กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1178: เทศกาลโคมไฟมังกร
” มีอันใดเช่นนั้นหรือ? ” ลั่วผินถาม
อู่ อวี้ เหม่อมองทิวทัศน์ด้านหน้า แม้ใจจริงอยากจะอยู่กับโฉมงามเช่นนี้ไม่
ลาจากไปไหนก็ตาม
แต่คงท าไม่ได้
เขากล่าวว่า ” ถ้าข้าอยู่ที่นี่เหล่ามังกรอาวุโสคงอยู่กันไม่เป็นสุข ส่วนตัวเจ้าก็มี
เรื่องส าคัญยิ่งที่ต้องท า ผู้ที่จะต้องเผชิญกับมหาภัยพิบัติแห่งเซียนอารมณ์
ต้องมั่นคงแน่วแน่ ก่อนจะกลายเป็นเซียนอมตะ ส่วนข้าก็คงจะเตร็ดเตร่อยู่ใน
พิภพปีศาจบรรพกาลเหมือนเดิมนั่นแหละ เมื่อใดที่เจ้ากลายเป็นเซียนอมตะ
ข้าก็จะติดตามเจ้าไปบนสวรรค์ เช่นดั่งค าสัญญาที่ข้าได้เคยให้ไว้กับเจ้าอย่าง
แน่นอน ส่วนเรื่องจักรพรรดิโบราณข้ายังคงไม่รีบด่วนสรุปรอว่าสุดท้ายแล้ว
เขาจะมีลูกไม้อันใดหรือไม่ แต่ส าหรับเวลานี้ในสายตาของข้ามีเพียงแค่เจ้า
กับโลกแห่งความสุขนี้ก็พอ ”
ลั่วผินมุ่ยปากแล้วกล่าวว่า ” บางครั้งข้าก็รู้สึกเสียใจ ทั้งเจ้าและข้าก็พร้อมใจ
ยินดีอยู่ด้วยกัน แต่เหตุใดถึงไม่สามารถอยู่กันได้? ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” เนิ่นนานมาแล้ว ครั้งหนึ่งข้าเคยเป็นเพียงมนุษย์
ธรรมดา ไร้อ านาจแห่งเซียนเต๋า ข้ารู้ว่าคนในยุทธภพ ไม่อาจกระท าตามใจ
ปรารถนาได้ โดยเฉพาะเจ้าที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบอันหนักอึ้งของ
เผ่าพันธุ์มังกรไว้บนบ่า ไม่สามารถกระท าการใด ๆ ได้อย่างอิสระตามใจ
ปรารถนา เด็ก ๆ เหล่านั้นยังต้องการเจ้า อันที่จริงในโลกนี้หาได้มีผู้ใดเป็น
อิสระอย่างแท้จริง เราทุกคนยังคงพยายามไล่ตามพลังอ านาจ ข้าเชื่อเสมอว่า
อิสรภาพจะไม่ได้มาทั้งหมด หากเราไม่แข็งแกร่งพอ แต่ถ้าเมื่อใดที่เรา
แข็งแกร่งพอ เราก็จะสามารถควบคุมทุกสรรพสิ่งให้เป็นไปตามดั่งที่เรา
ต้องการได้ เมื่อนั้นจะไม่มีผู้ใดสามารถหยุดอิสรภาพของข้าได้อีก ”
” เจ้าคิดว่าหลังจากเราได้กลายเป็นเซียนอมตะจะแข็งแกร่งพอหรือไม่ ” ลั่ว
ผินฉลาดเฉลียว นางพิจารณาเหตุการณ์ในอนาคตหลังจากกลายเป็นเซียน
อมตะ
อู่ อวี้ ท าใจกล้าหาญเอื้อมมือออกไปโอบกอดไหล่ของนาง แล้วดึงร่างของ
นางเข้ามาซบแนบอก ผิวพรรณอันขาวผ่องราวหิมะแนบชิดเข้ากับกายเขา
จากนั้นเขาก็กล่าวว่า ” มันก็อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น บนสวรรค์ก็ต้องมี
กฎระเบียบของสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีเง็กเซียนฮ่องเต้หรือเจ้าแม่หนี่ ต านาน
ร ่าลือกันว่าพวกท่านล่วงรู้ทุกสรรพสิ่ง ฉะนั้นถ้าอยากเป็นอิสระอย่างแท้จริง
คงเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถต่อสู้เพื่อมันได้ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ก็คง
