กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1142: ซูซ่างเซียน
โบราณจักรพรรดิเอื้อมมือมาแตะไหล่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” ตอนนี้เจ้ายังไม่
อาจท าใจยอมรับได้ อันที่จริงข้าไม่ต้องลงทุนลงแรงมากขนาดนั้น ถ้าให้เจ้า
เติบโตอยู่ในนครเทวะบางทีมันอาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่าก็ได้ แต่เมื่อเห็นเจ้า
ในวันนี้ท าให้ข้าเข้าใจแล้วว่า แผนการซับซ้อนที่ข้าได้วางไว้มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ถ้าเจ้าอยู่ในนครเทวะ เจ้าอาจมีทรัพยากรเพียงพอ เจ้าอาจจะกลายเป็น
ดั่ง ‘โอรสยวี่’ , ‘โอรสเล่อ’ แต่เจ้าตอนนี้คือ อู่ อวี้ ข้าภูมิใจในตัวเจ้า ”
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าผู้ชายคนนี้รู้เกี่ยวกับตัวเองมากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นคนเสแสร้ง
หลอกลวง เขาก็เป็นที่น่ากลัวมากจริง ๆ ด้วยเฉพาะค าพูดและการกระท าของ
เขาพยายามท าให้ อู่ อวี้ เชื่อมั่น
จะใช้วิธีไหนพิสูจน์ดี?
” ท่านรู้หรือไม่ว่าฉีเทียนต้าเซิ่น เขาเป็นเทพเซียนเช่นไรบนสวรรค์? แล้วเพราะ
เหตุใดเขาถึงต้องทิ้งมรดกไว้ ไฉนเทพเซียนถึงไม่เป็นอมตะ? ” อู่ อวี้ ก็
อยากจะถามมากกว่านี้ด้วยซ ้า
ค าถามนี้ท าให้จักรพรรดิโบราณลังเลชั่วครู่ แล้วก็พยักหน้าก่อนกล่าวขึ้นว่า ”
เขาเป็นตัวตนที่เก่าแก่โบราณมาก ตัวตนของเขาห่างไกลจากเทพเซียน
มากมายนัก พลังฝีมือความแข็งแกร่งของเขาจัดอยู่ในระดับสูงสุด นอกจากนี้
ยังมีต าแหน่งสูงสุดบนสรวงสวรรค์ แต่ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใดอยู่
ๆ เขาถึงหายไป ข้าไม่กล้าให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับมรดกของเขา เจ้าเองก็เช่นกัน
อย่าให้เทพเซียนคนอื่นรู้เด็ดขาด บนสวรรค์มีข้อจ ากัดมากมาย หากผู้ใด
ละเมิดกฎสวรรค์มันผู้นั้นจะต้องพบจุดจบเลวร้ายอย่างที่สุด ส่วนเรื่อง
เกี่ยวกับฉีเทียนต้าเซิ่น ข้าเองก็ทุ่มเทหาข้อมูลเป็นพิเศษ จึงรู้ว่าเป็นเขาเทพ
เซียนระดับสูงผู้หนึ่ง ”
อู่ อวี้ ไม่คิดว่า แต่จักรพรรดิโบราณก็ยังไม่รู้อะไรแน่ชัด? แสดงว่าฉีเทียนต้า
เซิ่นต้องเก่าแก่โบราณอย่างแท้จริง
อู่ อวี้ เริ่มด้วยการหยอดข้อสงสัยแรกออกไป นับตั้งแต่จักรพรรดิโบราณ
กล่าวอ้างว่าตนเองเป็นจักรพรรดิบูรพาเย่วอู่ และเสิ่นอู๋เต้ารวมถึงคนอื่น ๆ จะ
ได้คลี่คลายอย่างชัดเจน เขาคิดว่าอาจถึงเวลาที่จะต้องท าการทดสอบดูแล้ว
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้นว่า ” สิ่งที่ท่านกล่าวมันดูน่าเชื่อเกินไปส าหรับข้า ถ้าไม่
รังเกียจข้าขอถามอะไรสักอย่างสองอย่างได้หรือไม่? ”
จักรพรรดิโบราณยิ้ม ” แน่นอน…ถ้าเจ้าสงสัยเรื่องใดก็ถามมาได้เลย ”
อันที่จริง ๆ อู่ อวี้ มีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับคนทั้ง 3 ไม่ว่าจะเป็นเสิ่นอู๋
เต้า , เฟิงซัวหยา , จักรพรรดิบูรพาเยว่อู่ , ถ้าเขาถามแล้วอีกฝ่ายสามารถ
ตอบได้ แสดงว่าสิ่งที่ชายผู้นี้พูดมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง แต่เขาก็คิดเช่นกัน
ว่าถ้าเกิดอีกฝ่ายตอบไม่ได้ ตนเองควรเปิดเผยความเป็นศัตรูกับฝ่ายตรงข้าม
หรือไม่?
