กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1145: ตราประทับหงส์เพลิงนิรันดร์
ป่ายวี่จวินเป็นทิวเขาทอดยาวต่อเนื่องอีกทั้งยังสลับซับซ้อน ซึ่งมีขนาดใหญ่
กว่าเทือกเขาครามประมาณร้อยเท่า
ภายในป่ายวี่จวิน มีหมอกเซียนแผ่ขยายปกคลุมทอดยาวออกไป ทั้งยังนี้มี
วิญญาณเซียนจ านวนนับไม่ถ้วน ชาวเหยียนหวงมักจะมาเข้าฌานปิดด่าน
ฝึกตนกันอยู่ที่นี่ ท่ามกลางภูผาบรรพตและสายชลธียังมีปีศาจจ านวนหนึ่ง
หลบซ่อนอยู่ในนั้น
โดยทั่วไปแล้วป่ายวี่จวินจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เนื่องจากช่วงนี้เป็นงาน
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ส่งผลให้ทุกผู้คนต่างเข้าดูการต่อผู้ที่เกิดขึ้น
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ส่งผลให้เวลานี้ป่ายวี่จวินว่างเปล่าอย่าง
สิ้นเชิง
หลังจากการต่อสู้ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลสิ้นสุดลง รุ่งอรุณของวันรุ่งขึ้นก็
จะมีราชพิธีการขึ้นครองบัลลังก์ของจักรพรรดิอวี้ ด้วยเหตุการณ์ส าคัญที่
เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ มันเป็นเรื่องปกติที่บรรยากาศภายนอกยังคง
คึกคักมีชีวิตชีวาอยู่ เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงป่ายวี่จวินจึงว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน
คาดว่ายามนี้เหล่าผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะ , ผู้ฝึกตนนอกรีต , ปีศาจ ฯลฯ จาก
ชมพูทวีปโลกธาตุ คงก าลังหารือพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ของ อู่ อวี้ ไม่ได้
เตร็ดเตร่เดินเที่ยวอยู่ในนครเทวะที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
ส าหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ชาวเหยียนหวง การที่ อู่ อวี้ ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์
ใหม่เช่นนี้หาใช่เรื่องดีส าหรับพวกมัน
ทว่าก็ยังมีผู้ที่ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่นอาณาจักรเป่ยหมิง ด้วย
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง อู่ อวี้ กับ องค์หญิงโย่วเสี่ย นั้นเป็นการยืนยันเป็นที่
รู้กันว่าชาวเป่ยหมิง กับ ชาวเหยียนหวงในรุ่นต่อไปจะต้องมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่ดีของคนทั้งสอง ซึ่งผลพวงนี้ก็ท าให้องค์หญิง
โย่วเสี่ยเนื้อหอมเป็นที่นิยมชมชอบจากบุรุษน้อยใหญ่เป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งด้วยอายุอานามเพียงน้อยนิดขององค์หญิงโย่วเสี่ย แต่กลับอยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ท าให้ยามนี้นางเป็นสตรีไร้ผู้เปรียบ
ฉะนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้จึงมีบางคนที่มีความสุขและมีบางคนที่โศกเศร้า
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ เข้ามาในม่านหมอกของป่ายวี่จวิน
” แล้วจะให้ตามหานางที่ไหนในป่านี้? ” ด้วยความงุนงงสับสน อู่ อวี้ พุ่งเข้า
