กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 117 : ศึกแหงศักดิ์ศรี!
เหล่าสาวกมากด้วยพรสวรรค์ของ นิกายกระบี่
สวรรค์ ผู้ออกมาประฝีมือกับ เจียง จุนหลิน ล้วน
ถูกมันสยบอย่างราบคาบจนน่าอัปยศ ส่งผลให้
สถานการณ์ในยามนี้ร้อนระอุ ราวกับคลื่นพายุ
ขนาดใหญ่กำลังก่อตัวอยู่
ในเวลานี้ อู่ อวี้ คืออาวุธแห่งการแก้แค้นของพวก
เขา!
ในที่สุด คลื่นยักษ์ก็ถึงคราวปะทุ!
อู่ อวี้ และ เจียง จุนหลิน คนทั้งสองนี้ ต่างมี
คุณสมบัติธาตุทองกับไฟเช่นเดียวกัน การต่อสู้ห้ำ
หั่นกันในครั้งนี้ ดูราวกับมีลูกเหล็ก 2 ลูก ซึ่งกำลัง
ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงสีทอง ปลดปล่อย
อุณหภูมิอันร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะกัน!
การปะทะกันแต่ละครั้ง ทำให้ทั่วทั้งสนามประลอง
เซียนไท่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
“ฆ่ามานนนน!”
ในเวลานี้ อารมณ์ของเหล่าศิษย์ภายในนิกายกระบี่
สวรรค์หลายร้อยคน เดือดดาลพุ่งพล่านถึงขีดสุด
พวกเขาต่างแผดเสียงร้องคำรามดังสะเทือนเลื่อน
ลั่น ราวกับพายุที่ม้วนกวาดผ่านไปทั่วทั้งนิกาย ก่อ
เกิดเป็นแรงสะกดข่มอันมหาศาล กดทับลงมาบน
ร่างของ เจียง จุนหลิน
ในเวลานี้ราวกับว่า อู่ อวี้ และ เหล่าสาวกภายใน
นิกายกระบี่สวรรค์ได้ผสานหลอมรวมเป็นหนึ่ง
เขาตระหนักถึงหน้าที่ของตนเองดี
ในวันนี้ ไม่ใช่การต่อสู้ของตัวเขาเพียงผู้เดียว
เท่านั้น แต่มันยังรวมถึงเกียรติยศ และ ศักดิ์ศรี
ของเหล่าสาวกทุกผู้คนที่อยู่ภายใน นิกายกระบี่
สวรรค์ อีกด้วย ทั้งยังรวมถึงศักดิ์ศรีของผู้ที่เคย
ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ คนผู้นั้นคือท่านอาจารย์ เฟิง
ซัวหยา นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของเขาเพียงลำพัง แต่มัน
เป็นสงครามแห่งศักดิ์ศรี!
ขณะนี้ อู่ อวี้ ค้นพบว่าโลหิตในกายของตน ไม่เคย
เดือดพล่านเช่นนี้มาก่อน นี่คือความรู้สึกแห่ง
เกียรติยศ และ ศักดิ์ศรี ที่ไม่อาจถูกหยามหมิ่นได้
ถึงแม้เขาจะเข้ามาอยู่ภายในนิกายกระบี่สวรรค์ได้
เพียงไม่นานนัก แต่นี่คือวาสนาของเขา เขามี
โอกาสได้ถือกำเนิดใหม่ ด้วยความเมตตาที่ได้รับ
เขาจะจดจำมันไปตราบจนชั่วชีวิต!
ในเวลานี้ เกียรติยศของนิกายกระบี่สวรรค์ ถือเป็น
สิ่งสำคัญยิ่งสำหรับเขา
การประลองต่อสู้ในครั้งนี้มันทำให้เขารู้สึกเดือด
พล่านกระหายอยากได้ชัยชนะจาก เจียง จุนหลิน
ยิ่งกว่าครั้งก่อนเป็นไหนๆ!
