กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1163: พิภพดารา
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะเห็นว่าทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ‘เทพปีศาจ’ กลับเข้าสู่การ
จ าศีล แต่เขาก็ยังคงเฝ้ารอดูทีท่าอยู่เป็นเวลานาน
เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย
หลังจากผ่านไปครึ่งวันสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม เขาก็เริ่มด าเนินการต่อ
ซึ่งยามนี้ก็ดึกมากแล้ว ปีศาจที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่สามารถพบเห็นเขาได้ง่าย
ๆ เพราะเขาสามารถอ าพรางกายได้ง่ายดาย ฉะนั้นความมืดมิดช่วยให้เขาอ า
พรางกายได้แนบเนียนขึ้นอีกเล็กน้อย
ร่างเล็กจิ๋วของเขาด้วยความเร็ว รองเท้ามังกรภพดาราท าให้เขาเคลื่อนตัวได้
รวดเร็วมากขึ้นกว่าเก่า ในไม่ช้าเขาก็เข้ามาประชิดผลึกหิน
ยามราตรี ศิลาก้อนนี้เสมือนดั่งดวงดาราบนฟากฟ้าก็ไม่ปาน แสงสีฟ้า
ประกายอ่อนของดวงดารา ดูแล้วสวยงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าภาพ
บนผลึกหินจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ อู่ อวี้ แลเห็น
อย่างชัดเจนว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้นคือเผ่าพันธุ์มนุษย์ แตกต่างเพียงแค่ว่า
ดวงตาของพวกเขาหรือนางเป็นเฉกเช่นดั่งดวงดารา นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่า
หลายชนิด โดยที่ความแตกต่างนี้คล้ายคลึงกับพิภพปีศาจบรรพกาล ที่ดวง
เนตรของเหล่าปีศาจเป็นสีโลหิต แต่ภาพผู้คนบนก้อนศิลา กลับมีดวงเนตร
ประดุจดั่งดารา
ภาพเหล่านี้ท าให้เขาอดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปใกล้ก้อนผลึกหิน ณ เวลานี้เขา
อยู่หน้าผลึกหิน และอดใจไม่ได้ที่จะเอามือไปแตะต้องมัน
ทันใดนั้นเขาก็ต้องตื่นตระหนกสุดขีด!
เขารู้สึกราวกับว่าก าลังถูกผลึกหินก้อนนี้ดูดเข้าไป!
หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของ อู่ อวี้ อย่างชัดเจน ไม่ได้
กระพริบเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกต่อไป
แล้วเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เพราะ
สถานที่ที่เขาเห็นบนภาพนั้นมีจริง และเขาก าลังอยู่ในพิภพใบใหม่! ดู
เหมือนว่าเขาก าลังอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก แล้วเขาก็ยังแอบสังหรณ์ใจว่าพิภพใบ
ใหม่แห่งนี้จะต้องไม่ได้อยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลเป็นแน่!
แล้วมันก็ไม่ใช่ชมพูทวีปโลกธาตุอย่างแน่นอน
แล้วตอนนี้เขาก าลังลอยคว้างอยู่เหนือท้องนภาในพิภพแห่งนี้
ภาพนี้ เตือนให้ อู่ อวี้ นึกถึงครั้งแรกที่ตนเองสัมผัสกับประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาล และเขาก็ได้เห็นภาพของพิภพปีศาจบรรพกาล ที่พื้นปฐพีกับมหาสมุทร
ถูกแบ่งเป็นหยินหยาง!
