กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1168: มังกรคู่สะบั้นเซียน
อันที่จริงแล้ว ฝีมือของปักษาน้อยนับว่าไม่ธรรมดาเลย
หลังจากผ่านคืนวันอันยาวนาน มันได้ประสบพบพักตร์กับเรื่องราวต่าง ๆ
มากมาย
ตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ บิดาของมันได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทางลัดทุกอย่างให้
แกมัน มันต้องประฝีมือพบเจอกับปีศาจ ‘ผู้รักคุณธรรม’ จ านวนถ้วนไม่ถ้วน
ยิ่งปีศาจตนใดอ่อนแอ ก็ยิ่งถูกมันทรมานมากเท่านั้น
หากผู้ใดห้าวหาญยื่นเข้ามาช่วยเหลือเฉกเช่นดัง ‘วีรบุรุษ’ คนเหล่านั้นล้วนมี
จุดจบที่น่าสังเวชทั้งสิ้น
และถึงแม้ว่ามันจะมีฝีมือสูงส่งแต่มักใช้ไปในทางที่ผิด การกระท าของ
บุตรชายปักษาสมุทรโลหิต เป็นเพียงแค่เรื่องเหลวไหลไร้สาระแทบทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ชื่อเสียงอันเน่าเฟะโสมมในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา เลื่องลือเกี่ยวกับ
ความอ ามหิตของมัน ซึ่งเวลานี้มันไม่ได้อยู่บนเขา แต่ลงมาลิ้มรสชาติอาหาร
อันโอชะ ส่วนพวกวีรบุรุษที่เข้ามาแส่หาเรื่อง ส าหรับมันแล้วคนพวกนี้เป็นแค่
เพียงคนโง่เขลา
ฉะนั้นการปรากฏตัวของ อู่ อวี้ จึงท าให้มันประหลาดใจเป็นอย่างมาก อันที่
จริงมันไม่ได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับการบดขยี้ ‘วีรบุรุษ’ ผู้โง่เขลามานาน
แล้ว
เมื่อเห็นว่าปีศาจน้อยมีความสุข ปีศาจตนอื่น ๆ ก็มีความสุขเช่นกัน
ปักษาน้อยกล่าวว่า ” เจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการกับข้างั้นหรือ ช่วงหลัง ๆ นี้ มี
พวกโง่เขลาเบาปัญญาน้อยเกินไป ข้าไม่ได้พบเจอคนเช่นเจ้ามานานนับร้อย
ปีแล้ว นับเป็นวันดีจริง ๆ เร็วสิ รีบเข้ามาดิ้นพล่าน ๆ จนกว่าจะตาย ไม่งั้นมัน
ก็ไม่สนุกน่ะสิ ”
ปักษาน้อยยิ้มอย่างสบายใจไร้กังวล อันที่จริงมันเองก็เบื่อที่จะมานั่งสนใจกับ
วิหคบัญญัติเพลิงอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้มันจึงเปลี่ยนความสนใจมาที่ตัวของ อู่
อวี้ กวาดตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วกล่าวว่า ” ข้าอยากรู้นักว่า
เจ้ามาจากที่ไหน ท าไมถึงได้โง่ขนาดนี้ ญาติโกโหติกาของเจ้าไม่ได้สั่งสอน
บอกกล่าวบ้างเลยหรือไร ว่าในดินแดนแห่งนี้ยังมีบางคนที่ไม่สามารถกวนบา
ทาใส่ได้ ”
เมื่อเห็นว่าปักษาน้อยหมดความสนใจกับวิหคบัญญัติเพลิง เหล่าลูกสมุนของ
มันก็เกียจคร้านเกินกว่าจะมาสนใจเช่นกัน พวกมันทั้งหมดบินมาอยู่ด้านหลัง
ของปักษาน้อย เมื่อสบโอกาส วิหคบัญญัติเพลิงก็รีบบินหนีไปคนละทิศคน
ละทางทันที
แต่พวกมันก็ไม่คิดว่าปักษาน้อยจะเอ่ยค ากล่าวนี้ขึ้นมา ” อย่า ได้คิดวิ่งหนี ถ้า
พวกเจ้าขยับแม้แต่เพียงก้าว ข้าจะไปฆ่าล้างโคตรเผ่าพันธุ์วิหคบัญญัติเพลิง
อย่าลืมซะล่ะข้ารู้ว่ารังของพวกเจ้าอยู่ที่ใด”
