมเลือน
” ข้าจะไปส่ง ”
ทั้งสองคนเดินออกจากสวน โดยมีลั่วผินเดินมา
ส่ง อู่ อวี้ ด้วยเพราะกลัวว่าถ้าปล่อยให้เขาเดิน
ออกมาเพียงล่าพัง มังกรเทวะตัวอื่น ๆ จะมาหาเรื่อง
เขา อีกทั้งเขายังอยู่ที่นี่มานานพอควรแล้ว เกรงว่าจะ
ท่าให้มังกรเทวะเหล่านั้นไม่พอใจเข้า
เมื่อทั้งสองเดินผ่านทางเดิน เขาก็เห็นว่ามังกรตัว
อื่น อยู่ค่อนข้างห่างออกไป ทว่าแต่ละตัวก็จ้องมอง อู่
อวี้ เขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จิตสังหารแผ่
ออกมาอย่างรุนแรงจากสายตาของพวกมัน ซึ่ง
เหมือนเป็นการเตือน อู่ อวี้ ตลอดเวลา
ลั่วผินหาได้ใส่ใจพวกมัน นางยังคงเดินตรงไปส่ง
อู่ อวี้ จนถึงหน้าประตู ยามนี้เป็นยามราตรีภายใต้
แสงจันทราเหลืองนวลยิ่งขับให้นางงดงามชวน
หลงใหลมากยิ่งขึ้น ประดุจดั่งเทพเซียนก็มิปาน ใน
เมื่อนางงามเช่นนี้ แล้วผู้ใดเล่ายินดีจะปล่อยเทพธิดา
เช่นนี้ไป?
” ในวันข้างหน้า บนสวรรค์ เมื่อเราทั้งสอง
กลายเป็นคู่เซียน อยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยไร้กังวลมี
อิสรเสรี เคียงคู่กันตราบชั่วนิจนิรันดร์ ” เมื่อออกมา
ด้านนอก ลั่วผินเอื้อมมือมาจับฝ่ามือของเขาพร้อม
กับเงยหน้ามองหน้าเขาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าคราม
จ้องมองเข้าไปในดวงตาของ อู่ อวี้
ประโยคนี้ไม่ได้เป็นความปรารถนาของนางแต่
เพียงผู้เดียว ทว่ามันเป็นความปรารถนาของ อู่ อวี้
ด้วย เขาจารึกค่าพูดเหล่านี้ไว้ในหัวใจ
“ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะขรุขระเต็มไปด้วย
อุปสรรคขวากหนามมากเพียงใด โปรดรอข้าอีกห้าปี!
”
อันที่จริงในค่าสัญญาแรกที่ว่า 10 ปี ยังไม่ครบ
ก่าหนดเวลาเลยด้วยซ้่า แต่ยามนี้เขากลับมอบหมาย
‘ค่ามั่นสัญญา’ อีกครั้ง และในอีก 5 ปีข้างหน้า เขา
จะยืนอยู่ตอนนี้ ‘มีชีวิตยืนยาวเคียงคู่ ไปตราบชั่วนิ
รันดร์’
” ถ้าไม่ใช่เจ้า ข้าจะไม่ยอมแต่งงาน ”
ค่ามั่นประกาศก้องดังสะท้อนไปทั่วทั้งสวรรค์
และปฐพี เป็นเช่นดั่งประกาศิตฝังลึกลงไปในใจของ
เขา กลายเป็นชะตากรรมที่ อู่ อวี้ พยายามดิ้นรน
ไขว่คว้ามาให้จนได้
” ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับความรักจาก
เจ้า ” เขากล่าวด้วยน้่าเสียงละล่าละลักติด ๆ ขัด ๆ
หลังจากกล่าวจบประโยค เขาก็รู้ว่าตนเองควร
ออกไปเสียที หากมัวแต่อาลัยอาวรณ์อยู่กับนาง วันนี้
คงไม่ได้กลับไปที่ของตนเองเป็นแน่ ถึงแม้เขาจะไม่
อยากจากนางไปเลย แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่