ต้องดิ้นรนกันต่อไป นี่แหละคือความหมายของชีวิตอย่างแท้จริง แต่ให้จง
ระลึกไว้ว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่นี่หรืออยู่ที่ใด หรือต่อให้กลายเป็นเซียนอมตะแล้ว
เราก็ยังไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างหมดจด ”
ลั่วผินซบอิงลงบนหน้าอกของเขา นางยิ้มละมุนแล้วกล่าวว่า ” ไม่เคยคิดว่า
เจ้าจะมีความคิดเช่นนี้ ”
” ก็เพราะว่าข้าฉลาดเจ้าถึงได้รักข้าไง อย่างน้อยในด้านสติปัญญาข้าก็
เหนือกว่าเจ้านะ ฮ่ะ ๆ ๆ ” อู่ อวี้ หัวเราะ
” ปากคอช่างเราะร้ายยิ่งนัก! ผู้ใดอนุญาตให้เจ้ากล่าวเยี่ยงนี้? ถึงแม้มนุษย์
จะต้องเวียนว่ายตายเกิด ทว่าข้าก็ยังผูกพันลึกซึ้ง ตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้าไม่
มีผู้ใดในวังมังกรสี่สมุทรท าอะไรเจ้าได้ ต่อให้พวกเขาไม่ยินยอมหรือไม่ชอบ
ขี้หน้าเจ้ามากแค่ไหนก็ตาม ” สายตาของลั่วผินเหม่อมองแสงตะวันทอสาด
ร าพึงร าพันด้วยสุรเสียงแผ่วเบา ยิ่งแสงตะวันสาดกระทบต้องใบหน้ายิ่งขลับ
ความงดงามให้ทวีเพิ่มขึ้น ยิ่งท าให้ผู้ที่ได้แลเห็นความงามอันวิจิตรจนสุด
พรรณนานี้แทบอยากจะร ่าไห้ด้วยความปลื้มปิติ
อู่ อวี้ หยุดหัวเราะแล้วจ้องมองไปยังใบหน้าขี้เล่นของนาง แล้วกล่าวว่า ”
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก เส้นทางนั้นช่างกว้างใหญ่ไพศาล ข้าเองก็
หวังว่าสักวันหนึ่งข้าจะสามารถท าให้ทุกคนยอมรับ แต่เรื่องนี้ก็หาได้ส าคัญ
ไม่ ถ้าเมื่อใดข้าแข็งแกร่งมากเพียงพอ เมื่อนั้นข้าก็ไม่จ าเป็นต้องใส่ใจว่าผู้อื่น
จะคิดเห็นเช่นไร ”
บางทีอาจเป็นเพราะเขาได้อยู่กับลั่วผิน จึงท าให้ความปรารถนาของเขาแรง
กล้ามากยิ่งขึ้น เสมือนดั่งเปลวเพลิงอันลุกโชนเฉกเช่นดั่งทะเลลาวาอันเดือด
พล่าน
“ เส้นทางเซียนเต็มไปด้วยความโหดร้าย แท้จริงแล้วตัวข้าหาได้อยากมีชีวิต
อยู่เป็นนิรันดร์ ต่อให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้แค่ 10,000 ปี ถ้าได้อยู่เคียงข้างเจ้าเช่นนี้
ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็จะไม่เสียใจ ” ลั่วผินกล่าว
เมื่อได้ยินสิ่งที่นางกล่าว อู่ อวี้ ก็รู้สึกสะอึกจนพูดไม่ออก ถ้าในชีวิตนี้มีสตรี
อย่างนางอยู่เคียงข้างไปตราบชั่วชีวิตจนหาไม่ หากเขาไม่สามารถไขว่คว้า
เส้นทางสู่ความเป็นอมตะได้ แค่ขอให้ชีวิตนี้มีความสุขเช่นนี้ตลอดไปก็เกิน
พอ จะมีเหตุผลอื่นใดอีกส าหรับบุรุษผู้หนึ่ง เพื่อให้คนที่ตนเองรักได้กลายเป็น
เซียนอมตะ เมื่อถึงตอนนั้นเขาและนางจะครองรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลายได้
หรือไม่?
