กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1143: เหมือนฝัน
ณ ค ่าคืนก่อนขึ้นครองบัลลังก์ ราวกับว่าตนเองก าลังอยู่ในห้วงนิมิตก็ไม่ปาน
แม้เขาจะเตรียมใจรับมือที่จะได้พบเจอกับจักรพรรดิโบราณมาแล้ว แต่
สุดท้ายจักรพรรดิโบราณก็สามารถเอาชนะความเคลือบแคลงสงสัยด้วยการ
ตอบค าถามได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถพูดจาโน้มน้าวใจเขาไปได้ส่วน
ใหญ่เลยทีเดียว
แม้จะเตรียมตัวต่อต้านมาพอสังเขปแล้ว แต่กลายเป็นว่าดันมาพบเจอกับ
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งไม่คาดหวังว่าจะกลายเป็นตนเองที่ถูกโน้มน้าวใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกฝ่ายเล่นลูกไม้ตลบหลังด้วยการพา อู่หยู กับ เฟิง
ซัวหยา ส่งให้เขาถึงที่ ซึ่งเรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลแก่ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
เพราะมันแสดงให้เห็นว่าตัวเขานั้นอยู่ในก ามือของจักรพรรดิโบราณอย่าง
ชัดเจน
ฉะนั้นงานนี้ต่อให้ อู่ อวี้ พาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
สถานที่นั้นจะปลอดภัยจริง ๆ หรือสามารถรอดพ้นจากสายตาของจักรพรรดิ
โบราณอย่างสมบูรณ์?
จักรพรรดิโบราณไม่มีความกลัวใด ๆ อีกทั้งยังไม่แยแสด้วยซ ้าว่า อู่ อวี้ จะ
เชื่อหรือไม่ เพียงแค่บอกว่าเวลาจะช่วยให้ค าตอบกับเขาเอง
ส่งผลให้ยามนี้ข้อเท็จจริงก าลังเคลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับจินตนาการ
ของ อู่ อวี้ ทั้ง ๆ ที่เขาต้องการสรุปอย่างรวดเร็วว่าจักรพรรดิโบราณเป็นภัย
ร้ายแรงต่อตนเองหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ปัจจุบันก าลังขัดขวาง
ไม่ให้เขาตัดสินใจเช่นนั้น
เขาคิดว่าการขึ้นครองบัลลังก์อาจเป็นหายนะอีกครั้งส าหรับตัวเขา
แต่เขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าจักรพรรดิโบราณจะจากไปเอาง่าย ๆ
เขากล่าวว่า ” ต่อไปเจ้าอาจจะรู้ว่าข้าอยู่ที่ไหนกันแน่ ข้าไม่สามารถปรากฏตัว
หรือสื่อสารกับผู้ฝึกตนได้มากนัก นับจากนี้ภาระหน้าที่ของเหยียนหวงข้าขอ
ส่งมอบให้แก่เจ้า ข้าคิดว่าอีกไม่นานก็จะไม่มาปรากฏตัวขึ้นอีก ฉะนั้นก่อน
ออกเดินทาง ข้ามีเรื่องสองสิ่งจะต้องอธิบายให้เจ้าฟัง ”
อู่ อวี้ จ าได้ว่าปกติแล้วจักรพรรดิโบราณจะไม่เคยปรากฏตัวออกมาให้เห็น
” เชิญกล่าว ” บอกตามตรงจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เชื่อในสิ่งที่จักรพรรดิ
โบราณกล่าว ดังนั้นเขาจึงไม่สะดวกใจที่จะเรียกจักรพรรดิโบราณว่าบิดา ซึ่ง
ดูเหมือนจักรพรรดิจะไม่แยแสในเรื่องนี้
จักรพรรดิโบราณกล่าวว่า ” เรื่องแรกคือสาวน้อยที่อยู่เคียงข้างเจ้าที่สืบทอด
มรดกเซียนเหมือนกัน รู้สึกว่าจะชื่อเย่ซีซีใช่หรือไม่ การที่ข้าต้องสังหารบิดา
มารดาของนาง มันเป็นอะไรที่สุดวิสัยจริง ๆ เพราะพวกเขาปลุกเทพมาร
