กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1192: เวทย์กระบี่เทพจันทราเหยาเย่ว
เร้นปฐพี
อู่ อวี้ ได้ซักถามข้อมูลก่อนจะเข้ามาที่นี่แล้วว่า
เจ้าส านักของทั้ง 5 กองก าลังหลักต่างใช้ ‘ศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งมีวงเวทย์ประทับอยู่นับ
ล้านวง
ส านักกระบี่เทิดจันทราเย่วหลิงเซวียนก็ใช้
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน!
แล้วยามนี้เห็นได้ชัดว่านางต้องการจัดการ อู่
อวี้ ภายในต่ายกลหิมะจันทรา
ยิ่งกว่านั้นหากไม่มีการพูดคุยใด ๆ นางจะต้อง
ปักใจคิดว่า อู่ อวี้ เป็นภัยต่อส านักกระบี่เทิดจันทรา
และพิภพดารา
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่นางถืออยู่ใน
มือยามนี้คือกระบี่ ทว่าทั้งกระบี่กับอาบไร้ไปด้วย
แสงจันทราสาดส่องประกายหลากสีสันแข่งขันกับ
จันทราบนฟากฟ้าน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง
กล่าวกันว่ามันถูกเรียกว่า: กระบี่เทพจันทรา
เหยาเย่ว
ตามต านานบรรพชนชาวดารา ได้ขึ้นไปยัง
จันทราเหยาเย่ว และได้รับวัสดุพิเศษในการ
ปรับแต่งหลอดสร้างมันขึ้นมา
จวบจนวันนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถขึ้นไปบน
มหาเทพจันทราทั้ง 5 ได้
เย่วหลิงเซวียนถือจับกระบี่เทพจันทราเหยา
เย่ว ยืนนิ่งเงียบอยู่ภายใต้แสงจันทราสาดส่อง ยิ่ง
ท าให้นางดูมีเสน่ห์เย้ายวนสูงส่งสง่างาม และยังเต็ม
ไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันราวกับนักฆ่า!
อู่ อวี้ รู้สึกว่ายามนี้เสมือนดั่งหมื่นปากว่า ก็ไร้
ซึ่งเหตุผลสิ้นนี้
เย่วหลิงเซวียนไม่พูดซ้ าอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่นาง
ทะยานเข้ามาหมายปลิดชีพด้วยกระบี่!
ขอบเขตของหุบเขาหิมะจันทรายังถือว่ามีขนาด
เล็กเกินไป ไม่เหมาะสมส าหรับการต่อสู้ อู่ อวี้ จึง
ผสานร่างกับเมฆาตลบฟ้าพร้อมกระโดดออกจาก
ค่ายกลคุ้มกัน มาปรากฏตัวที่ด้านนอกวงเวทย์ทันที
นอกนั้นมีศิษย์ส านักกระบี่เทิดจันทราเฝ้าจับตา
ดูอยู่มากมาย
และผู้ที่กล้าเข้าใกล้อาณาเขตนี้จะอยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ส่วนลูกศิษย์ที่อยู่ในวัยหนุ่ม
สาวต่างก็ก าลังหลบซ่อนตัวอยู่ห่างไกลออกไป
ท่ามกลางอาวุโสจันทราทั้ง 5 หลังจากเย่วหลิง
อี๋ฟื้นคืนสติกลับมาแล้วนางก็ถูกปกป้องอยู่
เบื้องหลัง ทันใดนั้นเมื่อนางเห็น อู่ อวี้ ออกมานางก็
แสดงท่าทางตกใจโกรธเคืองอย่างที่สุดพร้อม
ตะกอนกล่าวไว้ว่า ” รีบฆ่าไอ้โจรคร่าสวาทผู้นี้ซะ!”
หลายคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อได้ยิน
เย่วหลิงอี๋กรีดร้องเช่นนี้ก็รีบตอบสนองทันที ต่างคิด
ว่าเจ้าโจร 500 ผู้นี้ช่างใจกล้ายิ่งนัก กล้ามา
เกาะแกะวุ่นวายกับน้องสาวสุดที่รักของเจ้าส านัก
กระบี่เทิดจันทรา
” คนพวกนี้ใจกล้าหน้าด้านนัก ไฉนถึงไม่เคย
เห็นมันมาก่อน? ”
” ลองมองตาของมันดูสิ มันหาใช่ชาวดาราแต่
อย่างใด! ”
“แล้วมันเป็นคนที่ไหนกันเล่า?”
เมื่อพูดถึงความแตกต่างนี้ ฝูงชนในส านักกระบี่
เทิดจันทราต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดไปท าตาม ๆ กัน
กลุ่มยอดเขาเทิดจันทรามีน้อยคนนักที่จะกล้า
ล่วงล้ าเข้ามา ที่นี่สงบสุขมานานหลายร้อยปีแล้วไม่
เคยมีเรื่องใหญ่อันใดเกิดขึ้น ส่งผลให้ยามนี้คนต่าง
มุงดูผู้บุกรุกรายนี้อย่างใจจดใจจ่อราวกับเป็นเรื่อง
สนุก กล่าวได้ว่าเหนือความเกลียดชังก็ยังมีความ
ใคร่รู้
” เจ้าส านัก! จัดการมันเลย! ดูเหมือนว่าเจ้าชาย
ผู้นี้จะล่วงเกิน ‘มารน้อยอี๋’ จัดการมันเลย!
“ข้าไม่คิดว่า ‘มารน้อยอี๋’ จะมีวันนี้ด้วยเช่นกัน!”
มารน้อยอี๋คือฉายาค าเรียกที่เอาไว้เรียกขาน
เย่วหลิงอี๋ ชื่อนี้บ่งบอกถึงความส าเร็จของนางใน
ส านักกระบี่เทิดจันทรา มีคนไม่มากนักในส านักที่
ไม่เคยถูกนางเล่นงาน …
เมื่อพวกเขาเห็นมารน้อยอี๋กรีดร้องดิ้นพราด ๆ
เช่นนี้ต่างก็สงสัยกันอยู่ในใจ
” เป็นเรื่องจริงเช่นนั้นหรือ?”
ทุกคนต่างมองหน้ากันแล้วก็ตระหนักว่านี่ไม่ใช่
เรื่องเล็ก ๆ แน่ ๆ โดยเฉพาะศิษย์ในส านักกระบี่
เทิดจันทรากว่าร้อยละ 80 เป็นอิสตรีทั้งหมด
ฉะนั้นการซุบซิบนินทาจึงถือเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเป็น
เรื่องอย่างว่าก็ยิ่งดึงดูดใจกระตุ้นต่อมเผือกของพวก
นางอย่างยิ่ง
ประเด็นส าคัญก็คือปกติแล้วเจ้าส านักจะเป็น
คนลึกลับเยือกเย็นยากหยั่งถึง แต่ยามนี้นางกลับ
โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงพุ่งทะยานลงไปเบื้องล่าง
ปรากฏตัวต่อหน้า อู่ อวี้ ส่วนในมือถือจับกระบี่เทพ
จันทราเหยาเย่วพร้อมโจมตี
“ อย่างที่ข้าบอกไม่เห็นจ าเป็นต้องท าเช่นนี้ ข้า
หาได้ต้องการท าอะไรไม่ดีที่นี่ โปรดใจเย็นแล้ว
พูดคุยกันก่อน ”
อู่ อวี้ กล่าว
“ ได้ซี้! เรามาพูดคุยกัน แต่ข้าชอบที่จะพูดคุย
กับซากศพของเจ้ามากกว่า ”
เย่วหลิงเซวียนโบกสะบัดกระบี่เทพจันทรา
เหยาเย่วกระบี่เทพจันทราเหยาเย่ว แล้วในช่วง
เวลานั้นเองวงเวทย์ด้านบนก็ถูกกระตุ้นจนเริ่ม
ท างาน! พลังของกระบี่เทพจันทราเหยาเย่วหาใช่
เรื่องเล่น ๆ แต่อย่างใด! อู่ อวี้ ไม่ต้องการให้เรื่อง
วุ่นวายเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะถูก
บังคับหากไม่ลงมือท าอะไรก็คงจะเป็นไปไม่ได้!
เขาพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องนภาท่ามกลาง
สายตาของทุกผู้ผู้คนที่จับจ้อง ดูเหมือนว่าจะอยู่ใน
ต าแหน่งใจกลางของดวงจันทราเหยาเย่ว เมื่อ อู่
อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เขาก็
จ าต้องอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งสูงสุดเช่นกัน เขาจึง
ใช้เพียงฟ้าจรดดินขยายร่างใหญ่ ทันใดนั้นร่างกาย
ของเขาก็ใหญ่โตขึ้นโดยฉับพลัน พร้อมกับ
แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างจ าแลงเซียนวานอันแสนดุ
ร้าย!
” นี่ไง! ในที่สุดหางสุนัขจิ้งจอกของเจ้าก็โผล่
ออกมาจนได้! นี่คือร่างแท้จริงของเจ้า! ” เย่วหลิงเซ
วียนถือจับกระบี่เทพจันทราเหยาเย่วด้วยสองมือ
แล้วชี้ไปทาง อู่ อวี้ ไม่ว่าเขาจะไปยังทิศทางไหน ก็
ดูเหมือนว่าเขาก าลังจะหลบหนี
แต่ในช่วงเวลานั้นเองเสาสวรรค์ชมพูทวีป ซึ่ง
เป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นใน
มือของเขาเช่นกัน! ทั่วทั้งตัวเสาสวรรค์ชมพูทวีปนั้น
มืดมิดด าสนิท ราวกับมีอสูรร้ายล้อมอยู่ ทั้งยังมี
ม่านหมอกสีด าทมิฬแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า
มันคืออสูรร้ายที่สามารถกลืนกินจันทราเหยาเย่
วที่อยู่ด้านบนได้ เฉกเช่นดังพยัคฆ์ที่ก าลังเฝ้าจับ
จ้องมองเหยื่อก็มิปาน
เมื่อศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้น
ทั้งยังแฝงไปด้วยความรู้สึกที่สามารถต้านทานกระบี่
เทพจันทราเหยาเย่วได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้สี
หน้าของเหล่าสาวกของนิกายเทพจันทราที่อยู่
ด้านล่างแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง!
“นั่นคือศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทุกคน
รีบถอยออกไปเร็ว”
“ช่างเป็นศาสตราที่ชั่วร้ายยิ่งรัก!”
“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!”
ก่อนหน้านี้ฝูงยังมิได้รับรู้ถึงอันตราย จึงเข้ามา
แลชมอย่างใกล้ชิด แต่เมื่ออันตรายปรากฏขึ้น บวก
กับค าเตือนของ 5 อาวุโสจันทราแม้กระทั่ง เย่วหลิง
อี๋ ก็ยังต้องหลบหนีออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย
จากการปะทะกันของบุคคลอันดับต้น ๆ ในโลกเลย
ก็ว่าได้
“คนผู้นั้นคือใคร! เหตุใดถึงมีศาสตราวิถีแท้
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ด้วย!”
ผู้คนที่อยู่โดยรอบ ล้วนเต็มไปด้วยความสงสัย
กังขา
แน่นอนว่าเย่วหลิงเซวียนคือผู้ที่ตกตะลึงมาก
ที่สุด นางรู้ว่าศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์หาได้
ยากมากเพียงใด เช่นกระบี่เทพจันทราเหยาเย่ว
เป็นมรดกที่สืบทอดให้แก่เจ้าส านักเทิดจันทราแต่
ละรุ่น ต่อให้บรรพชนบรรลุกลายเป็นเซียนอมตะ ก็
ยังต้องส่งต่อให้แก่ลูกหลาน ไม่สามารถน าออกไป
ได้
ส านักกระบี่เถิดจันทราพึ่งพามรดกนี้มาอย่าง
ยาวนาน มีการส่งต่อรุ่นสู่รุ่นให้แก่เจ้าส านัก
มากมายนับไม่ถ้วน
ด้วยเหตุนี้นางจึงตระหนักได้ว่า อู่ อวี้ คือภัย
คุกคามใหญ่หลวงยิ่ง!
