กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1166: พิภพเทพสงคราม
บนทุ่งหญ้าอันเขียวขจี มีปีศาจอสูรจ านวนนับพันนับหมื่นตนกระจัดกระจาย
เกลื่อนกลาดอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์อสูรนานาชนิดอาทิเช่น หนู , เสือ , กระต่าย , แกะ ,
วานรและปีศาจอื่น ๆ อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรที่มีรูปร่างแปลก ๆ อีกมากมาย บาง
ตัวมีสามหัวหกกร ถ้าเปรียบเทียบกับปีศาจในชมพูทวีปโลกธาตุ นับว่ามี
จ านวนหลากหลายกว่ามาก
ภายในพิภพปีศาจบรรพกาล ยังมีปีศาจจ านวนไม่มากนักที่ยังไม่ได้เปิด
สติปัญญา ในโลกแห่งนี้เต็มไปด้วยปีศาจ แม้แต่ทารกที่เพิ่งถือก าเนิดก็เป็น
ปีศาจแล้ว
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่าก็ตาม แต่พิภพแห่งนี้ก็ยังเต็มไป
ด้วยปราณปีศาจอันหนาแน่น ปีศาจจ านวนมากมารวมตัวกันเช่นนี้ ยิ่งท าให้
บรรยากาศอันดุร้ายเหี้ยมโหดกวาดผ่านไปทั่วทุกแห่งหน
ปีศาจเหล่านี้ล้วนมีพลังอิทธิฤทธิ์ ที่ท าให้สามารถรอดชีวิตจากช่วงเวลาแห่ง
การฆ่าแสนเหี้ยมโหดมาได้ ถึงแม้ว่าจิตใจจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่
พวกมันก็พยายามระวังตัวปกป้องตนเองตามปกติวิสัย
อู่ อวี้ เคลื่อนตัวผ่านปีศาจนานาชนิด ซึ่งพวกมันก าลังตั้งใจฟังเสียงจาก
ด้านบนด้วยความศรัทธา
เสียงดังกล่าวเป็นเสียงของ ‘เทพจิ่วอิง’ จากบนยอดเขาเก้ากระบี่
อู่ อวี้ รู้สึกได้ว่าเทพปีศาจและเทพเซียน เป็นตัวตนพิเศษที่ด ารงอยู่
เสมือนดั่งสิ่งมีชีวิตที่สูงขึ้นไปอีกระดับ
เหนือศีรษะของ อู่ อวี้ ถูกกดทับด้วยแรงกดดันอันมหาศาล เขาสามารถ
สัมผัสมันได้อย่างชัดเจน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเขา
เขากล่าวว่า ” ในเมื่อเวลานี้พวกเจ้าสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราช
มาได้ ฉะนั้นพวกเจ้าจงดื่มด ่าเฉลิมฉลองให้เต็มที่เสีย ”
ถึงแม้ว่าช่วงเวลาแห่งการฆ่าจะพ้นผ่านไปแล้วก็ตาม ทว่าสารรูปของปีศาจ
ในพิภพปีศาจบรรพกาลยังคงดูยับเยินหม่นหมอง ไร้ซึ่งอนาคตอันสดใส พวก
มันไม่สามารถมองเห็นแสงสว่างของรุ่งอรุณได้ แม้แต่ปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดก็
ยังอยู่ในสภาพเดียวกัน
เพราะเป็นเช่นนี้ราชินีปีศาจกุหลาบถึงแสดงท่าทางตื่นเต้นนัก เมื่อรู้ว่า อู่ อวี้
มีกุญแจเข้าสู่พิภพดารา นั่นเป็นเพราะนางต้องการหลบหนีจากฝันร้ายไม่มี
วันจบนี้
ยอดเขาทั้ง 9 ของยอดเขาเก้ากระบี่ มีขนาดสูงต ่าสลับกันไป ถึงกระนั้นก็ยัง
สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นยอดเขาลูกใดส าคัญที่สุด แต่ในขณะที่
เทพจิ่วอิงซึ่งไม่รู้อยู่แห่งหนใดก าลังพูดคุยกับลูกสมุนของตนอยู่ อู่ อวี้ เคลื่อน
ตัวขึ้นมาบนยอดเขาลูกกลางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระหว่างนั้นก็พยายามซ่อน
ตัวอยู่ภายในซอกหินและใบหญ้า ภายในใจแอบสังหรณ์ว่า ‘หินปีศาจบรรพ