” อู่ อวี้ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ 30 เม็ด ข้าจะ
ทำให้มันกลายเป็นบทเรียนแก่เจ้าไปอีก 10 ปี!”
เจดีย์แห่งแสง กำลังลอยอยู่ภายในมือของ เจียง
จุนหลิน บัดนี้มันได้บินทะยานพุ่งขึ้นไปบนท้อง
นภา ปล่อยอำนาจสะกดข่มอยู่เหนือศีรษะของ อู่
อวี้
ตูมมม!
เจดีย์แห่งแสง ปลดปล่อยอำนาจแห่งแสงจนพุ่ง
ทะยานสูงขึ้นไปนับหมื่นจั้ง รัศมีของมันช่าง
ตระการตาเจิดจ้าอย่างถึงที่สุด
สำหรับ อู่ อวี้ ในยามนี้ เขารู้สึกของราวกับว่าได้
ถูกเขาไท่ซานกดทับลงมาบนศีรษะ!
เมื่อถูกสะกดข่มด้วยพลังอำนาจมหาศาลเช่นนี้ ทำ
ให้ อู่ อวี้ พบว่าการปลดปล่อยพลังจากเคล็ดวิชา
เต๋าของเขานั้น ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
มือ เท้า และ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวได้อย่าง
ยากลำบาก ราวกับว่ากำลังติดอยู่ภายในโคลนตม
“ตายซะ!”
เจียง จุนหลิน ได้ใช้เคล็ดวิชา และ กระบวนท่าซึ่ง
เคยใช้จัดการกับ ซู หยานหลี่ กับ อู่ อวี้ แทบจะ
ทั้งหมด เมื่อเจดีย์แห่งแสงได้ปลดปล่อยอำนาจ
สะกดข่มลงมา มันก็ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาเต๋า
‘ประกาศิตตะวัน’ หลอมรวมพลังอำนาจ พร้อมกับ
ใช้ออกด้วยกระบวนท่า สุริยันแผดเผา บอลเพลิง
ในมือของมันมีขนาดมากกว่า 6 ฉื่อ ส่องแสงสว่าง
เจิดจ้าราวกับดวงตะวันอันร้อนแรง ปรากฏอยู่
เบื้องหน้าของ เจียง จุนหลิน ชั่วพริบตานั้น มันก็
ปลดปล่อยบอลเพลิงนี้ออกไป แสงสว่างเจิดจ้าดั่ง
ดวงตะวันได้พุ่งอัดกระแทกเข้าไปหา อู่ อวี้ ราวกับ
กระสุนปืนใหญ่!
พื้นที่โดยรอบถูกแผดเผาไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อน
ระอุ
ในยามนี้ อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ซ้ำ
รอยเดิม ที่ได้เกิดกับ ซู หยานหลี่ ก่อนหน้านี้
ซู หยานหลี่ มีศาสตราเต๋า ซึ่งใช้ต้านรับอำนาจ
สะกดข่มจากเจดีย์แห่งแสง แต่ อู่ อวี้ ไม่มี ดังนั้น
ทุกคนจึงไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า อู่ อวี้ จะรับมือกับ
สถานการณ์นี้เช่นใด
แน่นอนว่ามันได้ส่งผล ต่อจิตใจของเหล่าศิษย์จน
เกิดความตึงเครียด และ วิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
“ห้ามแพ้เด็ดขาด! ”
“หากพ่ายแพ้ นิกายกระบี่สวรรค์ ของเราก็ไม่รู้จะ
เอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนอีกแล้ว … ”
สีหน้าของเหล่าศิษย์ในเวลานี้ สะท้อนให้เห็นเปลว
เพลิงแห่งความโกรธแค้นอันลุกโชน
ตูมมม!
อู่ อวี้ ตอบโต้!