ดังนั้นนางจึงลงมืออย่างไร้ปรานีมากขึ้นไปอีก
เย่วหลิงเซวียนกระโดดถอยมาเบื้องหลัง ร่ายร า
กระบี่ยาว พร้อมปลดปล่อยการโจมตีสังหารถเข้า
ใส่เขาทันที!
“เวทย์กระบี่เทพจันทราเหยาเย่วเร้นปฐพี!”
นับได้ว่าวงเวทนี้ช่วยเปิดหูเปิดตาให้แก่ อู่ อวี้
อยู่ไม่น้อย นี่คือการประสานระหว่างผู้ฝึกตนในวิถี
แห่งกระบี่กับวงเวทระนาบบนสุด เมื่อถูก
ปลดปล่อยออกไป ทันใดนั้นก็บังเกิดแสงหลากสีสา
ดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน ล าแสงปราณกระบี่
จ านวนนับไม่ถ้วนเข้ามาผสานรวมอยู่เหนือศีรษะ
ของ เย่วหลิงเซวียน สามารถแลเห็นได้ว่านางร่าย
ร าอยู่ภายใต้แสงหลากสีเหล่านั้น ชุดกระโปรงยาว
โบกสะบัด เส้นเกศายาวสีด าผิวพริ้วไสว การร่ายร า
นับว่างดงามเป็นอย่างยิ่ง อาจกล่าวได้ว่าทุกสรรพ
สิ่งในสวรรค์และปฐพีได้มาผสานหลอมรวมบรรจบ
กัน งดงามเสมือนดั่งเทพธิดา ในแต่ละครั้งที่ร่ายร า
ล้วนปลดปล่อยมหาสมุทรกระบี่ออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง ทั้งยังมีละอองสีแดงจ านวนนับไม่ถ้วน
กวาดผ่านหลอมรวมกับปราณกระบี่ที่อยู่เหนือ
ศีรษะของนาง!
การร่ายร านี้ แม้แต่เทพเซียนก็ยังถูกมอมเมาไป
กับความงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ อู่ อวี้ ไม่เคย
เห็นการโจมตีสังหารที่ดูงดงามขนาดนี้มาก่อน เมื่อ
เปรียบเทียบกันแล้ว เขาดูเรียบง่ายและดุร้ายกว่า
มาก
เย่วหลิงเซวียน ร่ายร าอยู่บนท้องเวหา
เคลื่อนไหวไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว แม้ว่าดู
สลับซับซ้อน แต่เพียงช่วงสั้น ๆ นางใช้ปราณกระบี่
สร้างเป็นอณูพิภพอยู่บนเหนือศีรษะ พิภพนี้มีขนาด
กว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ผสานรวมกับปราณกระบี่สี
ชมพูอย่างสมบูรณ์ ละอองแดงจ านวนนับไม่ม้วน
กลิ้งก่อตัวอยู่โดยรอบ ท่ามกลางพิภพขนาดใหญ่ มี
เสียงหัวเราะดังแว่วเรไรออกมา มีคนก าลังร้องเพลง
ร้องเล่นเต้นร า บ้างก็เมามาย บ้างก็ร่ าไห้ เสมือนดั่ง
โลกแห่งความจริง ที่สามารถกลืนกินบดขยี้ผู้คน
ด้วยปราณกระบี่ให้กลายเป็นฝุ่นผงได้อย่างสมบูรณ์
เวทย์กระบี่เทพจันทราเหยาเย่วเร้นปฐพี!