ใต้ฝ่าเท้าของเขามีผืนดินขนาดเล็ก ๆ ซึ่งอาจจะใหญ่กว่าทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้งประมาณ 5 เท่า แต่ก็ไม่กว้างใหญ่เท่าดินแดนโบราณเหยียนหวงกับพิภพ
ปีศาจบรรพกาล
ดินแดนแห่งนี้มีรูปทรงคล้ายคลึงกับน ้าเต้า โดยตรงส่วนหัวกับส่วนท้ายหนา
แต่ตรงกึ่งกลางมีขนาดเล็กมาก โดยที่ตรงปลายด้านหนึ่ง มีขนาดใหญ่กว่าอีก
ด้านหนึ่งถึง 3 เท่า
ถูกโอบล้อมด้วยมหาสมุทรสีครามอันกว้างใหญ่ เสมือนดังท้องนภาที่เต็มไป
ด้วยหมู่มวลดวงดารา ดวงดาราจ านวนนับไม่ถ้วนนั้นเหมือนดังอัญมณีที่ถูก
ฝังอยู่ในท้องมหาสมุทร เปล่งประกายระยิบระยัเสมือนดั่งธาราสวรรค์อันไร้
สิ้นสุด
อย่างไรก็ตาม หาใช่ทะเลที่เปล่งประกายแสงสว่าง แต่เป็นท้องนภาที่เต็มไป
ด้วยหมู่มวลดารา จนสุดจะพรรณนาแห่งนี้ต่างหาก!
อู่ อวี้ เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าทันที แต่แล้วก็ต้องตื่นตระหนกตกใจยิ่งขึ้น
เพราะท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารานี้งดงามจนสุดจะพรรณนา บนท้อง
นภาเต็มไปด้วยดาราจ านวนนับไม่ถ้วน สุกประกายแพรวพราวไร้ซึ่งเมฆ
เมฆา บางดวงเปล่งประกายไปด้วยแสงสีเขียว บางดวงสีชมพู บางดวงสี
เหลือง ราวกับว่าบนท้องนภาแห่งนี้ ถูกประดับประดาด้วยอัญมณีล ้าค่า
หลากสีสันงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดาราแล้ว ยังมีดวงจันทร์บนท้องนภา
ที่ทอประกายแสงนวลผ่องยามค ่าคืน แม้ว่าจันทราดวงนี้จะส่องสว่างเพียงใด
แต่ก็ยังไม่สามารถกลบฝัง บังแสงระยิบระยับของดวงดาราได้ สิ่งที่น่าตื่น
ตระหนกขึ้นไปกว่านั้นก็คือบนท้องนภามีดวงจันทราถึง 4 ดวง!
ซึ่งมีขนาดเล็กใหญ่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน เหตุที่มองดูเหมือนว่าจันทรามีขนาด
เล็ก เป็นเพราะมันอยู่ไกล แต่ส่วนที่เห็นมันใหญ่เป็นเพราะอยู่ใกล้ นอกจากนี้
สียังดูแตกต่างกันเล็กน้อย บ้างเป็นสีส้ม , บางเป็นสีฟ้าอ่อน ซึ่งมี
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสามจั้ง ทั้งยังมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ในชมพู
ทวีปโลกธาตุมากนัก
ท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารานี้ แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่ชมพูทวีป
โลกธาตุ หรือ พิภพปีศาจบรรพกาล แต่เป็นโลกอีกแห่งหนึ่ง
ในขณะที่เขายังไม่ทันได้ตอบสนองอะไร ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่าง
รวดเร็ว ดูเหมือนราวกับว่าอ านาจอันทรงพลังลากลงไปสู่ดินแดนด้านล่าง
ภูเขากับต้นไม้ตรงหน้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใบไม้ต้นไม้ดังกล่าวมีสีฟ้าอ่อน
อีกทั้งยังเปล่งประกายระยิบระยับจากแสงของดวงดาราอีกด้วย หลังจากนั้น
เขาก็เห็นสิ่งปลูกสร้างจ านวนมาก เรียกว่าโลกแห่งนี้มีขนาดคล้ายคลึงกับ
