กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1193: กระแสวังวนทองคําวังสวรรคแปด
พันชั้น
ด้วยร่างกายอันใหญ่โตของ อู่ อวี้ เมื่อยืนเทียบ
กับเย่วหลิงเซวียนนางจึงมีขนาดร่างกายค่อนข้างเล็ก
มาก
พวกนางไม่สนใจหน้าตาหรือศักดิ์ศรี เมื่อเย่วหลิงเซ
วียนเห็นว่าฝั่ายตรงสามารถเอาชนะตนเองได้ นางก็
ให้ผู้อาวุโสจันทราทั้ง 5 เข้ามารุมโจมตีฝั่ายตรงข้าม
จากที่เห็นดูเหมือนผู้อาวุโสทั้ง 5 เองก็พร้อมที่จะต่อสู้
เต็มที่แล้วเช่นกัน
สำหรับเหล่าศิษย์ในสำนักที่มานั่งชมติดขอบสนาม
เมื่อเห็นผู้อาวุโสจันทราทั้ง 5 เตรียมพร้อมเข้าต่อสู้
พวกเขาก็เริ่มถอยห่างจากพื้นที่อย่างรู้งาน
เย่วหลิงอี๋ยืนมองสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ แต่นางก็รู้ดี
ว่าหากพี่สาวและผู้อาวุโสจันทราทั้ง 5 ไม่สามารถ
เอาชนะฝั่ายตรงข้ามได้ วงเวทย์แค่นี้คงไม่สามารถกั้น
ขวางหรือหยุดฝั่ายเขาได้แน่
” ชายผู้นี้มาจากนรกขุมไหน! ถึงมีพลังมากมายเพียง
นี้? ”
“ข้าก็ไม่รู้ แต่ก็คงมากพอขนาดที่ผู้อาวุโสทั้ง 5 ต้อง
เข้าร่วมการต่อสู้นี้ด้วย! ”
อู่ อวี้ ได้หาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุโสทั้ง 5
ที่มาแล้ว
พวกเขาคือ 5 ผู้อาวุโสจันทรามีนามว่า ชิงซิงเย่ว ,
หลิงชิงเย่ว , เจาเหวินเย่ว , เหยากว่างเย่ว , เฟิงชิง
เย่ว
นอกจากนี้พวกเขาทั้งหมดยังมีเอกลักษณ์เป็นของ
ตนเอง อีกทั้งยังดูงดงามเกินกว่าวัยของตนเอง บาง
คนถึงแม้จะมีอายุแก่ชราใกล้ตาย แต่ก็ไม่ได้ดูหงำ
เหงือกหมดสภาพ เรียกได้ว่ายังเป็นหญิงชราที่มี
เสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งคนอายุประมาณ ยิ่งมีศักดิ์ศรีดูน่าเกรงขามมาก
เท่าไหร่ก็ยิ่งดุร้ายมากเท่านั้น อู่ อวี้ รู้ได้อย่างรวดเร็ว
ว่าหญิงชราเหล่านี้โหดร้ายมากกว่าคนทั่วไป
ในเวลานี้พวกเขากระจายตัวออกเป็นห้าทิศ แล้วพุ่ง
ทะยานลงมาจากฟากฟั้าเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างพร้อม
เพรียงกัน!
ส่วนด้านล่างมีเย่วหลิงเซวียนรอฉกฉวยโอกาสโจมตี
กำจัด อู่ อวี้ ให้สิ้นซาก
ส่วนที่อยู่ห่างออกไปยังมีอีกจำนวนมากที่มีฝีมืออยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า และพวกเขาทั้งหมด
ล้วนใช้กระบี่เป็นอาวุธ ในเวลานี้นักกระบี่นับพัน
กำลังก่อตั้งค่ายกลเต๋ากระบี่มายังทิศทางของ อู่ อวี้
นี่คือวิธีการต่อสู้ของนักกระบี่ อันที่จริงมันเหมือนกับ
ฝูงผึ้งที่กำลังมาดหมายบดขยี้ศัตรูจนไม่ให้เหลือซาก
…
เจ้าสำนัก , ห้าผู้อาวุโสจันทรา , ทั้งหมดผสานร่วมมือ
โจมตีก่อเกิดเป็นค่ายกล ตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย
กำลังสร้างค่ายกลเต๋ากระบี่ของสำนักกระบี่เทิด
จันทรา เปรียบร่างกายเป็นเช่นดังกระบี่ ในเวลานี้
แม้แต่คนที่อยู่ห่างไกลออกไป ก็ยังถูกปกคลุมด้วย
ปราณกระบี่จนมืดฟั้ามัวดิน กระบี่นับหมื่นพันทุ่งมา
จากทุกทิศทางตรงมายัง อู่ อวี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลาง
เปั้าหมายทะเลกระบี่ หมายมาดเจาะทะลุทะลวงเข้า
ใส่ร่างกายของเขาจนไม่เหลือซาก!