เขาคงได้แค่เดิมพันเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงถามว่า ” ท่านจ าได้หรือไม่ว่าที่เสด็จพ่อตีข้าครั้งแรกเป็นเพราะข้า
ท าผิดเรื่องอันใด? ”
เรื่องนี้ผ่านมานานมากแล้ว
จักรพรรดิโบราณหัวเราะแล้วพูดว่า ” หึหึ เจ้าไปเอามาจากไหน ข้าไม่เคยทุบ
ตีเจ้าเสียหน่อย ”
เมื่อได้ยินค าตอบ อู่ อวี้ ก็ตกใจมากทีเดียว
นั่นเป็นเพราะชายผู้นี้ก าลังพูดความจริง ในความทรงจ าของเขาจักรพรรดิ
บูรพาเยว่อู่ไม่เคยตีเขาเลย
“ ข้าได้เห็นพลองทองสมปรารถนาครั้งแรกเมื่อไหร่ ที่ไหน? ”
“ เสิ่นอู๋เต้าใส่สร้อยสีแดงไว้รอบคอเจ้า ”
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ซักถามอีกประมาณสองสามเรื่อง แล้วก็เลิกถาม เพราะ
เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองถามค าถามอื่นออกไป แล้วอีกฝ่ายตอบได้ จิตใจเขาก็ยิ่ง
ห่อเหี่ยวมากขึ้น
อันที่จริงเขามั่นใจว่าจักรพรรดิโบราณจะต้องมีเจตนาแอบแฝงอย่างแน่แท้
หรือต่อให้สิ่งที่ผู้นี้พูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เขาก็ไม่อาจยอมรับได้เช่นกัน
เนื่องจากชีวิตของเขาถูกขีดเส้นทางเดินโดยผู้อื่น ยิ่งพูดคุยก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามี
ความจริงใจต่อตนเองมากขึ้น ทุกสิ่งที่เขาพูดอาจจะดูโหดร้าย ทว่าดูเหมือน
จะเป็นความจริง
“ ความจริงแล้วเจ้าไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม เดี๋ยว
เวลาเป็นตัวพิสูจน์บอกทุกอย่างเอง ข้าไม่อยากมีอิทธิพลต่อชีวิตของเจ้า
หลังจากคืนนี้ไปข้าจะไม่ปรากฏตัวให้เจ้าเห็นอีก เจ้ายังมีเวลาไตร่ตรองอีก
นาน ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง ข้าหลอกลวงเจ้ามานานเหลือเกิน แล้วก็มี
อีกอย่างที่ข้าต้องบอกเจ้าให้ชัดเจน ”
เมื่อจักรพรรดิโบราณกล่าวจบ เหมือนว่าเขาพร้อมที่จะกล่าวต่อทันทีโดยไม่
แยแสว่า อู่ อวี้ จะอยากฟังหรือไม่ แต่ก็แสร้งท าเป็นกล่าวขอโทษเล็กน้อย
“เชิญท่านกล่าวได้เลย ข้ายินดีฟัง” อู่ อวี้ พยักหน้า
จักรพรรดิโบราณแหงนมองดูท้องนภาแล้วกล่าวว่า ” เหตุผลที่ข้าบอกว่าเจ้า
แตกต่างจากโอรสพระธิดาคนอื่น ๆ ก็เพราะมารดาของเจ้าแตกต่างจาก
มารดาของคนอื่น ๆ มารดาของโอรสพระธิดาองค์อื่นเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตน
ธรรมดาสามัญ แต่มารดาของเจ้านั้นเป็นเทพเซียน นางมีชื่อว่า ‘ซูซ่างเซียน’
นางอยู่ใน ‘วิมานสวรรค์ซูหยี่’ ข้ามีโอกาสได้พบนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข่าว