ท่ามกลางการร่ายร ากระบี่ และละอองแดง
จ านวนนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ภายใต้
แสงจันทราเหยาเย่ว บัดนี้แสงสีชมพูจากบนฟ้า ได้
ส่องสว่างลงมาเบื้องล่างราวกับธารน้ าตก ข้ามผ่าน
ร่างของ อู่ อวี้ ตกกระทบไปยังปราณกระบี่ละออง
แดงที่อยู่เบื้องล่าง อู่ อวี้ แสงนี้ท าให้พลังอ านาจ
ของวงเวทย์กระบี่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยัง
ส่งผลกระทบต่อวงเวทคุ้มกันพรมแดนอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงที่อยู่ในตราประทับมังกรเหยียน
หวงอีกด้วย!
อู่ อวี้ ตระหนักว่าการเอาชนะคู่ต่อสู้ ใน
ดินแดนของฝ่ายตรงข้ามนั้นช่างยากล าบากเป็น
อย่างยิ่ง!
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้คู่ต่อสู้ได้มุ่งเป้ามาที่
ตนเองเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังอยู่ภายใต้การจับจ้อง
มองดูจากเหล่าสาวงามอีกนับไม่ถ้วน พูดได้เลยว่า
อู่ อวี้ ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับการเผชิญหน้าอย่าง
ตรงไปตรงมาก่อน ดังนั้นเขาจึงยืนหยัดอย่างมั่นคง
โดยไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย!
หากไม่จัดการฝ่ายตรงข้าม แล้วนางจะเชื่อใน
สิ่งที่เขาพูดได้อย่างไร?
“สวดส่งอเวจีหมื่นชั้น!”
นี่คือวงเวทแรกของ เสาสวรรค์ชมพูทวีป พลัง
อ านาจของมันก็จัดว่าไม่เลวเลยทีเดียว ส่วนวงเวท
วังสวรรค์แปดพันชั้น สรรพชีวิตสิ้นสูญ ก่อนหน้านี้
อู่ อวี้ เคยลองทดสอบมาบ้างแล้ว อ านาจท าลาย
ล้างของน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเขาจึงไม่
เลือกใช้มัน
ในขณะนั้นเอง เสาสวรรค์ชมพูทวีป ในมือของ
เขามีขนาดใหญ่โตมโหฬารเป็นอย่างยิ่ง ตั้ง
ตระหง่านขึ้นไปบนฟ้า อู่ อวี้ ควบคุมเสาสวรรค์
ชมพูทวีป ซึ่งดูเฉกเช่นดั่งภูผาขนาดยักษ์ พร้อม
ฟาดอัดกระแทกลงมาเบื้องล่างอย่างรุนแรง เมื่อ
ต้องเผชิญหน้ากับ เสาสวรรค์ชมพูทวีป ใน
รูปลักษณ์เช่นนี้ เหล่าสาวกหญิงของส านักกระบี่
เทิดจันทราที่อยู่เบื้องล่างก็พากันเหงื่อตกไปตาม ๆ
กัน
ท่ามกลางสายตาซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นกลัว
ของฝูงชน เสาสวรรค์ขนาดยักษ์ได้ถูกเหวี่ยงฟาดลง
มายังเบื้องล่างอย่างรุนแรง เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่
ปราณกระบี่พิภพละอองแดง ม้วนกวาดฉีกกระฉาก
เข้าใส่ อู่ อวี้
แล้วทันใดนั้นเองเสาสวรรค์ก็อัดกระแทกเข้าใส่
พิภพละอองแดง!
ประตูสวดส่งอเวจีหมื่นชั้นได้ถูกเปิดออก
มาแล้ว!
มีปลายสุดของเสาสวรรค์ชมพูทวีปเป็นจุด
ศูนย์กลาง ทันใดนั้นห้วงวังวนทมิฬขนาดใหญ่ก็ก่อ
ตัวขึ้นเบื้องล่าง จนมีขนาดเทียบเท่ากับปราณกระบี่
พิภพละอองแดง ซึ่งในครานี้ประตูสวดส่งอเวจีหมื่น
ชั้นได้ถูกเปิดขึ้นบนฟากฟ้า พร้อมปะทะเข้าใส่
ปราณกระบี่พิภพละอองแดงอย่างรุนแรง!
