กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1165: เทพปีศาจทั้งแปด
แม้ว่าข้อมูลที่กวางหิมะมีค่อนข้างจ ากัด ทว่าก็มีข้อมูลบางอย่างที่ปีศาจส่วน
ใหญ่รู้และไม่รู้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ยังสามารถเอามาใช้งานได้
ตัวอย่างเช่นสถานการณ์ของเทพปีศาจทั้ง 8 ตน ภายในพิภพปีศาจบรรพ
กาลแห่งนี้
” ราชินีปีศาจกุหลาบเป็นผู้น าของมวลหมู่รุกขชาติ ด้วยเพราะมันคงอยู่ผ่าน
ประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ส่งผลให้มันหยั่งรากลึกแพร่กระจายไปใต้
พิภพหลายพันลี้ ตามต านานเล่าว่าบน ‘เทือกเขาเสียดเมฆา’ ชิ้นส่วนของ
ร่างกายของนางแผ่กระจายไปทั่วทุกแห่งหน ราชินีปีศาจกุหลาบไม่ค่อย
ปรากฏกายและมีสิทธิมีเสียงเท่าใดนัก ปีศาจพฤกษาทั้งหมดในโลกนี้ล้วน
เป็นคนของนาง แต่ถ้ากล่าวถึงความแข็งแกร่งในบรรดาเทพปีศาจทั้งหมด
พลังฝีมือของ ‘ราชินีปีศาจกุหลาบ’ ถือว่าอ่อนด้อยที่สุด ”
ภูผาแอ่งกระทะที่ อู่ อวี้ เข้ามาถึงก่อนหน้านี้มีพลังฟ้าดินที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าเทือกเขาเสียดเมฆาเป็นเทือกเขาที่มีขนาดกว้างขวางและสูงเสียด
ฟ้า
กวางหิมะน าทางให้แก่ อู่ อวี้ จากนั้นก็กล่าวต่อว่า ” ไม่ว่าจะเป็นปีศาจสมุทร
หรือปีศาจบนบกต่างมีจ านวนที่สมดุล แต่ละฝ่ายจะมีเทพปีศาจปกครองฝ่าย
ละ 4 ตน และแต่ละตนมาจากสายพันธุ์ที่ต่างกัน ฉะนั้นเทพปีศาจบนบก
นอกจากราชินีปีศาจกุหลาบ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งพฤกษาแล้ว ก็ยังมีเทพปีศาจอีก
สามตน ที่ปกครองแต่ละเผ่าพันธุ์ของตนเอง เช่น วิหค แมลง ซึ่งพวกเขาก็
เป็นผู้ปกครองอย่างสมบูรณ์ ”
” เทพปีศาจที่ได้รับการสนับสนุนจากสัตว์อสูร หาได้มีเผ่าพันธุ์เป็นสัตว์อสูร
วิหค หรือ แมลง แต่เขาคือผู้ที่แข็งแกร่งทรงพลังถึงขีดสุด เป็นหนึ่งในผู้กุม
อ านาจภายในพิภพแห่งนี้ เขามีนามว่า ‘เทพจิ่วอิง’ ร่างของเขามีสายโลหิตที่
เรียกขานว่า ‘จิ่วอิง’ มีรูปร่างเช่นดั่งมังกรเทวะ ปีกแข็งแกร่งทนทาน ที่ส าคัญ
คือเขามี 9 หัวและมีสรรพธาตุหยินทั้ง 9 ภายในพิภพแห่งนี้ เขาคือผู้ที่
ครอบครอง ‘อาณาเขตอสูร’ ซึ่งมีขนาดใหญ่มากที่สุด เป็นผู้ที่แข็งแกร่งและ
โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง อันที่จริงแล้ว เทพจิ่วอิง เป็นผู้ที่เอาชนะเทพอสูรดั้งเดิม
ซึ่งครอบครองอาณาเขตอยู่ จากนั้นก็สถาปนาตนเองเป็นนายเหนือหัว
กลายเป็นเทพอสูรตนใหม่ และผู้ที่ครอบครองอาณาเขตเดิมนั้นก็คือ ‘คุนหวู่
แปดจิต’ ”
จิ่วอิง? ‘คุนหวู่แปดจิต’
ดูเหมือนว่าสายโลหิตระดับสูงของพิภพปีศาจบรรพกาล มีความคล้ายคลึง
กับสายโลหิตของปีศาจที่อยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ โดยเฉพาะสายโลหิตของจิ่
วอิง เป็นปีศาจที่ไม่มีอยู่ในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง แม้แต่ในทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้งก็ยังมีเพียงแค่สองตนเท่านั้น เดิมทีแล้วเขาก็รู้สึกว่าสายโลหิต
ของจิ่วอิงไม่เลวเลยทีเดียว แต่คิดไม่ถึงว่าภายในพิภพปีศาจบรรพกาล
สายโลหิตของเขาจะเป็นได้ถึงระดับของเทพปีศาจ!