บรรพกาลขึ้นมา ไม่เช่นนั้นชมพูทวีปโลกธาตุจะตกสู่ห้วงแห่งภัยพิบัติหายนะ
ในเมื่อเขาเป็นศัตรูข้าก็ต้องลงมือสังหาร อันที่จริงข้าไม่ได้อยากให้คนกลาง
อย่างเจ้าต้องประสบกับความยุ่งยาก เจ้าจงบอกนางว่า … ถ้านางพร้อม
เมื่อไหร่สามารถมาแก้แค้นข้าได้ทุกเมื่อ เพราะนี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างข้า
กับนาง เจ้าสามารถหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้ ”
เขาไม่คิดว่าจักรพรรดิโบราณจะรู้เรื่องของเย่ซีซีดีเช่นนี้
” บอกตามตรง ข้าไม่เคยคิดว่าโลกใบเล็ก ๆ อย่างชมพูทวีปโลกธาตุจะมีผู้สืบ
ทอดมรดกเซียนถึงสามคน นอกจากนี้เจ้ายังพบพวกเขาก่อนข้าเสียอีก ถ้า
หากพวกเขาไม่ใช่สหายที่ดีหรือเป็นแขนเป็นขาของเจ้า ข้าคงสังหารสองคน
นั้นไปแล้ว เนื่องจากพวกเขาได้รับมรดกเซียนในชมพูทวีปโลกธาตุ ซึ่งถือเป็น
อาณาเขตที่ข้าเฝ้าปกป้องพิทักษ์ เพราะมันคือสิ่งที่ข้าเฝ้ารอมานาน แต่ใน
เมื่อทั้งสองมีสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้า ข้าจึงปล่อยพวกเขาให้เป็นมือเป็นเท้าคอย
ช่วยเหลือเจ้าในอนาคต ปล่อยให้พวกเขาเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ”
จักรพรรดิโบราณพูดอย่างจริงจัง
สรุปก็คือจักรพรรดิโบราณรู้ว่าทุกคนมีมรดกเซียน แล้วเขาก็เป็นเทพเซียน ‘ผู้
พิทักษ์’ โลกนี้ ดังนั้นมรดกเซียนที่ปรากฏขึ้นอยู่ในโลกนี้ เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะ
ครอบครองควบคุม แต่เขาก็ไม่ได้กระท าเช่นนั้น อีกทั้งยังบอกเล่าถึงเหตุผล
ให้ อู่ อวี้ ฟัง แล้วเหตุผลที่เขายั้งมือไว้ไมตรี เพราะว่าทั้งสองเป็นกัลยาณมิตร
ที่ดีของ อู่ อวี้ ดังนั้นจึงยินดีให้พวกเขาคอยช่วยเหลือ อู่ อวี้ ในภายภาคหน้า
ส าหรับค าอธิบายนี้ฟังดูแล้วก็สมเหตุสมผลมากทีเดียว
จนถึงปัจจุบันจักรพรรดิโบราณยังไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ
นับตั้งแต่ที่เขากล่าวมายังไม่มีจุดที่จะจับผิดเขาได้เลยแม้แต่น้อย ทุกสิ่งที่เอ่ย
ล้วนเป็นความจริง อีกทั้งตั้งแต่ต้นจนจบเขาแสดงถึงความจริงใจออกมาให้
เห็นเป็นอย่างมาก และการที่เขาฝึกฝน อู่ อวี้ ด้วยวิธีดังกล่าวจะท าให้เขาต้อง
ห่างจากลูก แต่เขาก็หาได้เสียใจแต่อย่างใดไม่ อีกทั้งเขายังเชื่อว่าเวลาจะ
ช่วยหาค าตอบให้กับ อู่ อวี้ เอง
” แล้วเรื่องที่สอง? ” อู่ อวี้ ถามแล้วเขาอย่างใจจดใจจ่อ
หลังจากเวลาผ่านไปเขารู้สึกว่ายังไม่อยากจะสรุปอะไรทั้งสิ้น เขาตั้งใจรับฟัง
และไตร่ตรองอย่างใจเย็นกับทุกสิ่งที่ได้ฟังในวันนี้
จักรพรรดิโบราณกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ” อันที่จริงข้อพิพาทระหว่างเจ้า
กับบรรพชนมารกลืนสวรรค์ ข้าเฝ้าดูเหตุการณ์ทุกอย่างมาโดยตลอด แล้วใน
ที่สุดเจ้าก็เป็นฝ่ายชนะ จนได้รับผลเก็บเกี่ยวอย่างมหาศาลนั่นก็คือร่างกลืน
สวรรค์ หลังจากนั้นจิตวิญญาณของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ก็ถูกผนึกไว้ใน