การกระทำของเขาช่างน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องจากเหล่าฝูงชน เขาไม่ได้
ผลกระทบจากเคล็ดวิชาเต๋า ‘ประกาศิตตะวัน’
แม้แต่น้อย อู่ อวี้ ทะยานร่างขึ้นไปบนท้องนภา จับ
พลองพิชิตมารไว้ด้วยมือทั้งสองข้างแน่น พร้อม
กับลงอย่างรุนแรง!
สี่มังกรพันเสา!
พลองพิชิตมารในมือของเขา ปลดปล่อยกลิ่นอาย
แห่งความโกรธเกรี้ยว เทพมังกรเพลิง 4 ตัวคดพัน
เป็นเกลียวหมุนวนอยู่รอบพลอง ทันใดนั้นขุมพลัง
อันยิ่งใหญ่มหาศาลก็ระเบิดพวยพุ่งออกมาอย่างไร้
สิ้นสุดออกมา!
ปัง!
ฉับพลัน พลองพิชิตมารก็ฟาดอัดกระแทกเข้าใส่
เจดีย์แห่งแสง
ตูม!!!
เกิดเสียงดังสนั่นสะเทือนเลือนลั่นขึ้นจาก เจดีย์
แห่งแสง ด้วยพลังอำนาจมหาศาลจากกายเนื้อ
ควบคู่ไปกับพลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่า
กันของ อู่ อวี้ ได้ถูกปลดปล่อยไปพร้อมกับการ
โจมตีนี้ ฟาดอัดกระแทกจน เจดีย์แห่งแสง ปลิว
กระเด็นลอยละล่องออกไป พุ่งตรงลงไปยังเบื้อง
ล่างสนามประลองเซียนไท่ ท่ามกลางพลังอำนาจ
อันมหาศาล ถึงแม้ เจียง จุนหลิน จะใช้วิชา
ควบคุมทำให้มันกลับคืนสู่สภาพเดิม ก็ไม่ใช่เรื่อง
ง่ายเลยแม้แต่น้อย!
ช่วงนี้วิกฤตแห่งความเป็นตายเยี่ยงนี้ เขาไม่อาจ
ถอยได้!
ในตอนนั้นเอง เจียง จุนหลิน ก็หัวเราะขึ้น เมื่อเห็น
เช่นนั้น เหล่าศิษย์ภายในนิกายกระบี่สวรรค์ ก็
แสดงสีหน้าน่าเกลียดมาก
เพราะถึงแม้ในตอนนี้ อู่ อวี้ จะสามารถจัดการพลัง
อำนาจสะกดข่มจากเจดีย์แห่งแสงลงได้ แต่เคล็ด
วิชาเต๋า ‘ประกาศิตดวงตะวัน’ ก็กระแทกเข้าใส่ อู่
อวี้ จนกลืนกินร่างกายของเขาที่ลอยเคว้งอยู่กลาง
อากาศเข้าไปในแสงตะวันอันเจิดจ้า
ร่างของ อู่ อวี้ ถูกแสงตะวันกลืนกินหายไป
ท่ามกลางสายตาจากฝูงชน ถ้าเปลี่ยนเป็นศิษย์คน
อื่น ๆ แล้วละก็ คาดว่าในเวลานี้คงได้สลาย
กลายเป็นผุยผงไปแล้ว!
“ท่านอาจารย์!”
ซู หยานหลี่ หวาดวิตกกังวลยิ่งกว่าเหล่าศิษย์ทุก
คน
ไม่ใช่ว่า อู่ อวี้ จะตกตายไปแล้วหรือ…
ในเวลานั้น เจียง จุนหลิน กำลังแสดงท่าทางเย้ย
หยันอย่างภาคภูมิใจ สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยน
เป็นน่าเกลียดมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางสุริยันแผดเผา
ทันใดนั้นเองก็มีร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมา รางที่พุ่ง
ทะยานออกมานั้น ดูราวกับอุกกาบาตที่ล่วงตกอัด
กระแทกสู่พื้นดิน!
ตูมมม!
