กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1164: ปีศาจกุหลาบ
สตรีนางนี้ถูกห้อมล้อมด้วยดอกกุหลาบสีเข้ม เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปลุกเร้า
ท าให้หายใจหายคอไม่ออก โดยเฉพาะความรู้สึกอ่อนแอน่าสงสาร ท าให้
ผู้คนอยากเข้าไปช่วยเหลือดูแล
ถ้าหาก อู่ อวี้ ไม่เห็นว่าสตรีผู้นี้มีเถาวัลย์พันอยู่รอบขา เขาคงจะคิดว่าแม่นาง
ผู้นี้หาใช่เทพปีศาจอย่างแน่นอน แต่เมื่อเถากุหลาบขนาดใหญ่กลับกลายเป็น
ส่วนหนึ่งของร่างกายนาง และร่างที่แท้จริงของนางก็คือต้นกุหลาบขนาด
ใหญ่ที่จมฝังอยู่ใต้ผืนปฐพี ส่วนเถ้ากุหลาบมากมายนับไม่ถ้วนก็คือดวงตา
ขนาดใหญ่ของมัน
ยามนี้เทพปีศาจกับเหล่าปีศาจตัวอื่น ๆ หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการฆ่ามา
ได้และถูกปลดปล่อยออกจากคุกที่คุมขัง เวลานี้พวกมันก าลังตามปีศาจผู้
เป็นนาย ติดตามไล่ล่า อู่ อวี้
แม้ปีศาจกุหลาบนางนี้จะแสดงท่าทีอ่อนแอน่าสงสาร แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่ปักใจ
เชื่อเสียทีเดียว เพราะอย่างไรนางก็คือเทพปีศาจ แต่ดวงตาของเทพปีศาจตน
นั้น ก็ดูเฉียบคมเลือดเย็นเป็นอย่างยิ่ง
เขายังคงใช้เมฆาตลบฟ้าวิ่งหลบหนีไปเรื่อย ๆ เพียงชั่วพริบตาเขาก็กระโดด
หลบหนีออกไปไกล
ในต าแหน่งนี้เขาไม่เห็นเทพปีศาจยักษ์อีกแล้ว แต่ยังสามารถเห็นภูผาขนาด
ใหญ่ก าลังสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังจะมีเทือกเถาวัลย์จ านวนมากมาย
นับไม่ถ้วน
ในขณะที่เขาก าลังจะจากไป พื้นดินใต้เท้าของเขาก็แตกระแหงสั่นไหวอีกครั้ง
จากนั้นก็มีดอกกุหลาบสีแดงเข้มโผล่ขึ้นมา เมื่อมันบานเต็มที่สตรีรูปโฉม
งดงามก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง นางจ้องมองเขาอย่างว่างเปล่า แล้วกล่าวว่า ”
เจ้าจะไปก็ได้ … ข้าจะไม่ท าร้ายเจ้า ข้าแค่ต้องการของสิ่งนั้นเพื่อไปเปิดประตู
สู่พิภพอื่น เพราะข้าไม่ต้องการอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว ”
เขาไม่คาดคิดว่าร่างกายของนางที่อยู่ใต้พื้นดินจะใหญ่โตมากมายถึงเพียงนี้
จากต าแหน่งดังกล่าวมาจนถึงที่นี่มันค่อนข้างห่างไกลกันมาก
แต่เมื่อเขาค านวณจากระยะทางก็พอรู้ได้ว่า ต าแหน่งปัจจุบันค่อนข้างห่าง
จากร่างหลักของนางมาก อู่ อวี้ จึงเอ่ยปากถามด้วยความกังวลอยู่ไม่น้อย ”
เจ้าก าลังจะบอกว่า ข้ามีกุญแจที่สามารถเข้าไปในศิลาก้อนนั้นได้ใช่หรือไม่
กุญแจที่จะเข้าสู่พิภพดารา? เจ้าสามารถเข้าสู่พิภพดาราได้ตลอดเวลา
เช่นนั้นหรือ? ”
สตรีผู้นั้นพยักหน้าอย่างว่างเปล่า เมื่อเห็น อู่ อวี้ ยอมพูดคุยกับตัวเองนางก็มี
ความสุขขึ้นมาเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า ” ใช่แล้วพี่ชาย ข้ารู้สึกว่าท่านเกือบจะ
เปิดประตูได้แล้ว ที่นั่นคือ ประตูสู่พิภพดารา หาใช่ผลึกหินธรรมดา ”
ประตูสู่พิภพดารา!