พลองทองสมปรารถนา ซึ่งเป็นเรื่องยากที่มันจะกลับออกมายืนยันหยัดอีก
ครั้งได้ ส่วนร่างกลืนสวรรค์ของเจ้าคงจะต้องระวังให้มากหน่อย เพราะจะต้อง
ควบคุมมันให้อยู่ ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นบรรพชนมารกลืนสวรรค์ตัวต่อไป
หากเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นหายนะคงจะกลับมาสู่โลกอีกครั้ง ซึ่งถ้ามันแข็งแกร่ง
จนข้าไม่สามารถก าจัดมันได้ ทั้งหมดจะกลายเป็นบาปในใจของข้า ”
ยิ่งฟังก็ยิ่งแย่ อู่ อวี้ รู้สึกว่าเขาไม่สามารถหลบซ่อนความลับใด ๆ จากสายตา
ของคนผู้นี้ได้เลย แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดถึงเลยนั่นก็คือเจดีย์ล่อง
ก าเนิดกับพิภพปีศาจบรรพกาล แต่ อู่ อวี้ เอามันออกมาใช้บ่อยครั้ง ซึ่งเรื่องนี้
เขาก็น่าจะรู้เช่นกัน
เขาเน้นหนักมาที่ร่างกลืนสวรรค์ ด้วยเพราะต้องการให้ อู่ อวี้ ใส่ใจมันให้
มากเพื่อให้มันยังคงอยู่ในการควบคุมของเขา
หลังจากพูดจบเขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า ” เอาล่ะ … สิ่งใดที่ควรพูด ข้าก็พูดไป
หมดแล้ว ศิลาอันหนักอึ้งที่อยู่ภายในใจของข้ามาหลายปี ได้ถูกปลดเปลื้อง
หมดแล้วในวันนี้ ฉะนั้นถึงเวลาเสียทีที่ข้าจะปลดปล่อยคลายอารมณ์ เมื่อเจ้า
กลายเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงแล้ว เจ้าจงหมั่นฝึกฝนอย่าได้ชะล่าใจ
เด็ดขาด เจ้าจะได้สามารถไล่ติดตามมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลให้ได้
โดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้นแล้วพวกเจ้าต้องพบเจออุปสรรคขวากหนามอย่าง
แน่นอน เนื่องจากในท้ายสุดแล้วกองก าลังของสัตว์สวรรค์ มังกรเทวะบน
สวรรค์ก็มีอ านาจอิทธิพลอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะสายโลหิตของนางบนสวรรค์
หรือว่าล ้าค่าอย่างมาก ”
สายตาของเขาเสมือนกับแสงสว่างที่ส่องทางให้แก่ อู่ อวี้ ชั่วครู่หนึ่งแววตาที่
เขาส่งออกมาเสมือนดั่งบิดาของ อู่ อวี้ จริง ๆ
แม้จะแปลกประหลาดเกินไป แต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริง
” บุตรชายเอ๋ย บิดาผู้นี้รู้ว่าสิ่งที่กระท ากับเจ้ามันมากเกินไป ท าให้เจ้าต้องทน
ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แต่บิดาผู้นี้ก็ยังจะรอ … รอว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะ
เรียกข้าว่า ‘บิดา’ อย่างเต็มใจ”
พอจบประโยคนี้เขาก็ยิ้ม แล้วร่างกายของเขาก็กลายเป็น ท้องนภายามค ่า
ราตรีเป็นแสงดาราเล็ก ๆ กลืนหายเข้าไปในผืนฟ้ายามราตรีอันงดงาม หาก
มองด้วยตาเปล่าจะไม่สามารถมองเห็นเขาได้
เฟิงซัวหยากับอู่หยูที่ยังยืนอยู่ข้าง ๆ อู่ อวี้ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยถ้อยค าใดออกมา
ทั้งสิ้น พวกเขาไม่กล้าขัดขวางการสนทนาระหว่าง อู่ อวี้ กับบุคคลลึกลับผู้นี้
