กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1141: ความจริงตอนที่ยังเป็นมนุษย์
เมื่อแสงจันทร์สาดส่องฝ่าอากาศลงมา เสมือนดั่งหิมะจ านวนนับไม่ถ้วนปก
คลุมต าหนักพระราชวังที่อยู่ภายในนครเทวะ กระเบื้องใต้ฝ่าเท้าส่องสว่าง
ท่ามกลางแสงจันทร์ ใต้แสงสว่างของแสงจันทร์ท าให้สามารถมองเห็น
กระเบื้องทุกแผ่น อีกทั้งบนกระเบื้องแต่ละแผ่นยังวาดวงเวทย์ไว้ ถ้าหาก
กระเบื้องเหล่านี้อยู่ภายในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มันจะกลายเป็นอาวุธ
ระดับสูงไปในทันที
ทั้ง ๆ ที่วงเวทย์เหล่านี้เป็นเพียงพื้นฐานปกติเพิ่มความแข็งแกร่งให้อาคาร
บ้านเรือนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่าง
เหล่ายอดฝีมือชั้นสูง แต่อาคารบ้านเรือนอิฐกระเบื้องสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ก็
ยังไม่ถูกพังทลายจนได้รับการเสียหาย ฉะนั้นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในนครเท
วะจึงมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน แม้แต่กระเบื้องที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าก็ยังมี
ประวัติศาสตร์ยาวนานมานับแสนปี
นับเป็นค ่าคืนนี้มีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ นั่งเล่นอยู่บนต าหนักในมือถือคัน
ฉ่อง จากนั้นก็ดูค าว่า ‘อวี้ ‘ ที่ปรากฏขึ้นอยู่บนกลางหน้าผากของเขา
ซึ่งเขาก็คุ้นเคยกับค าว่า ‘เล่อ’ ของโอรสเล่อ
อันที่จริงไม่มีความแตกต่างกันมากนักระหว่างสองคนนี้ อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าค า
นี้มันขึ้นมาได้อย่างไร
“ มันถูกซ่อนมาหลายปี เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกไม่คุ้นเคยกับมัน ”
ระหว่างที่ อู่ อวี้ ก าลังคิดอะไรเพลิน ๆ ฉับพลันก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้าง ๆ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมามอง ก็พบว่าเจ้าของเสียงคือชายชราร่างกายผอมแห้ง
ดวงตาเป็นสีเหลืองเล็กน้อยดูแก่ชราเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้เห็นชายชราผู้นี้
มานานมากแล้ว ชายชราผู้นี้คือความเสียใจที่สุดในชีวิตของเขา แล้วยามนี้
คนผู้นั้นก าลังหย่อนก้นลงนั่งข้าง ๆ เขา ครั้งหนึ่งเขาใฝ่ฝันว่าอยากจะกลับไป
ในช่วงเวลานั้น ภายในนิกายกระบี่สวรรค์อีกครั้ง
ชายชราคู่นี้คือเสิ่นอู๋เต้า
ซึ่งรูปลักษณ์นี้สามารถกระทบกระเทือนจิตใจของเขาได้มากกว่า เฟิงซัวหยา
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็หาได้หลงกลเขารู้ว่านี่คือจักรพรรดิโบราณ ซึ่ง อู่ อวี้ เฝ้า
ระวังตัวทุกเมื่ออยู่แล้ว แต่คนผู้นี้กลับปรากฏกายอยู่ด้านข้างเขาโดยไม่รู้เนื้อ