เขาจะมัวมาท่าตามใจตนเอง ดังนั้นเขาจึงหักห้ามใจ
อย่างเด็ดเดี่ยว หันหลังกลับแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
โดยไม่หันมองอีกเลย เขารู้ว่าลั่วผินยังคงยืนอยู่ที่เดิม
มองร่างของเขาหายลับไปภายใต้แสงจันทร์ …
เขาจากไปแล้ว
แน่นอนว่าเขากับนางจะได้เจอกันอีกในวันพรุ่งนี้
เพราะมันคือวันที่เขาขึ้นครองบัลลังก์
ซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงวันพรุ่งนี้
ลั่วผินยืนมองดูร่างของเขาหายลับตาไปในความ
มืดมิดยามราตรี เพียงไม่นานนักร่างของ อู่ อวี้ ก็
หายไปอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นนางก็กลับมาที่
‘ต่าหนักมังกรคราม’ ซึ่งนางก็ใช้เวลาไม่นานในการ
เดินกลับเข้าไป เมื่อมาถึงก็เห็นเหล่าผู้อาวุโสทุกคนที่
ติดตามมาด้วย ก่าลังนั่งคุกเข่าลงพื้น รวมถึงมังกร
ปีศาจเทวะพิสุทธิ์
ทันทีที่นางมาถึง พวกมันก็พากันกล่าวด้วยเสียง
ที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพียงว่า ” ท่านเจ้ามังกร! โปรด
ไตร่ตรองอีกครั้ง! ตระกูลมังกรเทวะของเราก่าลังจะ
ล่มสลาย พวกเราสนับสนุนให้ฟื้นฟูเผ่าพันธุ์มังกรของ
เราให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ในฐานะผู้น่าโปรดเป็น
ตัวอย่างด้วย โดยมุ่งมั่นฟื้นฟูเผ่าพันธุ์มังกรให้
แข็งแกร่งโชติช่วงชัชวาล! การที่จะให้มนุษย์มาเป็น
สหายเต๋าเคียงคู่ จะถือว่าละเมิดกฎของเผ่าพันธุ์ อีก
ทั้งในฐานะเจ้ามังกรจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชนรุ่น
หลัง นอกจากนี้ทั้ง อู่ อวี้ และจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวง ตระกูลเทวะและราชวงศ์เหยียนหวงเป็น
ปฏิปักษ์และรักษาระยะห่างกันมาตั้งแต่อดีตกาล
ดังนั้นท่านเจ้ามังกร ย่อมไม่มีทางผูกสัมพันธ์กับ อู่
อวี้ ได้อย่างแน่นอน ”
ดูจากค่าพูดค่าจาลื่นไหลเป็นต่อยหอยเช่นนี้
แสดงว่าพวกมันคงจะปรึกษาหารือว่า จะพูดเช่นไร
กันมาอย่างดิบดีแล้ว
ลั่วผินมองพวกมันอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า ”
แล้วถ้าข้ายังคงยืนกรานล่ะ? ”
อันที่จริงท่าทางของนางยังคงอ่อนโยนสง่างาม
ทว่าเวลานี้นางได้ปลดปล่อยแรงกดดันของราชินี
มังกร ฉะนั้นไม่มีทางที่มังกรแก่จะกดดันนางได้
เมื่อเห็นนางแสดงท่าทางไม่พอใจกลับมา บรรดา
มังกรแก่ทั้งหลายต่างก็หันมามองหน้ากันและกัน
แล้วมังกรมารเขาโลหิตก็กล่าวขึ้นด้วยโทสะว่า ” หรือ
ท่านจะรอให้วังมังกรหลั่งโลหิตอีก! ”
ลั่วผินยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เจ้าจะฆ่าข้าเช่นนั้นหรือ?
