กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1187: มหาพิภพทมิฬบรรพกาล
แม้ว่าจะสิ้นหวังในการย้ายมาที่นี่
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังคงสนใจพิภพดาราแห่งนี้เป็น
อย่างมาก
กดังนั้นเขาจึงขอให้เจ้าเมืองเล่าถึงกองกำลังหลักของ
ที่นี่
” ขออภัย ข้าอยากรู้ว่าที่นี่มีเทพเซียนผู้พิทักษ์บ้าง
หรือไม่? ”
” หืม? เทพเซียนผู้พิทักษ์คืออะไร? ”
อู่ อวี้ ไม่คิดว่าเขาไม่ได้รู้ว่าอะไรคือเทพเซียนผู้พิทักษ์
บางทีที่นี่อาจจะไม่มีจริง ๆ
หรือไม่อีกฝั่ายก็กำลังปิดบังตัวตน ไม่ได้เปิดเผยตัวตน
อันสูงส่งเฉกเช่นดังจักรพรรดิโบราณ
” ทุกคนที่กลายเป็นเซียนอมตะ ยังอยู่ที่นี่ได้หรือไม่?
”
” ถ้ากลายเป็นเซียนอมตะแล้วก็ต้องขึ้นสู่สวรรค์สิ ”
” เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีผู้ใดกลายเป็นเซียนอมตะบ้าง แล้ว
ผ่านมากี่ปีแล้ว? ”
” มี … คนกล่าวกันว่าเมื่อประมาณสองพันปีก่อน
เป็นเจ้า ‘สำนักกระบี่เทิดจันทรา’ ส่วนเจ้าสำนักคน
ปัจจุบันมีชื่อว่า เยว่หม่านอิ๋ง ”
” สำนักกระบี่เทิดจันทรา ? ” อู่ อวี้ คาดเดาว่านี่
อาจจะเป็นกองกำลังสูงสุดของพิภพดาราดังนั้นเขา
จึงถามต่อว่า ” กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของที่นี่คือ
อะไร ? แล้วยอดฝีมือสูงสุดของที่นี่ใช่อยู่ในระดับสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 หรือ 10 ใช่หรือไม่? ”
คำถามนี้เพื่อให้แน่ใจว่าที่นี่ไม่เหมือนกับพิภพปีศาจ
บรรพกาลที่มีเทพปีศาจถึง 8 ตน เขาอยากตรวจสอบ
ดูให้แน่ใจว่าที่นี่ไม่มีเซียนอมตะเหมือนจักรพรรดิ
โบราณ หรืออาจจะมีแต่อุปนิสัยใจคอก็อาจจะไม่
เหมือนกัน
ชายชราตอบว่า “ ชาวดาราที่ปกครองทวีปดาราหลัก
ๆ มีอยู่ห้ากองกำลังหลัก พวกเขาได้รับการปกปัก
จากมหาเทพจันทราทั้ง 5 พวกเขาเพลิดเพลินกับ
พลังดาราอันหนาแน่นและบริสุทธิ์มากที่สุด กอง
กำลังทั้ง 5 นี้ช่างน่าริษยาอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมี
คุณสมบัติที่ดีที่สุดระหว่างสวรรค์และพิภพ ”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ อู่ อวี้ ก็แหงนหน้ามองขึ้นไปบน
ฟั้า
“ มหาเทพจันทราทั้ง 5 มีชื่อว่า ลู่เย่ว , หมิงเย่ว ,
เหยาเย่ว , ชิงเย่ว , โม่เย่ว พวกเขากลุ่มคนที่ได้พลัง
ดาราท่วมท้นมากที่สุด นับเป็นสมบัติวิเศษของพิภพ
ดาราของเราอย่างแท้จริง มหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ทั้ง
5 ได้รับพลังมหาเทพจันทราทั้ง 5 ดังนั้นจึง
เจริญรุ่งเรืองยืนยงมาได้จนถึงทุกวันนี้ ”
กองกำลังหลัก 5 นี้เสมือนดั่งแดนสวรรค์ที่ปกคลุมไป
ด้วยพลังฟั้าดิน อย่างเช่นสำนักซ่างหยวน , ชิงเทียน
ซูซัน , นครจักรพรรดิเพลิง ในตอนนั้นพวกเขา
เสมือนดั่งครอบครองแดนสวรรค์ไว้ในมือ อย่างเช่น
เทพปีศาจทั้งแปดที่อยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนคล้ายคลึงกัน
” ส่วนสำนักใหญ่ทั้ง 5 มีชื่อว่า สำนักเต๋าลู่เย่ว, สำนัก
กระบี่เทิดจันทรา , สำนักเต๋าหมิงเย่ว , สำนักเทวะ
ชิงเย่ว , สำนักดวงใจโม่เย่ว นอกจากนี้พวกเขายังมี
มรดกบัญญัติเต๋าที่ต่างกัน มีดาราอารักษ์ที่ต่างกัน
แม้แต่การบำเพ็ญเพียรก็ยังแตกต่างกัน สำนักเต๋าลู่เย่