แรงกดดันที่ อู่ อวี้ ได้รับนั้นช่างยอดเยี่ยมอย่าง
แท้จริง
ห้าผู้อาวุโสจันทรานอกจากจะใช้กระบี่เป็นอาวุธ
กระบี่ของพวกเขายังอยู่ในระดับศาสตราวิธีแท้
วิญญาณนภา มีวงเวทย์ประทับประมาณ 800,000
หรือ 900,000 เลยทีเดียว นี่คือศาสตราเต๋ากระบี่
ระดับสูง คาดว่ามิได้ด้อยไปกว่ากระบี่แก่นมังกรนว
ดาราที่ร่างกลืนสวรรค์ใช้แต่อย่างใด
ห้าคนห้าทิศทางก่อตั้งเป็นค่ายกลเต๋ากระบี่ พุ่ง
ทะลวงโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้
อู่ อวี้ กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสามทาง
โดยเฉพาะห้าผู้อาวุโสจันทราพลังฝีมือของพวกเขา
อยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 แม้จะแก่
ชราแต่ก็เก๋าประสบการณ์ เมื่อรวมตัวกันก็กลายเป็น
ความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล มากมายเสียยิ่งกว่า
เย่วหลิงเซวียน!
ค่ายกลเต๋ากระบี่ยังคงดำเนินต่อไป แม้พลานุภาพจะ
ร้ายแรงยิ่งกว่าเย่วหลิงเซวียน ค่ายกลเต๋ากระบี่ทั้ง 5
ถูกสร้างขึ้นเพื่อปลิดชีพศัตรู นอกจากนี้เขายังต้อง
รับมือกับเย่วหลิงเซวียนที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมเป็น
อย่างยิ่ง!
ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างบีบคั้น เขาจึงกระทำได้
เพียงหลบเลี่ยงถอยร่นไปเรื่อย ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่
อยากต่อสู้เลยก็ตาม แต่ด้วยสถานการณ์ทำให้เขา
ต้องครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตัดสินใจที่จะต่อสู้
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถโน้มน้าวห้าผู้อาวุโสจันทรา
แต่เขาอาจจะโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมเย่วหลิงเซวียนได้
” แม่นางเย่วหลิงเซวียน ไฉนไม่ลองใคร่ครวญดูให้ดี
ๆ ตัวข้านั้นมีพละกำลังมากมายเยี่ยงนี้ ไม่จำเป็นต้อง
พูดคุยกับเจ้าก็ได้แล้วใช้กำลังบีบบังคับ! เหตุใดข้าถึง
ยังพูดคุยดี ๆ กับเจ้าอยู่! ”
สุรเสียงของเขาดังสนั่นกังวานแพร่กระจายไปทั่ว อัน
ที่จริงเข้าสามารถมาใช้สวดส่งอเวจีหมื่นชั้น สยบ
เย่วหลิงเซวียนได้ แต่เขาก็ไม่ได้กระทำเช่นนั้น
แต่สถานการณ์ในยามนี้ ทันใดนั้นเขาก็ตวัดฟาดเสา
สวรรค์ชมพูทวีปลงไป!
“ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง! ”
ทันใดนั้นผู้คนก็เห็นว่าท่อนแขนของเขาขยายใหญ่ขึ้น
บัดนี้เขากลายเป็นเซียนวานรร่างทองคำผู้น่าเกรง
ขาม ไร้ซึ่งผู้ต่อกรอย่างหาที่เปรียบมิได้
เสาสวรรค์ชมพูทวีปในมือของเขามีรูปแบบที่
เปลี่ยนไป แต่ในเวลานี้ก็ไม่มีผู้ใดสนใจเขาแม้แต่น้อย
ห้าผู้อาวุโสจันทราและคนอื่น ๆ ล้วนมุ่งมั่นอยู่กับการ
ฆ่า ส่วนเย่วหลิงเซวียนยามนี้ควบคุมพิภพละอองแดง
ที่แตกสหายไล่ล่าสังหารเขาต่อไป!
ทันใดนั้นก็มีสตรีสวมใส่ชุดคลุมกระบี่หลายคน กำลัง
พุ่งโจมตีจากด้านบน ในเวลานี้เหนือศีรษะของ อู่ อวี้
มีปราณกระบี่จำนวนมากพวยพุ่งเข้าใส่!
เขากำลังถูกล้อมรอบไปด้วยโฉมงามนับพัน!
” เย่วหลิงอี๋ผู้น่าสงสาร ข้าจะฆ่ามัน เพื่อแก้แค้น
ให้กับเจ้า! ”
ในเวลานี้สาวงามดูเหมือนจะเกรี้ยวกราดมากขึ้น
” เดี๋ยว ๆ ๆ พวกเจ้ากำลังเข้าใจผิด! ” แน่นอนว่า
เย่วหลิงอี๋รู้สภาพร่างกายของตนเองเป็นอย่างดี อู่ อวี้
มิได้แตะต้องร่างกายนางแม้แต่น้อย แต่ข่าวที่แพร่
สะพัดออกไปนั้นทำให้นางตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เวลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจนางอีกต่อไป ทุกคนเฝั้าจับตาดู
ปีศาจตัวฉกาจอย่าง อู่ อวี้ ว่าท้ายที่สุดแล้วจะตกตาย
หรือไม่!?
เวลานี้ปราณกระบี่ปกคลุมจนมืดฟั้ามัวดิน แต่สีหน้า
ของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงยังคงน่าเกรงขามดุร้าย
อย่างเช่นเคย เสาสวรรค์ชมพูทวีปในมือของเขายาม
นี้ขยายใหญ่ขึ้นมาก สภาพของเขาในยามนี้เป็นวานร
ที่ดุร้ายปั่าเถื่อนน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เวลาผ่าน
คำรามเผยให้เห็นเขี้ยวยาวงุ้มขาววับ ดวงตาลุกโชน
ไปด้วยเปลวเพลิง!
ตูมมม!
เสาสวรรค์ชมพูทวีปในมือของเขา ได้บังเกิดเปลว
เพลิงลุกท่วมจากด้านล่างขึ้นไปถึงด้านบน
แปรเปลี่ยนเสาสีดำให้กลายเป็นสีทอง ฉับพลัน
นั้นเองภายใต้เปลวเพลิงทองคำ เสาสวรรค์อันมืดมิด
ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีทองในบัดดล! เสาสวรรค์
ชมพูทวีปทองคำได้ปรากฏขึ้นในมือของ อู่ อวี้ รูป
สลักอสูรชมพูทวีปบนเสาแปรเปลี่ยนจากดำเป็นทอง
รูปร่างที่เคยดุร้ายน่ากลัว เริ่มปรากฏเกล็ดมังกรขึ้น
บนร่างอย่างเห็นได้ชัด จากอสูรที่เคยดุร้าย
เปลี่ยนแปลงกลายเป็นอสูรสีทองสง่างามที่มีปีกคู่
หนึ่งปรากฏขึ้น
ทันใดนั้นเองก็บังเกิดเสียงแผดคำรามดังกึกก้อง
กัมปนาท สยบทุกสรรพสิ่งกินอาณาเขตไปนับหมื่น
นับพันลี้ ส่งผลให้ทุกสรรพสิ่งในรัศมีดังกล่าว ต่าง
สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง!