กาล’ จะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
ยอดเขาเก้ากระบี่นั้นสูงมาก แม้แต่ อู่ อวี้ ยังต้องใช้เวลามากมายกว่าจะถึง
และแล้วเขาก็มาถึงจุดสูงสุด ซึ่งเป็นต าแหน่งที่สามารถมองเห็นแต่ละมุมมอง
ได้อย่างชัดเจน เมื่อมองลงมาเขาสามารถมองเห็นปีศาจทุกตัวตน แต่ด้วย
เพราะเขาก าลังอยู่ใกล้เทพปีศาจ ท าให้ อู่ อวี้ ไม่กล้ามองอย่างเปิดเผยมาก
นัก
ถึงกระนั้นเขาก็สามารถก าหนดต าแหน่งของเทพจิ่วอิงได้แล้ว
มันอยู่บนเนินยอดเขา ใกล้ ๆ กับปลายแหลมกระบี่
ลักษณะร่างกายของมันคล้ายกับจิ่วอิงสหายของเขา แล้วมันก็ยังดูคล้ายกับ
วิญญาณศาสตรามังกรศักดิ์สิทธิ์ในเสื้อคลุมมังกรทองค าศักดิ์สิทธิ์ ล าตัว
ของมันมีขนาดใหญ่ยักษ์ หางยาวเหยียดและมีหนามแหลมปกคลุมไปด้วย
เกล็ดมังกรสีเข้ม อีกทั้งปีกขนาดใหญ่ทั้งคู่ของมันมีลักษณะคล้ายปีกค้างคาว
และสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือมังกรตัวนี้มี 9 หัว ซึ่งแต่ละหัวต่างมีอ านาจ
อิทธิฤทธิ์เป็นของตนเอง
ถึงแม้จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน แต่พลังอ านาจกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับ
เหว ซึ่งปัจจุบัน อู่ อวี้ อยู่ด้านหลังของเทพปีศาจเขารู้สึกกังวลอยู่ไม่ เพราะ
ตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับมันมาก
เขาไม่กล้ามองแล้วรีบหันหลังกลับทันที แล้วก็พบว่ามีหินปีศาจบรรพกาลอีก
ก้อนหนึ่งอยู่ไม่ไกล บนนั้นปรากฏรูปภาพเปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็ว
“ นี่คือประตูสู่พิภพดารา! ”
อู่ อวี้ ตกตะลึง
ทว่าชั่วอึดใจต่อมาเขาก็รู้ว่าตนเองคิดผิด เพราะภาพที่ปรากฏบนศิลา หาใช่
พิภพดาราแต่อย่างใด แต่เป็นสถานที่อื่น ที่นั่นไม่มีดวงดารา ไม่มีสัตว์อสูร
รูปภาพบนผลึกหินเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงครู่หนึ่ง อู่ อวี้ ก็พบว่า
ผู้คนในพิภพดังกล่าวมีร่างกายเป็นสีทองและเงิน เสมือนดั่งยักษ์เหล็กกล้า
สองตน ก าลังต่อสู้ห ้าหั่นประหัตประหารกันอย่างดุเดือด
แต่ภาพที่ปรากฏมันกะพริบถี่ จนเขาไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจนนัก ภาพที่
เขาเห็นไม่เป็นสีเหลืองก็สีเทา ซึ่งดูไม่เหมือนกับพิภพที่เต็มไปด้วยดวงดารา
อันเปล่งประกาย อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวก็ยังมีรายละเอียดมากมายที่ อู่
อวี้ สามารถยืนยันได้
เมื่อเขาเหลือบมองไปที่มัน ทันใดนั้นท้องนภาที่เคยสว่างสดใสก็กลับ
กลายเป็นมืดสนิท ดูเหมือนว่ามีใครบางคนก าลังปกคลุมพื้นที่โดยรอบ ท าให้
เขาไม่สามารถสัมผัสถึงที่อื่นใดได้
ในเวลานี้ข้างนอกมืดมิดมีเพียงหินปีศาจบรรพกาลเท่านั้นที่ยังคงเปล่ง
ประกายสว่างไสว
โดยเขาไม่จ าเป็นต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่ายามนี้เทพจิ่วอิงได้พบเขาแล้ว ใน