แต่เมื่อได้ยินเนื้อหาการสนทนาดังกล่าวก็ท าให้พวกเขาต้องประหลาดใจเป็น
อย่างยิ่ง พอจักรพรรดิโบราณจากไป เฟิงซัวหยากับอู่หยูก็รีบซักถาม อู่ อวี้ ว่า
เกิดอะไรขึ้นทันที
” เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อนมากทีเดียว เอาไว้ข้าจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้พวก
ท่านฟังในภายหลัง ยามนี้พวกท่านทั้งสองควรจะอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน ที่นี่
คือดินแดนโบราณเหยียนหวง ส่วนที่ ๆ พวกท่านยืนอยู่คือนครเทวะแห่ง
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง แล้ววันพรุ่งข้าจะขึ้นครองบัลลังก์กลายเป็น
จักรพรรดิแห่งอาณาจักรโบราณเหยียนหวงแห่งนี้ ”
พวกเขาทั้งสองไม่รู้ด้วยซ ้าว่านครเทวะแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใด
พวกเขามีข้อสงสัยมากมาย ดังนั้น อู่ อวี้ จึงแยกร่างอวตาร แล้วบอกเล่า
เรื่องราวให้คนทั้งสองฟังอย่างช้า ๆ แล้วความคิดส่วนใหญ่ของเขาหมกมุ่นอยู่
กับการครุ่นคิดเรื่องราวก่อนหน้านี้
แล้วเขาก็มาหารือปรึกษากับหมิงซวง
” เจ้าคิดว่าอย่างไร? ” อู่ อวี้ ถาม
” จากมุมมองของข้านะ มันก็มีความเป็นไปได้ที่เจ้าอาจจะถูกอุปถัมภ์ค ้าชูมา
ตั้งแต่ต้น อย่างที่เห็นว่าเขาสามารถสื่อสารกับพลองทองสมปรารถนาได้ ทุก
สิ่งที่เขาบอกเล่าอาจจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมดก็ได้ ตอนยังเยาว์เจ้าเองก็ไม่ได้
ยากจนข้นแค้นอันใด แล้วเจ้าก็กลายมาเป็นเทพเซียนรุ่นที่ 2! ว่าแล้ววว …
เจ้าถึงได้โชคดีนักหนา ที่แท้เจ้าก็มีเทพเซียนคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง
นับตั้งแต่ข้าครอบครองพลองทองสมปรารถนาชีวิตแขวนบนเส้นด้ายมาโดย
ตลอด ต้องพบเจออันตรายหลายครั้งหลายครา สุดท้ายก็ตกตายไปในที่สุด
แต่กับเจ้าไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งเจ้าก็ยังรอดมาได้แถมยังมีชีวิตที่ดีกว่าเก่าอีก?
ไหนจะต าหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ , มหาตะวันดวงกลาง แล้วในที่สุดเจ้าก็รู้
แจ้งจากเต๋าของคนยักษ์ทองค า จนบรรลุถึงระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าได้
ส าเร็จ เจ้าไม่คิดว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของบิดาเทพเซียนของเจ้าเช่นนั้นหรือ? ”
ความจริงหมิงซวงหาข้อสรุปให้กับตนเอง ตั้งแต่จักรพรรดิโบราณสามารถ
กระตุ้นพลองทองสมปรารถนาให้ขยับได้แล้ว
อู่ อวี้ ประเมินความคิดเห็นของหมิงซวงกับตนเอง แต่เรื่องส าคัญเยี่ยงนี้เขา
จ าต้องเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง
” ไม่ว่าอย่างไร คนส าคัญที่สุดในชีวิตของข้า นอกจากลั่วผิน ล้วนถูกส่งไปที่
พิภพปีศาจบรรพกาลหมดแล้ว ที่นั่นถือเป็นที่ ๆ ดีส าหรับพวกเขา อีกทั้งยัง
เหมาะสมต่อการฝึกฝนบ าเพ็ญตน นอกจากนี้ยังมีร่างกลืนสวรรค์ค่อยเข้า
