กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1186: พลังดารา
พิภพดารา
อู่ อวี้ ยังจำได้ว่าตอนที่เขาเข้ามาภายในพิภพปีศาจ
บรรพกาลครั้งแรก เขาได้มาปรากฏอยู่ตรงใจกลาง
ของพิภพปีศาจบรรพกาล
แต่เวลานี้เข้ามายังอีกโลกหนึ่ง ซึ่งยังปรับตัวไม่ค่อย
ได้สักเท่าไหร่นัก
ด้วยเพราะทั้งสองโลกช่างแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง
หรือแม้แต่กฎเกณฑ์ก็ยังแตกต่างกัน ฉะนั้นสำหรับผู้
มาใหม่จำต้องรู้ถึงกฎเกณฑ์ของแต่ละโลกให้ได้
เสียก่อน
ถึงแม้จะไม่อาจสัมผัสได้ถึงวงเวทย์ ทว่าภูผาสายชลธี
หรือบุปผาพฤกษาก็แข็งแกร่งมีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งขึ้น
แม้แต่มหาสมุทรหรือพื้นปฐพีก็ยังหนาแน่นไปด้วย
พลังฟั้าดิน ซึ่งมันช่วยยกระดับทุกสรรพสิ่งในพิภพ
ให้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นสมบัติวิเศษ
เมื่อครั้งที่เขาเข้าสู่พิภพปีศาจบรรพกาลจากชมพู
ทวีปโลกธาตุ ความรู้สึกแรกที่เขาได้รับก็คือในพิภพ
ปีศาจบรรพกาลมีพลังฟั้าดินที่หนาแน่นท่วมท้นเป็น
อย่างมาก!
แต่เมื่อเขาเดินทางจากพิภพปีศาจบรรพกาลเข้าสู่
พิภพดารา ความรู้สึกแรกที่เข้าสัมผัสได้จากโลกนี้
โดยที่ยังไม่ได้มองสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบก็คือ
พลังฟั้าดินของที่นี่เบาบางเป็นอย่างมาก
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากำลังฟั้าดินของพิภพดารา
จะย่ำแย่เสียยิ่งกว่าทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งเสียอีก!
พิภพแห่งนี่แห้งแล้งจนน่าเหลือเชื่อ!
อู่ อวี้ แทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าสำหรับพิภพที่
แห้งแล้งเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้แข็งแกร่งที่สุด
จะอยู่แค่ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ?
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ทั่วทุกทิศทาง
สิ่งที่เขาเห็นยามนี้ก็คือโลกที่เต็มไปด้วยความสดใส
งดงาม
ดินแดนแห่งนี้มีรูปทรงเสมือนดั่งน้ำเต้า ซึ่งแผ่นดิน
ทางด้านซ้ายของ อู่ อวี้ มีขนาดเล็กกว่าอีกด้านหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้ถูกครอบครองโดยสัตว์อสูรดารา กล่าว
ได้ว่ามีสัตว์อสูรดารามากมายอาศัยอยู่ที่นี่
ทางด้านขวาของเขาคือ ส่วนท้ายของน้ำเต้าที่มีขนาด
ใหญ่กว่า ถูกครอบครองโดยมนุษย์ที่มีพัฒนาการสูง
เป็นอย่างมาก วิวัฒนาการดังกล่าวใกล้เคียงกับ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งดูแล้วท่าจะเก่งกาจ
ในเรื่องวงเวทย์ค่ายกลอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาณา
เขตเมืองทุกที่ได้รับการตกแต่งจนสวยสดงดงาม
เมื่อเขามองไปทางด้านขวา แผ่นดินแห่งนี้เสมือน
ดั่งอัญมณีล้ำค่าจำนวนนับไม่ถ้วน ดูเสมือนดั่ง
