กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1177: ค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียน
” ไปเล่นกันที่อื่นไป ”
เมื่อได้ยินค าพูดดังกล่าวมังกรอื่น ๆ ก็เริ่มแยกย้ายไปท าหน้าที่ของตนเอง
ส่วนเหล่ามังกรน้อยไม่ค่อยเต็มใจจะแยกย้ายสักเท่าไหร่นัก ดูเหมือนพวก
มังกรน้อยจะอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่งว่า อู่ อวี้ เป็นใคร เมื่อลั่วผินเห็นก็
หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
“ ได้ พี่สาวเจ้ามังกร ”
มังกรน้อยพยักหน้าตกลง แต่พอเดินไปได้สองสามก้าวเจ้ามังกรน้อย
ทั้งหลายก็หยุดชะงักแล้วหันหลังกลับมาจ้องเขม็งที่ อู่ อวี้ พวกเขารู้สึกว่าทั้ง
สองมีความสัมพันธ์ที่ผิดปกติ จึงท าให้ภายในหัวใจของมังกรน้อยยิ่งเพิ่ม
ความอยากรู้อยากเห็นยิ่งขึ้น
ภายในวังมังกรสี่สมุทรช่างบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นน ้าทะเลที่อยู่ใต้
เท้าหรือมวลเมฆาที่อยู่เหนือศีรษะ วังบางแห่งตั้งอยู่บนท้องมหาสมุทรอันใส
กริ๊งราวแก้วกระจกส่องประกายวาววับประดุจดั่งอัญมณี บางแห่งก็ตั้งอยู่บน
ก้อนเมฆาราวกับวังสวรรค์ก็ไม่ปาน มังกรบางตนก าลังนอนเล่นอย่างสบาย
อกสบายใจ ไร้ซึ่งความห่วงกังวลเพลิดเพลินดื่มด ่าไปกับความเงียบสงบ
ลั่วผินพาเขาออกจากอาณาเขตวารีไปสู่มวลเมฆาแล้วนางก็เอ่ยถามขึ้นว่า ”
เจ้าคิดเช่นไรบ้างกับสถานที่ที่ข้าถือก าเนิด? ”
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” เรียกว่าสวรรค์บนดินก็ยังไม่มากเกินไป ”
ลั่วผิน ยิ้มแล้วกล่าวต่อ “ เกรงว่าจะเป็นเพียงแค่ลมปากหวานหู ท าให้ข้า
รื่นรมย์จ าเริญใจเพียงเท่านั้น ”
“ หาใช่เช่นนั้นไม่ หากไม่ใช่ดินแดนมหัศจรรย์ จะถือก าเนิดสตรีที่งดงามที่สุด
ในโลกเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ”
แม้ฟังดูจะชวนเลี่ยนจนแทบอ้วก แต่มันก็คือความจริงที่อยู่ในใจของเขา
” ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปชมสถานที่อื่น ๆ ที่ข้าชอบไป ”
วังมังกรสี่สมุทรมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
ส ารวจในทุก ๆ ที่ด้วยเวลาอันสั้น ท่ามกลางมวลเมฆาแลมหาสมุทร ยังมี
สถานที่ยอดเยี่ยมมากมายหลบซ่อนอยู่ บางที่เต็มไปด้วยธารสายรุ้ง มวล
เมฆาบางแห่งมีผลึกแก้วหลากสีระยิบระยับราวกับดวงดารา ที่น่าตื่นตาตื่น
ใจยิ่งกว่านั้นก็คือยังมีถ ้าม่านน ้าตกบางแห่งไหลผ่านเมฆาลงมาอีกด้วย ช่าง
งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ
แต่ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นก็คือไม่ว่า อู่ อวี้ จะไปยังแห่งหนใด ก็จะมีมังกร
จ านวนหนึ่งแอบเฝ้ามองจากระยะไกล ๆ หลังจากนั้นก็พูดซุบซิบนินทาเรื่อง
ของพวกเขาทั้งสองอย่างคึกคักสนุกสนาน นี่ถ้าไม่ติดว่าถูกสั่งห้ามเอาไว้พวก
มันคงเข้ามาใกล้ชิดติดขอบสนามมากกว่านี้
“ อย่าได้อึดอัดไป พวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมังกรเทวะด้วยกัน
มานานนัก ดังนั้นเมื่อเจ้าปรากฏตัวที่นี่พวกเขาจึงอยากรู้อยากเห็นถือเป็น