” เห็นทีข้าคงต้องกลับไปที่ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งอีกครั้ง แล้วพาจิ่วอิงมาที่นี่
เขาจะได้เติบโตในสถานที่ที่เป็นของตนเอง ”
จากนั้น อู่ อวี้ ก็หันหน้าไปทางเทือกเขาเสียดเมฆา พร้อมกับครุ่นคิดก าหนด
แนวทางให้แก่ ‘จิ่วอิง’
ความจริงแล้วกวางหิมะก็เป็นอสูรใต้อาณัติของ ‘เทพจิ่วอิง’
หลังจากนั้นกวางหิมะก็พูดคุยเกี่ยวกับเทพปีศาจตัวต่อไป “เทพปีศาจตน
ต่อไปก็คือพญาปักษา ผู้ไปมาไร้ร่องรอยอยู่บนท้องเวหา เทพปีศาจตนนี้ทรง
พลังมากเช่นกัน อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ มีสายโลหิตของ ‘สมุทรโลหิต’ และ
‘ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต’ เป็นตัวตนระดับเทพปีศาจอย่างแท้จริง ปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตหาได้ยากยิ่ง หลายพันปีกว่าจะหาพบได้สักครั้ง ทั้งยังมี
พลังอิทธิฤทธิ์มากมาย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ วิหคมากมายกลายเป็นเทพ
ปีศาจ แต่ก็ถูกสังหารตกตายไปจนหมด อันที่จริงแล้วเจ้าอาจจะสังเกตเห็นว่า
แต่ละเผ่าพันธุ์มีเทพปีศาจเพียงตนเดียวเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้เทพปีศาจตนอื่นปรากฏตัวขึ้น
เนื่องจากว่ามันจะส่งผลกระทบต่อสถานะของพวกเขา ”
หลังจากฟังที่กล่าว เขาก็คลายข้อสงสัยทันที ว่าเพราะเหตุใดปีศาจพฤกษา
อสูร วิหค หรือ แมลง ถึงมีเทพปีศาจเพียงแค่ตนเดียว
ราชินีปีศาจกุหลาบ , ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต , เทพจิ่วอิง
” เผ่าพันธุ์สุดท้าย คือเทพปีศาจของเผ่าพันธุ์แมลง ชื่อของมันคือ ‘เทพปีศาจ
ตั๊กแตน’ ตามต านานเล่าขานกันว่ามันสามารถแยกร่างแบ่งภาคได้อย่างไร
สิ้นสุด เผ่าพันธุ์แมลงมีจ านวนมากมาย กระจัดกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
เรียกได้ว่าซ่อนฟ้าปกคลุมปฐพีเลยทีเดียว ช่างน่ากลัวอย่างที่สุด ภายใน
อาณาเขตของเทพตั๊กแตน คือดินแดนที่ปีศาจอีกสามเผ่าพันธุ์ ไม่กล้าย่าง
กรายเข้ามา บางตัวมีขนาดเล็กเท่าปลายเข็ม เปี่ยมไปด้วยความดุร้าย เมื่อ
โจมตีแทรกซึมเข้าไปในเนื้อหนัง ก็ยากจะตรวจสอบได้ ร ่าลือกันว่าภายใต้ผืน
ฟ้านี้ หากมีข่าวคราวใด พวกเขาล้วนทราบแทบทั้งหมด ”
ในทวีปปีศาจทายาททักษิณ อู่ อวี้ เคยได้พบกับราชินีมดทองค านิลนางก็มี
ฝีมือยอดเยี่ยมมากเช่นกัน แต่ที่นี่เขาได้พบกับ ‘เทพตั๊กแตน’ ซึ่งสามารถ
กลายเป็นเทพปีศาจที่แท้จริงได้ แน่นอนว่ามันย่อมน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่าง
ยิ่ง
ดูเหมือนเหล่าเทพปีศาจทั้งสี่คงไม่สามารถจัดการได้ง่าย ๆ อีกทั้งพวกมัน
ล้วนครอบครองศิลาปีศาจบรรพกาลอยู่ในมือ ซึ่งถือเป็นศิลาที่ อู่ อวี้ รู้สึก
อยากรู้อยากเห็นมากจริง ๆ
ส่วนในอาณาเขตสมุทรก็มีปีศาจอีก 4 ตน
กวางขาวหิมะยังคงแนะน าต่อไป
” ภายในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ มีปีศาจอยู่มากมายนับไม่ถ้วน และพวกมัน
มีความขัดแย้งรุนแรงกับปีศาจบนบก ซึ่งทางฝั่งพวกมันมีเทพปีศาจอยู่