มาภายในป่ายวี่จวินด้วยความเร็วสูง ในไม่ช้าเขาก็ถูกล้อมรอบด้วยผืนป่าอัน
ไร้ที่สิ้นสุด เต็มไปด้วยภูผาแลหุบเหว
” เจ้าอยู่ที่ไหนกันเนี่ย … ” ป่ายวี่จวินมันกว้างใหญ่มากจนยากที่จะตามหา
นางเจอ
หลังจากเขาร าพึงกับตัวเองออกไปว่านางอยู่ที่ไหน ทันใดนั้นเขาก็ได้รับ ‘ตรา
ประทับสื่อสาร’ อีกครั้งข้อความด้านในเขียนว่า ” ข้าอยู่ทางทิศบูรพาของ ‘
หุบเขาเฟิงเย่ ’ ”
เมื่อได้รับข้อความระบุทิศทาง อู่ อวี้ ก็พุ่งทะยานตรงไปยังทิศบูรพาทันที เขา
ไม่เคยไปที่หุบเขาเฟิงเย่มาก่อนแต่น่าจะหาไม่ยาก
” นางระบุต าแหน่งให้เราไปยังทิศบูรพา ว่าแต่ … นางรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่
ไหน? ”
เรื่องนี้ค่อนข้างแปลกและน่าเหลือเชื่อส าหรับเขาอยู่ไม่น้อย
วันนี้เขาต้องพบเจอเรื่องประหลาดใจมามากพอแล้ว
เมื่อเขามุ่งตรงเข้ามาในทิศบูรพาแล้วมองลงมาจากที่สูง ภายในหุบเขาเฟิงเย่
เต็มไปด้วยใบเมเปิ้ลสีส้มแดง โดดเด่นท่ามกลางม่านเมฆา
อู่ อวี้ พุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เขาใช้เนตรเพลิงมองทะลุเมฆากวาดตาผ่านหุบ
เขา ทันใดนั้นเขาก็พบสิ่งหนึ่งอยู่ที่นั่น นั่นก็คือ หนานกง เหว่ย หรือ องค์หญิง
หวงซี
หุบเขาเฟิงเย่แห่งนี้เป็นสถานที่กว้างขวางในป่ายวี่จวิน แม้ในวันธรรมดาก็มี
ผู้คนอยู่ไม่มากนัก
อู่ อวี้ ไม่รู้จริง ๆ เพราะเหตุใดนางถึงเรียกตนเองมาที่นี่
แล้วด้วยเพราะที่นี่คือนครเทวะ ซึ่งเป็นที่อยู่ของจักรพรรดิเหยียนหวงโบราณ
อู่ อวี้ ไม่คิดว่าหวงจุนจะกล้าลงมือท าอะไร
ฉะนั้นผู้ที่นัดเจอเขาจะต้องเป็น หนานกง เหว่ย เพียงผู้เดียวอย่างแน่นอน แต่
ไม่คาดคิดว่านางจะนัดมาเจอไกลขนาดนี้
หุบเขาเฟิงเย่ปกคลุมไปด้วยใบเมเปิ้ลสีส้มแดง ทั้งโลกนี้เต็มไปด้วยสีสัน
งดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง สายชลธีสายไหลเอื่อยมีหินน้อยหินใหญ่
จ านวนมาก เศษใบไม้ถูกกระแสน ้าไหลพัดพาออกไป
ท่ามกลางใบเมเปิ้ลสีส้มร่วงหล่น บนโขดหินสีน ้าเงินมีสตรีสวมใส่ชุดสีแดง
เพลิงเส้นผมสีด าขลับยาวเสมอเอว สตรีผิวขาวนั่งก าลังนั่งห้อยขากวัดแกว่ง
ไปมาเล่นในสายชลธี ชายกระโปรงพริดพลิ้วสะบัดตามกระแสสายลมเผย
เห็นเรียวขาอันเรียบเนียน ดูร่าเริงสดใสน่ารักเป็นอย่างยิ่ง
หนานกง เหว่ย ชอบท าเช่นนี้เสมอ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวท าให้ อู่ อวี้
ย้อนกลับไปหลายปีในอดีตเสียจริง ๆ เขาได้ประสบพบเจอนางยามที่นางยัง
อ่อนเยาว์
ใบเมเปิ้ลสีส้มแดง , สายชลธีไหลเอื่อย , กับสตรีในชุดสีแดง
ภาพนี้มีผลกระทบกับความทรงจ าของเขาอย่างยิ่ง เมื่อเห็นภาพนี้ อู่ อวี้ ก็
กลั้นหายใจอยู่ครู่หนึ่งทีเดียว มันเป็นภาพที่งดงามเหลือเกินดูสดใสมีชีวิตชีวา
อย่างยิ่ง
ไม่นานนัก หนานกง เหว่ย ก็พบว่าเขามาถึงแล้ว นางเหวี่ยงชายกระโปรง
ขึ้นมาปกปิดส่วนน่องอย่างนุ่มนวล แต่นางยังคงนั่งบนหินสีน ้าเงิน ส่วน อู่ อวี้
ก็ก าลังยืนอยู่บนโขดหินสีน ้าเงินเช่นกัน นางมองดู อู่ อวี้ ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
