กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1167: ปักษาน้อย
อู่ อวี้ ประเมินว่าในอีกไม่ช้าพิภพปีศาจบรรพกาลแห่งนี้ จะต้องวุ่นวาย
ปั่นป่วนเพราะเทพปีศาจทั้งสอง
อย่างไรก็ตามเขาหาได้ใส่ใจไม่
ส่วนเรื่องส าคัญอย่างกุญแจที่จะน าพาไปสู่พิภพอื่นได้นั้น อู่ อวี้ เชื่อว่าพวก
มันทั้งสองจะไม่บอกใครอย่างแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ต้องการให้ศัตรูคู่แข่งรู้ว่า พวกมันจะไปยังพิภพอื่น
เพราะไม่อยากให้ติดตามไปด้วย
เท่ากับว่าบนฝั่งแผ่นดิน ยามนี้มีเพียงแค่เทพปีศาจตั๊กแตนกับปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตเท่านั้น ที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ อู่ อวี้
และพวกมันยังมีหินปีศาจบรรพกาล
หลังจากที่ อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของทุก
คน เขาคงต้องบอกว่าหินปีศาจบรรพกาลมีความจ าเป็นอย่างมาก
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ ‘ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต’
หลังจากได้เรียนรู้ประสบการณ์จากครั้งที่ผ่าน ๆ มา เขาก็รู้ว่าครั้งนี้จะต้อง
ระมัดระวังให้มากขึ้น และควรลงมือแบบรวดเดียวจบ ดังนั้นก่อนที่เขามั่นใจ
มากพอ เขาจะไม่เข้าใกล้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตเด็ดขาด เพราะจะท าให้มัน
รู้ตัว
ตอนนี้เขามุ่งหน้าไปทางทิศอาคเนย์ ซึ่งเป็นต าแหน่งของสมุทรโลหิตแลปีศาจ
วิหคนับล้าน ๆ ตัวก าลังบินฉวัดเฉวียนไปมาอยู่บนท้องเวหา
ว่ากันว่ายอดเขาที่นั่น มีลักษณะเสมือนดั่งเสาหินซึ่งมีความสูงชันเป็นอย่าง
มาก ลึกลงไปภายใต้เสาหิน มีวิหคปีศาจบินฉวัดเฉวียนไปมาจ านวนนับไม่
ถ้วน โดยบ าเพ็ญเพียรและด าเนินชีวิตไปตามภูผานี้ นับเป็นภูมิประเทศ
รูปแบบพิเศษอย่างแท้จริง อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ
และในต าแหน่งที่พลังฟ้าดินหนาแน่นมากที่สุด คือมหาสมุทรสีแดงโลหิต มัน
คือที่อยู่ของเทพปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
ในบรรดาอาณาเขตและดินแดนของเทพปีศาจทั้ง 4 บนบก ว่ากันว่าปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตครอบครองดินแดนใหญ่ที่สุด แน่นอนว่ามันคือเทพปีศาจที่
โหดเหี้ยม ดุร้ายมากที่สุดอีกด้วย
ซึ่งเวลานี้ช่วงเวลาแห่งการฆ่าเพิ่งผ่านพ้นไป ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใดคงประสบความ
สูญเสียอย่างรุนแรง และมีปีศาจไม่กี่ตัวที่สามารถอยู่รอดได้
ยิ่ง อู่ อวี้ อยู่ใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็พบว่าจ านวนของปีศาจวิหคที่บิน