รู้ตัว แสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิโบราณแข็งแกร่งกว่าเขามากนัก
ความแตกต่างระหว่างเขากับจักรพรรดิโบราณยามนี้ เหมือนกับตอนที่เขา
เป็นมนุษย์ แล้วต้องเผชิญหน้ากับฮ่าวเทียนซ่างเซียน สถานการณ์ยามนี้
คล้ายคลึงกับยามนั้นอย่างน่าขัน อู่ อวี้ รู้ว่าตนเองห่างชั้นกับจักรพรรดิ
โบราณมากแค่ไหน ความต่างนั้นเหมือนกับมนุษย์ปถุชนธรรมดากับผู้ฝึกตน
นั่นเอง ความห่างชั้นระหว่างผู้ฝึกตนกับทวยเทพเป็นอะไรที่ใหญ่หลวงมาก
จริง ๆ
แม้เวลานี้เขาจะไม่แสดงท่าทางหลบเลี่ยง แต่เขาได้เตรียมตัวเพื่อรับ
เหตุการณ์ไม่คาดฝันไว้ทุกเมื่อ
ด้านซ้ายของ อู่ อวี้ ‘เสิ่นอู๋เต้า’ ซึ่งเวลานี้ส่ายหัวแล้วพูดว่า ” นี่คือรูปลักษณ์ที่
ชอบมากที่สุด แต่ความจริงแล้วนี่หาใช่ไม่ เช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์
เดิมของข้า ”
หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็เปลี่ยนไปอีก กลายเป็นชายวัยกลางคนเส้นผม
สีด าขลับ หนวดเครายาวอายุอานามน่าจะซักประมาณ 300 ปี แต่ก็ยังดูอ่อน
เยาว์นัก
สิ่งที่ อู่ อวี้ ก าลังเห็นอยู่ในวันนี้ เหมือนอย่างที่เขาเคยเห็นเหมือนดั่งวันวาน
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือกลิ่นอายอันไร้เปรียบอันแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดา
สามัญทั่วไป สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้ว่า เขาเป็นเซียนเหริน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น
ข้างหนึ่งร้อนแรงเผาไหม้ประดุจดวงตะวัน อีกข้างหนึ่งลึกลับประดุจดวงดารา
อีกทั้งยังมีควันสีครามไหลเอ่อล้นออกมา
หน้าตาของเขาคล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ มาก
หากผู้ใดได้เห็นคงบอกว่าสมแล้วที่ทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน เพราะคล้ายคลึงกัน
มากจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นั้นดูเด็ดขาดกล้าหาญบ้าบิ่น แต่จักรพรรดิโบราณดูล ้า
ลึกลึกลับ สุขุมเยือกเย็น แต่กลับมีเปลวเพลิงร้อนแรงซ่อนอยู่ภายในอย่างไม่รู้
จบสิ้น
ซึ่งนี่ไม่ใช่จักรพรรดิบูรพาเยว่อู่ , เฟิงซัวหยา หรือ เสิ่นอู๋เต้า
อู่ อวี้ ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ลั่วผินปล่อยให้ตนเองตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้
เขาอยากจะตัดสินใจ แต่เขาก็ยังไม่มีกลอุบายที่จะทดสอบความจริงเท็จใน
ข้อนี้ เขาคงต้องรอให้จักรพรรดิโบราณแสดงตัวมาเอง การที่เขามาปรากฏตัว
แสดงถึงจุดประสงค์บางอย่างชัดเจน
ท่ามกลางค ่าคืนที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา พวกเขาทั้งสองยืนตระหง่าน