เรื่องปกติ ” ลั่วผินอธิบาย
อู่ อวี้ ยิ้มอันที่จริงเขาหาได้สนใจเรื่องหยุมหยิมเช่นนี้
” อันที่จริงวังมังกรสี่สมุทรมิได้กว้างใหญ่อันใดมากนัก ใช้เวลาท่องดูเพียงแค่
ครึ่งทิวาก็สามารถไปได้จนทั่ว ”
อู่ อวี้ เริ่มหยอดค าหวานชวนเลี่ยน ” ส าหรับข้าแล้วไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใดหา
ได้ส าคัญ เพียงมีเจ้าอยู่เคียงข้างทุกที่ที่เราอยู่และไปล้วนงดงามเป็นที่สุด ”
เมื่อได้ยินค าชวนเลี่ยนดังกล่าว ลั่วผินก็ถึงกับหน้าแดงก ่าด้วยความเขินอาย
แล้วนางก็ตอบกลับไปว่า ” ช่างฉอเลาะยิ่งนัก เรียนรู้ที่จะป้อยอค าหวาน
มากมาย คงจะฝึกฝนมาอย่างหนักใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ฮ่ะ ๆ ๆ ข้าไม่เคยกล่าวเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน แค่
ไม่ได้พบเจอเจ้าเพียงหนึ่งทิวาก็เสมือนเวลาผันผ่านไปสามวสันต์ ในที่สุดข้าก็
ได้พานพบประสบพักตร์กับเจ้าเสียที เหตุที่ข้ายังคงนิ่งเฉยอยู่เช่นนี้ เพราะข้า
พยายามสกัดกั้นอารมณ์ความถวิลหาเอาไว้ ”
พอกล่าวถึงเรื่องนี้ เขาก็แทบอดใจไม่ไหวที่จะเอื้อมแขนเข้าไปโอบกอดนาง
แต่ด้วยเพราะอยู่ในสถานที่ที่ทุกสายตาจับจ้องเขาจึงไม่อาจท าเช่นนั้นได้
” เจ้าก าลังคิดเหลวไหลอันใด ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะ ” ลั่วผินจ้องมองเขาแล้ว
กล่าวว่า ” เราไปที่ ‘วังเจ้ามังกร’ ของข้ากันเถอะที่นั่นเป็นส่วนตัวและเงียบ
สงบกว่านี้มาก ”
ถึงแม้ว่าเขาจะคิดเรื่องสัปดนลามกอยู่ในหัว แต่การที่นางมองหาที่เงียบสงบ
ลับสายตาไม่มีผู้ใดรบกวน อู่ อวี้ เองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน หรือนางจะ …
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ท าให้เขาอดคิดเถิดไม่ได้
ซึ่งแน่นอนว่าวังเจ้ามังกร จะมีเพียงแค่นางเท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้ อีกทั้ง
ไม่มีผู้ใดเข้าไปหานางโดยพลการได้ เมื่อเหล่ามังกรเห็นว่านางพา อู่ อวี้ เข้า
ไปด้านใน เหล่ามังกรเทวะภายในวังมังกรสี่สมุทรก็เริ่มล้งเล้งพูดคุยกันอย่าง
ดุเดือด
” ท่านปู่! ท่านปู่! มะ มันผู้นั้นเข้าไปด้านในแล้ว! ”
ภายในวังมังกรสี่สมุทร ยังมีพระราชวังอีกแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ มันคือ
สถานที่พ านักของมังกรอาวุโสทั้ง 7 รวมทั้งมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ ซึ่งก าลัง
นั่งเงียบอยู่ในพระราชวังแห่งนี้มานานพอสมควรแล้ว ทันใดนั้นมังกรน้อยทั้ง
สามตัวก็วิ่งเข้ามาจากด้านนอก หนึ่งในนั้นคือมังกรมารเขาโลหิต ทั่วทั้งร่าง
ของมันปกคลุมไปด้วยสีโลหิต มีเขาสีแดงโลหิตแหลมคมเป็นอย่างมาก ส่วน
อีกตัวหนึ่งก็คือมังกรซวิ่นเมเปิ้ลเกล็ดของมันเป็นรูปใบเมเปิ้ล ซึ่งมีความ
งดงามเป็นอย่างยิ่ง และมังกรน้อยอีกตนหนึ่งดูเหมือนจะมีร่างกายเป็นสีชมพู
ดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนั่นก็คือมังกรดอกท้อเหมันต์นั่นเอง มังกรน้อย
ทั้ง 3 ก าลังวิ่งร้องตะโกนเข้ามาด้วยท่าทางแตกตื่น ด้วยเพราะพวกเขายังเด็ก
จึงพากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวโหวกเหวกไปทั่ว
” หนามโลหิต , อวี่เฟิง , เถาเอ๋อ พวกเจ้าทั้งสามเอะอะมะเทิ่งอันใดกัน? ”
มังกรมารเขาโลหิตท าหน้าบึ้งพร้อมดุพวกเด็ก ๆ
เมื่อเห็นมังกรมารเขาโลหิตก าลังต าหนิตนเอง เจ้ามังกรน้อยก็รีบกล่าวว่า ”
ท่านปู่ ท่านพ่อ ข้าเห็นพี่สาวเจ้ามังกรพามนุษย์ผู้นั้นเข้าไปในวังเจ้ามังกร! ดู
เหมือนพวกเขาทั้งสองมีความสุขกันมาก! ”
มังกรดอกท้อเหมันต์ เป็นเด็กหญิงที่มีดวงตาเปล่งประกายได้กล่าวว่า ”
มนุษย์ผู้นั้นดูดี พี่สาวมังกรก็ดูดี พวกเขาทั้งสองชอบพอกันเช่นนั้นหรือ? แต่
ท่านลุงหลงจวินก็ชอบพอพี่สาวมังกรไม่ใช่หรือไร? ”
นางจ้องมองมังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ด้วยดวงตาบ้องแบ๊วงุนงง
” ออกไป! ” มังกรอาวุโสตัวหนึ่งตะคอกใส่พวกเด็ก ๆ ด้วยโทสะเกรี้ยวกราด
มังกรน้อยทั้ง 3 ตัวสั่นเทาหดคอย่นรีบออกไปจากที่ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
หลังจากมังกรน้อยทั้งสามออกไป บรรยากาศที่นี่ก็เริ่มอึมครึมตึงเครียด
มากกว่าเก่า มังกรมารเขาโลหิตกระชากที่พนักแขนบนเก้าอี้อย่างแรง พร้อม
ตะโกนก่นด่าว่า ” บัดซบ! ลั่วผินเสียสติไปแล้วหรือไร! นางไม่เคยเป็นเช่นนี้มา
ก่อน! ปกตินางไม่ใช่คนดื้อดึง เหตุใดนางถึงได้ท าเรื่องไม่เหมาะสมเยี่ยงนี้?
นางพามนุษย์เข้าไปในวังเจ้ามังกรได้อย่างไร! เหลวไหลสิ้นดี! นางก าลังดูถูก
บรรพชนของเราทุกคน! บอกมาเลยเจ้าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร! ”
มังกรดาราม่วงกล่าวว่า ” ให้ข้าท าเช่นไรงั้นรึ? ปลดต าแหน่งเจ้ามังกรของ
นาง? หรือขับไล่นางออกจากตระกูล? แล้วมันจะมีประโยชน์อันใด? ประการ
แรกนางเป็นมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาล ซึ่งมีสายโลหิตที่หาได้ยากยิ่ง
ประการที่สอง ยามนี้นางเป็นเจ้ามังกรแล้ว ซึ่งพวกเราก็เป็นคนเลือกนางด้วย
ตนเอง ประการที่สามนางก าลังจะเป็นเซียนอมตะก าลังทะยานขึ้นสู่สวรรค์
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ส าคัญที่สุด เราไม่สามารถท าให้นางไร้ซึ่งความสุขจน
ขาดสมาธิ แต่ถ้าเราต่อต้านนาง ก็อาจท าให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ถ้าหากนาง
ต้องตกตายไปภายในมหาภัยพิบัติแห่งเซียน คนแก่อย่างพวกเราก็ถือว่ามี
ความผิดบาปในครั้งนี้ด้วย! ”
มังกรดาราม่วงกล่าวถึงความยากล าบากที่ทุกคนจะต้องแบกรับ
“ ถึงกระนั้น จะให้ข้าทนดูนางท าเรื่องงามหน้าเช่นนั้นรึ ยามนี้นอกจากนางจะ
ไม่ไว้หน้าพวกเรา นางยังไม่เห็นพวกเราในสายตาเสียด้วยซ ้า เหตุใดนางถึง
ท าตัวน่าละอายเยี่ยงนี้ให้เด็กรุ่นหลังได้เห็นด้วย? ” มังกรสมุทรพิโรธค าราม
ออกมาด้วยโทสะ
“ ตัวตนของ อู่ อวี้ ก็ไม่ใช่อะไรที่เราจะไปล่วงเกินได้ เขาเป็นถึงบุตรชายของ
จักรพรรดิโบราณ หากพวกเราพลั้งมือสังหารเขาเข้า เผ่ามังกรของพวกเราจะ
ไม่ถูกจักรพรรดิโบราณบดขยี้จนไม่เหลือซากเช่นนั้นหรือ ”
เมื่อคิดถึงข้อนี้สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไปในทันที
” อันที่จริงก็พอเข้าใจนางอยู่ นางอาศัยอยู่ที่วังมังกรสี่สมุทรมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจนท าให้นางเกือบตกตาย และหายนะในครั้ง
นั้นก็ได้ อู่ อวี้ มาช่วยเหลือไว้ เห็นว่าเขาเอาเกล็ดมังกรบรรพกาลมาให้แก่
นางถึงรอดชีวิตมาได้ ถ้ามองในแง่นี้ก็เหมือนกับว่าสวรรค์เมตตายิ่งนัก ”
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์มองไปข้างนอก แล้วกล่าวขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ซับซ้อน
” เรารู้สึกเสียใจแทนเจ้าจริง ๆ เจ้าดูแลนางมานานหลายปี แต่บ่อยครั้งนางก็
ยังปฏิบัติต่อเจ้าในฐานะพี่ชาย มังกรเฒ่าอย่างพวกเราก็หมายมาดมุ่งหวังให้
พวกเจ้าทั้งสองกลายเป็นเซียนอมตะไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง
ผู้ใดจะไปร่วมรู้ว่าจักรพรรดิอวี้จะเข้ามา ”
ดูเหมือนทุกคนจะก าลังเศร้าโศกเสียใจมาก
” จงเชื่อมั่นในตัวนาง นางให้ค ามั่นสัญญากับเราแล้วว่าจะไม่ท าอะไรเลยเถิด
จนกว่านางจะกลายเป็นเซียนอมตะ นางจะไม่ท าให้พวกเราเผ่าพันธุ์มังกร
ต้องผิดหวังเสียใจ สิ่งที่นางต้องการก็คืออิสรภาพ ซึ่งนางจะได้ก็ต่อเมื่อนางได้
กลายเป็นเซียนอมตะ ” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์กล่าวอย่างหนักแน่น
” เฮ้อ ที่พวกเราพูดคุยหารือกันมาทั้งหมด ดูเหมือนพวกเราเองก็จะพอใจนาง
เป็นอย่างยิ่ง ยกเว้นแค่เรื่องเดียวก็คือเรื่องของ อู่ อวี้ เหตุใดนางถึงชอบพอใน
ตัว อู่ อวี้ นัก … ”
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วกล่าว ” อีกสองทิวาจะมี
‘เทศกาลโคมไฟมังกร’ ใช่หรือไม่? ”
” ใช่! ทุกอย่างก าลังถูกจัดเตรียม ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่คึกคักเช่นดั่งปีก่อน ๆ
ทั้งหมดเป็นเพราะ อู่ อวี้ การปรากฏตัวของมันช่างเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเสีย
จริง ๆ ”
” เจ้าคิดอะไรดี ๆ ออกเช่นนั้นหรือ? ” มังกรมารเขาโลหิตรีบถามขึ้นมา
ในทันที
มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์ครุ่นคิดแล้วกล่าวพูดว่า ” อืม … เราไม่สามารถแตะ
ต้องลั่วผินได้ แต่มิใช่ อู่ อวี้ การที่มันมาเหยียบถึงถิ่นของเราก็นับว่าเป็นเรื่อง
ดี จนกว่ามันจะสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าถึงจะยอมรับว่าจักรพรรดิโบราณ
ฝึกฝนลูกหลานมาได้อย่างน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ ”
” เจ้าต้องการต่อสู้กับมันเช่นนั้นหรือ? ”
” เมื่อมีโอกาสเราก็ต้องฉวยโอกาสพิสูจน์ตัวตนของ อู่ อวี้ ด้วยอุปนิสัยใจคอ
ของมัน ข้าไม่เชื่อว่ามันจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันอย่างแน่นอน ในเวลานี้มัน
ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ข้ามั่นใจว่ามันต้องหยิ่งผยองผองขนเชื่อมั่นในตนเอง
อยู่แล้ว ”
” ถูกต้องแล้ว เขาจะต้องไม่ยอมจากไปง่าย ๆ เพื่อลั่วผินแล้วมังกรหนุ่มทุกตน
จะต้องพยายามอย่างเต็มที่เป็นแน่ ”
สายตาของอาวุโสทั้งเจ็ดกับหลงจวิน มองไปที่วังเจ้ามังกรหลังจากตัดสินใจ
กระท าบางอย่าง
เวลานี้ อู่ อวี้ กับ ลั่วผินอยู่ในต าแหน่งสูงสุดของวังเจ้ามังกร บนหอคอยสูงมี