ฉวัดเฉวียนมีมากยิ่งขึ้น มีอินทรียักษ์ที่กรีดร้องออกมาเป็นสายอัสนี ,
กระเรียนเซียนเต็มไปด้วยปราณเซียน , ไก่ฟ้ายักษ์ , บินถลาไปมา วิหคเพลิง
ที่ทั่วทั้งร่างลุกท่วมไปด้วยอัคคี บินทะยานด้วยความเร็วสูงลิ่ว จนมองไม่เห็น
แม้กระทั่งเงาร่างวิหคของมัน
แล้วพวกมันมักจะอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ แล้วนี่ก็คือสาเหตุที่ท าให้จ านวนของ
สิ่งมีชีวิตลดลงเป็นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาแห่งการฆ่ากว่าเก้าในสิบส่วน
อู่ อวี้ ซ่อนตัวอยู่ในป่าเบื้องล่าง ซึ่งเป็นต าแหน่งที่หาได้ยากอย่างยิ่ง เขาคิด
ว่าบางทีอาณาเขตของสัตว์อสูรและเทือกเขาเสียดเมฆาคงจะวุ่นวายกันยก
ใหญ่ แต่ที่นี่ก็ยังคงสงบเงียบอยู่
อู่ อวี้ จับวิหคปีศาจที่บินไปบินมาอยู่เป็นจ านวนมาก โดยใช้เวทย์อสูร
วิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า เพื่อจะได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
หาจุดอ่อนรับมือกับมัน เพื่อจะได้ครอบครองหินปีศาจบรรพกาลอย่าง
ปลอดภัย
ยิ่งเข้าใกล้สมุทรโลหิตมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้นเท่านั้น
เขารู้ข้อมูลของปีศาจปักษาสมุทรโลหิตเพียงเล็กน้อย มันคือจอมเผด็จการ
เช่นเดียวกับ ‘ปีศาจแดง’ ที่ชอบการเข่นฆ่าเหล่าปีศาจ หลงใหลในรสชาติ
โลหิต พวกมันชอบสังหารและลิ้มรสชาติโลหิตของเหยื่อ นับว่าโหดเหี้ยม
อ ามหิตเป็นอย่างยิ่ง นี่คือสาเหตุว่าท าไมมหาสมุทรแห่งนี้ถึงกลายเป็นสีโลหิต
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ปีศาจวิหคไม่สามารถมีชีวิตรอดในทะเลได้ ฉะนั้น
มหาสมุทรโลหิตเป็นเสมือนดั่งที่เก็บอาหารของมัน
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต มีอุปนิสัยโหดเหี้ยมใจร้อน แต่มันก็ยังมีนิสัยหนึ่งที่
แฝงเร้นอยู่ อู่ อวี้ จะได้ยินมาว่ามันรักบุตรชายของตนเองมาก
โดยสายโลหิตระดับสูงของมัน การมีบุตรหลานสืบสายโลหิตเดียวกันถือเป็น
เรื่องที่ยากเย็นยิ่ง จะมีลูกหลานสืบทายาทสายโลหิตสูงเช่นนี้ ฉะนั้นมันจึงรัก
และห่วงแหนบุตรคนนี้เป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ไม่มีคู่ครองหรือสหายเผ่าพันธุ์เดียวกัน
ดังนั้นจึงไม่สามารถถือก าเนิดสายโลหิตบริสุทธิ์ขึ้นมาได้ ดังนั้นโอกาสที่มันจะ
มีลูกมาได้สักคนหนึ่งเป็นอะไรที่ต ่ามาก แต่เมื่อมันประสบความส าเร็จมันจึง
ทะนุถนอมโอบอุ้มบุตรชายผู้นี้เช่นดั่งไข่ในหิน
ส าหรับบุตรชายคนนี้แล้วส าคัญยิ่งกว่าชีวิตมันเสียอีก หากผู้ใดมาท าให้
บุตรชายของมันขุ่นแค้นเคืองโกรธไม่พอใจมันจะฆ่าทิ้งทันที นับตั้งแต่