ท้องฟั้าที่เป็นไปด้วยหมู่ดวงดารา ซึ่งอันที่จริงแล้ว
ดวงดาราหรืออัญมณีเหล่านี้คือก็นครของมนุษย์จริง
ๆ โดยเฉพาะประตูของสำนักนิกายยิ่งดูสว่างไสว
สดใสอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าพิภพแห่งนี้
เจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งไม่รู้กี่เท่า
ต่อกี่เท่า
นอกจากนั้นบนผืนฟั้าก็เป็นเหมือนอย่างที่เขาเคย
เห็น มีดวงจันทราขนาดใหญ่ 5 ดวง ซึ่งแต่ละดวงมี
ขนาดและสีสันที่แตกต่างกัน นอกจากดวงจันทรา
แล้วก็ยังมีดวงดาราที่เปล่งประกายแสงหลากสีสัน
ประดับประดาอยู่บนอยู่ฟั้าอย่างวิจิตรบรรจงและ
งดงามยิ่ง
” โลกที่ไม่มีพลังฟั้าดินเช่นนี้ ผู้ฝึกตนจะมีฝีมือระดับ
ไหนกัน? ” อู่ อวี้ อยากรู้เรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้น
เขาจึงก้าวเข้าสู่ดินแดนของชาวดารา
หลังจากที่เขามาถึงพิภพดารา เขาสามารถเปิดประตู
กลับสู่พิภพปีศาจบรรพกาลได้ทุกเมื่อ และมีแนวโน้ม
ว่าจุดที่เขาปรากฏน่าจะเป็นใจกลางของพิภพปีศาจ
บรรพกาล เนื่องจากเขาเข้ามายังพิภพดาราแห่งนี้
ด้วยหินปีศาจบรรพกาล หาได้เปิดประตูมาจากพิภพ
ปีศาจบรรพกาลโดยตรง
ฉะนั้นหากเขาใช้ความสามารถหน่วยความทรงจำที่
บันทึกล่าสุด ทำให้เขาสามารถกลับมายังพิภพดารา
ได้อีกครั้ง โดยที่ไม่ต้องเปิดประตูผ่านหินบรรพกาล
ซึ่งเขาก็จะสามารถกลับมาสู่พิภพดาราได้เสมอ
นอกจากเขาจะกลับไปที่ชมพูทวีปโลกธาตุตำแหน่งก็
จะถูกตั้งค่าใหม่อีกครั้ง
” เดิมทีตั้งใจว่าจะส่งอาจารย์กับท่านพี่หญิงมาอยู่ที่นี่
เสียหน่อย ทว่าที่นี่พลังฟั้าดินกลับเบาบางเป็นอย่าง
ยิ่ง ไม่เหมาะกับการฝึกตน ดูเหมือนจะมาเสียเที่ยว
ซะแล้วสิเรา แต่ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว เราก็ควรจะ
ตรวจสอบดูเสียหน่อยว่าทำไมพลังฟั้าดินของที่นี่ถึง
ได้อ่อนกำลังมากถึงเพียงนี้ แต่อาณาจักรกลับ
เจริญรุ่งเรืองอย่างไม่น่าเชื่อ ”
ระหว่างที่กำลังตั้งคำถามอยู่ในหัวของตนเอง อู่ อวี้ ก็
กำลังเหาะทะยานอยู่บนกลางเวหาของพิภพดารา
พื้นปั่าของโลกแห่งนี้เป็นสีฟั้าอ่อน อู่ อวี้ สังเกตเห็น
รุกขชาติหยั่งรากลึกบนผืนแผ่นดินดูดซับแสงดารา
เพื่อการเจริญเติบโต ช่างเป็นภาพที่สวยสดงดงาม
เป็นอย่างยิ่ง ตามใบของรุกขชาติมีแสงดาราหลั่งไหล
อย่างต่อเนื่อง ทั้งผืนปั่าก็เหมือนดั่งมหาสมุทรดวง
ดาราสีฟั้าอ่อน ยิ่งต้องกระทบกับกระแสวาโยโบก
สะบัดพลิ้วไปตามกระแส ยิ่งทำให้บังเกิดภาพอันน่า
ตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้เขายังพบว่าพฤกษารุกขชาติ
ของที่นี่แข็งแกร่งเสถียรกว่าดินแดนโบราณเหยียน
หวงมากนัก บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันดูดซับพลัง
ดารา
” ที่นี่ช่างเป็นโลกที่งดงามอย่างแท้จริง! ”
อู่ อวี้ ชักอยากจะรู้แล้วว่าจะมีโลกเช่นนี้อยู่กี่แห่ง?