อุกกาบาตที่พุ่งลงมาจากท้องนภานั้น แท้จริงแล้ว
คือ อู่ อวี้!
ดังคำกล่าวที่ว่า ถึงแม้จะใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาเต๋า
เดียวกัน แต่หากใช้กับศัตรูที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่
ออกมาก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน ครั้งหนึ่ง
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เคยใช้เคล็ดวิชาเต๋า ‘มังกร
เพลิงคะนอง’ แต่ก็ถูก อู่ อวี้ ต้านรับเอาไว้ได้ ใน
วันนี้เคล็ดวิชา ‘ประกาศิตตะวัน’ ของเจียง จุน
หลิน ก็ถูกต้านรับไว้ได้เช่นเดียวกัน!
เพราะ อู่ อวี้ ผ่านการฝึกฝนกายาเพชรอมตะ และ
วัชระแก่นแท้ธรรมสูตร ทั้งภายใน และ ภายนอก
เปรียบดังเพชรอมตะซึ่งถูกหล่อหลอมจากเพลิง
สวรรค์ ทำให้สิ่งที่เขาไม่เคยหวั่นเกรงในโลกหล้านี้
ก็คือ การถูกเปลวเพลิงแผดเผา ดังนั้นด้วยพลัง
อำนาจของเคล็ดวิชานี้ เจียง จุนหลิน จึงแทบจะ
ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ อู่ อวี้ ได้
แม้แต่น้อย
หากเป็นเคล็ดวิชาธาตุประเภทอื่นแล้วละก็ มันอาจ
สร้างความยากลำบากให้ อู่ อวี้ ได้ก็เป็นได้
นี่คือเหตุผลที่ อู่ อวี้ กล้าที่จะประจันหน้ากับเคล็ด
วิชาเต๋าของฝั่ายตรงข้ามโดยตรง!
การปรากฏตัวของ อู่ อวี้ ทำให้สถานการณ์ของ
เจียง จุนหลิน ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ขึ้นอย่างฉับพลัน!
เขาไม่มีเวลา แม้แต่จะเตรียมพร้อมรับการโจมตี
อู่ อวี้ ที่เปรียบดั่งลูกอุกกาบาต ได้พุ่งทะลวงลง
มายังพื้นปฐพี พร้อมกับส่งเสียงดังกระหึ่มกึกก้อง
ไปทั่ว!
พลองพิชิตมารลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง
ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน ทันใดนั้นร่างของ อู่
อวี้ ก็เปล่งแสงสีทองประกายเจิดจ้า เฉกเช่นดั่ง
เทพเจ้าสงครามผู้ไร้พ่าย!
“เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา!”
ในยามนี้ อู่ อวี้ กำลังให้เหล่าฝูงชนทั้งหลายต่างตก
ตะลึง กับภาพที่ได้เห็น!
ขณะ อู่ อวี้ ที่ติดอยู่ด้านล่างพื้นปฐพี เวลาส่วน
ใหญ่ของเขาหมดไปกับการฝึกฝนเคล็ดวิชา
‘กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด’ แต่ก็มีบางทีที่การ
ฝึกฝนได้มาถึงจุดตีบตันจนไม่สามารถคืบหน้า
ต่อไปได้ อู่ อวี้ จึงได้เปลี่ยนมาฝึกฝน ‘เคล็ดวิชาเก้า
มังกรพันเสา’ แทนเพื่อเป็นการคั่นเวลา
เนื่องจากพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขา นั้นมีมากเพียงพอ
แล้ว เขาจึงสามารถปรับตัว ให้เข้ากับเคล็ดวิชา
เต๋าได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าการฝึกฝนบ่มเพาะ
วิชาของเขา ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจ
สำหรับระยะเวลาที่ อู่ อวี้ ใช้ในการฝึกฝนเคล็ด
วิชาเต๋าอย่าง เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา กล่าวได้
ว่ารวดเร็วจนน่าสะพรึงกลัว หากนำมา
เปรียบเทียบ กับ ซือตู๋ หมิงหลาง ที่ใช้ระยะเวลา 1
ปี ในการฝึกฝนเคล็ดวิชาเต๋า ถือว่าเร็วกว่ามาก
ในยามนี้ พลองพิชิตมาร ของเขาเรียกได้ว่าบรรลุ
เข้าสู่ขั้นสมบูรณ์ เพราะบัดนี้มังกรเพลิงทั้งเก้าตัว
ได้ขดพันอยู่รอบพลอง พร้อมกับ แผดเสียงร้อง
คำรามออกมาด้วยความโกธรเกรี้ยว เสียงนั้นดัง
กึกก้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์ และ ปฐพี
มังกรทั้ง 9 ได้ปลดปล่อยพลังอำนาจอันกว้างใหญ่
ไพศาล!