บุตรชายของมันถือก าเนิดจวบจนปัจจุบัน ปีศาจที่ท าให้บุตรชายของมันไม่
พอใจต้องตกตายไปนับสิบล้านตน
ฉะนั้นปีศาจในพิภพปีศาจบรรพกาลไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใด เมื่อได้ยินนาม
ของ ‘ปักษาน้อย’ สีหน้าของพวกมันจะเปลี่ยนไปทันที
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับปักษาน้อยเพิ่มเติม ก็พบว่ามัน
ถือเป็นตัวซวยอย่างแท้จริง ทุกที่ที่มันไปจะท าให้เกิดความปั่นป่วนหวาดกลัว
ไปทั่วทุกหัวระแหง โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพลังฝีมือของมันอยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 ผ่านพ้นทัณฑ์สวรรค์ทั้ง 3 หากไม่ใช่เพราะมัน
หวาดกลัวมหาภัยพิบัติแห่งปีศาจ มันคงกลายเป็นเทพปีศาจไปแล้ว อันที่จริง
ในระหว่างการรับทัณฑ์สวรรค์ทั้ง 3 ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตเป็นผู้ที่คอย
ช่วยเหลือมันมาตลอด แต่การเผชิญหน้ากับมหาภัยพิบัติแห่งปีศาจ ปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตไม่อาจช่วยเหลือได้ ดังนั้นกว่าที่มันจะกลายเป็นเทพปีศาจ
คงต้องใช้เวลาหลายร้อยปี
ถึงกระนั้นหากมันไม่สามารถท าได้จริง ๆ ก็ยังมีปีศาจอีกหลายตนที่ต้องการ
เป็นเทพปีศาจ มีปีศาจมากมายต้องเซ่นสังเวยตกตายไปในมหาภัยพิบัติแห่ง
ปีศาจนี้
ถึงกระนั้นปักษาน้อยก็ถือเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งอยู่ภายใต้ปีกอัน
ยิ่งใหญ่ของเทพปีศาจ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าข่มเหงรังแกหรือยั่วยุมัน ทั้ง
ยังพยายามเว้นระยะห่างกับมันให้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้ อีกทั้งช่วงเวลาแห่ง
การฆ่าในครั้งนี้ยาวนานเกินไป จนมันต้องพยายามอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด
ว่ากันว่าหลังจากช่วงเวลาแห่งการฆ่าจบสิ้นลง ปักษาน้อยก็อดใจไม่ไหวและ
รีบร้อนออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นทันที
จากข้อมูลที่เหล่าปีศาจได้บอกมา ปักษาน้อยตนนี้ก็มีอุปนิสัยเหมือนเด็กที่ถูก
พ่อแม่ตามใจ ทั้งยังมีลักษณะนิสัยคล้ายคลึงกับบิดาของมัน ที่สามารถฆ่า
คนโดยตาไม่กะพริบตา
หลังจากที่ อู่ อวี้ ตระเวนตรวจสอบดูใกล้ ๆ และได้ยินว่าปักษาน้อยไม่ได้เข้า
มาใกล้บริเวณนี้ เขาจึงตัดสินใจ
” ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากต าแหน่งของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ถ้าจะจับตัวปักษา
น้อยเป็นตัวประกัน เพื่อใช้มันเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนกับหินปีศาจบรรพ
กาลน่าจะไม่มีปัญหา ”