วอดอ้างว่าตนเองมีเส้นทางเต๋าอันยิ่งใหญ่และมีพลัง
ดารามากที่สุด ส่วนสำนักเต๋าหมิงเย่วก็แอบอ้างว่า
ตนเองมีเส้นทางตะวันถูกต้องมากที่สุด และ
ครอบครองพลังดาราเป็นอันดับ 2 นอกจากนี้สำนัก
กระบี่เทิดจันทราฝึกฝนตนในวิถีแห่งกระบี่ และเหล่า
ศิษย์ในสำนักส่วนใหญ่เป็นสตรี ส่วนสำนักเทวะชิงเย่
วฝึกฝนตนในวิถีแห่งจิต ส่วนสำนักดวงใจโม่เย่วฝึก
ฝนทางด้านหัวใจด้วยวิถีอันลึกลับ กองกำลังหลักทั้ง
5 มีข้อได้เปรียบของตนเอง ”
” จะมียอดฝีมืออยู่กับซักกี่คนนะ? ”
อู่ อวี้ ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก
ชายชรากล่าวต่อว่า “ สำนักเต๋าลู่เย่วค่อนข้างมี
ชื่อเสียง เท่าที่ข้าทราบ ยอดฝีมือในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 แต่ก็แก่ชรามากแล้ว รวมถึง
ใกล้จะสิ้นอายุขัยเต็มที ไม่มีหวังที่จะได้กลายเป็น
เซียนอมตะแล้ว ข้าคิดว่าในสำนักดังกล่าวน่าจะมีกัน
อยู่ประมาณ 10 คน สำนักเต๋าหมิงเย่วก็น่าจะ
คล้ายกัน ส่วนอีกสามสำนัก น่าจะมีอยู่ประมาณห้า
ถึงหกคน ”
เมื่อฟังจากปริมาณดังกล่าวดูเหมือนว่ายอดฝีมือจะไม่
ค่อยมากนัก เมื่อเทียบกับดินแดนโบราณเหยียนหวง
ซึ่งดูเหมือนว่าจำนวนจะเยอะกว่ามาก เพราะดินแดน
โบราณเหยียนหวงทรงอำนาจเป็นอย่างยิ่ง แต่
โดยทั่วไป โลกทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย
” ถ้าโลกนี้ไม่มีเทพเซียนผู้พิทักษ์อยู่จริง หรือเทพ
เซียนผู้พิทักษ์มิได้ปรากฏกายออกบ่อยนัก เท่ากับว่า
ข้าสามารถสำรวจโลกนี้ได้อีก ”
ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง สถานที่แห่งนี้นับว่าน่าอยู่ไม่น้อย ที่
น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือที่นี่ไม่มีพลังฟั้าดิน มี
แต่พลังดารา แล้วสิ่งนี้ก็ทำให้แผนการที่วางไว้ของ
เขาล้มเหลว ทำให้เขารู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย
” โลกนี้ดีกว่าพิภพปีศาจบรรพกาลมากมายนัก ถ้าไม่
ติดเรื่องพลังฟั้าดินคาดว่าพวกเขาจะต้องชอบที่นี่
อย่างแน่นอน ”
อู่ อวี้ ทอดถอนหายใจ
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้
” จริงสิ … ครั้งแรกที่เจ้าเห็นข้า เจ้าเรียกข้าว่า ‘ชาว
ทมิฬบรรพกาล’ ใช่หรือไม่ ? ”
เขาจำได้ว่าอีกฝั่ายตะโกนเรียกเขาใช่ไหม
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้อีกฝั่ายก็ดูสับสนเล็กน้อยแล้ว
กล่าวว่า “ ก็ด้วยรูปลักษณะของเจ้าแตกต่างจากเรา
อย่างสิ้นเชิง เราคือชาวดาราที่มีดวงเนตรเป็นดวง
ดารา แต่เจ้ากับไม่มีดวงดาราในดวงตาเหมือนกับ
พวกเรา ชาวดาราทุกคนหรือแม้แต่สัตว์อสูรล้วนใช้
พลังดาราในการฝึกฝนบำเพ็ญตน ข้าต้องบอกว่า
นอกจากพิภพดาราแล้วยังมีอีกโลกหนึ่งที่เรียกว่า
‘มหาพิภพทมิฬบรรพกาล’ และชาวทมิฬบรรพกาล
นั้นแข็งแกร่งมาก เขาฝึกฝนบ่มเพาะด้วยพลังที่
เรียกว่า ‘พลังฟั้าดิน’ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาว
ทมิฬบรรพกาลก็เคยมายึดครองพิภพของพวกเรา
แล้วในครั้งนั้นชาวดาราเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่
หลวง แม้ว่าเรื่องราวจะนมนานมากแล้วจนกลายเป็น
ตำนานไปแล้วก็ตาม อีกทั้งตอนแรกเรายังเข้าใจผิด
และเรียกพวกเขาว่า ‘ชาวปีศาจบรรพกาล’ ”
มหาพิภพทมิฬบรรพกาล!