ชมพูทวีปโลกธาตุ นอกจากนี้เขายังเห็นผู้คนมากมาย เผ่าพันธุ์มนุษย์เหล่านี้
เป็นดั่งที่ อู่ อวี้ เห็นในคราแรก พวกเขาต่างมีดวงเนตรที่ดูเสมือนดั่งดวงดารา
ซึ่งมีจ านวนมากพอสมควร
นอกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ยังมีปีศาจปะปนอยู่ด้วย เส้นขนของพวกมันล้วน
เปล่งประกายระยิบระยับเช่นกัน ทั่วทั้งร่างถูกล้อมรอบด้วยแสงดารา จนท า
ให้สีสันบนตัวของมันแต่ละตัวแตกต่างกัน แต่ภายในดวงตาของพวกมันก็
เปล่งประกายเสมือนดั่งดวงดารา เช่นเดียวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ในโลกแห่งนี้
อู่ อวี้ เห็นภาพมากมายอีกทั้งยังได้ยินบทสนทนาของผู้คนเหล่านี้ด้วย
บางภาพที่เขาเห็นเหมือนกับผู้คนก าลังฝึกฝนปฏิบัติ อยู่บนพื้นที่สูง ด้วยท่า
นั่งขัดเข้าฌานสมาธิ ราวกับว่าพวกเขาก าลังสื่อสารกับดวงดาราบนท้องนภา
ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเห็นแสงของดวงดาราร่วงตกลงมาหลอมสร้าง
ร่างกายเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่พวกเขา เขาได้เห็นภาพการบ่มเพาะ
บ าเพ็ญตนจ านวนมากมาย อีกทั้งยังดูเหมือนว่าการบ าเพ็ญตนดังกล่าว
เกี่ยวข้องกับดวงดารา
” การบ าเพ็ญเพียรของผู้คนในโลกนี้ เกี่ยวข้องกับดวงดาราใช่หรือไม่?”
อู่ อวี้ คาดเดา
แม้กระทั่งเหล่าปีศาจ เขาก็แลเห็นว่าพวกมันก าลังบ าเพ็ญตน ด้วยการดูดซับ
แสงจากดวงดาราเพื่อกลายเป็นปีศาจด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เขายังได้ยินว่า
คนในโลกใบนี้ ไม่ได้เรียกพลังฟ้าดิน แต่เรียกว่า ‘พลังดารา’
“พิภพดารา , เผ่าพันธุ์ดารา, อสูรดารา… ”
ท่ามกลางบทสนทนาอันหลากหลายกท าให้ อู่ อวี้ ได้ยินค าพูดทั้งหมดไม่ค่อย
ชัดเจนนัก
แต่เท่าที่เขาได้ยินหรือจับใจความได้มันก็มากพอที่จะท าให้ อู่ อวี้ รู้ว่าที่นี่คือ
อีกพิภพหนึ่งอย่างแน่นอน! ไม่ใช่ชมพูทวีปโลกธาตุหรือพิภพบรรพกาล
แล้วเหตุใดบนหินก้อนนี้ ถึงมีภาพของ ‘พิภพดารา’ อยู่ด้วย?
ระหว่างที่อยู่ท่ามกลางพิภพดาราแห่งนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนจาก
ร่างกาย แล้วทันใดนั้นมันก็ดึงเขากลับคืนสู่พิภพบรรพกาลทันที ความจริง
แล้วเขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เพียงแค่จิตของเขาถูกดึงกลับมาเท่านั้น
“เกิดอันใดขึ้น?” ทันใดนั้นเขาก็พบว่าถุงจักรวาลของเขาเกิดการสั่นไหว
เล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีแสงเรืองรองส่องประกายออกมาจากด้านในราวกับ
แสงดาราก็ไม่ปาน ซึ่งเขารู้ทันทีว่าสิ่งของภายในถุงจักรวาลที่มีปฏิกิริยานั่นก็
คือ ‘ประตูปีศาจพิภพบรรพกาล’ เป็นไปหรือได้ว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับหิน
ก้อนนี้?
หรือมันยังมีความสามารถอื่น ๆ ซุกซ่อนอยู่อีก?
เขารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของเด็กสาวอันอ่อนหวาน ราวกับภูตผีดังก้องอยู่ใน
โสตประสาทแก้วหู ก่อนหน้านี้เขารู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อยแต่เสียงของนางได้
ปลุกให้เขาตื่น นางกล่าวว่า ” เจ้ามีกุญแจสู่โลกนี้เช่นนั้นหรือ? เอามันมาให้
ข้า… ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อู่ อวี้ ก็รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย เขารีบเอามือออกจาก
ก้อนหินอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาหันหลังกลับมาก็เห็นสตรีรูปร่างงดงามยืนอยู่
ด้านหลัง ความงามของนางท าให้หัวใจของมนุษย์เต้นไม่เป็นจังหวะ เส้น
เกศายาวสลวยด าขลับ ทุกสรรพางค์ถูกสรรสร้างอย่างประณีตบรรจง ดวง
เนตรสีด าทรวดทรงสะโอดสะองอรชร ดูบอบบางไร้ซึ่งพิษสง ซึ่งมันท าให้นาง
น่าสงสารยิ่งขึ้น นอกจากนี้ริมฝีปากของนางยังแดงระเรื่อดูงดงามเช่นกัน
สตรีนางนี้ดูหมดจดไร้มลทินอย่างสิ้นเชิง ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาผุดผ่องราวกับ
น ้านม จากสิ่งที่เห็นท าให้หัวใจของ อู่ อวี้ เต้นระส ่าอย่างรุนแรง
หัวใจของเขา เพิ่งเต้นระส ่าได้เพียงครู่
เนื่องจากในช่วงเวลาต่อมา เขาก็เห็นว่านางไม่ได้ยืนเท้าเปล่าอยู่บนพื้น ทว่า
ต้นขาของนางมีเถาวัลย์พันรอบอยู่ โดยที่ตรงส้นเท้าของนาง แปรเปลี่ยน
กลายเป็นเถาวัลย์หนามปักลงบนพื้นดิน!
สตรีที่งดงามไร้ที่ติ มีเถาวัลย์ออกมาจากร่าง ในเวลานี้ อู่ อวี้ รู้ทันทีว่านาง
จะต้องเป็นเทพปีศาจอย่างแน่นอน! ส่วนเหตุผลที่นางไม่ได้อยู่ในโลกมนุษย์
แต่กลับเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้ อู่ อวี้ ก็ไม่ทราบเช่นกัน!
“ส่งกุญแจมาให้ข้า … ” การแสดงออกของสตรีนางนี้ค่อนข้างสับสน เสียงของ
นางแผ่วเบา ราวกับว่านางเพิ่งตื่นจากการจ าศีล นางเดินเข้ามาหา อู่ อวี้ ท า
ให้ภูผาพื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย
อู่ อวี้ หนังศีรษะด้านชา บัดนี้เขาเห็นว่าดวงตาของนางเป็นสีด าทั้งหมด ซึ่ง
มันดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก และเขาสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์
บางอย่าง ท าให้เขาตอบสนองกับสถานการณ์ดังกล่าวทันที เขาหันหลัง โดย
ผสานร่างกับเมฆาตลบฟ้าที่เตรียมไว้ พร้อมตีลังกาพลิกตลบ หลบหนีออกไป
ยังสถานที่ห่างไกลทันที!
เมื่อมองย้อนกลับมา เขาเห็นสตรีผู้นั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม นางกระท าเพียงหัน
กลับมา จับจ้องมายังต าแหน่งของ อู่ อวี้
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่าปีศาจที่เขาเห็นอยู่ในกรงก่อนหน้านี้ เงียบสงบ
หาได้กรีดร้องค ารามแต่อย่างใดไม่ พวกมันทุกตัวหันมามองเขา อู่ อวี้ พบว่า
บัดนี้ดวงตาของมันกลับคืนสู่สภาพปกติ มิได้เป็นสีแดงโลหิตอีกต่อไป
จากนั้นกรงที่อยู่รอบ ๆ ก็ละลายกลายเป็นของเหลว
” ระ … ระยะเวลาแห่งการฆ่าจบแล้ว?” อู่ อวี้ สามารถคาดเดาทุกสิ่งทุกอย่าง
ได้จากสิ่งที่เห็น ในเวลานี้พวกปีศาจก าลังจ้องมองเขาอย่างสุขุม หลังจาก
มองอยู่ครู่หนึ่งพวกมันก็ส ารวจรอบกาย พร้อมทั้งแสดงท่าทางยอมจ านนเมื่อ
เห็นสตรีผู้นั้น เพราะสตรีที่มันเห็นก็คือเทพปีศาจ!