เมื่อได้ยินดังนั้นวิหคบัญญัติเพลิงก็หยุดชะงักทันที แต่ละตัวมีสีหน้าสลดหมด
หวัง ร ่าไห้ร้องขอความเมตตาอย่างน่าเวทนา จนพวกมันไม่มีเวลาที่จะมานั่ง
สนใจ อู่ อวี้ เลย บางทีมันอาจจะคิดว่าการปรากฏตัวของเขา เป็นเรื่องที่ไร้
ประโยชน์
วิหคบัญญัติเพลิงบางส่วนที่หลบหนีไปได้ ต่างกลับมารวมตัวกันในต าแหน่ง
ที่ห่างไกลออกไป โดยไม่กล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว หลังจากนั้นปักษาน้อยก็
มองไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าวขึ้นด้วยน ้าเสียงขบขันว่า ” เจ้าวานรเอ๋ย เจ้ายังไม่ได้
ตอบข้าเลยว่าปีศาจวานรโง่เขลาเช่นนี้ทุกตนเลยใช่หรือไม่? ”
เนื่องจากรังของปีศาจปักษาทะเลโลหิต อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงป้องกัน ด้วยการถอนออกไปให้ไกลกว่านี้เล็กน้อย
เขายิ้มแล้วพูดว่า ” ขออภัยที่เสียมารยาท ก่อนหน้านี้ข้าเห็นไม่ค่อยชัดว่าท่าน
คือปักษาน้อยผู้โด่งดัง ถ้าฉะนั้นข้าขออ าลา”
หลังจากนั้นเขาก็ถอยออกไปทันที
สีหน้าของปักษาน้อยเปลี่ยนไปในทันที
บังอาจมายั่วยุมัน แล้วคิดจะหนีเช่นนั้นหรือ?
ส าหรับมันแล้ว คิดว่าในโลกนี้ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียงกับมันได้ นอกเสีย
จากเทพปีศาจ
อู่ อวี้ หลบหนีออกมาอย่างรวดเร็ว ทางด้านปักษาน้อยก็รีบไล่ตามเขามา
ทันที
เหล่าสมุนของมันก็ติดตามมาด้วย
” ปักษาน้อยได้โปรดยกเว้นข้าด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่รู้ว่าเป็นท่านจริง ๆ”
ระหว่างที่ถอยหนี อู่ อวี้ ก็ร้องขอความเมตตาไปด้วย แน่นอนว่าทุกอย่างที่เขา
พูดหรือกระท าล้วนเป็นการแสดงทั้งสิ้น เขาแค่ต้องการดึงมันออกมาจาก
ต าแหน่งดังกล่าวเท่านั้น
เดิมทีปักษาน้อยก็มั่นอกมั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว ว่าสามารถเอาชนะ อู่ อวี้ ได้
อย่างแน่นอน แต่มันก็ไม่คิดว่าเขาจะรวดเร็วว่องไวถึงเพียงนี้ เขาเคลื่อนตัว
ผ่านป่าทึบด้วยระดับความเร็วที่น่าเหลือเชื่อยิ่ง ขณะที่ปักษาน้อยจนเกือบถึง
ตัวเขา เขาก็ฉีกตัวห่างหลุดจากเงื้อมมือของมันไปได้อยู่ร ่าไป
“ มันสายเกินไปแล้ว เจ้ากล้าดียังไงถึงได้มาขัดขวางความส าราญของข้า จุด
จบของเจ้ามีเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือความตาย ”
ปักษาน้อยยังคงยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าเริ่มห่างออกจากจุดสุ่มเสี่ยงมาพอประมาณแล้ว เขาจึงผ่อน
ความเร็วลงเพื่อให้ปักษาน้อยไล่ตามได้ทัน เมื่อประมาณจากความเร็วในการ
เคลื่อนตัวของฝ่ายตรงข้าม อู่ อวี้ สามารถบอกได้เลยว่ามันผู้นี้จะต้องเป็น
ศัตรูที่ตึงมือที่สุดเท่าที่เคยต่อสู้มาอย่างแน่นอน เมื่อเทียบความสามารถของ
มันกับคนยักษ์ทองค าในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแล้ว ปักษาน้อยผู้นี้ยัง
แข็งแกร่งกว่าระดับหนึ่ง อู่ อวี้ คาดการณ์ว่ามันน่าจะมีความแข็งแกร่งพอ ๆ
กับจอมจักรพรรดิหมิงไห่!