เวลานี้มันก าลังจ้องมองเขา ในขณะที่เขายังคงขนลุกขนชันด้วยความลุ้น
ระทึก ก็พบว่าจิ่วอิงเทพไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีเขาซึ่งนับว่าโชคดีมาก
” จงหันกลับมา ” บางทีอาจเป็นเพราะเทพจิ่วอิงกุมความได้เปรียบเหนือ อู่ อวี้
จึงไม่ได้กังวลว่าเขาจะหลบหนี ซึ่งความคิดนี้มันได้ช่วยชีวิต อู่ อวี้ เอาไว้อย่าง
หวุดหวิด
อู่ อวี้ หันกลับไปอย่างเชื่อฟัง ท่ามกลางโลกอันมืดมิดแห่งนี้มีเพียงตัวเขากับ
เทพจิ่วอิงที่ก าลังยืนอยู่ตรงเบื้องหน้า หัวทั้งเก้าของมันก าลังจ้องมองเขม็งมา
บนร่างของ อู่ อวี้ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สายตาของมันสั่นไหว เสียงของ
มันแหบพร่าพยายามฝึกเก็บอารมณ์ความตื่นเต้น จากนั้นหัวทั้ง 9 ของมันก็
พูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงว่า ” จะ เจ้ามาจาก ‘พิภพเทพสงคราม’ ใช่หรือไม่ …
? ”
พิภพเทพสงคราม!
หลังจากได้ยินสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าว อู่ อวี้ ก็รู้ทันทีว่าที่นี่หาใช่ประตูพิภพ
ดาราไม่ แต่เป็นประตูพิภพเทพสงคราม ท าให้เขารู้ว่ายังมีพิภพอื่นอยู่อีก!
เขาไม่เคยคิดว่ายังจะมีโลกอื่นอยู่มากมายเช่นนี้? ทันทีที่เขาเรียนรู้เกี่ยวกับ
พิภพปีศาจบรรพกาล พิภพดาราก็ปรากฏตัวขึ้น เขารู้เรื่องกับพิภพดาราแค่
เพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่ยังไม่ทันกระจ่างเขาก็พบกับพิภพใหม่อีกครั้ง
เขาคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนภาพนี้ มันคือพิภพเทพสงคราม
อู่ อวี้ ยังพบว่าดูเหมือนเหล่าเทพปีศาจจะหมกมุ่นอยู่กับพิภพอื่นเป็นอย่าง
มาก ด้วยเฉพาะพวกมันต้องการออกจากพิภพปีศาจบรรพกาล ดังนั้นพวก
มันจึงถือว่าหินปีศาจบรรพกาลเป็นเฉกเช่นดั่งสมบัติติดกาย เพราะนี่คือ
ความหวังที่จะท าให้พวกมันไปยังโลกอื่นได้
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมันเห็น อู่ อวี้ ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ซึ่งเขาเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มี
ลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์ที่อยู่ในพิภพเทพสงคราม มันจึงเข้าใจผิดและ
คิดว่าเขามาจากพิภพเทพสงคราม
เมื่อเผชิญกับปัญหา อู่ อวี้ จึงตัดสินใจที่จะใช้อุบายแบบแผนซ้อนแผน
การที่เขามาอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล เป็นเพราะไม่อยากอยู่ที่ชมพูทวีป
โลกธาตุ แต่ถ้ายังมีพิภพอื่นอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลและยังเป็นพิภพที่มี
มนุษย์อยู่อาศัย เขาย่อมอยากไปที่นั่นอยู่แล้ว แต่ที่แน่ ๆ พิภพอื่นค่อนข้างอยู่
ห่างไกลจากชมพูทวีปโลกธาตุ ซึ่งมันยิ่งท าให้เขาสามารถอยู่ห่างจากเงื้อมมือ
ของจักรพรรดิโบราณได้มากขึ้น
ความอยากรู้อยากเห็นผนวกกับความต้องการอยากจะส ารวจตรวจสอบ ท า
ให้เขาต้องการประตูสู่พิภพอื่นเป็นอย่างยิ่ง