แล้วกล่าวว่า ” ตัวตนของเจ้าแตกต่างไปจากเดิมแล้ว เจ้าก าลังจะกลายเป็น
จักรพรรดิอวี้ ผู้ทรงอ านาจและทรงอิทธิพลอย่างที่สุด ไม่ใช่แค่อาณาจักร
โบราณเหยียนหวงเท่านั้น แต่เป็นทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ ข้าคิดว่าคนชั้นหาง
แถวอย่างข้า คงไม่อยู่ในสายตาเจ้าอีกต่อไป ”
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมองนางแล้วกล่าวว่า ” องค์หญิงหวงซีจะเป็นคนชั้นหาง
แถวได้อย่างไร? ในเมื่อองค์หญิงต้องการพบข้า ข้าก็ต้องมาเป็นเรื่องธรรมดา
”
หนานกง เหว่ย จ้องมองเขาแล้วกล่าวว่า ” เอาล่ะ … เจ้าไม่ต้องฝืนใจเรียกข้า
ว่า ‘องค์หญิง’ แล้วก็ได้ถ้าเจ้าไม่เต็มใจ เมื่อเทียบกับเจ้าซึ่งเป็น ‘จักรพรรดิอวี้’
ตัวข้านั้นต้อยต ่ากว่ามาก เจ้าเติบโตมาจากมนุษย์ธรรมดา แต่กลับกลายเป็น
ว่าจักรพรรดิโบราณคือบิดาที่แท้จริงของเจ้า ทุกคนบนโลกต่างริษยาในความ
โชคดีของเจ้า ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย ไม่เพียงแต่กลายเป็น
จักรพรรดิอวี้เท่านั้น ยังมีคู่รักเป็นเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร ชีวิตดีมีคนรักที่
สามารถเชิดหน้าชูตาภาคภูมิใจ ข้าขอแสดงความยินดี ”
ยิ่งนางพูดมากเท่าไหร่น ้าเสียงของนางก็ยิ่งไม่มั่นคง น ้าเสียงเต็มไปด้วยความ
แดกดันริษยา ดูเหมือนนางไม่คิดจะเก็บบังความรู้สึกไม่ดีในใจแม้แต่น้อย
นางพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา นี่แสดงให้เห็นว่ามันคือปัญหาที่ติดอยู่ใน
ใจของนาง
” ที่เจ้าอยากเจอข้าวันนี้ อยากจะแค่แสดงความยินดีเท่านั้นใช่หรือไม่? ”
สายตาของ อู่ อวี้ ประสานกับนาง
หนานกง เหว่ย เอียงศีรษะ สายตาสาดประสานกับ อู่ อวี้ ท่ามกลางเสียง
สายชลธี นางกล่าวว่า ” ถูกต้องแล้ว ข้าต้องการแสดงความยินดีกับเจ้า เจ้า
ก าลังเดินไปบนเส้นทางอันสวยงามโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ส่วนข้าก็เดินอยู่
บนสะพานไม้ด้วยความยากล าบากเพียงล าพัง นับจากนี้เราสองคนไม่มีเรื่อง
อันใดต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก เจ้ากลับไปได้แล้ว กลับไปเถอะ … ”
นางกล่าวด้วยน ้าเสียงละล ่าละลักตัวสั่นเทา แต่นางก็ยังคงหันหน้ามาหา อู่
อวี้ พร้อมกับฝืนยิ้มอย่างยินดี เป็นการส่งสัญญาณว่าให้เขาไปได้
เมื่อเห็นดังนั้น อู่ อวี้ ก็ทอดถอนหายใจ
พอออกมาจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เขาก็ยังมาพบกับนางที่นี่
ความสัมพันธ์ของเขากับนางก็ยิ่งเลวร้ายไปมากกว่าเก่า
ในหัวใจของนางไร้ซึ่งความสุขใด ๆ แต่เมื่อนางอยู่ต่อหน้า อู่ อวี้ นางจ าต้อง
ท าตัวเข้มแข็งหยิ่งทะนงเข้าไว้ นางยังนั่งอยู่บนโขดหินสีน ้าเงินจ้องมองดูเขา
นางไม่อยากให้เขาเห็นว่านางนั้นก าลังอ่อนแอ นางต้องการให้เขาจดจ า
รอยยิ้มอันมีความสุขของนางในยามนี้ อยากบอกให้เขารู้ว่านางหาได้สนใจ
ในทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น