หลังจากพยายามสอบถามและครุ่นคิดแผนการอย่างละเอียด เขาก็พบว่าวิธี
นี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด
มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะประสบผลส าเร็จ
“ เจ้าไม่กลัวว่าจะไปท าให้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตโกรธจนคลุ้มคลั่งบ้างเลย
หรือ แล้วถ้าเกิดมันอยากฆ่าเจ้าขึ้นมา เจ้าจะท าเยี่ยงไร? ” หมิงซวงกล่าว
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ข้าแค่สร้างกับดักจับปักษาน้อยเท่านั้น ไม่ได้คิดจะไป
เผชิญหน้ากับมันเสียหน่อย มั่นใจได้ วิธีนี้จะท าให้มันยอมจ าจน จนมอบหิน
ปีศาจบรรพกาลให้แก่เรา นอกจากนี้มันก็ยังไม่ได้เห็นตัวข้าอีกด้วย ”
เนื่องจากว่าเขามีร่างอวตารนอกวิถีอยู่มากมาย เขาอาจจะปล่อยให้ร่าง
อวตารไปส่งข้อความแทน อู่ อวี้ ร่างต้นก็ย่อมได้
ดังนั้นกุญแจส าคัญในยามนี้ ก็คือค้นหาปักษาน้อยแล้วจับตัวมันมาเป็นตัว
ประกัน
” เจ้าแน่ใจหรือว่าจะสามารถรับมือกับเจ้าปักษาน้อยตัวนี้ได้? เจ้าอย่าลืมว่า
มันมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 ตัวตนของมัน
เทียบเท่ากับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชมพูทวีปโลกธาตุเลยนะ ซึ่งน่าจะพอ ๆ กับ
หวงจุน ” หมิงซวงกล่าว
” ถ้าอยู่ในระดับหวงจุนก็คงไม่น่าจะเป็นไปได้ ทั้งความสามารถและความ
แข็งแกร่งของนางเป็นอะไรที่น่าทึ่ง ข้าคิดว่าปักษาน้อยน่าจะมีฝีมือพอ ๆ กับ
จอมจักรพรรดิหมิงไห่ ฯลฯ อย่างไรก็ตามลองดูสักหน่อยก็ไม่ได้เสียหาย ”
ไม่เพียงแต่เขาจะไม่รู้สึกกังวลเท่านั้น แต่โลหิตภายในกายยังสูบฉีดเดือด
พล่าน เพราะในที่สุดเขาก็จะได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียมกัน
ความจริงแล้วการค้นหาปักษาน้อยไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด เพราะทุกที่ที่มัน
ไปจะเกิดความปั่นป่วนโกลาหลพังพินาศราบคาบพนาสูร ปีศาจในพื้นที่ต่าง
ต้องกระเจิดกระเจิงหนีหายกันไป ทั้งยังสามารถได้ยินเสียงอันแสนเย่อหยิ่ง
ของมันดังก้องกังวานไปไกลหลายพันลี้ อู่ อวี้ พยายามมุ่งไปยังทิศทางที่
ปีศาจที่ก าลังหลบหนีกันกระเจิดกระเจิง ยิ่งท าให้เขามั่นใจว่าปักษาน้อยอยู่ที่
ใด
ไม่นานนัก เขาก็พบว่าท้องนภาเบื้องหน้าของเขา เต็มไปด้วยละอองโลหิต
หนาสาดกระจายไปทั่ว
มีเสียงกรีดร้องคร ่าครวญโหยหวนของเหล่าปีศาจ และยังมีเสียงของการ
หลบหนีขนาดใหญ่ อู่ อวี้ ติดตามไปยังทิศทางที่มีเสียงกรีดร้องและละออง
โลหิต สถานที่ดังกล่าวเป็นหุบเหวลึก เมื่อมองที่หน้าผาก็พบว่ามีถ ้าอยู่
มากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปีศาจจ านวนมากพักอาศัยอยู่ที่นี่ หลังจาก