” จากสิ่งที่เห็นมีความเป็นไปได้ว่า หินปีศาจบรรพกาลของเทพปีศาจทั้งแปด
จะน าพาไปสู่พิภพที่แตกต่างกัน! ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่ามีอยู่ 10 พิภพ? หาก
การคาดเดาของข้าถูกต้อง เป็นไปได้ว่ายังมีโลกอื่นนอกเหนือจากพิภพดารา
กับพิภพเทพสงครามอยู่อีก ”
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามสงบจิตใจลง พร้อมตอบเทพจิ่วอิง กลับแปลว่า ”
ใช่! ข้ามาจากพิภพเทพสงคราม ”
ที่เขาตอบไปเช่นนี้เพราะเขาไม่ใช่ปีศาจ ดังนั้นคงมีเหตุผลเดียวที่ฝ่ายตรงข้าม
จะคิดได้ นั่นคือเขาต้องมาจากพิภพอื่นเท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าเทพจิ่วอิงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มันรีบถามต่อด้วยความกระวน
กระวายใจว่า ” เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร เจ้ามีกุญแจใช่หรือไม่? ข้าต้องการไป
พิภพเทพสงคราม เจ้าพาข้าไปเดี๋ยวนี้! ”
ดูเหมือนว่ามันจะเอาแต่ใจไม่น้อย
อู่ อวี้ เองก็ต้องการไปที่พิภพเทพสงครามเช่นกัน เขาจะต้องไปดูให้แน่ใจว่า
สามารถกลับมาได้หรือไม่ เมื่อกลับมาได้เขาจะน าพาคนอื่น ๆ ไปด้วย แต่เขา
ยังคงครุ่นคิดถึงผลกระทบจากเทพปีศาจเหล่านี้ด้วย เป็นเพราะพวกมันล้วน
มีพลังอันยิ่งใหญ่ ผู้ใดจะไปรู้ว่าเมื่อมันไปอยู่พิภพอื่นแล้ว มันจะไม่อาละวาด
จนที่แห่งนั้นพังพินาศย่อยยับ ฉะนั้นหนทางที่ดีที่สุดของเขาคือการฉกหิน
ปีศาจบรรพกาลไว้กับตนเอง
เห็นได้ชัดว่าเทพจิ่วอิงมีอุปนิสัยน่ารังเกียจอย่างมาก มันปิดทางเข้าออกไม่ให้
อู่ อวี้ ไปไหนแล้วบังคับให้เขาพามันไปยังที่พบเทพสงครามโดยเร็วที่สุด
” ข้าท าเช่นนั้นไม่ได้หรอก ไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่าหากเจ้าไปที่นั่นแล้วจะไม่
อาละวาดสร้างความเสียหายให้แก่พิภพเทพสงคราม? เจ้าต้องรับปากกับข้า
ก่อนว่า เจ้าจะไม่เข้ามาแทรกแซง แล้วเจ้าต้องถอยห่างออกไปจากตัวข้า ข้า
ถึงจะยอมเปิดประตูให้ ” อู่ อวี้ ต้องการให้มันอยู่ห่างไปมากกว่านี้ เผื่อเขาจะ
ได้หยิบหินปีศาจบรรพกาลไว้กับตนเองได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตามเทพจิ่วอิงไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหาร เมื่อได้ยินในสิ่งที่เขากล่าว
มันก็มีโทสะขึ้นทันที มันระเบิดเสียงหัวเราะแล้วกล่าวขึ้นด้วยน ้าเสียงเย้ย
หยันว่า ” ฮ่าฮ่าฮ่า อยู่ในการควบคุมของข้าแท้ ๆ ยังคิดมาต่อรองออกค าสั่ง
ข้าอีกงั้นรึ? ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นข้าก็จะฆ่าเจ้าเสียแล้วแย่งชิงกุญแจ
มา ”
เทพจิ่วอิงช่างจิตใจโหดเหี้ยมยิ่งนัก มันคิดสังหารเขาแล้วแย่งชิงกุญแจ ดู
เหมือนเขาจะเล่นลูกไม้กับเทพปีศาจตนนี้ไม่ได้ง่าย ๆ เมื่อประเมินจาก
สถานการณ์ตอนนี้ ภายใต้จิตสังหารที่แผ่มาอย่างท่วมท้น เป็นไปไม่ได้เลยที่
จะครอบครองหินปีศาจบรรพกาล อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังคิดว่าเขาไม่มีทาง