“โฮกกกก!!!”
พลังอำนาจของ เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา นั้น
แข็งแกร่งอย่างแท้จริง แม้แต่เหล่าสาวกก็ไม่อาจ
สะกดข่มอารมณ์ ความตื่นตะลึงเอาไว้ได้ ในยามนี้
พวกเขากำลังตกอยู่ในความแตกตื่นอย่างที่สุด
มันช่างน่าเกรงขามอย่างยิ่ง!
ในยามนี้มังกรทั้งเก้า ได้ผนึกพลังรวมเป็นหนึ่ง นี่
คือพลังที่แท้จริงของ เคล็ดวิชาประตูสู่วิถีแห่งเต๋า
อย่างน้อยๆพลังของมันย่อมมีมากกว่ามังกร 4 ตัว
ถึง 2 เท่า!
มังกรทั้ง 9 ทะยานลงมาจากฟากฟั้าโดยไม่คาดฝัน
ในเวลานี้ มันกำลังมุ่งหน้าดิ่งลงมาจากด้านบน
ศีรษะของ เจียง จุนหลิน!
ก่อนหน้านี้ เจียง จุนหลิน เปรียบเสมือนว่าวที่
เหนือลม เป็นผู้ซึ่งกุมความได้เปรียบ แต่ผ่านไป
เพียงแค่ชั่วพริบตา เขาก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์
ความเป็น และ ความตายที่ไม่อาจคาดเดาได้
“อู่ อวี้!”
ในยามนี้สีหน้าของ เจียง จุนหลิน ที่ซีดเผือดจาก
การถูกสะกดข่ม ก็แปรเปเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นอย่าง
ฉับพลัน ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างของเขาก็แปร
เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เพียงชั่วพริบตาร่างของ
มันก็กลายเป็นลูกบอลทรงกลมสีทองกลิ้งอยู่
ด้านหน้าของ อู่ อวี้ ซึ่งลูกทรงกลมนี้มันช่าง
แข็งแกร่งอย่างมาก เหมือนดั่งที่ ซู หยานหลี่ ได้
เคยกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าเปรียบเช่นดัง
กระดองเต่า ซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทานอย่างยิ่ง
นี่คือความสามารถของ รากฐานเซียน ที่มันได้รับ
ความสามารถของกายาทองคำมหาตะวัน!
ฟึบ ฟิวววว!
ลูกบอลทรงกลมทองคำที่อยู่ตรงหน้านี้ มันก็คือร่าง
ของ เจียง จุนหลิน ฉับพลันมันก็หมุนกลิ้งอย่างบ้า
คลั่ง ความเร็วของมันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา
เปล่า ฉับพลันลูกบอลทรงกลมสีทองก็ส่องแสง
สว่างเจิดจ้าขึ้น ลำแสงนั้นแผ่กระจายไปยังพื้นที่
โดยรอบ ทันทีที่ลำแสงสัมผัสพื้นผิววัตถุ ไม่ว่าสิ่ง
นั้นจะเป็นก้อนหิน หรือ ต้นไม้ สิ่งเหล่านั้นก็สูญ
สลายกลายเป็นผุยผงลงไปในชั่วพริบตา!