ไม่คาดคิดว่าแม้แต่เจ้าเมืองเล็ก ๆ ก็ยังรู้ว่ามีพิภพอื่น
อยู่
อู่ อวี้ ไม่ทราบว่าหินปีศาจบรรพกาลที่เทพปีศาจตน
อื่น ๆ ครอบครองอยู่นั้นมีสถานที่ที่เรียกว่า ‘มหา
พิภพทมิฬบรรพกาล’ อยู่บ้างหรือไม่
บางทีอาจจะบอกได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดตัดของ
ศิลาปีศาจบรรพกาล ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในหินปีศาจ
บรรพกาลปีศาจ ที่ถูกครอบครองโดยเทพปีศาจทั้ง
แปด
นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังได้ยินบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อ
เขากล่าวคำพูด 5 คำว่า ‘มหาพิภพทมิฬบรรพกาล’
ไม่ใช่พิภพทมิฬบรรพกาล
หลังจากทราบข่าวว่าพิภพดาราถูกรุกรานจากพิภพ
อื่น แสดงว่าจะต้องมีความห่างชั้นของพลังฝีมือ
ระหว่างสองพิภพนี้อย่างแน่นอน
อู่ อวี้ ถามว่าต่อไปว่า ” ทำไมเจ้าถึงเรียกโลกนั้นว่า
มหาพิภพทมิฬบรรพกาลแล้วเรียกตนเองว่าพิภพ
ดารา? มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับคำว่า ‘มหา’ เช่นนั้น
หรือ? ”
ชายชราซึ่งกำลังถูกควบคุมจิตอยู่ตอบเพียงแค่ว่า ”
เพราะโลกใบนั้นมีขนาดกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก คาด
ว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าพิภพดาราถึงสิบเท่า นอกจาก
โลกนั้นจะยิ่งใหญ่แล้วอย่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่าง
มาก ที่นั่นมียอดฝีมือมากมาย อีกทั้งยังร่ำลือกันว่ามี
ทั้งเทพเซียนและเทพมารอยู่ไม่น้อย! ”
” หมายความว่ายังไง? ”
เมื่อได้ยินข้อมูลดังกล่าว อู่ อวี้ ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่
ไม่น้อย
ในตอนแรกเขาคิดว่าพิภพปีศาจบรรพกาล , พิภพ
ดารา , และพิภพชมพูทวีปโลกธาตุ มีขนาดเท่ากัน
เสียอีก
แล้วในพิภพที่กล่าวมาทั้งหมด พิภพปีศาจบรรพกาล
นั้นต่างจากพิภพอื่นด้วยเพราะมีเทพปีศาจอยู่ถึง 8
ตน
ทว่าอย่างไรก็ตาม เนื่องจากพิภพปีศาจบรรพกาล
เป็นเช่นดั่งหัวใจหลัก การมีพลังฟั้าดินหนาแน่นกว่าที่
อื่นจึงถือเป็นเรื่องปกติ
และในตอนแรกเขาคิดว่ามหาพิภพทมิฬบรรพกาล
น่าจะเป็นหนึ่งในแปดพิภพ
เขาคิดว่าพิภพทั้ง 8 น่าจะมีขนาดที่สมดุลกัน
อย่างเช่น พิภพเทพสงครามกับพิภพเซียนกระบี่
แต่เจ้าเมืองกลืนดาราได้กล่าวว่า มหาพิภพทมิฬ
บรรพกาลนั้นมีขนาดใหญ่กว่าพิภพดาราถึง 10 เท่า
” เจ้ารู้อะไรอีกบ้างเกี่ยวกับมหาพิภพทมิฬบรรพกาล?