หลบหนีจากที่นี่ได้ ทันใดนั้นเขาก็หันหลังกลับ ผสานร่างกับเมฆาตลบฟ้าขั้น
ที่ 2 แล้วกระโดดพลิกตลบตีลังกาออกไปจากที่นี่ทันที ต่อให้เทพจิ่วอิงจะปิด
หนทางหลบหนี แต่ อู่ อวี้ ก็สามารถฝ่าออกมาได้ บัดนี้เขาได้มาปรากฏอยู่ใน
โลกภายนอกที่สว่างไสวแล้ว
อีกฝ่ายไม่คิดว่า อู่ อวี้ จะสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของตนเองได้ หลังจาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็กระโดดตีลังกาหลบหนีออกห่างจากมันอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อู อวี้ ยังได้ยินเสียงค ารามอย่างน่าสะพรึงกลัวของเทพจิ่วอิงดัง
ไล่หลังมาอย่างต่อเนื่อง
” จับมัน! ผู้ใดสามารถจับมันได้ ผู้นั้นจะได้รับรางวัลจากข้า! ”
” พวกเจ้าทุกตัวออกไปไล่ล่ามันเดี๋ยวนี้! ”
เพียงชั่วอึดใจปีศาจทุกตนก็กระจายตัวไล่ล่า อู่ อวี้ ซึ่งดูวุ่นวายอลหม่านเสีย
ยิ่งกว่าตอนที่เขาไปบุกรังของราชินีปีศาจกุหลาบเสียอีก ดูเหมือนเพียงไม่
นานเทพจิ่วอิงก็สร้างความปั่นป่วนอลหม่านให้แก่พิภพปีศาจบรรพกาลเสีย
แล้ว
“ เทพปีศาจไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับจักรพรรดิโบราณ ”
อู่ อวี้ ไม่แน่ใจว่าตนเองจะสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือจักรพรรดิโบราณ ไป
ต่อหน้าต่อตาได้เช่นนี้หรือไม่
แน่นอนว่าจักรพรรดิโบราณนั้นคุ้นเคยกับเมฆาตลบฟ้า ซึ่งแตกต่างจากเทพจิ่
วอิง ดังนั้นเขาจึงหลบหนีมาได้อย่างราบรื่น แต่ครั้งต่อไปคงจะไม่ราบรื่น
ง่ายดายเช่นนี้อีก
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทั้งราชินีปีศาจกุหลาบหรือเทพจิ่วอิง ต่างเก็บซ่อน
หินปีศาจบรรพกาลไว้อย่างแน่นอน จึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะครอบครองมันได้
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะยังเหลือหินปีศาจบรรพ
กาลอีกหกก้อน
พอหลบหนีเทพจิ่วอิงมาได้ อู่ อวี้ ก็สงบใจลง
เขาก าลังคิดกับตนเองว่าสมควรฉกฉวยหินปีศาจบรรพกาล จากพวกมันมา
หรือไม่
” อันที่จริงพิภพปีศาจบรรพกาลนั้นอยู่ใกล้กับชมพูทวีปโลกธาตุมากเกินไป
หากมีพิภพอื่นให้เลือกก็อยากจะไปส ารวจตรวจสอบเช่นกัน แต่เป็นเพราะ
ฝีมือของเราตอนนี้ยังห่างไกลจากเซียนอมตะมากโข ถ้าหากฝีมือของเรา
เหนือกว่านี้อีกสักหน่อย อาจต่อสู้ท้าทายกับเทพปีศาจก็ได้ แต่ถ้าไม่พบเจอ
กับฝ่ายตรงข้ามที่เหนือกว่า การจะกลายเป็นเซียนอมตะก็จะยากมากขึ้น ”
นี่เป็นปัญหาใหญ่ส าหรับ อู่ อวี้ เพราะเขาสามารถเผชิญหน้ากับผู้มีฝีมืออยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 และ 10 ได้แล้ว ซึ่งถ้าหากเขาไม่มีคู่
ต่อสู้ที่เท่าเทียมล่ะมันจะเป็นเช่นไร? เพราะในการยกระดับพลังฝีมือ จะต้อง
อาศัยการขัดเกลาฝึกฝนระหว่างการต่อสู้เป็นส่วนส าคัญ
ดังนั้นเขาคิดว่ามันน่าจะดีกว่า ถ้าเขาสามารถเดินทางไปยังพิภพเหล่านี้ได้
——————-