ตูมมม!
เมื่อมันอัดกระแทกเข้ากับ เคล็ดวิชาเก้ามังกรพัน
เสา จึงบังเกิดเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น!
ตู้มมมม!
ทุกคนได้เห็นภาพนี้ด้วยสองตาของตนเอง ว่าร่าง
ของ เจียง จุนหลิน ได้แปรเปลี่ยนเป็นลูกทรงกลมสี
ทอง ได้ถูกมังกรทั้ง 9 ตัวของ อู่ อวี้ อัดกระแทกลง
ไปในพื้นดิน ทั่วทั้งลูกทรงกลมนั้นเปรอะเปือนเศษ
ฝุั่นดินโคลน จมลึกลงไปในพื้นพสุธากว่าหนึ่งจั้ง!
” เจียง จุนหลิน แพ้แล้วอย่างนั้นหรือ ?”
นี่คือคำถามที่อยู่ในใจของทุกผู้คน หลังจากพวก
เขาล่วงรู้ว่า เจียง จุนหลิน ได้กลายร่างเป็นรูปทรง
กลมสีทองขนาดใหญ่ ก็เป็นเรื่องยากลำบากที่จะ
จัดการมันลง แต่ถ้าให้กล่าวกันตามความจริงแล้ว
การจะทำลายกระดองเต่านี้ก็ไม่ใช่อะไรที่จะทำ
ไม่ได้
ในยามนี้ลูกทรงกลมขนาดใหญ่ ก็กลิ้งขึ้นมาจาก
พื้นดินด้วยความความเร็วอันบ้าคลั่ง ฉับพลันมันก็
กลายร่างกับมาเป็น เจียง จุน เช่นเดิม เส้นผมของ
มันในเวลานี้ยุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง ใบหน้าของ
มันซีดขาวแทบไร้ซึ่งสีเลือด พร้อมกับแสดงท่าทาง
ไม่ยินยอมเล็กน้อย ถึงสภาพของมันจะเป็นเช่นนี้
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าร่างกายของมันได้รับความ
เสียหาย หรือ บาดเจ็บน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
” เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา ไม่สามารถทำลายลูก
ทรงกลมสีทองได้หรือนี่ ?” อู่ อวี้ รู้สึกตื่นตะลึงกับ
ผลลัพธ์ที่ได้ เนื่องเขาก็ค่อนข้างมั่นใจ ในเคล็ดวิชา
เต๋าของตนเอง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่า จะเกิด
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้มาก่อน
กล่าวได้ว่า การที่สามารถพัฒนา สี่มังกรพันเสา
จนกลายเป็น เก้ามังกรพันเสา ได้นั้น ถือเป็น
ความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของเขาเลยก็ว่าได้
” อู่ อวี้ ถึงตาเจ้าแล้ว ลาโง่อย่างเจ้าคงมีปัญญาแค่
นี้สินะ ช่างน่าสมเพช! ” เจียง จุนหลิน กล่าว
ออกมาด้วยความเย้ยหยัน หลังจากนั้นมันก็ไม่
สามารถสะกดข่ม เสียงหัวเราะได้อีกต่อไป
เนื่องจากมันคิดว่าการโจมตีนี้ เป็นการโจมตีที่
แข็งแกร่งที่สุดของ อู่ อวี้ แล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่
สามารถทลายเกราะปั้องกันของมันเข้ามาได้
ดังนั้นจากมุมมองของมันแล้ว การโจมตีในครั้ง
ต่อไปคือทีของมันบ้าง
ดูเหมือนว่า สมรรถภาพทางด้านกายเนื้อของมันจะ
มีความคล้ายคลึงกันกับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
ถุ้ย!