เขารู้สึกตกตะลึงเป็นมาก
เขามาจากชมพูทวีปโลกธาตุ โดยเปิดประตูเข้าสู่พิภพปีศาจบรรพกาลมาที่นี่
แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเทพปีศาจ จะมีประตูพิภพดารา ซึ่งก็แสดงว่ายังมีโลกอื่น
นอกจากพิภพดาราด้วยเช่น โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่มากจริง ๆ
อิสตรีที่รูปโฉมงดงามผู้นี้เรียกเขาว่า ‘พี่ชาย’ มันช่างดูนุ่มนวลเสียเหลือเกิน
มันท าให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ก้าวมาสู่เส้นทางของผู้ฝึกตน
ครั้งหนึ่งปีศาจจิ้งจอกจิ่วเซียนก็เคยเรียกเขาเช่นนี้
บางครั้งนางก็ดูซุกซนน่ารักอย่างที่สุด บางครั้งนางก็ดูร้ายกาจเจ้าเล่ห์
บางครั้งนางก็ดูทรงเสน่ห์ยั่วยวน ในเวลานั้น อู่ อวี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของ
นางอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าหลงหัวปักหัวป า จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
ส าหรับเขายามนั้นปีศาจก็เสมือนดั่งต านาน ช่างแปลกแตกต่างและมีเสน่ห์
โดยเฉพาะปีศาจจิ้งจอก
แล้วสตรีที่อยู่ตรงหน้าของเขายามนี้ก็มีเสน่ห์อย่างที่สุด สิ่งนี้ท าให้จิตใจของ
เขารู้สึกปั่นป่วนเป็นอย่างมาก
ค าว่าพี่ชายท าให้เขารู้สึกมีความสุขจริง ๆ
ตอนนี้ อู่ อวี้ แข็งแกร่งมากพอจนรู้ว่าสิ่งนี้มันย ่าแย่มากเพียงใด ดังนั้นเขาจึง
พยายามสงบจิตใจลงแล้วเอ่ยถามว่า ” เหตุใดเจ้าถึงไม่อยากอยู่ที่นี่อยากจะ
ไปที่พิภพดารา แล้วโลกนี้มันไม่ดีอย่างไร? ”
เขาอยากจะรู้เหตุผล
” เพราะที่นี่มีช่วงเวลาแห่งการฆ่า ทุก ๆ ช่วงเวลาแห่งการฆ่า มันจะน าความ
เสียหายอย่างรุนแรงมาให้กับเรา คนของข้าจะล้มหายตายจากไปเป็นจ านวน
มาก ข้ารู้สึกเบื่อที่จะอยู่ที่นี่แล้ว ข้าอยากไปให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการฆ่า
ไม่อยากจะอยู่ที่นี่อยากไปที่โลกอื่น … ” นางดูโศกเศร้าเป็นอย่างมากหยาด
น ้าตาไหลรินออกมาจากดวงตาของนาง
อู่ อวี้ เข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถเชื่อใจเทพปีศาจตนนี้ได้ เพราะนางคือเทพปีศาจ
ที่มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์ นี่อาจจะเป็นเล่ห์กลที่นางมาลวงหลอกให้เขารู้สึก
สับสน หากเขาสามารถกลายร่างเป็นเซียนวานรทองค าได้ บางทีกุหลาบงาม
อาจจะไม่งามอีกต่อไป แต่กลายเป็นวานรตัวเมียไปอีกก็ได้ ทั้งหมดก็เพื่อ
ต้องการปั่นหัวให้เขาสับสน พยายามกระตุ้นความรู้สึกให้เอ็นดูเห็นใจนาง
เขาจับจ้องไปที่นางด้วยสายตาที่มั่นคงแล้วกล่าวว่า ” เทพปีศาจท่านไม่ต้อง