กลางสายลมอาภรณ์ที่สวมใส่พริ้วไสวไปตามกระแสสายวาโย
” เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังถึงต้นก าเนิดและจุดสิ้นสุดทั้งหมดของเรื่องนี้ ”
จักรพรรดิโบราณยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า เขาไม่รีบร้อนให้ อู่ อวี้ จดจ าเขาได้
ทันทีทันใด
อู่ อวี้ พยักหน้า
จักรพรรดิโบราณรู้ว่า อู่ อวี้ จะต้องไม่เชื่อใจเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึง
พยายามสร้างความเชื่อมั่นกับ อู่ อวี้
” ข้าอยู่ในทะเลลึกมานานหลายปีแล้ว ได้ค้นพบ ‘อภิโลหะเทวะปลายสุด
ธาราสวรรค์’ ที่ถูกกลบฝังหลับใหลอยู่ภายในใต้ก้นสมุทรลึก ด้วยความ
แข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า สิ่งนี้คือสมบัติวิเศษที่อันแสนล ้าค่าอย่างสุดจะ
เปรียบปาน ข้าใช้เวลานานมากในการไตร่ตรองท าความเข้าใจ รวมถึง
พยายามท าพันธสัญญากับพลองทองสมปรารถนา แล้วข้าก็ได้ข้อสรุปว่า
‘มัน’ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นของข้า แต่เป็นมรดกอัน ‘ว่างเปล่า’ ที่ไร้ซึ่งผู้สืบทอด ท าให้
ข้ารู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อยที่ไม่สามารถครอบครองมันได้ ”
ขณะที่กล่าวจบเขาก็ยื่นมือออกไป เขาไม่ได้แตะต้อง อู่ อวี้ แต่ใช้นิ้วชี้มาทาง
เขา ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่าพลองทองสมปรารถนาในร่างกายมีปฏิกิริยา
บางอย่าง ราวกับว่ามันถูกจักรพรรดิโบราณปลุกให้ตื่น
มันสั่นไหวอยู่ภายในร่างกายของ อู่ อวี้ ราวกับว่าก าลังตื่นเต้นบางอย่าง
” นี่คือสหายเก่าของข้า มันอยู่กับข้ามาประมาณ 300 ปีแล้วอยู่ด้วยกันทั้ง
กลางวันกับกลางคืน แต่ข้าก็ไม่สามารถสืบทอดมรดกของมันได้ ” จักรพรรดิ
โบราณส่ายศีรษะแล้วยิ้ม
สิ่งที่ อู่ อวี้ รู้ก่อนหน้านี้จักรพรรดิโบราณเป็นตัวตนอันสูงส่งน่า
สะพรึงกลัว แค่เพียงกะพริบตาก็สามารถท าให้ผู้คนนับล้านตกตาย โดยไม่
เอื้อนเอ่ยสิ่งใดสักค า เช่นดั่งตอนที่เขาสังหารชาวกุ่ยเหยียน
แต่ยามนี้เขาเป็นเสมือนผู้อาวุโสที่ฉลาดหลักแหลม ด้วยท่าทางที่เขาพูดคุย
กับ อู่ อวี้ ในเวลานี้ เป็นความรู้สึกที่ยากจะพรรณนา ผู้คนทั่วทั้งใต้หล้า คงคิด
ไม่ถึงว่านี่คือเทพเซียนเพียงองค์เดียวในชมพูทวีปโลกธาตุ
“เขาสามารถสื่อสารกับพลองทองสมปรารถนาได้! ” หมิงซวงกล่าวขึ้นอย่าง
ตื่นตระหนก ด้วยเพราะยามนี้พลองทองสมปรารถนาเลือก อู่ อวี้ แล้ว การที่
ผู้อื่นสามารถสื่อสารกับพลองทองสมปรารถนาได้มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ
จริง ๆ ยิ่งเมื่ออยู่ในมุมมองของนางด้วยแล้ว ยิ่งเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่!