เจียง จุนหลิน ถ่มน้ำลายออกมา ทันใดนั้น เจดีย์
แห่งแสง ก็ลอยขึ้นมาอยู่ในมือข้างหนึ่งของมัน
ส่วนมืออีกข้างก็ปรากฏบรรทัดทองคำขึ้น
เหล่าสาวกของ นิกายกระบี่สวรรค์ ที่ได้เฝั้าดูการ
ต่อสู้ครั้งนี้ ภายในจิตใจของพวกเขารู้สึกตุ้ม ๆ
ต่อม ๆ เนื่องจากพวกเขาไม่อาจคาดเดาผลแพ้
ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ได้
เจียง จุนหลิน ยังคงยืนหยัดในสนามต่อสู้ เคล็ด
วิชาเต๋าของมันไม่ว่าจะเป็นการโจมตีรุก หรือ รับ
ล้วนช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างยิ่ง ซึ่งหาก
กล่าวกันตามความเสี่ยงโอกาสชนะของมันนั้นถือ
ว่าสูงอย่างยิ่ง
คงต้องมาลองดูกันว่า อู่ อวี้ จะรับมือมันเอาไว้ได้
นานแค่ไหน
ผู้คนส่วนใหญ่ต่างคิดเช่นนั้น
ในตอนนั้นเอง อู่ อวี้ ได้กระทำสิ่งที่ทุกคนไม่เคย
คาดฝันขึ้น ราวกับว่าเขามิได้ตระหนักถึง
สถานการณ์ อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแม้แต่
น้อย เขาได้หันไปกล่าวกับ ซู หยานหลี่ อย่างผ่อน
คลายว่า “ศิษย์พี่ซู ข้าขอหยิบยืมกระบี่ ‘แสงตะวัน
ส่องอำพัน’ ของท่านซักครู่ได้หรือไม่ ?”
ว่ากันว่า หากเป็นศาสตราเต๋าชั้นสูง ที่มีการ
ประทับตราของผู้ใช้เอาไว้แล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ตามจะ
ไม่สามารถใช้งานมันได้ แต่สำหรับศาสตราเต๋า
สามัญ ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดนี้
“ย่อมได้!” ซู หยานหลี่ ไม่ต้องคิดให้มากความ นาง
ส่งศาสตราเต๋าให้กับ อู่ อวี้ ทันที อู่ อวี้ ยื่นมือไป
รับกระบี่ยาวสีทอง พร้อมกับปักพลองพิชิตมารลง
บนพื้น จากนั้นก็หันไปจ้องมอง เจียง จุนหลิน อีก
ครั้ง เขาแสยะยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าวขึ้นว่า “นาน
แล้วที่ข้าไม่ได้จับกระบี่ เจียง จุนหลิน เจ้าถือเป็น
คนแรก ที่ทำให้ข้าต้องกลับมาจับกระบี่ครั้ง”
ความจริงแล้ว มีหลายคนที่ไม่เคยเห็น อู่ อวี้ ใช้
กระบี่
อย่างไรก็ตาม เขาฝึกฝนกระบี่มาตั้งแต่เยาว์วัย
เมื่อกระบี่ยาว ‘แสงตะวันส่องอำพัน’ อยู่ในมือของ
เขา มันก็เปรียบเสมือนดั่งแขนข้างหนึ่งของเขา
“หึ ก็แค่การแสดงปาหี่!” เจียง จุนหลิน ยิ้มเยาะ
อย่างดูถูก
ตัวมันรวดเร็วอย่างมาก แต่บัดนี้ อู่ อวี้ กลับเป็น
ฝั่ายรวดเร็วกว่า!
พลังศักดิ์สิทธิ์หยินหยางจาก มหาเคล็ดวิถีเทียน
เซียน ภายใต้บัญญัติก่อกำเนิดทั้ง 3 จุด ที่ม้วน
กวาดอยู่ภายในยามนี้ เปรียบดั่งกลับกระแสธารา
อันแสนเชี่ยวกราด
ราวกับว่า อู่ อวี้ ได้ย้อนคืนสู่ใต้พื้นปฐพี ภายใน
จิตใจอันบริสุทธิ์มีเพียงกระบี่เท่านั้น
“กระบี่หยินหยางก่อกำเนิด!”