ปกป้องพิทักษ์ยามฉุกเฉิน ตัวข้าซึ่งอยู่ที่นี่โดยไม่มีพวกเขาอยู่ด้วย ก็สามารถ
วางใจไปได้เปลาะหนึ่ง ”
ไม่ว่าจักรพรรดิโบราณจะมาดีหรือมาร้าย แต่ตอนนี้เขาได้พาอู่หยูมาที่นี่แล้ว
ดังนั้นเขาจะต้องปกป้องนางด้วยการส่งไปอยู่ที่พิภพปีศาจบรรพกาล หาก
จักรพรรดิโบราณกลายเป็นบิดาของเขาจริง ๆ การป้องกันไว้ก่อนก็ไม่ได้
เสียหายอะไรเช่นกัน อย่างไรเสียเขาก็วางแผนที่จะส่งกิเลนเงิน , หงส์ทมิฬ
ฯลฯ ไปที่นั่นอยู่แล้ว
อู่ อวี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ก้านธูป เพื่อเปิดประตูเข้าสู่พิภพปีศาจบรรพกาล
หลังจากนั้นร่างอวตารของเขาก็บอกเล่าเรื่องส าคัญบางอย่างกับอู่หยู เพื่อให้
ทั้งสองรู้เรื่องอะไรเพิ่มขึ้น
” ความจริงแล้วเจ้าไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่องของพวกเราเลย ลืมไปแล้วหรือไร
ว่าพวกเราเป็นเพียงแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น … ” หลังจากรู้เรื่องมาได้
ประมาณหนึ่ง อู่หยูก็กล่าวกับ อู่ อวี้ เป็นเชิงต าหนิเล็ก ๆ
” ใช่ นั่นคือเทพเซียน … ” เมื่อเฟิงซัวหยาได้ยินว่าตนเองเป็นร่างแยกของเทพ
เซียน เขาก็พูดขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้เฟิงซัวหยาล่วงรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับจักรพรรดิโบราณและ อู่ อวี้
อยู่แล้ว แต่เพราะจักรพรรดิโบราณลบความทรงจ าของเขา ท าให้เขาคิดว่า
ตนเองก็คือเฟิงซัวหยาจริง ๆ พลังของเทพเซียนช่างน่าเหลือเชื่ออัศจรรย์ยิ่ง
นัก
” เมื่อพวกข้าไปอยู่ที่พิภพปีศาจบรรพกาลแล้วยังไงต่อ? ”
” แล้วนิกายกระบี่สวรรค์อีก … ”
อู่ อวี้ กล่าว ” ท่านอาจารย์มั่นใจได้ เดี๋ยวข้าจะส่งคนไปที่นั่น ไม่ว่าจะเป็น
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ หรือ นิกายกระบี่สวรรค์ชนรุ่นหลังจะอยู่กันอย่างสงบ
สุขไปหลายชั่วอายุคน ”
ส าหรับคนอื่น ๆ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงศิษย์พี่ซูหยานหลี่เช่นกัน แต่ว่านาง
ไม่เหมือนกับเฟิงซัวหยา ที่เปลี่ยนชีวิตของเขา อีกทั้งจักรพรรดิโบราณก็หาได้
สนใจนางแม้แต่น้อย
แม้ว่าคนทั้งสองจะยังกังวลอยู่บ้าง แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ให้เวลาพวกเขาได้
พิจารณาอย่างรอบคอบอันใด ทันทีที่ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลเปิดออก เขา
ก็พาคนทั้งสองเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักพวกเขาก็ออกมายัง
อาณาเขตของปีศาจแมวในพิภพปีศาจบรรพกาล อู่ อวี้ ยังไม่ได้พูดคุยอันใด
กับพวกเขามากนัก เขาแค่ก าลังมุ่งมั่นพาทั้งสองไปยัง ‘ฐานทัพใหม่’ โดยตรง
” ในเมื่อเฟิงซัวหยานี้เป็นร่างแยกของจักรพรรดิโบราณ แล้วถ้าเจ้าพาเขามาที่
ฐานทัพใหม่ในพิภพปีศาจบรรพกาลด้วยเช่นนี้ จักรพรรดิโบราณจะไม่รู้
ต าแหน่งของเราเช่นนั้นหรือ? ” หมิงซวงถาม
—————————-