อู่ อวี้ รู้สึกตกใจ จักรพรรดิโบราณใช้วิธีเช่นนี้ ก็เพื่อพิสูจน์ตัวตนของเขาต่อ อู่
อวี้
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ยังคงระวังตัวเช่นเดิม ตอนนี้เขาก าลังตกอยู่ในห้วงพายุภัย
พิบัติ การตัดสินใจอะไรออกไปจะต้องมั่นใจเด็ดขาด
ไม่เช่นนั้นหนทางข้างหน้าอาจจะคลุมเครือเลวร้ายยิ่งกว่าเก่า
เวลานี้จักรพรรดิโบราณแหงนมองบนฟากฟ้าแล้วเอ่ยว่า ” ต่อมาข้าถึงเข้าใจ
อย่างถ่องแท้ว่า ส าหรับข้าแล้วคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่น
จะไม่สามารถสืบทอดมันได้ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจมอบมันให้แก่บุตรชายของ
ข้า แล้ววันที่บุตรชายคนส าคัญของข้าถือก าเนิดขึ้นมา เขามีความพิเศษและ
ควรค่าแก่การสืบทอด ‘พลองทองสมปรารถนา’ เป็นผู้สืบทอดเจตจ านงของ
ท่านฉีเทียนตาเซิ่น ข้ารู้ว่าบรรดาโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ ที่เติบโตขึ้นมา
ภายในนครเทวะ ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะสืบทอดมรดกล ้าค่าชิ้นนี้
เนื่องจากเส้นทางของเต๋าพวกเขาสะดวกสบายเกินไป ด้วยเหตุนี้ข้าจึงคิด
แผนนี้ขึ้นมา ”
เขากล่าวถึงลูกชายคนส าคัญ ซึ่งก็คงจะเป็น อู่ อวี้ อย่างแน่นอน
” โดยการเอาข้าไปทิ้งไว้ที่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ทิ้งไว้บนโลกมนุษย์เช่นนั้น
หรือ?” อู่ อวี้ กล่าว
จักรพรรดิโบราณพยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ใช่ … ข้าอยากให้เจ้าเรียนรู้ใน
มุมมองของมนุษย์ที่ก้าวเข้าสู่ในโลกของผู้ฝึก แตกต่างจากเหล่าโอรส
พระธิดาที่เติบโตมาอย่างสุขสบายภายในโลกผู้ฝึกตนแห่งนี้ หากมันเป็นเช่น
ดั่งที่ข้าคิดไว้ เจ้าที่สามารถยืนหยัดเติบโตขึ้นมาในโลกนั้นได้ จะกลายเป็นผู้
ไร้เทียมทาน มีจิตใจแข็งแกร่งมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว อย่างไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้”
อู่ อวี้ เงียบ
เขายังคงไม่สะทกสะท้าน มอง อู่ อวี้ แล้วพูดต่อว่า ” หลังจากคิดได้ดังนั้นก็
ด าเนินตามแผนโดยเริ่มจาก เฟิงซัวหยา เขาคือสาวกที่สิ้นหวังมาจากนิกาย
เซียนซูซัน ตอนที่ข้าไปพบเขา เขาได้ตกตายไปแล้วด้วยน ้ามือของปีศาจหาง
แถวตัวหนึ่ง ท าให้ข้าได้รู้เรื่องราวของเขาจากการควานวิญญาณ หลังจากนั้น
ข้าจึงเอาร่างของเขามาและท าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่าข้า
ได้อยู่ในร่างของเขา จากนั้นข้าก็พาเจ้าเข้าสู่นิกายกระบี่สวรรค์ รับเจ้าเป็น
ศิษย์ ดังนั้นทุกสิ่งที่เจ้าพูดก็เหมือนกับก าลังพูดคุยกับข้า ”
ส าหรับในเรื่องนี้ อู่ อวี้ ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าจริงหรือเท็จ ฉะนั้นเขายังคง
ตามน ้าแสร้งพยักหน้าต่อไป
สิ่งที่จักรพรรดิโบราณกล่าวมานั้นหมายความว่า เฟิงซัวหยา ได้ตกตายมา
นานแล้ว แล้วจักรพรรดิโบราณก็กลายมาเป็นอาจารย์ของ อู่ อวี้ เป็นผู้มี