เขาไม่เคยใช้มันจัดการกับศัตรูมาก่อน จึงไม่ทราบ
พลังอำนาจที่แท้จริงของมัน แต่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกมั่นใจ
มาก ว่าเคล็ดวิชาเต๋านี้ จะมีพลังอำนาจทำลายล้าง
เหนือล้ำยิ่งกว่า เคล็ดวิชาเก้ามังกรพันเสา!
มันคือเคล็ดวิชาสังหารอย่างแท้จริง!
“ก่อกำเนิดสวรรค์ และ ปฐพี หยินหยางหลอมรวม
เป็นหนึ่ง กระบี่เจ้าเหนือหัวครองฟั้า!”
นี่คือแก่นแท้แห่งวิชากระบี่เซียน!
เมื่อกระบี่ถูกตวัดฟันกวัดแกว่งออกไป ภายใน
ดวงตาของ เฟิง ซัวหยา ก็ส่องประกายเจิดจ้าขึ้น
เขาจ้องมองไปยังร่างกายของ อู่ อวี้ แลเห็นกลิ่น
อายแห่งวิถีกระบี่ ได้ถูกปลดปล่อยออกมา
กลิ่นอายที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของ อู่
อวี้ นี้มิได้บริสุทธิ์เป็นหนึ่งเดียว แต่มันกลับ
ปลดปล่อยกลิ่นอายอันลึกล้ำพิสดาร ผกผันไร้
สิ้นสุดออกมาแทน!
หนึ่งกระบี่ ถูกแทงออกไป!
หนึ่งคนหนึ่งกระบี่ ทะลวงไปเบื้องหน้าอย่างอาจ
หาญ ไร้อุปสรรคใดกีดขวาง มุ่งตรงเข้าไปหา เจียง
จุนหลิน!
สังหาร!
เจียง จุนหลิน หัวเราะเยาะ จากนั้นร่างของมันก็
แปลเปลี่ยนเป็นบอลทองคำอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับ
หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เพื่อทำลายการโจมตีของ อู่
อวี้ !
ในชั่วพริบตานั้นเอง กระบี่ที่ถูกแทงออกไปด้วย
ทวงท่าแสนธรรมดาสามัญ ท่ามกลางสายตานั้น
ราวกับว่าสรวงสวรรค์ และ ปฐพีได้เปิดออก หยิน
หยางก่อกำเนิด ทุกสรรพสิ่งได้สูญสลายภายใต้วิถี
แห่งกระบี่นี้
ทั่วทั้งรัศมีบริเวณรอบ ๆ ได้โปรดปล่อยปราณ
กระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดออกมา
“หนึ่งกระบี่ทะลวง!”
ภายใต้คมกระบี่ทิ้มทะลวงนั้น ลูกบอลทองคำทรง
กลมไม่ได้รับแรงกระเทือนเลยแม้แต่น้อย กระบี่ได้
แทงทะลุเข้าไปอย่างง่ายดายราวกับแทงทะลุผ่าน
กระดาษ!
“อ๊ากกกกก!”
เจียง จุนหลิน กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
ลูกบอลทองคำแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทุกผู้คน
ต่างเห็นว่า อู่ อวี้ ได้ใช้กระบี่ ‘แสงตะวันส่องอำพัน
‘ แทงเข้าใส่ จุดถางจงของ เจียง จุนหลิน บัดนี้
บัญญัติก่อกำเนิด ของมันได้ถูกเจาะทะลวงแทงเข้า
ไปโดยตรง!
สีหน้าของ เจียง จุนหลิน ในยามนี้กลายเป็นซีด
เผือด เศร้าสลดน่าอดสูอย่างยิ่ง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