” หยุดเดี๋ยวนี้! ”
ปักษาน้อยพุ่งเข้ามาสกัดกั้นตรงเบื้องหน้าเขา
” ความเร็วของเจ้าถือว่าไม่เลวเลย ช่างน่าสนุกจริง ๆ ว่าแต่เจ้าอยากตาย
แบบไหนล่ะ? ”
ในความคิดของปักษาน้อยมันสามารถจับตัว อู่ อวี้ ได้อย่างง่ายดาย
เหล่าลูกสมุนที่อยู่ด้านหลัง ล้วนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 ซึ่งก าลังค่อย ๆ ไล่ตามมาทัน
” โอ้ เจ้าโง่นี่หนีมาได้ไกลเหมือนกันนะเนี่ย ”
” นับว่ามันมีความเร็วไม่เลวเลยทีเดียว แต่ถ้าไม่ใช่เพราะปักษาน้อยจงใจ
หยอกล้อกับเขา ป่านนี้เขาคงถูกสังหารตกตายไปแล้ว ”
” ก็อย่างว่าแหละ ทุกวันนี้คนโง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้ หายากยิ่งกว่างมเข็ม
ในมหาสมุทรเสียอีก ”
ครั้งนี้พวกมันเฝ้าจับตา อู่ อวี้ เขม็ง ตัวหนึ่งแยกออกไปทางทิศตะวันออก
เฉียงใต้ ส่วนอีกตัวหนึ่งแยกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ป้องกันไม่ให้เขา
หลบหนี
ปักษาน้อยจ้องเขม็งมาที่ อู่ อวี้ ดวงตาสีแดงโลหิต เฝ้ารอค าตอบจากปาก
เขา
อู่ อวี้ อยู่ในชัยภูมิที่ไม่เลวเลยทีเดียว ทันใดนั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะแล้ว
กล่าวว่า ” ฮ่ะ ๆ ๆ ข้าไม่ชอบคิดวิธีตายให้มันยุ่งยากเกินไป ข้าชอบอะไรที่
เรียบง่าย เช่นการสังหารเจ้าจนสูญสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน รับรองว่าต่อให้
เป็นบิดาของเจ้า ก็ไม่สามารถพบเจอเส้นขนของเจ้าได้สักเส้นเดียว ”
การที่อยู่ ๆ อู่ อวี้ โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนหน้านี้ ก็ดึงดูดความสนใจ
มากพอแล้ว แต่เมื่อเจอประโยคที่เขากล่าวออกมายิ่งท าให้พวกมันทุกตัวตก
ตะลึงเข้าไปอีก จากนั้นพวกมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะ จนแทบจะลงไปกองกับ
พื้นกันเลยทีเดียว
” เจ้านี่มันโง่เขลาอย่างไร้ที่ติ สงสัยเพราะสมองของเจ้าคงได้รับการ
กระทบกระเทือนจากช่วงเวลาแห่งการฆ่า ถึงได้โง่เขลาขนาดนี้ ”
” ถ้าบอกว่า ข้าเป็นบิดาที่พัดพรากจากกันมานานแสนนาน เจ้าคิดว่ามันจะ
เชื่อไหม? ” อินทรีตัวด ากล่าว
ปีศาจอีกตัวพูดว่า ” ต่อให้มีสายพันธุ์ที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว แต่คนโง่ ๆ
แบบมัน อาจจะเชื่อก็ได้ ฮ่า ๆ … ”
ท่าทางของพวกมันเชื่อเหลือเกินว่า อู่ อวี้ เป็นคนเขลาเบาปัญญาจริง ๆ แต่
พวกมันไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะจับจ้องมาที่พวกมันแล้วกล่าวขึ้นเบา ๆ ว่า ”
เช่นเดียวกับพวกเจ้าหลานชาย เดี๋ยวข้าจะช่วยส่งกลับบ้านเก่าให้เอง ”
เขากล่าวด้วยน ้าเสียงราบเรียบ
ค าพูดนี้ท าให้พวกมันตระหนักว่า อู่ อวี้ หาใช่คนโง่เขลาเบาปัญญาไม่ แต่
เป็นแผนการ ที่ตั้งใจยั่วยุพวกมันออกมา