อู่ อวี้ ยังไม่ได้จากไปไหน เขาครุ่นคิดอยู่คนเดียวอย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นเขาก็มองมาที่หนานกง เหว่ย นางยังคงแสดงท่าทางยิ้มแย้ม เขา
มองสายชลธีไหลโชยเอื่อยอย่างช้า ๆ แล้วกล่าวว่า ” อันที่จริงเจ้าไม่ต้องแสร้ง
ท าเป็นมีความสุขขนาดนั้นก็ได้ เซียนกระบี่กุ้ยหยางเขาเลี้ยงดูเจ้าจนเติบ
ใหญ่ ไฉนเจ้าถึงใจด าให้เขาเฝ้ารอข่าวคราวของเจ้าทุกวี่วัน? ”
ยามนี้ อู่ อวี้ รู้แล้วว่าความทรงจ าของนางไม่ได้ลบเลือนหายไป ความจริง
นางจดจ าที่เกิดขึ้นในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้น สิ่งที่นางท า
ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นการแสดงทั้งสิ้น นางไม่ต้องการให้ อู่ อวี้ รู้ว่านางจดจ า
อดีตได้
เมื่อ อู่ อวี้ พูดประโยคนี้ หนานกง เหว่ย ก็แสดงท่าทีลังเล
นางรู้ว่า อู่ อวี้ รู้แล้วว่านางแสร้งท า
แม้นางจะแปลกใจมาก นางยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ข้าต้องการให้เป็นเช่นนั้น ท่าน
คือบิดาของข้า ๆ ได้แจ้งข่าวคราวว่าข้าสบายดีให้แก่ท่านพ่อนานแล้ว ”
” ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ดีแล้ว ” อู่ อวี้ พยักหน้า
จากนั้นนางก็มองเขายิ้ม ๆ แล้วกล่าวว่า ” มีอะไรอีกไหม อยากจะพูด
อยากจะถามอะไรก็เชิญได้เลย คลี่คลายปัญหาค้างคาใจกันให้หมด เพราะ
ต่อจากนี้ข้าจะไม่ได้พบเจ้าอีกแล้ว ”
ดูเหมือนว่านางต้องการกล่าวอ าลา
นางรู้สึกว่านางควรจะลาจากเขาไปตลอดกาล อู่ อวี้ ไม่ต้องการนางอีกต่อไป
แล้ว เขากลายเป็นจักรพรรดิอวี้ กลายเป็นคู่เซียนกับเจ้ามังกรสี่คาบสมุทร
ทั้งศักดิ์ฐานะแลความสามารถของนางไม่ด้อยกว่าสตรีใดในใต้หล้านี้ ยกเว้น
ลั่วผินเพียงผู้เดียว
นางเห็นได้ชัดเจนว่าสายตาที่ อู่ อวี้ มองลั่วผินนั้นแตกต่างออกไป โดยเฉพาะ
เมื่อทั้งสองมองตากัน
อู่ อวี้ มีข้อสงสัยมากมายจริง ๆ ในเมื่อนางเอ่ยปากออกมาเอง เขาก็จะถาม
อย่างไม่ต้องเกรงใจ
สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่ หนานกง เหว่ย ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ส่วนนางก็
มองเขาด้วยรอยยิ้ม สายตาของทั้งสองปะทะอย่างดุเดือด ดูเหมือนนางจะไม่
อยากหลบสายตาของ อู่ อวี้ อีกต่อไป
อู่ อวี้ มองนางแล้วถามว่า ” ตอนที่อยู่ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์บน
ขั้นที่ 5 ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเป็นตัวเจ้าจริง ๆ หาใช่ภาพมายา ”
ก่อนหน้าเขาวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เขาเจอเป็นเพียงภาพมายา แต่ปัจจุบันเขารู้แล้ว
ว่านางคือตัวจริง
ในเวลานั้น นางที่ถอนอาภรณ์จนหมด เอ่ยถามตนเองว่าพอเป็นไปได้หรือไม่
ที่จะกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง อู่ อวี้ ยังคงจดจ าภาพนั้นได้อย่างชัดเจน ซึ่ง
มันท าให้เขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก คิดว่าไม่ใช่นางตัวจริงจะต้องเป็น
ภาพลวงตาอย่างแน่นอน แต่มันกลับเป็นนางจริง ๆ …
หนานกง เหว่ย ไม่หลบสายตาของเขา แล้วตอบกลับมาอย่างไม่ลังเลว่า ” ใช่!