คราวของนางข้าก็ไม่สามารถบอกเจ้าได้ เพราะกฎของสวรรค์นั้นห้ามแพร่ง
พราย แต่ถ้าวันหนึ่งวันใดเจ้าได้ขึ้นไปบนสวรรค์ เจ้าจงไปตามหานางที่
‘วิมานสวรรค์ซูหยี่’ เราสองคนได้ตัดสินใจว่าจะฝึกฝนเจ้าด้วยวิธีนี้ ”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้ร้ายแรงต่อ อู่ อวี้ มากเพียงใด
ความทรงจ าเกี่ยวกับบิดามารดาของเขามีค่อนข้างน้อยมาก เนื่องจากบิดา
ของเขามีโอรสพระธิดามากเกินไป ทั้งยังราชกิจการปกครองบ้านเมือง ส่วน
มารดาของเขารักใคร่เขาเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็นางเจ็บป่วยกระปอดกระแปดโรค
รุมเร้ามากเกินไป จึงท าให้นางเสียชีวิตจากไปตั้งแต่ อู่ อวี้ ยังอ่อนเยาว์มาก
นัก
ดังนั้นเขาจึงไม่คิดเลยว่าพ่อแม่ของเขาจะเป็นเซียนอมตะ หนึ่งในนั้นก็คือ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง ส่วนอีกคนก็คือซูซ่างเซียน
ไม่อาจรู้ได้ว่าจักรพรรดิโบราณพูดเรื่องจริงหรือไม่?
แต่ที่แน่ ๆ เรื่องนี้แม้แต่หมิงซวงก็ยังตกตะลึง
เพราะเขายังพูดว่าหากขึ้นสวรรค์เมื่อใดให้ไปหา ‘ซูซ่างเซียน’ ยัง ‘วิมาน
สวรรค์ซูหยี่’ หากเรื่องนี้เป็นเท็จแสดงว่าจักรพรรดิโบราณมันแต่งเรื่องได้ดี
มากเหลือเกิน เขาช่างเป็นคนที่น่ากลัวไม่น่าเฉียดเข้าใกล้เลยจริง ๆ จนชักไม่
แน่ใจแล้วว่าทั้งหมดสร้างขึ้นจริงหรือ?
” เจ้ามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่า เจ้าไม่ใช่เด็กที่ไม่มีพ่อมีแม่ แต่เป็นเพราะแม่ของเจ้ามี
เวลาให้เจ้าน้อยมาก เป็นเพราะกฎสวรรค์ จึงท าให้ข้าไม่สามารถมาพบเจ้าได้
บ่อยครั้ง ส่วนแม่ของเจ้าไม่สามารถมาพบเจ้าได้ เว้นเสียแต่ว่าเจ้าได้
กลายเป็นเซียนอมตะ ” จักรพรรดิโบราณมองดูเขา
อู่ อวี้ ตกตะลึงเขาไม่รู้ว่าจะพูดอันใดดี เรื่องราวที่เขาได้ยินวันนี้มันเกินความ
คาดหมายของเขาไปมาก และเขาก็ยังคิดว่าจักรพรรดิโบราณก าลังปั้นเรื่อง
ขึ้นมา แต่สิ่งที่ท าให้เขากังวลก็คือ เหตุใดในคราแรกจักรพรรดิโบราณถึง
สามารถสื่อสารกับพลองทองสมปรารถนาได้ อีกทั้งยังรู้รายละเอียดมากมาย
เกี่ยวกับเสิ่นอู๋เต้าและจักรพรรดิบูรพาเยว่อู่อีก แล้วในตอนนี้เขายังบอกเล่า
เรื่องราวเกี่ยวกับมารดาของ อู่ อวี้ อีก
จวบจนถึงปัจจุบันเขาก็ยังคงเฝ้าระวังตัวแจ นั่นเพราะเขารู้สึกไม่เชื่อใจ
จักรพรรดิโบราณตั้งแต่แรก เขาระมัดระวังตัวจนกระทั่งเอาร่างกลืนสวรรค์ไป
ไว้อีกที่ แต่ตอนนี้เขาเองก็ชักเริ่มลังเลสงสัยแล้วว่า เขาก าลังคิดมากเกินไป
หรือเปล่า?