“ อื้ม ”
เขาไม่รู้จะกล่าวอันใดเพียงแค่ตอบรับเบา ๆ
ทว่าเพียงแค่นี้มันก็มากเพียงพอแล้ว นางรู้อุปนิสัยใจคอของเขาดี เขาไม่ใช่
คนที่พูดจาพร ่าเพรื่อสิ้นเปลือง
ทั้งสองยืนพิงอิงแอบกันและกัน เหม่อมองก้อนเมฆาแลละอองหมอกหลากสี
เบื้องหน้าอย่างเงียบสงบไร้ซึ่งค าพูดใด ฟังเสียงหัวใจเต้นของกันและกัน ช่าง
เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองดีต่อใจอย่างแท้จริง นับตั้งแต่ที่เขาได้พบ
นางครั้งแรกภายในหัวของ อู่ อวี้ ก็มีความคิดมากมาย เขามักจะยืนอยู่ในจุด
ที่ไม่สามารถควบคุมได้เสมอ แล้วยามนี้เขาก าลังคิดถึงอนาคตภายภาคหน้า
คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขากับนางจะสามารถเคียงคู่กันบนสวรรค์ชั้นฟ้าได้หรือไม่
แม้ว่าเขาจะเชื่อมั่นในตนเอง ถึงกระนั้นก็จะไม่คลายการระมัดระวังตัว เพราะ
เขายังไม่สามารถครอบครองนางได้อย่างสมบูรณ์
ท่ามกลางสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเชื่อมต่อหัวใจกันและกัน เขาเลือกที่จะอด
เปรี้ยวไว้กินหวาน ต้องการให้ลั่วผินมีอนาคตที่ดีกว่า ถึงแม้เขาจะทุ่มเท
พยายามอย่างสุดก าลังเพื่อสิ่งนี้ แต่เขาไม่ต้องการให้ค ามั่นสัญญากลายเป็น
เพียงแค่ลมปาก ไม่ต้องการให้นางรอคอยเขานานมากเกินไป
ในขณะที่หัวของเขาครุ่นคิดสะระตะมากมาย ทว่ามือสองเขาก็ยังคงซุกซนอยู่
ไม่นิ่ง ลั่วผินเหลือบมองมาที่เขา นางยังมีศักดิ์ฐานะเป็นถึงเจ้ามังกรสี่
คาบสมุทร สายตาของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยอ านาจบารมี ภายใต้การจับ
จ้องนี้ อู่ อวี้ กระท าได้เพียงหดมือของตนเองกลับไปเท่านั้น ยังไม่ทันได้เข้าไป
ลึกกว่านี้ ก็ประสบพบเจอกับความยากล าบากเสียแล้ว …
” แหะ ๆ … ” อู่ อวี้ ยิ้มอย่างเขินอาย
” ไม่เป็นไรอย่าได้กังวล อย่างไรเสียมันก็เป็นของ ๆ เจ้าอยู่แล้ว ” นางกัดริม
ฝีปากอันแดงระเรื่อหน้าตาเขินอาย ยิ่งขลับให้เสน่ห์นางท่วมท้นมากขึ้น
” เพราะเป็นของข้า เช่นนั้นข้าขอมัดจ าล่วงหน้าสักเล็กน้อยได้หรือไม่? ”
” หามิได้ ข้าได้ยินเจ้าหยอดค าหวานมากมาย ข้าไม่เห็นเจ้าจะท าอันใดที่เป็น
การล่วงเกินข้าเลยแม้แต่น้อย เมื่อใดที่ข้าได้พานพบเจ้าบนสรวงสวรรค์ เมื่อ
นั้นเจ้าค่อยคิดเรื่องนี้อีกคราแล้วกัน ” ในเวลานี้ใบหน้าของนางแดงก ่า ขณะ
กล่าวออกไปเช่นนั้น
อู่ อวี้ รู้ดีว่านางต้องการพบเจอกับเขาบนสวรรค์ ดังนั้นนางจึงเอาเรื่องนี้มา
เป็นแรงจูงใจ เป็นการบอกใบ้ว่าให้เขามุ่งมั่นพยายาม
” หากถึงวันนั้นแล้วเจ้าไม่มาหาข้า ข้าจะครองตัวโสดอยู่คนเดียวไปตลอด
กาล ” นางกล่าวด้วยน ้าเสียงจริงจัง