ทั้งหมด 4 ตน และผู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ เทพปีศาจของเผ่าพันธุ์มัจฉา ซึ่งมี
นามว่า ‘มังกรคราม’ ข้าไม่เคยพบเจอมันมาก่อน ตามต านานเล่าขานกันว่า
มันเป็นมัจฉาที่มีสายโลหิตของสัตว์สวรรค์มังกรเทวะ เป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่
ที่รวมตัวกันอยู่ในมหาสมุทร ผสมผสานอยู่ในมหาสมุทรอยู่เป็นเวลานาน
อย่างน้อยก็หลายหมื่นปี ”
” นอกจากมังกรครามผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ยังมีเทพปีศาจสมุทรอีกสามตนผู้ที่
ยากจะแลพบเห็นได้ มันอยู่ห่างไกลออกไปจากแผ่นดินใหญ่ ดังนั้น
ความสามารถของทั้งสามจึงยังไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นเทพปีศาจที่มีนาม
ว่า ‘จักรพรรดิชิง’ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขามีรูปลักษณ์เช่นใด สิ่งที่ผู้คนเคยเห็นมีเพียง
ดวงตาคู่สีเขียวขนาดใหญ่ใต้มหาสมุทร แต่เคยได้ยินมาบ้างแม้เขาจะไม่
ปรากฏกายแต่เมื่อใดที่มีการเคลื่อนไหว จะท าให้สัตว์อสูรจ านวนมากใน
มหาสมุทรตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ”
” ส่วนอีกตนก็คือ ‘ปีศาจแดง’ ซึ่งลึกลับพอ ๆ กับจักรพรรดิชิง ที่ไม่สามารถรู้
ว่าพวกมันมีรูปลักษณ์เช่นไร เมื่อใดก็ตามที่เจ้าเห็นวัตถุขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
ใต้ก้นสมทุรเฉกเช่นดั่ง ‘เส้นโลหิต’ ให้เจ้าเข้าใจได้เลยว่านั่นคือส่วนหนึ่งของ
ร่างกาย ‘ปีศาจแดง’ ร่างกายของมันมีขนาดใหญ่มาก เสมือนดั่งราชินีปีศาจ
กุหลาบที่มีเทือกเถาวัลย์จ านวนนับไม่ถ้วน แล้วมันก็น่ากลัวมากทีเดียวได้ยิน
มาว่า ‘ปีศาจแดง’ มักกลืนกินปีศาจสมุทรตัวอื่น ๆ ”
” เทพปีศาจตัวสุดท้ายดูลึกลับยิ่งกว่า ว่ากันว่าเป็นต้นไม้ที่อยู่ใต้ก้นมหาสมุทร
คือ ‘ ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ ’ เราเรียกมันว่า เทพปีศาจเขตแดน
วิญญาณ มันเป็นต้นไม้ขนาดเล็กที่ส่องแสงอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร แต่โดยทั่วไป
มันไม่ค่อยปรากฏตัวสักเท่าไหร่นัก เป็นเหมือนกับพวกนอกรีตที่ไม่ข้อง
เกี่ยวข้องแวะกับผู้ใด แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัวจะท าให้เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น
ตัวอย่างเช่น ภายในอาณาเขตสมุทรทั้งหมด ราวกับว่าสติของปีศาจทุกตอน
หายไป ติดอยู่ในห้วงภวังค์อันน่าสะพรึงกลัว และนั่นคือพลังของเทพปีศาจ
เขตแดนวิญญาณ ”
” เทพปีศาจทั้งแปดล้วนมีหินปีศาจบรรพกาล แต่นี่เป็นเพียงต านานที่ร ่าลือ
ข้าไม่ทราบว่าเรื่องนี้จริงเท็จประการใด เทพจิ่วอิง , ราชินีปีศาจกุหลาบ ,
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต , ปีศาจตั๊กแตน พวกเขาทั้งหมดล้วนสูงส่งไม่มีผู้ใด
ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
เขาอาจรู้เกี่ยวกับเทพปีศาจทั้งแปด แต่ไม่อาจล่วงรู้ได้ทั้งหมดเนื่องจากพวก
มันล้วนอยู่ในพื้นที่มหาสมุทร อีกทั้งพวกมันลึกลับเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ
จักรพรรดิชิง , ปีศาจแดง , ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ อีกทั้งยังไม่รู้ด้วย
ซ ้าว่ามันมีรูปลักษณ์เช่นใดหรืออยู่ที่ไหน ดังนั้นเขาคงจะไม่ทราบเรื่องของ
พวกมันชั่วคราว
ซึ่งแตกต่างจากปีศาจบนบกที่เขาสามารถตรวจสอบเรื่องของพวกมันได้อย่าง
ง่ายดาย
” จากมุมมองของราชินีปีศาจกุหลาบ แม้ว่านางจะเป็นเทพปีศาจ แต่ก็มิได้มี
ความรู้สึกน่ากลัวเสมือนดั่งจักรพรรดิโบราณ อาจเป็นไปได้ว่าระดับความ
แข็งแกร่งของจักรพรรดิโบราณ สูงล ้ากว่าพวกมัน? ”
อู่ อวี้ คาดเดา
ในตอนนั้นเขาสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของราชินีปีศาจกุหลาบมาได้ แต่
เมื่ออยู่ต่อหน้าจักรพรรดิโบราณเขาคงไม่มีความมั่นใจเช่นนั้น
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวทย์อสูรวิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า ควบคุมปีศาจตนอื่น
และถามพวกมันด้วยค าถามเดียวกันกวางหิมะ ถึงแม้ค าตอบจะคล้ายคลึง
กัน แต่เขาก็ได้รู้รายละเอียดของเทพปีศาจแต่ตนมากขึ้น
ตัวอย่างเช่นราชินีปีศาจกุหลาบ ท่ามกลางภาพลักษณ์ภายนอกอันน่า
ประทับใจ แต่กลับใจร้อนหุนหันพลันแล่นเป็นอย่างมาก ส่วนสตรีท่าทางเย็น
ชาไร้ซึ่งอารมณ์บนดอกกุหลาบ แน่นอนว่ามิใช่ร่างจริงของมัน เป็นเพียงอาวุธ
ที่น ามาใช้ล่อลวงฝ่ายตรงข้าม
แล้วก็ยังมีเทพจิ่วอิง ที่พักอาศัยอยู่บนยอดเขานามว่า ‘ยอดเขาเก้ากระบี่’
หลังจากได้รายละเอียดเหล่านี้ มันท าให้เขารู้เรื่องเกี่ยวกับพิภพปีศาจบรรพ
กาลมากขึ้น
เขาสงบจิตใจลง หลังจากได้รู้ว่า ‘ช่วงเวลาแห่งความสงบสุข’ ได้มาถึงแล้ว
เขารีบส่งยันต์สื่อสารไปหา หนานซาน หวางเยว่ เพื่อบอกว่าไม่ต้องหลบซ่อน
ตัวอีกต่อไป
แน่นอนว่าพวกเขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการยกระดับพลังฝีมือ เพื่อไล่ตาม อู่
อวี้ โดยให้เร็วที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงยังคงอยู่ในวิหารจิตเทวะต่อไป ทางด้าน
อู่ อวี้ ก็วางแผนอยากเรียนรู้เรื่องราวของ ‘หินปีศาจบรรพกาล’ เพิ่มเติม
เพราะมันเป็นประตูพิภพดารา
หลังจากเขาได้พบเจอกันราชินีปีศาจกุหลาบ ท าให้เขารู้สึกหงุดหงิดปั่นป่วน
ใจอยู่ไม่น้อย ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงยังไม่พร้อมกลับไปหานาง
ฉะนั้นเขาจึงเลือกไปยังอาณาเขตของเทพปีศาจตัวอื่น ๆ แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่
เทพตั๊กแตน ว่ากันว่ามันมีความสามารถในการสอดแนมเป็นพิเศษ ดังนั้น
เมื่อฝ่ายตรงตรงข้ามยากจะจัดการ เขาจึงเลือกไปทางเทพจิ่วอิงกับปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิต
เมื่อไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็เลือกไปทางเทพปีศาจจิ่วอิง มัน
คือเทพปีศาจที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับจิ่วอิงสหายของเขา เขาแอบสงสัยว่า
หากจิ่วอิงสหายของเขา สามารถฝึกฝนจนกลายเป็นเทพปีศาจได้จะเกิดอัน
ใดขึ้น?