ค่ายกลป้องกันอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา หากนั่งลงบนเมฆาห้าสีแล้วมอง
ลงมา จะสามารถมองเห็นพระราชวังจ านวนนับไม่ถ้วนแลมหาสมุทรอันกว้าง
ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีมังกรเหาะทะยานไปมาอย่างผ่อนคลาย นี่คือมุมมอง
จากจุดที่สูงที่สุด
พวกเขาก าลังนั่งอยู่บนก้อนเมฆา อยู่ในต าแหน่งที่สูงที่สุดเหนือมหาสมุทร ขา
คู่เรียวสวยของนางแกว่งคว้างไปมาอยู่บนอากาศ ส่วน อู่ อวี้ ก็นั่งอยู่ข้าง ๆ
กาย ห่างจากนางไม่ถึงหนึ่งฉือ มองไปยังโลกที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์
ทะเลที่ใสราวกระจกแลเมฆาหลากสีสันไปพร้อม ๆ กับนาง
” ค่ายกลนี้มีชื่อว่า ‘ค่ายกลเก้ามังกรสวรรค์เร้นลับสกัดเซียน’ ว่ากันว่าบรรพ
ชนมังกรเป็นผู้จัดวางค่ายกลนี้ ข้าท าได้แค่ควบคุมมัน แต่ไม่สามารถล่วงรู้
รายละเอียดของมันได้อย่างลึกซึ้ง ถ้าพูดถึงในชมพูทวีปโลกธาตุค่ายกลนี้ถือ
ว่าเหนียวแน่นเสถียรเป็นอย่างยิ่ง นี่คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ข้ากล่าวว่าท าไม
จักรพรรดิโบราณถึงไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้ ” ลั่วผินอธิบายให้เขาฟังด้วย
ความภาคภูมิใจเล็กน้อย
อู่ อวี้ เพ่งจิตแล้วใช้เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับตรวจสอบค่ายกลนี้ แล้วพบว่า
มันมีความซับซ้อนพอ ๆ กับค่ายกลคุ้มกันพรมแดนเหยียนหวง เพราะเหยียน
หวงมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างมาก ฉะนั้นค่ายกลคุ้มกัน
จะต้องทรงอานุภาพอย่างยิ่งยวด ซึ่งก็มั่นใจได้ว่ามันเป็นค่ายกลที่วิเศษสุด
อย่างยิ่งระดับเทพเซียนเลยก็ว่าได้
ยิ่งไปกว่านั้นอานุภาพในการโจมตีของมันยังแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง หากผู้ใด
ล่วงล ้าเข้ามาครั้งแรกอาจจะเป็นการโจมตีเพียงแค่ตักเตือน หากยังคงดื้อดึง
กล ้ากรายเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สอง รับรองว่ามันผู้นั้นจะต้องถูกสังหาร
กลายเป็นผงธุลี
หลังจากที่ได้ตรวจสอบดู อู่ อวี้ ก็ค่อนข้างโล่งใจเกี่ยวกับความปลอดภัย
ของลั่วผิน จักรพรรดิโบราณไม่น่าจะฝ่าเข้ามาที่นี่ได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชมพูทวีปโลกธาตุ บางทีเขาอาจจะมุ่งเป้าไปยัง หนานกง
เหว่ย ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สามารถเปลี่ยน หนานกง เหว่ย
” ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า ถ้ารู้สึกว่าพิภพปีศาจบรรพกาลนั้นอันตรายเกินไป
เจ้าก็สามารถอยู่ที่นี่ได้จนกว่าจะกลายเป็นเซียนอมตะ หากข้าสามารถข้าม
ผ่านมหาภัยพิบัติแห่งเซียนได้อย่างราบรื่น ข้าอาจจะรอคอยเจ้าอยู่ที่นี่ โดย
ยังไม่ขึ้นไปบนสวรรค์ ร ่าลือกันว่าเมื่อใดที่สัตว์สวรรค์บรรลุกลายเป็นเทพ
เซียน ก็จะมีบรรพชนลงมาจากสวรรค์ เพื่อรับตัวไป ซึ่งข้าน่าจะพอต่อรองกับ
เขาได้ ” ลั่วผินจ้องมองเขาด้วยความอ่อนโยน สายตาเต็มไปด้วยความหวัง
นางหวังเช่นนั้นจริง ๆ
แต่ อู่ อวี้ กลับส่ายศีรษะปฏิเสธ
——————-