”
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์สีหน้าหมองคล้่ากล่าวขึ้น
ว่า ” หาใช่เช่นนั้นไม่ ข้ารู้สึกละอายใจต่อบรรพชน
คงก็ท่าได้แค่ฆ่าตัวตายเท่านั้น ”
ลั่วผินหัวเราะ นางมองมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์
แล้วกล่าวว่า ” พูดได้ดี ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าแอบชอบ
พอข้าหรอกหรือ? จงรู้ไว้ซะ ข้าหาได้เหลียวแลเจ้า
แม้แต่น้อย อย่าฝันกลางวันไปเลย ”
ค่าพูดของนางท่าให้ดวงตาของมังกรปีศาจเทวะ
พิสุทธิ์หมองคล้่าขึ้นมาในทันที แล้วมันก็ไม่เอื้อนเอ่ย
อันใดมากอีก
ลั่วผินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จ้องมองทุกคนแล้ว
กล่าวว่า ” ทุก ๆ ท่านอย่าได้กังวล ตราบใดที่ยังอยู่ใน
ชมพูทวีปโลกธาตุข้าจะไม่ท่าให้พวกเจ้าผิดหวัง รอให้
ข้าขึ้นไปสวรรค์ได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นข้าจะได้เป็นอิสระ
เสียที หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ข้อบังคับของเผ่าพันธุ์
มังกร กฎเกณฑ์เหล่านี้จะไม่สามารถพัฒนาการข้าไว้
ได้อีก ”
ความหมายของนางก็คือ ตราบใดที่ยังอยู่ในชมพู
ทวีปโลกธาตุนางกับ อู่ อวี้ ยังไม่เป็นสหายเต๋าเคียงคู่
กัน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อหน้าตาของเผ่าพันธุ์
มังกร
ทว่าลั่วผินไม่ได้บอกพวกมันว่านางจะกลายเป็น
เซียนเมื่อไหร่
หลังจากกล่าวจนนางก็เดินกลับเข้าไปในต่าหนัก
ปล่อยพวกมันอยู่ตรงนั้นอย่างไม่แยแส พวกมันทุก
คนต่างมองหน้ากันแล้ว มังกรดาราม่วงแล้วกล่าวว่า
” นางหมายความว่า หากอยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุแห่ง
นี้ นางจะไม่เป็นสหายเต๋าเคียงของ อู่ อวี้ ใช่หรือไม่?
”
” ก็คงจะเป็นแบบนั้น ”
มังกรซวิ่นเมเปิ้ลกล่าวว่า ” นางไร้เดียงสาเกินไป
นางคิดว่าพอไปบนสวรรค์แล้วจะหลุดพ้นจาก
กฎระเบียบของเผ่าพันธุ์มังกร แต่นางคงลืมคิดไปว่า
บนสวรรค์ก็ต้องมีกฎระเบียบของสวรรค์ หากมังกร
ตนใดกลายเป็นเซียนอมตะแล้วขึ้นไปบนสวรรค์ก็ยัง
ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบรรพชนอยู่ดี ซึ่งบรรพ
ชนเหล่านั้นก็ไม่มีทางที่จะยอมรับให้นางมาร่วมเรียง
เคียงหมอนกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอนอยู่แล้ว ”
” อิสตรีผู้นี้ดื้อรั้นจริง ๆ พูดจายกยอปอปั้นมนุษย์
ว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ เก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่คน
หนุ่มสาวของเราก็มากมายเช่นกัน … ”
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์หรี่ตาแล้วกล่าวว่า ” ได้
ยินมาว่า อู่ อวี้ เป็นคนช่วยเหลือนางให้รอดพ้นจาก
ความตายในคราล่าสุด แถมช่วยนางเรื่องเกล็ดมังกร
บรรพกาล ”
” นี่ช่างเป็นชะตากรรมที่เลวร้ายบัดซบอย่างที่สุด
ตอนแรกปากก็บอกว่าเป็นเพียงสหายไม่มีอะไรมาก
ไปกว่านั้น อ้างว่าเป็นแค่เพียงการตอบแทนมิตรไมตรี
สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าตอบแทนความกตัญญู
ด้วยความรัก เป็นเพราะนางยังอ่อนเยาว์นัก คง
ต้องโทษคนแก่อย่างเรา ที่ไม่อาจสั่งสอนนางได้ … ”
ลั่วผินไม่อยากได้ยินพวกมันพูดคุยกันสักเท่าไหร่
นัก
นางตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง
ความคิดเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ของเผ่าพันธุ์
มังกร หรือกฎเกณฑ์ของบรรพชนบนสวรรค์
นางกับ อู่ อวี้ ทิ้งตราสื่อสารให้กันไว้มากมาย
ด้วยจ่านวนที่มากมายเช่นนี้ สามารถแก้ปัญหาคลาย
ความเหงากายเหงาใจที่ต้องห่างจากกันได้ แน่นอน
ว่าถ้านางไปสวรรค์แล้ว อู่ อวี้ อยู่อีกโลกหนึ่ง ก็คง
ยากที่จะติดต่อกันได้
ระหว่างที่นางก่าลังมองบรรยากาศยามราตรีอัน
แสนคึกคักของนครเทวะ ส่วน อู่ อวี้ ก็กลับไปยัง
ต่าหนักโอรสเล่อ
ภายในพิภพปีศาจบรรพกาลมีร่างกลืนสวรรค์ ,
หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี อยู่ที่นั่น หลบซ่อนตัวอยู่
ในฐานทัพลับ ซึ่งยามนี้พวกเขาก่าลังจัดฐานทัพใหม่
ด้วยการเพิ่มความแน่นหนาของวงเวทย์คุ้มภัยให้มาก
ขึ้น
บรรยากาศภายในนครเทวะวันนี้ดูคึกคักมี
ชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง วงเวทย์หลายวงเปล่งประกาย
เจิดจ้าราวกับตอนกลางวัน นอกจากนี้ยังไม่รบกวน
ผู้คนที่อยู่ในนครหมื่นทวีป ทุกหนทุกแห่งคึกคักมี
ชีวิตชีวาประดับประดาไปด้วยแสงของพลุไฟ
หลากหลายสีสัน ผู้คนก่าลังเดินขวักไขว่อยู่บนท้อง
ถนน เสียงของผู้คนดังเซ็งแซ่อึกทึกครึกโครม เสียง
เด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว กระโดดลอยตัวบินไปบินมา
อย่างคล่องแคล่ว
” พูดก็พูดเถอะนะ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่
มังกรน้อยจะดีถึงเพียงนี้ นับแต่ที่ข้าได้พบเจออิสตรี
มา แม่นางผู้นี้คือคนที่ควรค่าแก่การพลีกายถวาย
ชีวิตมากที่สุด พอเห็นเช่นนี้ ข้าล่ะอยากตายจริง ๆ ”
ก่อนหน้านี้หมิงซวงไม่ได้ปริปากพูดออกมาเลยแม้แต่
น้อย แต่ยามนี้นางเอ่ยปากด้วยอารมณ์อิจฉาอย่างสุด
ฤทธิ์
อู่ อวี้ มีได้กล่าวอันใดเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น
” แต่ไหน ๆ เจ้าก็ได้เป็นจักรพรรดิโบราณเหยียน
หวงแล้ว แล้วเจ้าก็จะกลายเป็นเจ้าแห่งฮาเร็มเหมือน
จักรพรรดิโบราณ มีสนมอยู่นับหมื่นนับพันแต่ละนาง
ขาวสวยหมวยอึ๋มกันทั้งนั้น ล้วนถูกคัดสรรมาจากทั่ว
ทุกมุมโลกของชมพูทวีปโลกธาตุ เจ้าลองคิดดูสิว่าแม่
นางเหล่านั้นตั้งตารอเจ้ามาหลับนอนด้วย ทุก
นางนวลล้วนเป็นบุปผาขาวบริสุทธิ์ ได้เสพความสุข
ในชีวิตอย่างเต็มที่ เจ้าจะไม่เอาด้วยจริง ๆ หรือ? ”
พูดคุยกันดี ๆ ได้แค่ประเดี๋ยวเดียวจริง ๆ หลังจาก
นั้นไม่นานบทสนทนาก็เละเทะเหมือนเดิม
อู่ อวี้ ตอบ ” ข้าไม่สนใจหรอก เจ้าลืมมันไปเสีย
เถอะ ”
” ก็ดี๊ … ข้าชอบหญิงงาม ถ้าเช่นนั้นขอกล่าว
เอาไว้เลย หากวันใดที่เจ้ากลายเป็นเซียนแล้ว
สามารถท่าให้ข้าเกิดใหม่ได้ เจ้าจะต้องประณีต
บรรจงสรรค์สร้างให้ข้ามีหน้าตารูปโฉมงดงามอย่าง
หาใดเปรียบ ในภายภาคหน้าเราจะได้เป็นพี่น้องกัน ”
ส่าหรับนาง อู่ อวี้ มีเพียงสองค่าเท่านั้น
นั่นคือ ‘ไร้ซึ่งความเอื้อนเอ่ย’
เขาก่าลังนั่งอยู่บนหลังคากระจก เงยหน้ามอง
ท้องนภายามค่าคืนของนครเทวะ ท้องฟ้ายามราตรี
ในนครเทวะมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก
บนท้องนภาเต็มไปด้วยพลุไฟประดุจดั่งบุปผา
โปรยปราย ราวกับว่าก่าลังรอเขาโบยบินขึ้นไป
นี่เป็นอีกหนึ่งคืนก่อนที่เขาจะขึ้นครองบัลลังก์
แล้วเขาก็รู้ว่าจักรพรรดิโบราณก่าลังจะมา
———————–