ตอนนั้นเป็นตัวข้าเอง ถ้าเจ้าเป็นข้า เจ้าจะท าอย่างไร? ข้าเสียใจมาก ข้า
สาบานว่าในชีวิตนี้จะไม่ยอมโง่เช่นนั้นอีก เป็นช่วงเวลาที่น่าสมเพชอย่างที่สุด
แต่ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อเจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ก็ลืมมันไปเสีย ”
เขาไม่คิดว่านางจะมาพูดอะไรเอาตอนนี้ สายตาที่นางจ้องมอง อู่ อวี้ ช่าง
ร้อนแรงลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง เขาเห็นว่ายามนี้หยาดน ้าตาซึมออกมาจาก
ดวงตาของนาง แต่แล้วมันก็ถูกเผาไหม้ไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มไปด้วย
ความดื้อรั้น นอกจากนี้ยังสะกดข่มบางสิ่งบางอย่างในตัว อู่ อวี้
เขาคิดว่านางจะเล่นลิ้น แต่ไม่คิดว่านางจะยอมรับอย่างง่ายดาย
“ เยี่ยม ตราประทับนี้คงเป็นผลงานของเจ้าใช่หรือไม่? มันมีความสามารถ
อะไร แล้วข้าจะปลดมันออกไปได้อย่างไร? ”
นอกจากนี้เขายังไม่ลืมตราประทับหงส์เพลิงนิรันดร์บนล าคอของเขา
นับตั้งแต่ที่เขารู้ว่าบนล าคอมีตราประทับหงส์เพลิงนิรันดร์ปรากฏขึ้น เขาก็รู้
ได้ทันทีว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับ หนานกง เหว่ย อย่างแน่นอน แต่นางกลับ
ไม่พูดถึงตราประทับนี้ แม้แต่ลั่วผินก็ยังชื่นชมในสติปัญญาของนาง
เมื่อเห็นตราประทับหงส์เพลิงนิรันดร์บนคอของเขา หนานกง เหว่ย ก็อึ้งตัว
แข็ง นางกัดฟันแล้วกล่าวว่า ” นี่ก็คืออีกสิ่งที่ข้าเสียใจ ถ้าข้าย้อนเวลากลับมา
ได้ ข้าจะไม่ท าเรื่องโง่เขลาเช่นนี้อีก ”
” พูดให้ชัดเจนด้วย ” อู่ อวี้ กล่าว
ดวงตาของ หนานกง เหว่ย สั่นระริกเล็กน้อย แล้วนางก็ฝืนยิ้มอย่างจนใจ มัน
ช่างยากเย็นที่จะเอ่ยค าอธิบาย แต่นางก็ยังคงยืนกรานต่อไปว่า ” สิ่งนั้นคือ
‘ตราประทับหงส์เพลิงนิรันดร์’ มันคือเคล็ดวิชาลับหงส์เพลิงนิรันดร์ ในชีวิตนี้
ข้าสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียว เจ้าจะลบเครื่องหมายนี้ออกได้ก็ต่อเมื่อเจ้าตาย
เท่านั้น แต่ก็ไม่ต้องกังวลเครื่องหมายนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบใด ๆ ต่อเจ้า ข้า
สาบานว่าต่อจากนี้ข้าจะไม่ใช้มันเพื่อตามหาเจ้าอีก ”
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด ตอนอยู่ที่เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 2
นางถึงตามหาเขาเจอได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้นางยังระบุต าแหน่งให้เขา
มาหานางทางทิศบูรพา
———————-