มาใช้วิธีเช่นนี้ปั่นหัวข้า ในตอนแรกข้าไม่เคยรู้เรื่องพิภพดาราหรือกุญแจมา
ก่อนเลย เพิ่งมารู้ตอนที่เจ้าบอกเล่าให้ฟัง แต่ข้ากับเจ้าไม่ได้เคยรู้จักมักจี่กัน
มาก่อน และข้าก็ไม่ใช่ศัตรูของเจ้าเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นเราอย่าได้กังวลกัน
เกินไป เรายังมีเวลาอีกมากที่จะรู้จักนิสัยใจคอกันและกัน แล้วถ้าหากเราสอง
คนร่วมมือกันได้จริง ๆ ไว้วันหลังถ้าจะมาหาเจ้าอีก วันนี้ข้าคงต้องขอลา ”
เขากล่าวอย่างเป็นทางการ
แต่เทพปีศาจก็ยังคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ นางยังคงพูดด้วยน ้าเสียง
เศร้าโศกว่า ” พี่ชาย ท่านเข้าใจข้าผิด ข้าไม่ได้หลอกท่าน ข้าไม่คิดท าร้ายท่าน
… ”
ดูเหมือนว่านางจะมีนิสัยเช่นนี้จริง ๆ แต่ อู่ อวี้ เคยมีประสบการณ์เช่นนี้กับ
ตัวเองมาก่อน ในเวลานี้ดวงตาบนดอกกุหลาบหาได้ไร้เดียงสาเหมือนกับสตรี
ที่อยู่เบื้องหน้าเขา แต่กลับดูอ ามหิตเลือดเย็นเป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ เชื่อว่านี่คือ
ร่างจริงของมัน
ดังนั้นเขาจึงเกียจคร้านเกินกว่าจะมานั่งสนใจนาง แล้วตอนนี้เขามีข้อมูล
เพียงแค่น้อยนิด ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะพลาดพลั้งเสียท่า อีกอย่างตัวเขา
ก็ไม่มีความจ าเป็นอันใดที่จะไปยังพิภพดารา ดังนั้นเขาจึงผสานร่างกับเมฆา
ตลบฟ้า แล้วครั้งนี้เขาก็กระโดดหลบหนีไปไกล กระโดดไปยังทิศทางของ
วิหารจิตเทวะ โดยกระโดดหลายครั้งติดต่อกันแล้วก็หยุด ซึ่งดูเหมือนว่าจะ
สลัดเทพปีศาจหลุดแล้ว
เขารู้สึกโล่งใจอย่างมาก
“ นี่มันภูตผีชนิดใดกันช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ” เพราะปีศาจตนนี้แสร้ง
แสดงท าเป็นอิสตรีผู้น่าสงสาร
“ เจ้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยหรือไง นางผู้นั้นร่างกายเปลือยเปล่ามิได้ใส่
อาภรณ์สักชิ้นเลยนะ? ” หมิงซวงนล้อเลียน
“ อย่าได้พูดจาเหลวไหลไปน่า ” เขารู้สึกว่าลั่วผินหาได้ดูเหมือนสตรีแม้แต่
น้อย อาจจะดูเหมือนบุรุษมากกว่า ด้วยเพราะชอบพูดจาเถรตรงเกินไป
“ รีบ ๆ เผด็จศึกแม่มังกรน้อยของเจ้าซะ อย่ารอจนสุนัขคาบไปรับประทาน
คอยดูเถอะจะอดไม่รู้ตัว เจ้าคนโง่ ” หมิงซวงพูดไปก็หัวเราะไปอย่างมี
ความสุข
“ อย่าพูดจาเหลวไหล ดูเหมือนว่าจะช่วงเวลาแห่งความสงบกลับมาแล้ว เรา
ต้องค้นหาปีศาจสักตัวสอบถามความเป็นมาเป็นไป เกี่ยวกับสถานการณ์ใน
โลกนี้ ” อู่ อวี้ ไม่มีเวลาโต้เถียงกับนางที่นี่ ซึ่งเขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปแล้ว
สังเกตสถานการณ์ตามที่กล่าว