การที่เขาระแวงระแวดระวังเป็นเพราะเขามีมรดกเซียน ซึ่งในคราแรก
จักรพรรดิโบราณก็ดูให้ความสนใจกับเขาไม่น้อย และสิ่งนี้มันท าให้เขาหวาด
วิตกกังวล แต่ถ้าเขาเกิดเป็นบิดาขึ้นมาจริง ๆ การที่เขาจะให้ความสนใจกับ
บุตรของตนเองก็ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่เป็นเพราะเรื่องทั้งหมดมันฟังดูน่าตื่นตระหนกเกินไป ดังนั้นยามนี้จึงไม่ใช่
เวลาที่จะมาถกเถียงหรือหาความจริงเท็จ
จักรพรรดิโบราณยืนขึ้นแลมอง อู่ อวี้ แล้วพูดว่า “ ชาวเหยียนหวงในชมพู
ทวีปโลกธาตุ กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ชนรุ่นหลังจะผุดขึ้นมาราวดอกเห็ดไม่
มีวันขาดช่วง และต่อไปหลายชั่วอายุคนกลายเป็นเทพเซียนมาปกป้องชมพู
ทวีปโลกธาตุ ส่วนตัวข้าปกป้องชาวเหยียนหวงมานานเกินไปแล้ว ซึ่งยามนี้
ข้าก็มีเจ้า ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะปกป้องชาวเหยียนหวง ต่อจากนี้อนาคตชาวเห
ยียนหวงขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว ”
จากค าพูดของเขาเหมือนก าลังสั่งลาว่าตนเองก าลังจะจากไปแล้ว และไม่รู้ว่า
จะมาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่
ดูเหมือนว่าเขาจะพูดสิ่งที่ควรพูดหมดทุกอย่างกับ อู่ อวี้ แล้ว
เขามอง อู่ อวี้ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า ” เจ้าไม่ต้องรู้สึกกดดันใด ๆ ทั้งสิ้น
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล เจ้าจงใช้เวลาที่เหลือทุ่มเทไปกับการฝึกฝน
เพราะตอนนี้พลังฝีมือของเจ้าอยู่แค่ระดับ สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 1
เท่านั้น กว่าเจ้าจะไปถึงสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 และกลายเป็นเซียน
อมตะคงจ าเป็นต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร เมื่อใดที่เจ้ากลายเป็นเทพ
เซียน เมื่อนั้นเจ้าจะกลายเป็นคนที่น่ากลัวมาก เมื่อเจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวงเจ้าจะมีทรัพยากรมากมายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ทรัพย์
สมบัติจากจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น นับจากนี้
ชมพูทวีปโลกธาตุจะกลายเป็นของเจ้า ด้วยตัวตนที่แตกต่าง ซึ่งเจ้าก็รู้ว่า
โชคชะตานั้นย่อมแตกต่างกัน แต่เจ้าอย่าได้ละทิ้ง เต๋า ของตนเองเด็ดขาด
เพราะนั่นคือคุณสมบัติยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้า! ”
นับจากนี้ชมพูทวีปโลกธาตุจะตกเป็นของเขา …
ทั้งหมดที่ฟังมาจะให้เขาเอื้อนเอ่ยถ้อยวจีใดได้อีก ?
อู่ อวี้ มองไปที่จักรพรรดิโบราณด้วยหัวใจที่เต้นระส ่า
บางทีชายผู้นี้อาจจะเป็นบิดาของเขาจริง ๆ …
แต่ถ้าไม่ใช่ ยิ่งพูดคุยชายผู้นี้ก็ยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเขามี
จุดประสงค์อะไรกันแน่ …
แม้ว่าจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนแต่เขาก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปลงได้
แต่จักรพรรดิโบราณได้บอกกับเขาว่าเวลาจะให้ค าตอบเขาเอง
เวลานี้ อู่ อวี้ ยังคงงุนงงยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น แล้วในขณะที่จักรพรรดิโบราณก าลัง
จะจากไป ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้แล้วพูดว่า ” จริงสิ … ข้ารู้ว่า
เจ้าคิดอย่างไร เจ้าคิดว่าข้าสนใจมรดกของเจ้าใช่หรือไม่? ดังนั้นจึง
หวาดระแวงข้า แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้สามารถคลี่คลายได้อย่างง่ายดาย
เช่นนั้นข้าจะพาพวกเขามาที่นี่ ”
หลังจากนั้นจักรพรรดิโบราณก็โบกสะบัดมือ ทันใดนั้นก็มีคนสองคนปรากฏ
ตัวขึ้นด้านล่าง เมื่อ อู่ อวี้ จ้องมองก็พบว่าคนผู้นั้นก็คือ เฟิงซัวหยากับอู่หยู!