” ข้าไม่ได้ยินผิดไปใช่ไหม? ” อินทรีสีด าตกตะลึงตัวแข็งค้าง
” เจ้าได้ยินถูกแล้ว! ไอ้สุนัขตัวเมีย แกมันรนหาที่จริง ๆ พวกเจ้าถอยไปซะ ข้า
จะจัดการมัน ” ปักษาน้อยกล่าวด้วยน ้าเสียงเคร่งขรึม ราวกับภูเขาไฟที่พร้อม
ปะทุ
มันใช้ดวงเนตรสีโลหิตจับจ้องมายัง อู่ อวี้ จากนั้นมันก็กระพือปีก ปลดปล่อย
ละอองโลหิตแพร่กระจายไปทั่วทุกแห่งหน ดูเหมือนว่ามันจะลงมือด้วยความ
โกรธเกรี้ยวแล้วจริง ๆ ด้วยเหตุนี้เหล่าลูกสมุนของมันจึงถอยห่างออกไป เพื่อ
หลบเลี่ยงจากรัศมีของละอองโลหิต
“ ดูเหมือนว่านายน้อยจะมีโทสะจริง ๆ แล้ว ถึงขนาดลงมือสังหาร โดยไม่เล่น
สนุกเลยงั้นหรือ? ”
“ ไม่น่าจะใช่ ยิ่งมันผู้นั้นท าให้น้อยโกรธมากเท่าไหร่ เขาจะทรมานมันอย่าง
ช้า ๆ จนกว่ามันจะอ้อนวอนร้องขอความเมตตา ถึงจะลงมือสังหาร ดูเหมือน
เจ้าโง่นี้จะมีฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว น่าจะท าให้พวกเราหายเบื่อได้สักพัก ”
ระหว่างที่มันก าลังพูดคุยกันอยู่ ทันใดนั้นมันก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่
เมื่อเริ่มลงมือ อู่ อวี้ ก็แสดงเครื่องราชทั้ง 4 ของตนกลับคืนสู่รูปลักษณ์ดั้งเดิม
ทั้งรองเท้ามังกรภพดาราที่เป็นประกายประดุจธารดารา เสื้อคลุมมังกร
ทองค าศักดิ์สิทธิ์ก็เปลี่ยนเป็นเกราะทองค าครอบคลุมไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
ส่วนมงกุฎมังกรห้าสี ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมวกเกราะห่อหุ้มส่วนศีรษะไว้
ส่งผลให้บัดนี้ รูปลักษณ์ของเขาดูประดุจดังเทพสงครามก็มิปาน
เพื่อเอาชนะปักษาน้อย จ าต้องปลดปล่อยอ านาจออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งยัง
ต้องลงมือโดยเร็วที่สุด และในมือของ อู่ อวี้ ก็ปรากฏตราประทับมังกรเหยียน
หวง ขึ้นนอกจากนี้ยังมี ‘เสาสวรรค์ชมพูทวีป’ อีกด้วย
เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว ยังมีช่องว่างอาณาจักรฝึกตนถึง 9 ขั้นอยู่
” นี่คืออันใดกัน? ศาสตราเต๋าวิถีแท้เช่นนั้นรึ? เหตุใดถึงมีวงเวทย์ประทับ
มากมายถึงเพียงนั้น? ”
” ชายผู้นี้มีศาสตราเต๋าล ้าค่ามากมายเช่นนี้ได้อย่างไร! ผู้ที่มีศาสตราเต๋า
เช่นนี้ในพิภพของเรา ต้องเป็นเทพปีศาจทั้งยังมีแค่บางตัวเท่านั้น ที่สืบต่อกัน
มาจากรุ่นสู่รุ่นนับตั้งแต่บรรพกาล! ”
” อย่าปล่อยให้มันหลบหนีไปได้อย่างเด็ดขาด เอาสมบัติจากตัวมันมาให้หมด
หากเอาไปให้องค์ราชา ท่านจะต้องพึงพอใจมากอย่างแน่นอน! ”
เมื่อเห็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาปรากฏอยู่ตรงหน้ามากมายเช่นนี้ ท าให้
พวกมันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะปักษาน้อยดวงตาของมันเปล่งประกายเป็นอย่างยิ่ง!