แม้ว่าในตอนนี้ในพิภพปีศาจบรรพกาลอยู่ในสถานการณ์ปลอดภัย แต่ อู่ อวี้
ก็ไม่ยอมให้พวกปีศาจมองเห็นร่างของเขา เนื่องจากที่ไม่มีมนุษย์อยู่เลย
ดังนั้นเขาจึงย่อขนาดร่างกายให้เล็กที่สุดด้วยเทียมฟ้าจรดดิน จากนั้นก็บิน
ทะยานไปยังทิศทางของยอดเขาเก้ากระบี่ที่พ านักของเทพจิ่วอิง
เขาขี่เมฆาตลบฟ้าลัดเลาะผ่านแนวป่า ไม่มีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างในพิภพ
ปีศาจบรรพกาล ไร้ซึ่งความเจริญ ปีศาจมากมายต่างใช้ชีวิตแบบชนดั้งเดิม
ต่อสู้ ฝึกฝน และ ผสมพันธุ์
เขาเร่งความเร็วตลอดการเดินทาง ซึ่งเทียบเท่าได้กับการข้ามผ่านอาณาจักร
ผู้ฝึกตนหลายต่อหลายอาณาจักรภายในดินแดนโบราณเหยียนหวง ในที่สุดก็
เข้ามาใกล้ยอดเขาเก้ากระบี่ ระหว่างการเดินทางพบเห็นสัตว์อสูรมากมาย
ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีฝีมือแข็งแกร่ง แต่พบเห็นวิหคแมลงและพฤกษานานาชนิด
บางตาลงทุกขณะ คล้ายคลึงกับเทือกเขาเสียดเมฆาที่มีปีศาจพฤกษาอยู่
มากที่สุด
ในอาณาเขตของสัตว์อสูร มีสัตว์อสูรฝีมือสูงกระจายตัวอยู่เต็มไปหมดในป่า
เขาสูงต ่าหรือที่ราบ แต่ไม่มียอดเขาสูง ๆ ให้เห็นอยู่เลย ยิ่งเข้าไปใกล้ยอดเขา
เก้ากระบี่ พลังฟ้าดินก็แข็งแกร่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น
ตลอดทาง อู่ อวี้ สามารถมองเห็นยอดเขาเก้ากระบี่ได้อย่างลาง ๆ นานแล้ว
เพราะที่นี่โดดเด่นพิเศษพอสมควร
บริเวณใกล้เคียงมีทุ่งหญ้าแบนราบเป็นทิวทัศน์ไร้ขอบเขต ด้วยเหตุนี้ยอดเขา
เก้ากระบี่จึงตั้งตระหง่านดูโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง และ มีลักษณะเหมือนกระบี่
ยาว แหลมคมสูงชัน ยอดเขาเก้ากระบี่มีรูปลักษณ์เป็นกระบี่ยาว ดูราวกับ
กระบี่ที่ถูกแทงขึ้นมาจากพื้นดินชี้ขึ้นบนท้องฟ้า
ดูเหมือนว่ากระบี่ขนาดใหญ่เก้าเล่ม
ด้วยเพราะไม่มีสิ่งกีดขวางบดบังสายตา จึงสามารถมองเห็นจ านวนปีศาจได้
อย่างรวดเร็ว
โชคดีที่พิภพปีศาจบรรพกาลมีวงเวทย์คุ้มกันเพียงเล็กน้อย หากเป็นชมพูทวีป
โลกธาตุคงไม่ง่ายดายถึงเพียงนี้ อย่างเช่นนครเทวะ , ราชวังหมื่นเซียน
ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องฝ่าฟันวงเวทย์คุ้มภัยจ านวนนับไม่ถ้วน
เมื่อมองไปข้างหน้าจะแลเห็นที่ราบไร้สิ้นสุด ปีศาจจ านวนมากมายยอม
จ านนต่อหน้ายอดเขาเก้ากระบี่ สามารถได้ยินเสียงอื้ออึง คาดว่าที่นี่น่าจะ
เป็นสถานที่ชุมนุมหลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการฆ่ามาแล้ว
ในขณะที่ อู่ อวี้ อยู่ในร่างขนาดเล็ก ดังนั้นต้นหญ้าโดยรอบจึงกลายเป็นป่ารก
ทึบส าหรับเขา ซึ่งมันสามารถช่วยเขาปิดซ่อนอ าพรางกายได้ อู่ อวี้ จึงพุ่ง
ทะยานเข้าสู่ยอดเขาเก้ากระบี่อย่างรวดเร็ว เพราะได้ยินข่าวร ่าลือมาว่าหิน
ปีศาจบรรพกาลอยู่บนต าแหน่งยอดสุดของยอดเขากระบี่เล่มกลาง
——————-
ช่วงนี้ขึ้นเล่มใหม่ ปูศัพท์ใหม่หมดอาจจะช้าหน่อยเน้อ