”
อู่ อวี้ รีบซักถามต่ออย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะเขาอยากรู้เกี่ยวกับโลกอื่น ” ไม่ว่าพิภพ
มหาทมิฬบรรพกาลนี้ จะเป็นหนึ่งในแปดหินปีศาจ
บรรพกาลที่พวกเทพปีศาจครอบครองอยู่หรือไม่ก็
ตาม แต่ถ้าพิภพดารามีเส้นทางไปสู่พิภพมหาทมิฬ
บรรพกาล ข้าก็สามารถพาทุก ๆ คนไปที่นั่นได้เพราะ
ที่นั่นมีพลังฟั้าดินให้ฝึกฝน ”
เจ้าเมืองกลืนดารากล่าวว่า ” ข้าเองก็ได้ยินมาอีกที
และยังไม่ค่อยแน่ใจนัก ข้าคิดว่าสำนักใหญ่ทั้ง 5 มี
ประตูเข้าออกไปไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล ซึ่ง
เป็นหนทางเดียวที่ชาวดาราจะไปสู่มหาพิภพทมิฬ
บรรพกาลได้ แต่ผู้คนจากมหาพิภพทมิฬบรรพกาลไม่
สามารถมาที่นี่ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีชาวดาราคน
ใดอยากเข้าไป ประการแรกเนื่องจากว่าที่นั่นไม่มี
พลังดารา ประการที่ 2 ถ้าเราไปแล้วเราไม่สามารถ
กลับมาได้ ”
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่มีความจำเป็นที่ชาวดาราจะ
ไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ ก็
คือพวกเขาไม่สามารถใช้พลังฟั้าดินฝึกฝนตนเองได้
ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่คิดจะเหยียบเข้าไปยังมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล แต่ อู่ อวี้ สามารถไปได้! แม้ว่าเขาจะ
ไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘เส้นทางเดียว’ เกิดขึ้นมาได้ยังไง
แต่ อู่ อวี้ สนใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คนนั้นคือ
หนทางที่จะนำไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล!
ไม่ว่าโลกนั้นจะเป็นอย่างไร เขาจะต้องไปดูให้รู้ให้
เห็นกับตา!
เนื่องจากยามนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าพิภพดาราไม่
สามารถอยู่ได้ ดังนั้นเขาจะต้องไปค้นหาสถานที่ที่จะ
ไปส่มหาพิภพทมิฬบรรพกาลให้จงได้
” สำนักใหญ่ทั้ง 5 มีเส้นทางจะไปที่นั่นเช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ มีความมุ่งมั่นขึ้นมาอีกครั้ง
” ใช่ … มันจะต้องมีอยู่แน่ ๆ ข้าก็เคยได้ยินเรื่องนี้มา
เหมือนกัน ”
อู่ อวี้ วางแผนที่จะไปยังกองกำลังหลักทั้งห้า เขาจึง
ซักถามตำแหน่งที่แน่ชัด
” สำนักไหนอยู่ใกล้ที่นี่มากที่สุด ? ”
ชายชราหยิบเอาแผนที่ ซึ่งเป็นตำแหน่งของกอง
กำลังทั้งห้าออกมา แล้วชี้ไปที่ตำแหน่งหนึ่งพร้อม
กล่าวว่า ” ที่นี่คือสำนักกระบี่เทิดจันทรา เมืองกลืน
ดาราของข้าอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสำนักกระบี่
เทิดจันทรา นอกจากนี้สำนักยังให้ข้าส่งบุตรสาวไป
ฝึกฝนที่นั่นด้วย ”
อู่ อวี้ เห็นว่าสำนักกระบี่เทิดจันทราอยู่ใกล้กว่า
สำนักอื่นจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไปที่สำนักกระบี่
เทิดจันทรา อย่างน้อยมันจัดการง่ายกว่าสำนักเต๋าลู่