มันไม่คาดคิดว่าชายที่มันติดตามมาราวกับเป็นเหยื่อ จะมีสมบัติล ้าค่า
มากมายถึงเพียงนี้ เมื่อเห็นสมบัติล ้าค่าอยู่ตรงหน้าท่าทีของมันก็เริ่มจริงจัง
ขึ้น
ตอนนี้ทั้งสองก าลังจ้องตากันและกัน
” คุกอเวจีโลหิต! ”
ทันใดนั้นเองปักษาน้อยก็ไม่ได้พูดพร ่าท าเพลงอีกต่อ จากนั้นก็ปลดปล่อย
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ออกมาทันที
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ลงมือได้เร็วกว่ามันมาก
” เคล็ดสะบั้นจิต! ”
ช่วงเวลาที่สายตาของทั้งสองปะทะกัน อู่ อวี้ ก็ใช้ออกด้วยเคล็ดแปรเปลี่ยน
จิตเทวะ หรือ เคล็ดสะบั้นจิต ที่เขาเพิ่งบ่มเพาะมาในครั้งล่าสุด โจมตีเข้าใส่
ศัตรูทันที ปักษาน้อยก าลังจะปลดปล่อยแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของตน ยังไม่
ทันได้คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ตูมมม!
เคล็ดสะบั้นจิต เป็นเฉกเช่นดั่งค้อนขนาดใหญ่ พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็ว
ราวกับสายฟ้าฟาด อัดกระแทกเข้าใส่ศีรษะของมัน จนร่างของมันม้วนกลิ้ง
ไป 7 – 8 ตลบ แม้แต่แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ก็ยังถูกหักล้างจากการโจมตีของ
อู่ อวี้
อู่ อวี้ รู้ว่าเขาฝ่ายตรงข้ามต้องประมาทฝีมือของตนเองแน่
การที่ฝ่ายตรงข้ามดูถูกพลังฝีมือของเขา ถือเป็นโอกาสชั้นเยี่ยม ดังนั้น อู่ อวี้
จึงใช้ประโยชน์จากจังหวะนี้ เปิดฉากโจมตีเข้าฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว คว้า
กุมความได้เปรียบควบคุมให้ผู้ต่อสู้เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของตนเอง
ชั่วพริบตาที่ฝ่ายตรงข้ามก าลังประมาทตนเอง เขาก็ปลดปล่อยการโจมตีเข้า
ไป ต่อจากนั้นเขาก็โถมจู่โจมเข้าใส่โดยไม่ปล่อยให้มันหายใจ
และการโจมตีนั้นก็คือ เคล็ดสะบั้นวิญญาณ!
ปักษาน้อยกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสน โทสะของมันพวย
พุ่งขึ้นไปถึงสวรรค์
แล้วในชั่วขณะนั้นเอง อู่ อวี้ ก็คว้ากุมความได้เปรียบนี้ไว้ ลงมือโจมตีอย่าง
ต่อเนื่อง ตราประทับมังกรเหยียนหวงในมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การหมุนวนท างานของวงเวทย์ ทันใดนั้นก็บังเกิดเสียงมังกรค ารามดัง
สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกแห่งหน ตราประทับมังกรเหยียนหวงพุ่งทะยานขึ้น
สู่ฟากฟ้า จากนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดมหึมา เมื่อเทียบกับร่างของ
ปักษาน้อยแล้ว ตราประทับมังกรเหยียนหวงในตอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าหลาย
ร้อยเท่า แล้วทันใดนั้นมันก็ประทับลงมาสู่เบื้องล่าง บนตราประทับมังกรสลัก
ไว้ด้วยอักษร 2 ค าว่า ‘เหยียนหวง’ เปล่งประกายแสงสว่างสดใส แล้วใน
ฉับพลันมันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นมังกรเทวะสองตน!