พระคุณที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ โดยเขาได้ยึดร่างไร้วิญญาณของเฟิงซัวหยา
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นแผนการที่จักรพรรดิโบราณได้วางเอาไว้
จักรพรรดิโบราณยังคงกล่าวต่อไป
” ในเวลานั้นที่ข้าเลือกที่ให้เจ้าไปอยู่นิกายเล็ก ๆ อย่างนิกายกระบี่สวรรค์ ก็
เพื่อให้เจ้าได้ก้าวสู่เส้นทางการฝึกฝนเป็นเซียน หลังจากนั้นข้าก็หาสถานที่
เหมาะ ๆ ให้เจ้าเติบโต แล้วข้าก็พบว่าอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก
นิกายกระบี่สวรรค์ ตอนแรกว่าจะให้เจ้าเติบโตในครอบครัวชาวบ้านธรรมดา
แต่ดูแล้วมันจะต้อยต ่าเกินไป ข้าก็เลยให้เจ้ากลายเป็นองค์ชายของ
อาณาจักรมนุษย์ บางทีอาจจะท าให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นในระดับหนึ่ง กล้าที่
ฝึกฝน ซึ่งช่วงเวลานั้นก็ประจวบเหมาะพอดิบพอดีที่จักรพรรดิบูรพาเยว่อู่ได้
ถูกลอบสังหาร ข้าจึงยึดครองร่างของเขาสร้างร่างอวตารขึ้นมา คอยท าหน้าที่
เป็นบิดาของเจ้าอยู่ไม่ห่างหาย ”
ความหมายของเขาก็คือการเติบโตของ อู่ อวี้ ล้วนเป็นแผนการของเขาทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นฮ่าวเทียนซ่างเซียน , จักรพรรดิบูรพาเยว่อู่ , เฟิงซัวหยา , เสิ่นอู๋
เต้า
อู่ อวี้ มีข้อสงสัยแล้วพูดว่า ” ถ้าเช่นนั้นท่านจะบอกว่าพี่น้องของข้าทั้งหมด
ล้วนเป็นบุตรของท่านใช่หรือไม่? รวมทั้งอู่หยู ? ”
จักรพรรดิโบราณยิ้มแล้วส่ายแล้วส่ายศีรษะว่า ” คนพวกนั้นที่แก่กว่าเจ้าล้วน
เป็นลูกหลานของจักรพรรดิบูรพาเยว่อู่อย่างแท้จริง ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่าเจ้า
ล้วนเป็นลูกของข้า แต่เพราะในเวลานั้นข้ามิได้ท าการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับ
ร่างจักรพรรดิบูรพาเยว่อู่ ซึ่งก็เท่ากับว่าพวกเขาล้วนเป็นบุตรที่สืบสายโลหิต
ของจักรพรรดิบูรพาเยว่อู่ในอดีต หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าแต่อย่างใด ”
ถึงแม้จะไม่ใช่สายเลือดที่เกี่ยวข้องกับ อู่ อวี้ แต่ อู่ อวี้ ก็นับถือพี่สาวผู้นี้อยู่
เสมอ
ทั้งหมดพี่จักรพรรดิโบราณกล่าวมา เป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ ไม่อาจยอมรับได้แม้แต่
น้อย
จักรพรรดิโบราณยิ้มกับพูดว่า ” ข้ารู้ว่ายากที่จะยอมรับได้ แต่อย่างไรเรื่อง
ทั้งหมดนี้มันก็คือความจริง ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าโดน
เนรเทศออกมาจากอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ แล้วมาพบเจอกับข้า จนน าพาเจ้า
มาสู่นิกายกระบี่สวรรค์ หลังจากนั้นก็ได้พบข้าที่แปลงเป็นเสิ่นอู๋เต้า และ
เสิ่นอู๋เต้าก็มอบพลองทองสมปรารถนาให้แก่เจ้า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเจ้าคิดว่า
เป็นโชคชะตาน าพาเช่นนั้นหรือ แต่มันเป็นเพราะบิดาผู้นี้ส่งมอบมันให้แก่เจ้า
ต่างหาก เพียงแต่ไม่ได้บอกให้เจ้ารู้ “