กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1162: อสูรยักษ์ใต้พิภพ
” มาได้ถูกจังหวะจริง ๆ ข้ายังไม่ได้ลองทดสอบพลังของศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาที่ได้มาเลย ”
อู่ อวี้ มิได้ขมวดคิ้วด้วยเพราะฝ่ายตรงข้ามยากจะจัดการ แต่เขากลับเดือด
พล่าน โหยหาการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ผู้แข็งแกร่ง ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเป็น
อย่างยิ่ง
กล่าวตามตรงแม้เสาสวรรค์ชมพูทวีปโลกธาตุ , ตราประทับมังกรเหยียนหวง
, รองเท้ามังกรภพดารา , มงกุฎมังกรห้าสี มีวงเวทย์โจมตีที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
แต่เขาก็ยังไม่เคยได้ทดลองใช้มันเลย
ด้วยเพราะยังไม่เคยทดลองใช้ต่อสู้กับศัตรู เมื่อไตร่ตรองดูแล้วเขาจึงออกจาก
วิหารเทวะ เพื่อหาที่ทดสอบพลังของมัน
เวลานี้ร่างกลืนสวรรค์ก าลังต่อสู้กับปีศาจบรรพกาลเนตรทองค า ต้นไม้ปรอท
ก็พุ่งทะยานเข้าจู่โจมใส่ อู่ อวี้ ร่างต้น แน่นอนว่าการปล่อยให้ปีศาจอันแปลก
ประหลาดพิสดารตนนี้เข้ามาใกล้ ถือเป็นอันตรายอยู่ไม่น้อย ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ลงมือตอบโต้กลับทันที
ด้วยระดับความเร็วน่าเหลือเชื่อ
ในอดีตเขาเคยฝึกศิลปะการต่อสู้เชิงหมัดมวยและอาวุธมาก่อน ดังนั้นเขาจึง
มีพื้นฐานที่มั่นคงยิ่ง แน่นอนว่ายิ่งวรยุทธแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็จ าเป็นต้อง
ใช้ท่าเท้ามากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากผลกระทบและอิทธิพลจากท่าเท้าเป็นอะไร
ที่น่าสะพรึงกลัวมาก
ซึ่งรองเท้ามังกรภพดารา จ าเป็นต้องมีกระบวนท่าการโจมตีด้วยขาแน่นอน
ส่งผลให้ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็กระโดดตัวลอยจากพื้นทันที พร้อมตวัดขาเตะ
กลางอากาศ เมื่อวงเวทย์ประทับบนรองเท้ามังกรภพดาราเปิดใช้งาน
ฉับพลันล าแสงเดือนดาราก็ระเบิดออกไปทันที ด้วยความแข็งแกร่งทางกาย
เนื้อผสานกับพลังแก่นแท้ต าหนักม่วงของ อู่ อวี้ บังเกิดเป็นอ านาจท าลาย
ล้างอันน่าสะพรึงกลัว นับเป็นการผสานที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง!
” วงเวทย์สามพันธาราสวรรค์มลายสูญ! ”
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาที่มีวงเวทย์ประทับถึงเก้าแสนสามหมื่นวง อีกทั้ง
มันยังช่วยเพิ่มความเร็วให้ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก วงเวทย์โจมตีอันรุนแรงถูก
เปิดใช้งานทันทีเมื่อท่อนขาของเขาตวัดเตะออกไป เพียงชั่วพริบตา ทั่วทั้ง
อาณาเขตต่อสู้ส่องสว่างไปด้วยแสงดารา ภายใต้การระเบิดพลังของวงเวทย์
สามพันดวงดาราไร้สิ้นสุด เสมือนดั่งอสูรดาราพุ่งจู่โจมเข้าใส่ร่างของปีศาจ
พฤกษา ด้วยพลังของวงเวทย์ ส่งผลให้ต้นไม้ปรอทลอยละลิ่วปลิวละล่องไป
บนท้องฟ้า ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องอย่างรุนแรง!