มังกรอัคคีผลาญเทวะ , มังกรหวงหมื่นภูผา
” เวทมังกรคู่มหาบรรพกาลสะบั้นเซียน! ”
อู่ อวี้ เพิ่งเคยใช้กระบวนท่านี้ต่อสู้กับศัตรูเป็นครั้งแรก
หากวงเวทย์นี้ปรากฏขึ้นในเขตแดนเหยียนหวง คาดว่าอ านาจท าลายล้าง
ของมันคงมากกว่านี้นับ 10 เท่า
เมื่อวงเวทย์สังหารจ านวนเกือบล้านวงของตราประทับมังกรเหยียนหวงเปิด
ใช้งาน ก็บังเกิดเป็นพลังอ านาจที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ชั่วขณะปักษา
น้อยเพิ่งเรียกฟื้นคืนสติกลับมาได้จากการโจมตีของเคล็ดสะบั้นจิตเข้าไป
มังกรเทวะทั้ง 2 และ ตราประทับมังกรเหยียนหวงขนาดมหึมา ก็ประทับลงสู่
เบื้องล่างทันที!
” อัสนีโลหิตนิรันดร์! ”
ด้วยวิกฤติอันตรายที่บังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ปักษาน้อยรีบใช้ออกด้วยพลัง
อิทธิฤทธิ์ สะบัดขนนกบนร่างของตนเอง บังเกิดเป็นสายอัสนีโลหิตจ านวนนับ
ไม่ถ้วน ภายใต้การซ้อนทับของสายอัสนี มันได้ก่อรูปกลายเป็นวิหคขนาด
มหึมา ห่อหุ้มปกคลุมร่างของปักษาน้อยไว้ภายใน เป็นชั่วขณะเดียวกับที่ตรา
ประทับมังกรเหยียนหวง ใกล้จะระเบิดอ านาจประทับลงมาสู่เบื้องล่างอย่าง
เต็มก าลัง มันจึงคิดต้านรับการโจมตีนี้เอาไว้ แล้วค่อยจัดการกับ อู่ อวี้ ใน
ภายหลัง!
” เขตแดนเทวะนภา! ”
แน่นอนว่ามันไม่ทราบเลยว่า ชั่วขณะที่ตนเองปลดปล่อยแก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ อัสนีโลหิตนิรันดร์ ออกไปยังเต็มก าลัง ร่างกลืนสวรรค์ได้ปรากฏขึ้น
ข้างกายของ อู่ อวี้ พร้อมกับเจดีย์นภาในมือ แล้วทันใดนั้นเอง ภายใต้ เวท
มังกรคู่มหาบรรพกาลสะบั้นเซียน ของตราประทับมังกรเหยียนหวง เขตแดน
เทวะนภาก็ระเบิดปลดปล่อยอ านาจออกไปถึงขีดสุด
เขตแดนเทวะนภา สามารถกดดันฝ่ายตรงข้ามด้วยแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล
ท าให้ศัตรูเคลื่อนได้อย่างยากล าบาก ขณะที่ปักษาน้อยก าลังบินทะยานอยู่
กลางอากาศ พร้อมกับตราประทับมังกรเหยียนหวง ซึ่งมีขนาดใหญ่โต
เทียบเท่าได้กับขุนเขาไท่ซาน ที่พุ่งตรงมาสู่เบื้องล่าง ราวกับจะบดขยี้โลกา
ด้วยสถานการณ์ในยามนี้ ดูเหมือนว่าอัสนีนิรันดร์ของปักษาน้อยจะสามารถ
ป้องกันเวทมังกรคู่มหาบรรพกาลสะบั้นเซียนเอาไว้ แรงดึงดูดอันมหาศาลก็
กระชากตัวมันลงมายังพื้นดินทันที แต่เมื่อเขตแดนเทวะถูกกางออก น ้าหนัก
ของตราประทับมังกรเหยียนหวงกับร่างของปักษาน้อยก็ทวีเพิ่มขึ้นหลายเท่า
จนมันไม่ทันได้ตอบสนองแม้แต่น้อย!
—————–