เย่ว
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่เขาสามารถซักถาม
เพิ่มเติมได้ ดังนั้นเขาจึงรีบออกจากสถานที่ดังกล่าว
อย่างรวดเร็ว หลังจาก อู่ อวี้ หายลับไปแล้วเจ้าเมือง
กลืนดาราก็สติฟืนคืน เขากวาดตามองไปรอบ ๆ
อย่างเงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาก็ร้อง
ตะโกนว่า ” ข้าใกล้จะถึงจุดจบแล้วใช่หรือไม่ ? เวลา
ดังกล่าวจะมาถึงในไม่ช้าแล้วจริง ๆ หรือ ? ”
เขาแลมองดูดาราที่สว่างไสวบนฟากฟั้า ด้วยความ
สิ้นหวัง
ช่างน่าเสียดายที่เขาไม่สามารถกลายเป็นเทพเซียนได้
และไม่ใช่มีเพียงเขาเท่านั้นที่กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์
แห่งความสิ้นหวัง
ในเวลาเดียวกันนั้น อู่ อวี้ ขี่เมฆาตลบฟั้ามุ่งตรงไปยัง
สำนักสำนักกระบี่เทิดจันทรา
” จะบอกว่า มหาพิภพทมิฬบรรพกาล จะเป็นเช่นใด
นะ? ” อู่ อวี้ ซักถามหมิงซวง
หมิงซวงกลอกตามองบนแล้วกล่าวว่า ” ข้าจะรู้ได้
ยังไงเล่า ตอนนี้เจ้ามีอาณาจักรฝึกตนสูงกว่าข้าแล้ว
แม้ข้าจะมีอายุยืนยาวกว่าเจ้า แต่ข้าไม่รู้อะไรมากนัก
”
” แต่เจ้าก็มักจะมีความคิดดี ๆ เสมอไม่ใช่หรือ? ”
” ในความคิดของข้าไม่ว่าจะเป็นวังสวรรค์แปดพันชั้น
หรือขุมนรกหมื่นชั้น ยังมีพิภพอีกมากมายอยู่อีก
อย่างเช่น ชมพูทวีปโลกธาตุ ก็ยังมีพิภพอื่นที่
เหนือกว่าอย่าง มหาพิภพทมิฬบรรพกาล เจ้าบอกว่า
วังสวรรค์นรกอเวจีน่าจะมีเทพเซียนแลเทพมารอยู่ไม่
มาก แต่เวลาผันผ่านล่วงเลยมาเนิ่นนานแล้ว เป็นไป
ได้หรือไม่ว่าจะมีเหล่าทวยเทพและเทพมาร อยู่บนวัง
สวรรค์แปดพันชั้นหรือขุมนรกหมื่นชั้นกันเต็มไป
หมดแล้ว? อย่างพิภพดาราต้องใช้เวลาหลายพันปี
กว่าจะมีเทพเซียนปรากฏขึ้นมาสักคนหนึ่ง ซึ่งชมพู
ทวีปโลกธาตุก็เหมือนกัน ”
” ข้าก็คิดเช่นกันหากยอมรับวังสวรรค์แปดพันชั้น
หรือขุมนรกหมื่นชั้น ก็เท่ากับเจ้ายอมรับว่าโลก
มนุษย์มีมากกว่าแปดหรือเก้าพิภพอย่างแน่นอน และ
อาจจะมีอยู่อีกมากมาย แต่อย่าได้คิดมากไปเลย บาง
ทีวังสวรรค์แปดพันชั้นหรือขุมนรกหมื่นชั้นอาจจะมี
ขนาดเล็กมากก็ได้ บางทีเทพเซียนหรือว่าเทพมา
อาจจะมีไม่มากอย่างที่คิด ” อู่ อวี้ กล่าวด้วยอารมณ์
ความรู้สึก
” พูดคุยกันไปก็ไร้ประโยชน์ เราต้องไปดูที่สำนัก
กระบี่เทิดจันทราให้เห็นกับตาถึงจะรู้ว่าอะไรเป็น
อะไร! ถึงแม้เจ้าจะพูดว่าไม่สนใจ แต่ข้าได้ยินมาว่า
สำนักแห่งนี้มีสาวงามให้เจ้าเลือกมากมายเลยใช่
หรือไม่? ข้าจะจับตาดูเจ้า จะเป็นสายสืบให้แม่มังกร
น้อยของข้า ถ้าเจ้าทำอะไรไม่ชอบมาพากลขึ้นมา ข้า
จะไปฟั้องนาง ”
” เจ้าจะมายุ่งอะไรด้วยเนี่ย มันหาได้เกี่ยวข้องอะไร
กับเจ้าเลยนะ กลับไปนอนซะไปั๊! ”
เขามองท้องนภา เสมือนดั่งกำลังถูกเชื้อเชิญจาก
จันทราสีชมพูอ่อน นับเป็นความงามอันไร้ที่เปรียบ
อย่างแท้จริง
—————
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