จากสิ่งที่เห็นสามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าชมพู
ทวีปโลกธาตุไม่ใช่โลกเพียงแห่งเดียว
เขาข้ามมหาสมุทรรุกขชาติสีฟั้าอ่อน ข้ามผ่านหุบเขา
สูงและสถานที่อันตราย ในที่สุดเขาก็เห็นอัญมณีแห่ง
แรก ซึ่งนั่นก็คือตำแหน่งของนครแห่งหนึ่งนั่นเอง เขา
เห็นว่าพิภพแห่งนี้ไม่มีค่ายกลคุ้มกันพรมแดน เห็นได้
ชัดว่ามันด้อยกว่าเหยียนหวง มีกลไกเหนือประตู
พรรคนิกายเขียนไว้ว่า อาณาจักรผู้ฝึกตน
เขาคาดเดาว่ากองกำลังทรงอำนาจของโลกใบนี้
น่าจะอยู่ในรูปของพรรคนิกายเฉกเช่นดั่งทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง สำนักนิกายจะให้ความสำคัญกับการ
สืบทอดมรดกส่วนตน ส่วนอาณาจักรผู้ฝึกตนให้
ความสำคัญกับอำนาจและศักยภาพโดยรวมของ
อาณาจักร หากอาณาจักรผู้ฝึกตนปะทะกับสำนัก
นิกาย โดยส่วนใหญ่แล้วอาณาจักรผู้ฝึกตนย่อมชนะ
อย่างแน่นอน เพราะอาณาจักร มีความยุติธรรม มี
กฎเกณฑ์ กำหนดรางวัลและบทลงโทษไว้อย่าง
ชัดเจน ผู้ฝึกตนและทุกคนในอาณาจักรล้วนได้รับ
การจัดสรรแบ่งปันอย่างเท่าเทียม แตกต่างจากสำนัก
นิกายที่หวงแหนมรดกและสืบทอดให้แก่คนของ
ตนเองเท่านั้น แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้เช่นกันว่า
มรดกของสำนักนิกายจะกลายเป็นมรดกชั้นยอดซึ่ง
ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน อู่ อวี้ ก็มีประสบการณ์มา
หมดแล้ว
ด้านหน้าของเขาคือเมืองภายในพิภพดาราแห่งนี้ มัน
เสมือนดั่งอัญมณีที่ตั้งอยู่บนพื้นดิน บางทีเมืองนี้
อาจจะมีค่ายกลวงเวทย์คุ้มกันอยู่ แต่ยังไม่ถูกเปิดใช้
งานอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในช่วงเวลานี้ประตูเมืองยังคง
เปิดอยู่ มีชาวดาราคอยเข้า ๆ ออก ๆ อันที่จริงแล้วก็
ยังมีหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจัดกระจายล้อมรอบเมืองนี้
คาดว่าเมืองแห่งนี้น่าจะกินอาณาเขตประมาณหนึ่ง
ร้อยลี้
อู่ อวี้ เห็นชาวดาราอยู่กันเป็นกลุ่ม ค่อนข้าง
รูปลักษณะที่ดูแตกต่างจากชาวเหยียนหวง นอกจาก
มีผิวพรรณที่เรืองแสงแล้ว ดวงตาของพวกเขายังเป็น
ประกายแสงดาราอีกด้วย จากที่เห็นทำให้เขา
สามารถเดาได้ว่ายิ่งคนผู้นั้นมีแสงส่องสว่างมาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเข้ามาในเมืองเขาก็พบว่ามีวงเวทย์ปรากฏอยู่
มากมายทั่วทั้งเมือง ซึ่งพวกมันล้วนเกี่ยวข้องกับดวง
ดาราบนฟากฟั้า นอกจากนี้เขายังพบดาราดวงพิเศษ
ดาราดวงนี้ส่องแสงสว่างให้ความอบอุ่นไปทั่วทั้งเมือง
เฉกเช่นดั่งเมืองแห่งนี้ เป็นภาพฉายจากดวงดาราบน
ฟั้าที่ส่องสว่างมายังพื้นดิน
เพราะสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้เมืองแห่งนี้ดูแข็งแรง
มั่นคงเป็นพิเศษ อีกทั้งยังสวยงามเป็นไปตาม
ธรรมชาติยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ สามารถมองเห็นทุกคนในที่แห่งนี้ได้ภายใน
รวดเดียว
ในขณะนี้เขายืนใกล้ประตูชั่วคราว เมื่อทดสอบดู
พื้นฐานฝึกตนของผู้ที่เดินเข้าออก สำหรับผู้ใหญ่
พื้นฐานฝึกตนที่ต่ำที่สุดอยู่ในระดับหลอมรวม
ลมปราณ ซึ่งมีจำนวนอยู่ค่อนข้างน้อย ซึ่งโดยทั่วไป