” ทรงพลังจริง ๆ! ”
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาเหล่านี้ท าให้ อู่ อวี้ ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ภายใน
เจดีย์ล่องก าเนิดยังมีศาสตราอีกหลายชิ้นที่ยังไม่ได้น าออกมาใช้ เมื่อได้เห็น
พลังของรองเท้ามังกรภพดารา เขาก็ไม่ได้สนใจฟังสิ่งใดอีกต่อไป แต่ไล่ตาม
มันไปด้วย ‘มงกุฎมังกรห้าสี’ ที่อยู่เหนือศีรษะของเขา ในเวลานี้กลิ่นอาย
จักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวกวาดผ่านไปทั้งสวรรค์ปฐพี อู่ อวี้ แปรเปลี่ยน
กลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เปี่ยมไปด้วยอ านาจบารมี สะกดข่มไปทั่วทั้ง
โลกหล้า
” มังกรปฐพีห้าธาตุทลายสวรรค์! ”
มงกุฎมังกรห้าสี ทรงพลังยิ่งกว่ารองเท้ามังกรภพดาราเล็กน้อย เมื่อวงเวทย์
ปลดปล่อย พลังของเวทมังกรปฐพีห้าธาตุทลายสวรรค์ก็ระเบิดออกไปทันที
ต้นไม้ปรอทยังไม่สามารถสลัดการโจมตีก่อนหน้านี้หลุดไปได้ มังกร 5 ธาตุก็
พุ่งเข้าไปโอบล้อมตัวมันทันที 5 ธาตุ 5 พิภพ ได้แก่พิภพทอง , พิภพไม้ , พิภพ
สมุทร , พิภพแห่งเปลวเพลิง , พิภพปฐพีเหลือง โดยมีต้นไม้ปรอทเป็น
ศูนย์กลาง ทันใดนั้นมังกร 5 พิภพก็พุ่งทะยานเข้าใส่ศัตรู บังเกิดเป็น 5
อ านาจท าลายล้าง ทองค าสะบั้นกระชาก ไม้ดูดซับกลืนกิน วารีสยบสาดซัด
อัคคีโชติแผดเผา ธรณีสูบ และนี่ไม่ใช่แค่เพียงการโจมตีทางกายภาพ แต่ยังมี
การโจมตีทางจิตวิญญาณ
” เคล็ดสะบั้นจิต! ”
หลังจากร่ายเวท อู่ อวี้ ก็เพิ่มกระบวนท่าเคล็ดสะบั้นจิตเข้าไปอีก! นับว่า
ต้นไม้ปรอทนั้นทรงพลังมากจริง ๆ ในเวลานี้มันพยายามดิ้นรนอยู่ท่ามกลาง
วงเวทย์ทั้งสอง ทว่าเมื่อเขาใช้เคล็ดสะบั้นจิตเคล็ดวิชาที่ 2 อัดเพิ่มเข้าไป จิต
วิญญาณของต้นไม้ปรอทก็บังเกิดความสับสนปั่นป่วนอย่างรุนแรง มหาวง
เวทย์ทั้งสอง ทั้งดวงดาราและห้าเบญจธาตุ บังเกิดเป็นอ านาจท าลายล้างอัน
น่าสะพรึงกลัว บดขยี้เข้าใส่ร่างของต้นไม้ปรอททันที แล้วในช่วงวิกฤตนี้เอง อู่
อวี้ ก็แลเห็นว่าต้นไม้ปรอทที่ตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า ไม่ได้พุ่งเข้าโจมตี
แลกชีวิตกับเขา แต่เลือกจะหลบหนีไปด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัวถึงขีด
สุด …
แม้ว่ามันจะได้รับผลกระทบในช่วงเวลาฆ่า แต่มันก็ยังไม่อยากตายตอนนี้
ดังนั้นมันจึงพยายามดิ้นรนหลบหนีด้วยสัญชาตญาณรักตัวกลัวตายวิ่งหาย
เข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
” ไม่สนุกเลย … ข้ายังไม่ได้ใช้งาน เสื้อคลุมมังกรทองค าศักดิ์สิทธิ์ ตราประทับ
มังกรเหยียนหวง กับ เสาสวรรค์ชมพูทวีปเลยด้วยซ ้า ” อู่ อวี้ ยิ้ม
ทางด้านร่างกลืนสวรรค์ ก็ยังไม่สามารถจัดการกับปีศาจบรรพกาลเนตร
ทองค าได้ส าเร็จ ในสถานการณ์ที่เคล็ดมายาไม่สามารถแสดงอ านาจออกมา