” ถ้าข้าไม่ตายเสียก่อน ข้าจะไปหาเจ้าอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้ กล่าว
เขาไม่รู้ว่านี่จะเป็นค าสัญญาตราบขุนเขาแลมหาสมุทรยังคงอยู่หรือไม่ ทว่า
เขาจะพยายามท าตามสัญญาให้ดีที่สุด แต่ถ้าเขาตกตายไปจริง ๆ แล้ว
หายไปจากโลกนี้ตลอดกาล เขาก็คงไม่สามารถรักษาสัญญานี้ได้
” ดีมาก ข้าจะจ ามันไว้ ” จากใบหน้าที่แดงระเรื่อ แล้วในวินาทีต่อมา ดวงตา
ของนางเปียกชื้นไปด้วยหยาดน ้าตาเล็กน้อย
“ อย่าร ่าไห้ไปเลย ในความทรงจ าของข้าเจ้าเป็นคนเข้มแข็งไม่เคยเสียน ้าตา
ให้ผู้ใด ” พอ อู่ อวี้ เห็นนางต้องเสียน ้าตาเขาก็รู้สึกสับสน
เมื่อเห็นชายอันเป็นที่รักแสดงท่าทางตกใจ นางก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ก็ได้
ข้าจะรักษาภาพลักษณ์อันสูงศักดิ์ในใจของเจ้าให้คงอยู่ต่อไปก็แล้วกัน ถึง
กระนั้นตัวข้าก็ยังโดนติฉินนินทาว่าเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อน การควบคุมเด็ก
หนุ่มอย่างเจ้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ”
” ฮ่ะ ๆ ๆ เป็นเรื่องจริงอย่างที่ชาวบ้านเขากล่าว เนื้อสด ๆ อย่างข้ากินแล้วดีมี
ประโยชน์อายุยืนยาวนับหมื่น ๆ ปีเลยเชียวนะ ” อู่ อวี้ หัวเราะ
” เจ้าอยากมีเรื่องกับข้าใช่หรือไม่? ”
” โอ๊ะ! ขออภัย ๆ ฮ่ะ ๆ… ”
คงไม่มีผู้ใดสามารถจินตนาการได้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง จะก าลังพูดคุยหยอก
ล้อเล่นกันอยู่บนวังเจ้ามังกรเช่นนี้ ผู้หนึ่งคือจักรพรรดิอวี้ อีกผู้หนึ่งคือเจ้า
มังกรสี่คาบสมุทร
” อันที่จริงเจ้ามาถูกเวลามากเลยรู้ไหม อีกสองวันจะถึงงาน ‘เทศกาลโคมไฟ
มังกร ‘ ของพวกเราเผ่าพันธุ์มังกร โดยปกติแล้วเผ่าพันธุ์มังกรอย่างพวกเรา
จะเก็บเนื้อเก็บตัวไม่สุงสิงกับโลกภายนอก ฉะนั้นช่วงนี้ของทุกปีวังมังกรสี่
สมุทรจะคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ”
เป็นที่เข้าใจว่าเผ่าพันธุ์ที่มีจ านวนประชากรไม่มาก จ าต้องพึ่งพางานเทศกาล
เพื่อสร้างความบันเทิงให้แก่ทุก ๆ คน …
ด้วยเพราะมังกรเหล่านี้จะเป็นสัตว์สวรรค์ แต่ด้วยจ านวนประชากรเล็กน้อย
เกินไป ปัจจุบันมีเพียงแค่ไม่กี่พันตัว ถึงแม้ว่าวังมังกรสี่สมุทรจะเป็นสถานที่
ยอดเยี่ยมน่าอัศจรรย์ แต่ถ้าพวกมังกรรุ่นหลังเติบโตขึ้นอายุยืนนานไปอีก
หลายปี พวกเขาก็จะคุ้นเคยกับงานเทศกาลเหล่านี้
” เมื่อถึงช่วงเวลานั้นมังกรหนุ่มสาวจะขับร้องบทเพลงเริงระบ ากันในทุกปี เจ้า
สามารถมีส่วนร่วมในงานรื่นเริงครั้งนี้ได้ ” ลั่วผินมองเขาอย่างคาดหวัง