เมื่อ อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงส ารวจคนทั้งสอง ก็พบว่าพื้นฐานของทั้งคู่ต ่ามาก
เกินไปที่จะอยู่ภายในนครเทวะ ฉะนั้นการมายืนอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วย
พลังฟ้าดินหนาแน่น จึงยากที่จะยืนหยัดอยู่ได้ เขาจะรีบกระโดดลงไปหาทั้ง
สองทันที
” อู่ อวี้? ” อู่หยูตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เมื่อเห็น อู่ อวี้ ก็เสมือนดังฟางเส้น
สุดท้ายที่สามารถช่วยชีวิตนางได้ นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วกล่าว
ขึ้นว่า ” เหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ที่นี่คือที่ไหนกัน? ”
” อย่าได้กังวล ใจเย็น ๆ ที่นี่เป็นที่ของข้า เดี๋ยวข้าจะพาพวกท่านเข้าไปด้านใน
ก่อน ” อู่ อวี้ รีบเข้าไปกอดนางไว้ เพื่อให้นางคลายกังวล ไม่ตื่นตระหนก
ข้าง ๆ นางคือ เฟิงซัวหยา เขายังคงเหมือนดั่งเช่นในความทรงจ า เขายิ้มแล้ว
กล่าวกับ อู่ อวี้ ว่า ” เป็นเวลานานหลายปีแล้ว ในที่สุดวันนี้เจ้าก็ได้รู้ความจริง
เสียที ข้านั้นไร้ซึ่งตัวตนเป็นเพียงแค่ร่างแยกเท่านั้น ผู้ที่พูดคุยกับเจ้าตั้งแต่
แรกจนปัจจุบัน ก็คือเขาผู้นั้น ”
หลังจากกล่าวจบ เฟิงซัวหยา ก็ชี้ไปที่จักรพรรดิโบราณ ซึ่งยืนอยู่บนหลังคา
แต่ส าหรับ อู่ อวี้ แล้วเขามิได้หายไปไหน เขายังคงเป็นอาจารย์ของ อู่ อวี้ อยู่
เสมอ
จักรพรรดิโบราณกล่าวว่า ” ให้พวกเขาอยู่เคียงข้างเจ้าเถิด เดี๋ยวข้าจะท าให้
พวกเขาลืมเรื่องเกี่ยวกับข้าทั้งหมด อย่าง เฟิงซัวหยา เขาจะจ าได้แค่เจ้าคือ
ลูกศิษย์ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเจ้าเท่านั้น … ”
หลังจากจักรพรรดิโบราณกล่าวจบ เฟิงซัวหยา ก็หลับตาลง แต่เมื่อเขาลืมตา
ขึ้นก็มีท่าทางสับสนอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเห็น อู่ อวี้ ปฏิกิริยาของเขาก็หาได้
แตกต่างจากอู่หยู
อู่ อวี้ พยายามตรวจสอบหลายครั้งแล้วก็พบว่าพวกเขาคือตัวจริง!
ขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่าสองคนนี้คือจุดอ่อนของเขา ซึ่งจักรพรรดิโบราณ
สามารถน ามาข่มขู่เขาได้!
ตอนนี้คนทั้งสองได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว อีกทั้งจักรพรรดิโบราณยังเป็นผู้พา
มาที่นี่ด้วยตัวเอง
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว
พูดตามตรงเขาไม่ไว้ใจจักรพรรดิโบราณ ยามนี้เพียงแค่เฝ้ารอให้จักรพรรดิ
โบราณออกไป แล้วถ้าเขาจะรีบพา เฟิงซัวหยา กับ อู่หยู ออกไปจากที่นี่จะ
เป็นอะไรหรือไม่?
———————