ได้อย่างเต็มที่ ปีศาจบรรพกาลเนตรทองค าจึงมิได้แข็งแกร่งเท่าที่ควร พลัง
อ านาจของเขตแดนเทวะนภา จากเจดีย์นภานับว่าทรงพลังยิ่ง นอกจากนี้วง
เวทย์ทั้งหมดของม้วนภาพชมพูทวีปโลกธาตุ ยังมีความสามารถในการ
ต่อต้านวิชามายา ดังนั้นร่างกลืนสวรรค์จึงใช้กระบี่แก่นมังกรนวดารา
ปลดปล่อยวงเวทย์สังหารโหมกระหน ่าโจมตีเข้าใส่ศัตรู ผลจากวงเวทย์ยังไม่
ทันได้ปลดปล่อยอ านาจจนสมบูรณ์ มันก็เกือบจะสังหารปีศาจบรรพกาล
เนตรทองค าได้แล้ว แต่เมื่อ อู่ อวี้ ลดความระมัดระวังลง ปีศาจบรรพกาล
เนตรทองค าก็หลบหนีไปทันที
อันที่จริงคงต้องกล่าวว่าอันตรายครั้งนี้ถูกคลี่คลายไปได้อย่างง่ายดาย
ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายอ่อนแอ แต่เพราะยามนี้ อู่ อวี้ ได้ครอบครองสมบัติของ
จักรพรรดิโบราณท าให้เขามีความแข็งแกร่งมากเกินไป โดยเฉพาะร่างต้น
แม้ว่า อู่ อวี้ จะท าพันธสัญญากับเสาสวรรค์ชมพูทวีปมาเป็นของตนเองแล้ว
แต่โดยพฤตินัยก็ยังถือว่ามันเป็นสมบัติของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงอยู่
ดี
ตอนนี้เขาอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล แต่ก็ยังไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นในชมพู
ทวีปโลกธาตุเลย ดังนั้นบางครั้งเขาก็สงสัยในตัวเองว่าก าลังเข้าใจจักรพรรดิ
โบราณผิดไปหรือไม่ บางทีเขาอาจจะระแวงหวาดกลัวไปเอง
หลังจากปีศาจถูกจัดการจนหนีหายไปแล้ว อู่ อวี้ ทั้งสองร่างก็กลับมารวมกัน
อีกครั้ง เตรียมไปดูภาพบนแท่งหินต่อไป
แต่แล้วเขาก็พบกับสิ่งไม่คาดคิด เมื่อเห็นเหล่าปีศาจที่อยู่ในกรงขังแสดง
ท่าทางตื่นตระหนก ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุดจนเห็นได้
ชัด แทนที่จะกรีดร้องค ารามคลุ้มคลั่งใส่เขามากกว่าเก่า
“ ท าไมกันนะ? ”
อู่ อวี้ เพิ่งเอ่ยค านี้ออกไป แต่ชั่วอึดใจต่อมา เขาก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว
ที่พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าของเขา มันช่างเป็นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว
เสียจริง ๆ ซึ่งเขาสามารถรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่กลิ่นอายของมนุษย์ แต่เป็นกลิ่น
อายที่มีแค่เฉพาะเทพเซียน , เทพปีศาจ , เทพมาร บรรยากาศที่เขาสัมผัสได้
ในตอนนี้คือความรู้สึกของความตาย
สัญชาตญาณแรกร้องเตือนว่าเขาจะต้องหลบหนี!
หากต้องพบเจอกับเทพปีศาจที่อยู่ภายในพิภพปีศาจบรรพกาล เขาคงไม่
สามารถท าอันใดตามใจปรารถนา
ดังนั้นเขาจึงผสานร่างกับเมฆาตลบฟ้าขั้นที่ 2 กระโดดออกจากที่นี่ทันที โดย
มุ่งไปยังทิศทางที่สูงขึ้น ถึงแม้ว่าต้องการจะหลบหนี แต่ อู่ อวี้ ก็อยากรู้เช่นกัน
ว่าไอ้ตัวนั้นคืออะไร ที่ท าให้เขาหวาดกลัวได้ขนาดนี้
” การต่อสู้เมื่อสักครู่ ได้ไปปลุกไอ้ตัวที่อยู่ใต้ดินให้ตื่นขึ้นมา!”