แล้วชนชั้นล่างที่มีความแข็งแกร่งสูงสุด จะอยู่ที่
อาณาจักรจิตเทวะขั้นที่ 6 เห็นได้ชัดว่าในเมืองแห่งนี้
มียอดฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ซึ่ง
นับว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชมพูทวีปโลกธาตุเลย อีกทั้ง
เมืองแห่งนี้ยังเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่แถวชายแดน
อันไกลโพ้น
หลังจาก อู่ อวี้ สังเกตการณ์อยู่พักหนึ่งเขาก็ย่อขยาย
ร่างเล็กด้วยเทียมฟั้าจรดดิน แล้วพุ่งทะยานผ่าน
ประตูเมืองเข้าไป จากที่สังเกตการณ์ดินแดนแห่งนี้มี
เพียงไม่กี่คนที่แข็งแกร่งมากกว่าเขา ซึ่งไม่น่าจะ
ปรากฏตัวขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเขาก็เห็น
อักษรบนประตูเมืองเขียนไว้ว่า ‘เมืองกลืนดารา’
เป็นไปได้ว่าดาราที่ส่องส่องสว่างอยู่ในเมืองแห่งนี้มี
ชื่อว่า กลืนดารา
เมืองกลืนดาราแห่งนี้เป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมอย่าง
แท้จริง ถึงแม้เมืองแห่งนี้จะหาได้มีขนาดใหญ่อะไร
มากนัก แต่ผู้คนไปมาขวักไขว่ดูคึกคักมีชีวิตชีวาอย่าง
ยิ่ง ร้านรวงแถวนี้มีสินค้าขายมากมายไม่ว่าจะเป็น
วิญญาณเซียน , สมบัติ , ศาสตราเต๋า , ยันต์สื่อสาร
ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับดารา และถึงแม้ว่าที่นี่
จะเป็นเมือง แต่ก็ดูคล้ายคลึงกับสำนักนิกายมากกว่า
เห็นได้ชัดว่าเมืองแห่งนี้มีอาณาเขตภายใต้ควบคุมแค่
ไม่กี่ร้อยลี้เท่านั้น
อู่ อวี้ เดินมายังจุดกึ่งกลางเพื่อฟังบทสนทนาของคน
เหล่านี้
ในบทสนทนาของพวกเขาเหล่านี้ คำที่ได้ยินบ่อย
ที่สุดคือคำว่า ‘พลังดารา’ ซึ่ง อู่ อวี้ คิดว่าพลังดาราที่
คนเหล่านี้พูดคุยกันน่าจะเกี่ยวข้องกับดาราบน
ฟากฟั้าอย่างแน่นอน ซึ่งแสงเหล่านั้นผสมผสานมา
ด้วยพลัง และผู้คนเหล่านี้สามารถดูดซับนำมาฝึกฝน
บำเพ็ญตนได้ แม้แต่ผู้ที่สามารถกลายเป็นเทพเซียนก็
คงจะดูดซับจากพลังดาราเหล่านี้ ช่างน่าเสียดายที่
พลังดารากับพลังฟั้าดินนั้นแตกต่างกัน วิถีการฝึกตน
ของคนเหล่านี้กับ อู่ อวี้ นั้นแตกต่างกัน เขาไม่
สามารถดูดซับพลังดารามาใช้ฝึกฝนได้
ไม่นานนัก เขาก็เข้ามาในเขตอาคารซึ่งมีความงดงาม
อย่างถึงที่สุด ค่ายกลของที่นี่มีความหนาแน่นสูงมาก
ซึ่งเขาก็คาดว่าน่าจะเป็น ‘ตำหนักเจ้าเมือง’ หลังจาก
อู่ อวี้ เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยค่ายกลวง
เวทย์อย่างหนาแน่น เขาจึงใช้เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้น
ลับเพื่อศึกษาวงเวทย์ดังกล่าว โดยพยายามทำอย่าง
ระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือน หลังจากนั้นเขาก็
เข้าไปยังส่วนลึกของตำหนักเจ้าเมือง ซึ่งเขาก็พบ
ตำแหน่งของยอดฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 4 อย่างรวดเร็ว คนผู้นี้คือชายชราที่บำเพ็ญ
ฝึกฝนอยู่ในปั่าอย่างสันโดษ อู่ อวี้ เห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่าเมื่อชายชราผู้นี้ดูดกลืน ‘พลังดารา’ ที่ส่อง
สว่างมาจากบนฟากฟั้าเข้าสู่ร่างของตน