” ถ้าเป็นเรื่องร้องเล่นเต้นร า ข้าถือว่าเป็นหนึ่งในตองอูเลยทีเดียว ”
” อย่าโอ้อวดนักเลย คอยดูเถอะ … ข้าจะให้เจ้าออกไปเต้นระบ าผู้เดียว ”
ในวันรุ่งขึ้น อู่ อวี้ เสมือนดั่งหญิงสาวที่หลบซ่อนตัวอยู่ในวังเจ้ามังกร ทั้งสอง
พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน แลกเปลี่ยนข้อมูลกันและกัน ส่งผลให้
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อพูดคุยกันถึงเรื่องจักรพรรดิโบราณเขาก็กล่าวขึ้นว่า ” ถ้าเขาคิดไม่ซื่อจริง
ๆ ก็น่าจะมีอะไรผิดสังเกตแสดงออกมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะเวลาก็
ล่วงเลยมานานพอสมควร อีกทั้งเขาก็มีโอกาสมากมายนับไม่ถ้วน ไฉนถึงยัง
ไม่ยอมลงมือเสียที ค าอธิบายคงมีเพียงหนึ่งเดียวก็คือเราคิดมากเกินไป ”
” ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันก่อนหน้านี้ สรุปเจ้าสามารถติดต่อบรรพชนบน
สวรรค์ได้หรือไม่? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
“ ไม่ได้ ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ ข้าไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้ ” นางส่าย
ศีรษะ
บอกตามตรงว่าเรื่องของจักรพรรดิโบราณเขายังคิดไม่ออกเลยจริง ๆ แต่ด้วย
เพราะตัวเขาไม่ค่อยได้อยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุเท่าไหร่นัก จึงยังไม่ค่อยมี
ปัญหาอันใดมาก เขาคิดเพียงแค่ว่าจะครอบครองหินปีศาจบรรพกาลก้อนอื่น
ๆ ให้ได้ เขาก็สามารถไปยังพิภพอื่นได้เช่นกัน
” พิภพดารา , พิภพเทพสงคราม , พิภพปีศาจบรรพกาล , พิภพเซียนกระบี่
และพิภพอื่น ๆ อีกมากมาย หากข้ามิได้เผชิญหน้ากับมหาภัยพิบัติแห่งเซียน
ข้าคงติดตามเจ้าไปด้วย อยากรู้ว่าโลกเหล่านั้นมีความลับใดซ่อนอยู่ ” ลั่วผิ
นกล่าว
“ อย่าคิดมาก การออกเตร็ดเตร่ไปยังโลกภายนอกหาใช่เรื่องส าคัญส าหรับ
เจ้า สิ่งส าคัญยิ่งส าหรับเจ้าคือการเป็นเซียนอมตะ ” อู่ อวี้ กล่าว
เมื่อทั้งสองอยู่ด้วยกันเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก เพื่อไม่ท าให้นางเสีย
สมาธิ เขาคงจะต้องรีบกลับหลังสิ้นสุดงานเทศกาลโคมไฟมังกร มีเพียงการ
จากไปของเขาเท่านั้น ที่มากพอจะให้นางทุ่มเทเตรียมความพร้อมรับมือกับ
มหาภัยพิบัติแห่งเซียน
เขาพยายามตะล่อมพูดคุยกับลั่วผินไม่ให้นางลังเล
แต่แท้จริงแล้วนางรู้สึกลังเลใจเป็นอย่างมาก
แต่เพื่ออนาคตนางจ าต้องอดทนอดกลั้น นางรู้ว่ามหาภัยพิบัติแห่งเซียนนั้น
ส าคัญยิ่ง หากนางประมาทเพียงน้อยร่างกายของนางคงได้กลายเป็นเถ้าธุลี
อย่างแน่นอน นางได้รับบทเรียนจากการทดสอบครั้งก่อน ผลที่ออกมาคือ