” วังสวรรค์แปดพันชั้น สรรพชีวิตสิ้นสูญ! ”
กล่าวได้ว่านี่คือวงเวทย์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของเสา
สวรรค์ชมพูทวีป การที่ อู่ อวี้ หยิบมันมาใช้ในวันนี้ก็
เพื่อแสดงความแข็งแกร่งให้ฝั่ายตรงข้ามครั่นคร้ามใน
พลังความแข็งแกร่งของเขา
ในเวลานี้เขาถือจับเสาสวรรค์ชมพูทวีป พร้อมเหยียด
ไปเบื้องหน้า แล้วทันใดนั้นแสงสีทองส่องสว่างเจิดจ้า
ก็ระเบิดออกจากเสาสวรรค์ชมพูทวีปกวาดผ่านไปทุก
แห่งหน
เท้าข้างหนึ่งยึดมั่นเป็นแกนกลางหลัก สองมือหมุน
ควงเสาสวรรค์ชมพูทวีปอย่างดุเดือดรุนแรงอย่างยิ่ง!
เสาสวรรค์ชมพูทวีปหมุนควงเป็นวงกลม โดยมี
ร่างกายของเขาเป็นจุดศูนย์กลางของวงกลมนั้น
ฟูม ฟูมม ฟูมมม!
เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเมื่อ ก็ไม่สามารถแลเห็น อู่ อวี้
ได้อีกต่อไป มีเพียงกระแสวังวนสีทองขนาดใหญ่ที่
ปรากฏขึ้นเท่านั้น สามารถแลเห็นม่านหมอกทองคำ
ก่อตัวขึ้นท่ามกลางวังวนสีทอง ราวกับว่ามี
พระราชวังเซียนอันแสนยิ่งใหญ่เกรียงไกรอยู่ภายใน
นั้น! หลังจากกระแสวังวนทองคำแห่งแรกปรากฏขึ้น
วังวนที่ 2 และวังวันที่ 3 ก็ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
จาก 1 เป็น 2 จาก 2 ไป 4 จาก 4 ไป 8! กระจายตัว
กันอย่างต่อเนื่องในชั่วพริบตา ส่วน อู่ อวี้ ในช่วง
เวลานี้ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่อันที่จริงแล้ว ใน
ตำแหน่งของเขาได้ปรากฏกระแสวังวนสีทอง 8,000
ชั้นขนาดใหญ่ หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง และภายในห้วง
วังวนเหล่านั้น ได้ปรากฏวังสวรรค์ขึ้น เฉกเช่นดั่งวัง
สวรรค์ 8,000 ชั้นในตำนานก็มิปาน ร่ำลือกันว่าบน
ม่านเมฆา 8,000 ชั้น มีวิหารเซียนวังสวรรค์จำนวน
นับไม่ถ้วนถูกสร้างอยู่บนนั้น ทั้งยังมีเซียนอมตะผู้
แข็งแกร่งอาศัยอยู่มากมายอย่างเหลือคณา
วิหารเซียนสวรรค์ได้จุติมายังโลกแล้ว
ชั่วพริบตาต่อมา กระแสวังวัน 8,000 ชั้น ก็
แปรเปลี่ยนกลายเป็นอณูแสงทองคำจำนวนนับไม่
ถ้วน แพร่กระจายออกไปทั้ง 8 ทิศ แล้วทันใดนั้นทุก
สรรพสิ่งที่ถูกอณูทองคำสัมผัส ล้วนสูญสลายเฉกเช่น
ดั่งคำว่า ‘สรรพชีวิตสิ้นสูญ’ ไม่ว่าจะเป็นปราณกระบี่
ของ เย่วหลิงเซวียน ค่ายกลกระบี่ของ 5 อาวุโส
จันทรา รวมถึงค่ายกลกระบี่ของเหล่าสาวกอีก
มากมาย ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจ
ทำลายล้างของวังสวรรค์แปดพันชั้น สรรพชีวิตสิ้น
สูญ!