ปีศาจน้อยพากันส่งเสียงกรีดร้องดีใจกันจ้าละหวั่น เมื่อเห็นดวงตาของฝูง
ปีศาจอาวุโส ไม่ได้เป็นสีแดงโลหิตกันอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่าช่วงเวลาแห่ง
ความสงบได้กลับมาแล้ว ดังนั้นปีศาจที่เคยหลบซ่อนตัวก่อนหน้านี้ ก็ถึงเวลา
ออกจากที่ซ่อนแล้ว จึงนับเป็นวันที่ดีที่สุด ที่พวกมันรอคอย ช่างเหมาะแก่การ
เฉลิมฉลองเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นตลอดเส้นทางจะเห็นปีศาจตัวเล็กตัวน้อยกระโดดโลดเต้นดีใจร้องห่ม
ร้องไห้ โอบกอดญาติสนิทมิตรสหายที่มารวมตัวกันอีกครั้ง ช่างดูน่าหดหู่ยิ่ง
นัก
อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าโลกแห่งนี้ได้ถึงช่วงเวลาแห่งความสงบสุขอย่างแท้จริง แต่
ช่างน่าเสียดายที่หลายตนยังคงโศกเศร้าเพราะรู้ว่าญาติสนิทมิตรสหายของ
ตนเองได้ตกตายจากไป
ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า คาดว่าเหล่าปีศาจทั้งหมดภายในพิภพปีศาจบรรพ
กาล ล้วนตกตายไปอย่างน้อยเก้าในสิบส่วน มีซากศพกระจายเกลื่อนกลาด
อยู่ทุกหนทุกแห่ง ผู้ที่สามารถรอดชีวิตมาได้นับว่าโชคดีเป็นอย่างมาก ดังนั้น
เหล่าปีศาจที่เห็นอยู่ในตอนนี้มีทั้งสุขและโศกเศร้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในระดับ
ก่อร่างก าเนิดจิตเทวะ จึงได้รับผลกระทบจากช่วงเวลาแห่งการฆ่าไปเต็ม ๆ
ตกตายกันไปราวกับผักปลา พวกมันไม่สามารถป้องกันตนเองได้เลยเพราะมี
การต่อสู้อยู่ทุกหนทุกแห่ง
โลกนี้เป็นเสมือนเพิ่งผ่านสงครามอันน่าสะพรึงกลัวมาหมาด ๆ พวกมันจึง
สนุกสนานกันอย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้ภายในใจลึก ๆ จะเก็บซ่อนความโศกเศร้า
เอาไว้อยู่
เพราะขนาด อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกได้
“ ไม่รู้ว่าช่วงเวลาแห่งการฆ่านี้เริ่มต้นมาจากที่ใด? มันเป็นเหมือนดั่งค าสาป
ของโลกใบนี้ ”
อู่ อวี้ คิดเช่นนั้น
เขาค้นหาอยู่ไม่นานก็ได้พบกับปีศาจระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋ามันคือกวาง
ที่มีผิวขาวราวหิมะงดงามประดุจผลึกอัญมณี มันโชคดีมากที่รอดชีวิตจาก
ช่วงเวลาแห่งการฆ่ามาได้ ถึงกระนั้นบนเนื้อตัวของมันก็มีร่องรอยบาดแผล
ปรากฏให้เห็น
” เคล็ดตรึงกายา ” เขาไม่ได้ใช้เคล็ดตรึงกายามานานแล้ว และมันยังสามารถ
ใช้ได้กับปีศาจในพิภพบรรพกาลแห่งนี้ ดังนั้นกวางขาวจึงไม่สามารถขยับ
เขยื้อนไปไหนแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวทย์อสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า