ช่วงเวลาแห่งความสงบกลับมา พวกมันก็มารวมตัวกันอีกครั้ง และดูเหมือน
จะเป็นปีศาจขนาดใหญ่ เป็นอีกาเพลิงสามตา ดูจากจ านวนของมันแล้วมัน
อยู่กันเป็นฝูงใหญ่มากทีเดียว คาดว่าน่าจะมีอีกหลายร้อยตัวที่มองไม่เห็น
ก าลังหลบหนีกระเจิดกระเจิงกันไป
อย่างไรก็ตามในกลุ่มของพวกมันมีปีศาจอสูรขนาดใหญ่หลายตัว ก าลังโกรธ
แค้นอย่างที่สุด ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ละอองโลหิตฟุ้ง
กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ พื้นที่ขนาดใหญ่ก าลังถูกปกคลุมไปด้วยโลหิตอันแดง
ฉาน ดูมืดฟ้ามัวดินเฉกเช่นมหาสมุทรโลหิตก็ไม่ปาน
ในบรรดาปีศาจเหล่านั้น มีปีศาจตัวหนึ่งโดดเด่นเป็นที่สุด ปักษาขนาดใหญ่
ตอนนี้มีขนสีแดงโลหิตปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ทั้งยังมีปีก 2 คู่ คู่หนึ่งใหญ่ คู่หนึ่ง
เล็ก รูปโฉมของมันดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาของมันเป็นสีแดงโลหิต เปี่ยม
ไปด้วยความกระหายเลือด การที่มันมีดวงตาสีแดงโลหิตนี้ หาใช่ว่ามันยัง
ไม่ได้หลุดพ้นจากช่วงเวลาแห่งการฆ่า แต่นี่เป็นสีดวงตาของมันจริง ๆ หรือ
จะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือวิหคตนนี้มีดวงตาและทั่วทั้งร่างเป็นสีโลหิต มันก าลัง
ไล่ล่าฆ่าสังหาร ‘วิหคบัญญัติเพลิง’ อย่างสนุกมือ กรงเล็บอันแหลมคมของ
ฉีกกระชากร่างของวิหคตนนั้นทันที และใช้กรงเล็บหยิบจับร่างไร้วิญญาณ
แล้วมาบีบเค้นโลหิตออกมาจากร่างกายของซากศพใส่ปากเพื่อดื่มกิน
หลังจากนั้นก็ขว้างซากศพทิ้งไป
ยามนี้วิหคบัญญัติเพลิงมีชะตากรรมที่น่าอเนจอนาถยิ่ง แม้ว่าพวกมันจะเคย
ให้สัตย์สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อปีศาจปักษาสมุทรโลหิตแล้วก็ตาม ดู
เหมือนสิ่งเหล่านั้นหาใช่เรื่องส าคัญแต่อย่างใด ปักษาน้อยกับพรรคพวกหา
ได้ใส่ใจกับเรื่องพรรค์นั้น ในสายตาของพวกมันมีวิหคบัญญัติเพลิงเป็นเพียง
แค่เหยื่ออันโอชะของเท่านั้น
แล้วปีศาจตัวเดียวที่ก าลังดื่มกินโลหิตของพวกมัน ก็คือปักษาน้อย มันคือไอ้
เด็กนรกอย่างแท้จริง ส่วนพรรคพวกตนอื่น ๆ ของมันก็จับซากศพที่พวกมันได้
สังหารจนสิ้นใจ โยนให้ปักษาน้อย ดื่มกลิ่นโลหิตอย่างสมใจ พร้อมกับตะโกน
ขึ้นว่า ” ช่วงเวลาแห่งการฆ่ามันช่างน่าเบื่อเสียจริง ๆ ท าให้ข้านั้นอดอยาก
ปากแห้งไม่ได้ลิ้มรสคาวโลหิตสดใหม่มานานแล้ว ก่อนช่วงเวลาแห่งการฆ่า
จะมาถึง ไอ้พวกวิหคบัญญัติเพลิงเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของข้าเลย ”
” นายน้อยโปรดดื่มด ่ากับโลหิตวิหคบัญญัติเพลิงเหล่านี้ไปก่อนเพื่อดับ