อย่างไรก็ตามชายชราผู้นี้มีบำเพ็ญเพียรมามากกว่า
500 ปีดังนั้นจึงไม่น่าจะมีความหวังในการเป็นเทพ
เซียน คาดว่าในอีกไม่กี่ปีก็น่าจะหมดอายุขัย
อู่ อวี้ มีคำถามมากมายอยากไต่ถามชายชราผู้นี้
แล้วเขาก็คิดว่าชายชราผู้นี้จะต้องรู้เรื่องราวมากมาย
อย่างแน่นอน
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงปรากฏตัวต่อหน้าเขา แล้วเริ่มซักถาม
” เจ้าเป็นเจ้าเมืองของที่นี่ใช่หรือไม่? ”
ทันใดนั้นเมื่อชายชราได้ยินเสียงดังกล่าวก็อึ้งตะลึง
เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ชายชราไม่
สังเกตเห็นเขาแม้แต่น้อย เขาตื่นตระหนกจนล้มลง
ในช่วงเวลาที่เห็น อู่ อวี้ เขาก็กล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ
ขึ้นว่า ” เจ้าคือชาวทมิฬบรรพกาล! ”
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ต้องการทำให้ชายชราผู้นี้ตกใจ
เพื่อจะได้ง่ายต่อการควบคุม ดังนั้นขณะที่ชายชราผู้นี้
ยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนกเขาจึงรีบใช้ ‘เวทย์อสูร
วิญญาณควบคุมหัวใจเต๋า’ รีบควบคุมจิตของฝั่าย
ตรงข้ามในทันที แม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของฝั่ายตรงข้าม
จะสูงกว่าเขาเล็กน้อย แต่ก็หาได้เป็นปัญหาในการ
ควบคุมจิตใจ ฉะนั้นการควบคุมครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่ต้อง
ใช้ความพยายามมากนัก
“ เอาล่ะ … ข้ามีคำถามสองสามข้อ ของให้เจ้าตอบ
ข้ามาอย่างตรงไปตรงมา จะไม่รบกวนเวลาเจ้ามาก
นัก และจะไม่ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดอย่างแน่นอน ”
แม้ว่าชายชราผู้นี้จะอยู่ในการควบคุม แต่ อู่ อวี้ ก็
ต้องพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น
” ได้ ไม่ว่าเจ้าจะถามอันใด ถ้าข้ารู้ข้าจะตอบทุกอย่าง
”
” เจ้าเป็นเจ้าเมืองกลืนดารานี้ใช่หรือไม่? ”
ชายชราตอบ ” ใช่ … ข้ามีนามว่า เยี่ยนซวี่ เป็นเจ้า
เมืองกลืนดารารุ่นที่ 53 เมืองแห่งนี้ถูกสืบทอดมา
หลายชั่วอายุคน ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของ
ตระกูลเยี่ยนทั้งสิ้น ”
” บอกข้าเกี่ยวกับพิภพดาราแห่งเพราะเหตุใดถึงไม่มี
พลังฟั้าดิน แล้วพวกเจ้าฝึกฝนโดยการใช้พลังดาราใช่
หรือไม่? ” อู่ อวี้ ถาม
” ข้าไม่รู้ว่าพลังฟั้าดินคืออันใด เราใช้พลังดาราในการ
ฝึกฝน ดาราเหล่านี้เป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราทิ้ง
ไว้ให้ ชาวดาราทั้งหลาย ต่างรับพลังจากจันทราและ
แสงดาราเพื่อใช้ในการฝึกฝนบำเพ็ญตน แต่ละสำนัก
นิกายล้วน ล้วนมีดาราพิทักษ์เป็นของตนเอง ถ้าเป็น
คนจากเมืองกลืนดารา และเป็นชาวกลืนดาราด้วย ”
เขาเข้าใจว่าคนเหล่านี้พึ่งพาพลังดาราในการฝึกฝน
ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่สามารถส่งเฟิงซัวหยากับคนอื่น
ๆ มาอยู่ที่นี่ได้ เท่ากับว่าความพยายามครั้งนี้สูญ
เปล่า
โลกที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้คือดินแดนแห่งดวงจันทราแล
ดาราอย่างแท้จริง
—————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