ดังนั้นมันจึงถูกเขาควบคุมโดยตรง
อู่ อวี้ ต้องการไต่ถามปีศาจในพื้นที่ ยิ่งปีศาจตนนั้นทรงพลังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้
เรื่องราวมากขึ้น
หลังจากการควบคุม อู่ อวี้ ก็เริ่มซักถาม
” ช่วงเวลาแห่งการฆ่าได้สิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงแห่งความสงบสุขใช่
หรือไม่? ”
” ใช่ ซึ่งก็คาดไม่ถึงว่ามันจะเร็วถึงเพียงนี้ ”
” เจ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง? ”
” มันช่างเจ็บปวด สหายที่ข้ารู้จักล้วนตายกันหมดสิ้น ”
ช่างเป็นหายนะชัด ๆ
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็พูดตรงเข้าประเด็นเลย ” ท าไมถึงมีช่วงเวลาฆ่าได้? ”
” ข้าไม่ทราบว่าเกิดมาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ข้าเห็นมันมีตั้งแต่ยังวัยเยาว์แล้ว ”
” ตอนนี้พิภพปีศาจบรรพกาล สามารถไปยังพิภพอื่นใดได้บ้าง ”
” เจ้าหมายถึงอันใด ข้าไม่เข้าใจ ยังมีพิภพอื่นอีกงั้นหรือ? ”
” เจ้ารู้จักประตูพิภพดาราหรือไม่? ”
มันส่ายหัวศีรษะ
” มีเทพปีศาจตนหนึ่ง ทั่วทั้งร่างมีเถาวัลย์อยู่มากมาย มีดอกกุหลาบสีแดงเข้ม
นางมีนิสัยและตัวตนเป็นเช่นใด? ” อู่ อวี้ ซักถาม
” นั่นคือ ‘ราชินีปีศาจกุหลาบ’ นางเป็นหนึ่งในแปดเทพปีศาจ นางแข็งแกร่ง
ทรงพลัง และน่าสะพรึงกลัวมาก ราวกับฝันร้ายเชียวแหละ ”
” นางมีก้อนศิลาอยู่ในมือ ที่สามารถปรากฏรูปภาพขึ้นได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามัน
คืออันใด? ”
กวางน้อยตอบว่า ” ข้ารู้ มันคือ ‘หินปีศาจบรรพกาล’ ไม่รู้มันมีผลอะไร เทพ
ปีศาจทุกตนก็น่าจะมีอยู่อย่างละหนึ่งก้อน แต่ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับเรื่อง
นี้เช่นกัน อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ”
หินปีศาจบรรพกาล? จากค าบอกเล่าที่กวางตัวนี้บอกเกี่ยวกับ ‘ราชินีปีศาจ
กุหลาบ’ ช่างแตกต่างจากที่เขาพบเจออย่างสิ้นเชิง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ อู่ อวี้ มั่นใจ
ได้ก็คือประตูพิภพดารานั้นมีอยู่จริง
” เทพปีศาจทุกตัวมีประตูสู่พิภพดารา แต่พวกมันล้วนไม่มีกุญแจเปิดเข้าไป
ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถออกจากที่นี่ได้? ” อู่ อวี้ คาดเดา
ซึ่งกวางน้อยไม่มีทางเข้าใจกับค าถามนี้อย่างแน่นอน อู่ อวี้ ยังคงถามต่อไป
ว่า ” เทพปีศาจอสูรทั้งแปดมีตัวอะไรกันบ้าง แล้วพวกมันอยู่ที่ใด? เจ้าค่อย ๆ
เล่ารายละเอียดให้ข้าฟังอย่างช้า ๆ เริ่มจากราชินีปีศาจกุหลาบ มาเริ่มกันเลย
”
————————
อีกตอนช้าหน่อยเน้อ