ตูมตูมตูม!
ชั่วอึดใจนั้นเอง ปราณกระบี่ละอองแดงจ านวน
นับไม่ถ้วน ก็ฉีกกระชากตวัดฟันเข้าใส่ห้วงวังวน
สวดส่งอเวจีหมื่นชั้นทันที สัตว์นรกจ านวนมากมาย
ปรากฏขึ้นภายในห้วงวังวน พร้อมกับปราณกระบี่สี
แดงโลหิตของฝ่ายตรงข้าม!
ทั้งสองวงเวทย์ต่างปะทะห้ าหั่นกันอย่างดุเดือด!
อู่ อวี้ ยืนอยู่บนเมฆาตลบฟ้า ท าให้สามารถแล
เห็นการปะทะกันระหว่างวงเวทย์ทั้งสองตรงปลาย
ล่างสุดของสวรรค์ชมพูทวีปได้อย่างชัดเจน แล้ว
ทันใดนั้นมือทั้งสองของเขาที่ก าลังก าเสาสวรรค์อยู่
ก็ระเบิดพลังอ านาจแห่งกายเนื้อ ปลดปล่อยอ านาจ
ท าลายล้าง บดขยี้ลงสู่เบื้องล่างด้วยท่วงท่าสง่างาม
ทันที!
ปราณกระบี่ซึ่งเข้าปกคลุมร่างของเขา ค่อย ๆ
ถูกห้วงวังวนทมิฬจากสวดส่งอเวจีหมื่นชั้นกลืนกิน
เข้าไปทีละน้อย เมื่อผสานรวมกับอ านาจแห่งกาย
เนื้ออันมหาศาลของ อู่ อวี้ เวทย์กระบี่เทพจันทรา
เหยาเย่วเร้นปฐพี และ จันทราเหยาเย่ว ก็ถูกสวด
ส่งอเวจีหมื่นชั้นก าราบกลืนกิน จนแสดงให้เห็นถึง
สัญญาณของการพังทลาย!
ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่
ดี กระบี่เทพจันทราเหยาเย่วให้ความรู้สึกสวยงาม
อ่อนโยนและประณีตวิจิตรบรรจงเป็นอย่างยิ่ง ส่วน
เสาสวรรค์ชมพูทวีปของ อู่ อวี้ กลับเต็มไปด้วย
ความดุร้ายป่าเถื่อนอย่างสุดแสน อ านาจในการบด
ขยี้สังหารอย่างเหี้ยมหาญ ได้ถูกปลดปล่อยออกมา
อย่างเต็มที่ในการต่อสู้นี้
ตูมตูมตูม!
เย่วหลิงเซวียน ที่ก าลังกวัดแกว่งปลดปล่อยวง
เวทย์ของกระบี่เทพจันทราเหยาเย่วออกไปอย่าง
เต็มก าลัง เมื่อได้แลเห็นความแข็งแกร่งอหังการของ
อู่ อวี้ นางรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ทั้งยัง
ตระหนักได้อย่างแจ้งว่า ตนเองนั้นไม่อาจควบคุม
ปราณกระบี่ที่เข้าไปในห้วงวังวนทมิฬได้แม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าวังวนของ อู่ อวี้ จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นสี
ชมพู ทว่าว่าภายในนั้นก็ยังเต็มไปด้วยสัตว์นรก
จ านวนมากมายนับไม่ถ้วน!
“บัดซบ นี่มันศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์
อะไรกัน! ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก คนผู้นี้ต้องเป็นปีศาจ
ร้ายที่คิดจะมาบดขยี้ท าลายโลกนี้อย่างแน่นอน!
อาวุโส 5 จันทรา รับบัญชาข้า จงสังหารมันเสีย!”
เย่วหลิงเซวียน ออกค าสั่ง
—————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