เวลานี้เขาลอยตัวบนฟากฟ้าเหนือแอ่งกระทะด้านล่าง สิ่งที่เห็นอยู่ในตอนนี้ก็
คือแอ่งกระทะที่ไร้ซึ่งวารีบนยอดเขาสูง ส่วนครึ่งวงกลมที่อยู่ด้านล่างมีขนาด
เล็กมาก และเวลานี้ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่าพื้นดินบนแอ่งกระทะทั้งหมดก าลังปริ
แตก ปรากฏรอยร้าวจ านวนไม่ถ้วน กลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยรอย
แตกระแหงอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้เขายังเห็นว่าบนแอ่งกระทะมีดวงตา
ขนาดใหญ่ ดวงตาทั้งสองข้างมีขนาดหลายร้อยจั้ง ดวงตาข้างหนึ่งเป็นสีปกติ
ส่วนดวงตาอีกข้างเป็นสีแดงโลหิต!
” ตัวอะไร? เทพปีศาจงั้นหรือ? ” อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตะลึง
เขารู้สึกได้ว่า ตนเองก าลังถูกจับจ้องจากอสูรยักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนปฐพี
ดวงตาสีแดงโลหิตดูดุร้ายเป็นอย่างมาก แต่มันไม่ได้จ้องมาที่เขา แต่ดวงตา
อีกข้างก าลังจับจ้องมาที่ อู่ อวี้ สามารถมองเห็นได้ว่านัยน์ตาสีด ามีขนาด
ใหญ่มาก จนแทบจะไม่เหลือพื้นที่สีขาว ดวงตาทมิฬนั้นดูฉลาดเฉลียวเป็น
อย่างยิ่ง
ดวงตาทั้งสองข้างของมันถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์จ านวนนับไม่ถ้วน แล้ว
ทันใดนั้นพวกมันก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นปฐพีอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ อู่
อวี้ อย่างชัดเจน
เมื่อ อู่ อวี้ แลเห็นปีศาจว่าตนนี้ก าลังจับจ้องตนเอง และเขาไม่ต้องการตก
ตายในพิภพปีศาจบรรพกาล ดังนั้นเขาจึงรีบใช้เมฆาตลบฟ้า ม้วนตลบตี
ลังกาออกจากต าแหน่งดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อออกไปจากต าแหน่งนี้
โดยเร็วที่สุด ประมาณหนึ่งก้านธูปต่อมา เขาก็พบว่าการเคลื่อนไหวด้านหลัง
ของเขาหายไปแล้ว
หากยังมีเมฆาตลบฟ้า ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากจะติดตามไล่ล่าเขาได้
ปัจจุบันสถานการณ์ของโลกใบนี้ยังคงอยู่ในสภาวะสงบ ฉะนั้นเขาจึงไม่
จ าเป็นต้องจากไป
” เจ้านั่นมันตัวอะไรกันแน่? ” อู่ อวี้ ยังคิดอยู่ในใจ
” ถ้าเดาไม่ผิด ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นเทพปีศาจ ” หมิงซวงออกความคิดเห็น
” เทพปีศาจคอยพิทักษ์ผลึกหินก้อนนั่นหรือ? จะบอกว่าปีศาจตนอื่น ๆ อยู่
ภายใต้การควบคุมของมัน? มิน่าล่ะถึงได้มีปีศาจพฤกษาอยู่เป็นจ านวนมาก
นี่คงจะเป็นช่วงเวลาจ าศีลของมัน มันถึงกักขังปีศาจตัวอื่น ๆ เอาไว้ที่นี่ เพราะ
หลังจากที่ช่วงเวลาแห่งการฆ่าผ่านพ้นไปพวกมันเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ ”
” ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ”
” ในเมื่อปีศาจเฝ้าผลึกหินนั้นจริง แล้วภาพบนหินมันคืออะไรกันแน่? ” อู่ อวี้
ยังคงนึกถึงมนุษย์และสัตว์ป่าที่ดูเสมือนดั่งดวงดาราซึ่งปรากฏอยู่บนภาพที่
เขาเห็น
” ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ท่านย่าผู้นี้ไม่ได้รู้ทุกเรื่องซะหน่อย ” หมิงซวงเบ้ปาก
” เจ้าคิดจะท าอันใด? ” นางรีบพูดเมื่อเห็น อู่ อวี้ จะกลับไปอีกครั้ง
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” เพราะว่าข้าไม่ระวังตัวจนไปดึงดูดความสนใจของปีศาจ 2
ตัวนั้นเข้า แล้วเรื่องราวก็เลยเถิด จนการต่อสู้ไปปลุกให้เทพปีศาจตื่นขึ้นจาก
การจ าศีล หลังจากได้เห็นดวงเนตรของมันอย่างชัดเจน ข้าเดาว่ามันก็ได้รับ
ผลกระทบจากช่วงเวลาแห่งการฆ่าเช่นกัน และสามารถควบคุมตนเองได้
เล็กน้อย ดังนั้นมันจึงจ าเป็นต้องจ าศีล ข้าจะรอให้มันจ าศีลอีกครั้ง แล้วค่อย
เข้าไปส ารวจความลับของหินก้อนนั้นต่อ หากถูกพบเจออย่างมากก็แค่
หลบหนีออกมา ”
ทั้งหมดนี้คือการคาดเดาของเขา ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ประมาณแปดหรือ
เก้าใน 10 ส่วน
” มันไม่ดูเสี่ยงมากไปหน่อยหรือถ้าเจ้ากลับไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าไอ้ตัวนั้นมันจะ
ปล่อยเจ้ามาอีกหรือไม่? ” หมิงซวงกล่าว
อู่ อวี้ หัวเราะ ” ฮ่ะ ๆ ๆ ไม่ต้องห่วงไป ข้าแค่ไปสังเกตการณ์ดูเท่านั้นว่ามัน
หลับต่อจริง ๆ หรือไม่ ”
” งั้นก็ไปกันเถอะ จะรอช้าอยู่ไย พิภพปีศาจบรรพกาลแห่งนี้มันน่าเบื่อจะตาย
ชัก ออกไปหาความตื่นเต้นไปรู้ความลับของพิภพนี้บ้างน่าจะเป็นไรไป น่า
สนุกดีออก ” หมิงซวงกล่าวอย่างตื่นเต้น
ถ้ากล่าวว่าในชมพูทวีปโลกธาตุมีอันตรายอยู่มากมาย ฉะนั้นจึงแทบไม่ต้อง
กล่าวถึงที่นี่เลยว่ามันจะอันตรายมากเพียงใด
ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยเขาจึงใช้เทียมฟ้าจรดดินย่อขนาดร่างกายที่เล็ก
ที่สุด ปกปิดการเคลื่อนไหวของตนเอง นอกจากนั้นเขาก็ใช้เขาใช้เสื้อคลุม
มังกรทองค าศักดิ์สิทธิ์ช่วยในการปิดซ่อนอ าพรางกายอีกชั้น ยามนี้ อู่ อวี้
ก าลังหลบซ่อนตัวอยู่ระหว่างต้นไม้ยักษ์อย่างไร้ซึ่งความโดดเด่นเสมือนดั่งมด
แมลงยากที่จะถูกค้นพบ และเขาพยายามย่องเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยฝีเท้าที่เบา
หวิวเงียบสงบ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ๆ อย่างเงียบ ๆ เมื่อมองลงมา
จากด้านบน ก็พบว่ารอยแตกระแหงบนพื้นได้หายสนิทแล้ว เสียงกรีดร้อง
โหยหวนด้วยความหวาดกลัวของเหล่าปีศาจก่อนหน้านี้ก็เงียบสงบไปเช่นกัน
จากภาพที่เห็นเป็นไปได้หรือไม่ว่าเทพปีศาจหลับจ าศีลอีกครั้งแล้ว
—————