กระหาย มาคราวนี้ ต้องให้นายน้อยกินและดื่มอย่างหน าใจ ข้าได้ยินมาว่ายัง
มีปีศาจอสูรอีกกลุ่มหนึ่ง มันมีชื่อเรียกว่า ‘วัวป่า’ ฝูงของพวกมันมีกันอยู่หลาย
พันตัว นับเป็นแหล่งโลหิตชั้นยอดมีโลหิตให้ดื่มด ่ามากมาย เพียงแค่ท่านวาง
กับดักจับพวกมันรับรองว่าพวกมันไม่สามารถหนีรอดไปไหนได้ ”
ผู้ที่คร่าชีวิตของอีกาเพลิงสามตาก็คือ นกอินทรีทมิฬขนาดใหญ่ที่มีกรงเล็บ
แหลมคมประดุจศาตราเต๋า
ส่วนอีกตัวเป็นวิหคสีม่วง มีรูปร่างคล้ายกับหงส์เพลิง ซึ่งดูงดงามเป็นอย่าง
มาก แต่เห็นได้ชัดว่ามันหาใช่สัตว์สวรรค์ เพราะนี่คือปีศาจเพศเมีย มันกล่าว
ขึ้นว่า ” นายน้อยอย่าได้สนใจเจ้าพวกวัวป่าเลย ถึงแม้จะมีโลหิตมากมายให้
ดื่มกิน แต่ข้ารู้สึกว่ามันมีกลิ่นฉุนเกินไป ข้ารู้สึกว่าทางทิศใต้จะมีกลุ่มของ
‘กระเรียนเมฆา’ รวมตัวกันอยู่ แถมรสชาติของมันยังโอชะยิ่งกว่าวัวป่ามาก
นัก ถึงแม้จะมีแค่ 300 ตน แต่ทั้งหมดล้วนเป็นของชั้นเลิศแทบทั้งสิ้น ”
เพื่อเอาใจไอ้เด็กนรกปักษาน้อย ปีศาจทั้งสองจึงเริ่มโต้เถียงชิงดีชิงเด่นกัน
และกัน พวกมันเชื่อว่าหลังจากช่วงเวลาแห่งการฆ่าผ่านพ้นไป เจ้าปักษา
น้อยจะต้องตระเวนหาความสนุกกลืนกินสังหารเหล่าปีศาจ ตอบสนองจิตใจ
อ ามหิตของมัน โดยที่ปักษาน้อยไม่ต้องพูดสิ่งใด เพียงแค่สนุกสนานรื่นเริงไป
กับมันเท่านั้น โดยปล่อยให้เหล่าปีศาจใต้อาณัติคาดเดาความคิดของมันไป
สิ่งที่พวกมันทั้งสองโต้แย้งกัน ก็เพื่อปรนเปรอความสุขให้แก่ปักษาน้อย เมื่อ
เปรียบเทียบกับความทุกข์ยากและความสิ้นหวัง ที่วิหคบัญญัติเพลิงต้อง
ประสบพบเจอ ท าให้ อู่ อวี้ ตระหนักถึงค ากล่าวที่ว่า ‘ฝึกฝนบ าเพ็ญตนคือวิถี
แห่งการปล้นชิง มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่าง
แท้จริง’
เมื่อเทียบกับโลกปีศาจบรรพกาลแห่งนี้ เห็นได้ชัดว่าชมพูทวีปโลกธาตุมี
กฎระเบียบมากกว่าเป็นไหน ๆ ในฐานะบุตรชายของจักรพรรดิเจ้าผู้ครอง
ดินแดน ปักษาน้อยจึงสังหารผู้ใดหน้าไหนก็ได้ โดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าติดใจเอา
ความกับมัน
แต่น่าเสียดายที่ปีศาจจิตใจโหดเหี้ยมอ ามหิตอย่างมัน ต้องมาพานพบกับ อู่
อวี้ เพราะเขาจะไม่ปรานีมันแน่
ขณะที่พวกมันยังจมอยู่ในโลกของตนเอง อู่ อวี้ ก็กลายเป็นเซียนวานรทองค า
จากนั้นก็ใช้เทียมฟ้าจรดดินขยายร่างใหญ่โตถึงขีดสุด สาเหตุที่เขาท าเช่นนี้
เพราะต้องการท าให้มันคิดว่าเขาเป็นปีศาจลิง หาใช่ตัวตนที่พวกมันรู้จัก
” เจ้า ต้องการสู้กับข้าเช่นนั้นหรือ? ” ปักษาน้อยกลืนกินซากศพเข้าไปในปาก
พร้อมแสยะยิ้มแล้วเหลือบมอง อู่ อวี้
จากนั้นเหล่าสมุนชั่วช้า ก็ระเบิดเสียงหัวเราะในความโง่เขลาของ อู่ อวี้
———————-