ตูมตูมตูม!
บัดนี้พื้นดินสั่นสะเทือนอีกครั้ง มีรอยแตกระแหงและเถาวัลย์อยู่มากมาย
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็ได้เห็นเถาวัลย์จ านวนมากนั้นค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
และยังเห็นหนามแหลมแทงขึ้นมาอย่างชัดเจน กระจายอยู่รอบตัวของสตรี
คนดังกล่าว เถาวัลย์ที่ฝังอยู่ในพื้นดินมีดอกบุปผาสีแดงผุดขึ้นเป็นจ านวน
มาก และภาพที่เขาเห็นในตอนนี้ก็คือหญิงสาวร่างกายเปลือยเปล่าก าลังนั่ง
อยู่ท่ามกลางดอกบุปผาสีแดง สายตาจับจ้องมองมายัง อู่ อวี้ แล้วนางก็ถาม
ว่า ” เจ้าไปไหนไม่ได้ ข้าต้องการกุญแจ ข้าอยากไปจากโลกนี้ … ”
เสียงค าพูดของนาง ฟังดูน่าสะพรึงกลัวมาก
ขณะที่นางกล่าวพื้นดินก็ยังสั่นสะเทือนอีกครั้ง เถาวัลย์จ านวนมากพวยพุ่ง
ออกมา โดยที่ด้านล่างนั้นมีดอกกุหลาบสีเข้มอยู่ จากนั้นเถาวัลย์มากมายก็
รวมตัวกัน จนเหลือเพียงดอกกุหลาบสีเข้มขนาดใหญ่อยู่บนต้นเพียงหนึ่ง
เดียว
ซึ่งในเวลานี้ อู่ อวี้ เห็นว่าบนดอกกุหลาบมีดวงตาขนาดใหญ่ เป็นดวงตาที่ดู
ล ้าลึกเกินจะหยั่งถึง ยิ่งกว่าสายตาที่ว่างเปล่าของสตรีนางนั้นมาก และ
สายตาที่ก าลังจับจ้อง อู่ อวี้ อยู่นี้เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง
แม้แต่พื้นดินโดยรอบก็บังเกิดการแตกร้าวเพิ่มขึ้น มีหนามแหลมปรากฏ
เพิ่มเติมให้เห็นอีก ซึ่งมันท าให้ อู่ อวี้ ตระหนักว่าร่างกายของเทพปีศาจตนนี้มี
ขนาดใหญ่มาก
ใต้ฝ่าเท้าของ อู่ อวี้ ยามนี้ก าลังสั่นสั่นสะเทือน
จากนั้นเถาวัลย์ก็พวยพุ่งออกมา
แล้วทันใดนั้นบุปผาที่อยู่บนเถาวัลย์ ก็ล้อมรอบผนึกศิลา ฉับพลันนั้นเอง
เถาวัลย์ที่เคยอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา ก็มีกุหลาบดอกใหม่ผุดขึ้นมา โดยมีสตรีอยู่
ภายในนั้น นางยังพูดด้วยน ้าเสียงหวานหยาดเยิ้มกับ อู่ อวี้ ” ข้าจะไม่ปล่อย
ให้เจ้าไปไหนเด็ดขาดจนกว่าข้าจะได้กุญแจ เพราะมันเป็นสิ่งส าคัญส าหรับ
ข้ามาก… ”
————————-