ล้มเหลว ซึ่งนางยังจดจ าหายนะที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นนางจึงต้องการท าให้เทศกาลโคมไฟมังกรมีความสุขอย่างที่สุด แล้ว
นางก็ไม่ต้องการท าให้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ยากล าบาก ในวันนั้นวัง
มังกรสี่สมุทรจะส่องสว่างไปด้วยโคมไฟ ยามราตรีของคืนนั้นโคมไฟทุกดวง
จะถูกจุดประกาย มังกรทุกตัวจะคืนสู่ร่างจริง เหาะเหินโจนทะยานไปมารอบ
ๆ เหนือเวทีการประลอง เวทีการประลองนั้นเสมือนดั่งผลึกอัญมณีลอยอยู่
บนมหาสมุทร ส่องแสงประกายวิบวับห้าหกสีงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือเทศกาลที่เหล่ามังกรหนุ่มสาวตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ครบรอบมาเนิ่น
นานแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเวลามาถึง อู่ อวี้ กับลั่วผินก็ไปยังสถานที่จัดงาน ในเวลานี้ทุกผู้คนคืนสู่
ร่างมังกรกันทั้งหมด มีเพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่อยู่ในร่างมนุษย์ การได้เห็นภาพ
ฉากมังกรหลายพันตัวมารวมตัวกันเยี่ยงนี้ นับเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง
” เจ้ามังกรมาถึงแล้ว ”
” พี่สาวเจ้ามังกร! ”
เหล่ามังกรทั้งหลายจงมีความสุขเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นตัวเอกของงาน
ปรากฏตัวขึ้น แต่เมื่อแลเห็น อู่ อวี้ อยู่ข้างกายลั่วผิน ถึงแม้จะเหาะเหินบินไป
บินมาอยู่รอบ ๆ แต่สายตาและการแสดงออกของพวกเขายังคงเต็มไปด้วย
ความลึกลับอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริงคงต้องบอกว่ามังกรเหล่านี้แบ่งแยก
ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มผู้อาวุโสที่ไม่พอใจและตั้งตนเป็นศัตรูกับ อู่
อวี้ ส่วนอีกกลุ่มเป็นมังกรหนุ่มสาวที่มีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเป็น
ศัตรูกับเขา
” ข้าได้ยินมาว่ามีเผ่าพันธุ์มากมายอยู่ในโลกภายนอก! ”
” นอกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็ยังมีเผ่าพันธุ์ปีศาจบนบก เผ่าพันธุ์ปีศาจสมุทร
แต่ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดเป็นสัตว์สวรรค์สายโลหิตสูงส่งเหมือนกับพวกเรา ”
” แต่ข้าได้ยินมาว่าจักรพรรดิอวี้ มีพลังแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้อาวุโสทั้งเจ็ด! ทั้ง
เขายังเป็นโอรสของเทพเซียน ”
” แล้วพี่หลงจวินยิ่งใหญ่หรือไม่ ว่ากันว่าฝีมือของหลงจวินหาได้ยิ่งหย่อนไป
กว่าเจ้ามังกร ”
——————-
แจ้งส าหรับผู้อ่านใหม่ นิยายของเราจะหยุดอัพทุกวันอาทิตย์เน้อ