อณูทองคำเหล่านี้ เป็นเสมือนดั่งอสูร ที่มุ่งหมายกลืน
กินทุกสรรพสิ่ง! คงกล่าวได้ว่า วังสวรรค์ 8,000 ชั้น
ได้แปรเปลี่ยนอสูรชมพูทวีป ให้กลายเป็นปากทองคำ
ขนาดใหญ่ซึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางสวรรค์และปฐพี
พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่อยู่โดยรอบให้สิ้นสูญ
กลืนกินค่ายกลกระบี่ของ เย่วหลิงเซวียน และอาวุโส
ห้าจันทรา กระทั่งวงเวทย์และพลังอำนาจของ
จันทราเหยาเย่วที่ส่งผ่านลงมาจากบนฟั้าก็ยังถูกกลืน
กิน แม้แต่ตัวของ อู่ อวี้ เอง ที่ปลดปล่อยวงเวทย์นี้
ของเสาสวรรค์ ก็ยังตกตะลึงในพลังอำนาจของมัน
ซึ่งแน่นอนว่ากินพลังของเขาไปอย่างมหาศาลเช่นกัน!
” ถอย! ”
ในเวลานี้เย่วหลิงเซวียนออกคำสั่งให้เหล่าลูกศิษย์
และห้าผู้อาวุโสจันทราถอยห่างออกไป
นางกับห้าผู้อาวุโสจันทราถูกพลังวงเวทย์ของ อู่ อวี้
กดดันจนต้องถอยร่นออกไป ด้วยเพราะการโจมตีคน
ทั้งหก ล้วนถูก อู่ อวี้ พลานุภาพของอณูทองกลืนกิน
จนสิ้น อีกทั้งฤทธิ์เดชของมันก็ยังไม่เสื่อมคลาย เรียก
ได้ว่ากล้าแกร่งจนยากจะต้านทาน พวกนางรู้สึก
หายใจหายคอไม่ออก จนต้องถอยร่นออกไปไกล
ปากสีทองขนาดใหญ่ก็กระจายสลายไปกับผืนแผ่น
ฟั้าและพื้นปฐพี เสาสวรรค์ชมพูทวีปก็ย่อขนาดเล็ก
ลงกลายเป็นพลองสีดำกลับมาอยู่ในมือของ อู่ อวี้
เช่นดั่งเดิม
อันที่จริงวงเวทย์ดังกล่าวค่อนข้างกินพลังของ อู่ อวี้
เป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อเขาใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
เสร็จสิ้นความแข็งแกร่งทางกายของเขาก็จะลดลงไป
มากเช่นกัน จนแทบจะไม่มีแรงกวีดแกว่งไม้พลอง
ด้วยซ้ำ ทว่าการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ มันก็น่าครั่น
คร้ามมากเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในสำนักกระบี่
เทิดจันทราหวาดกลัว แม้แต่ห้าผู้อาวุโสจันทรา
กับเย่วหลิงเซวียนก็ยังครั่นคร้ามอย่างที่สุด รู้ตัวว่า
ตนเองไม่ใช่คู่ต่อกรกับ อู่ อวี้ ในเวลานี้พวกนางเลือก
ที่จะหยุดมือจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสีหน้าซีดเซียวจาก
ระยะไกล ๆ
ในความเป็นจริงต่อให้พวกเขาจะปิดล้อม อู่ อวี้ มาก
แค่ไหนเขาก็สามารถหนีรอดออกไปได้ทุกเมื่ออยู่ดี
และยามนี้ดูเหมือนพวกเขาจะครั่นคร้ามพลังอำนาจ
ของฝั่ายตรงข้ามเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้ในเวลานี้ทุก
คนจึงจับจ้องมองไปที่เย่วหลิงเซวียนเป็นตาเดียว ซึ่ง
นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีของ อู่ อวี้ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า ”
อย่างที่ข้าบอก ตัวข้าไม่ต้องการอยู่ที่นี่แต่ต้องการจะ
ไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล เพราะโลกนี้หาได้
เหมาะกับข้า แล้วถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ถ้าข้ายังอยู่
ที่นี่ก็จะยิ่งเป็นอันตรายกับพวกเจ้า ถ้าข้าอยากจะ
สังหารเจ้าก็สามารถทำได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นตัวเจ้า
หรือสำนักกระบี่เทิดจันทรา หรือทั้งกองทัพ เหตุไฉน
เราถึงไม่พูดจากันดี ๆ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่าง
ถ้อยทีถ้อยอาศัย การต่อสู้เช่นนี้หาใช่ทางออกที่ดี มี
แต่จะทำให้สำนักกระบี่เทิดจันทราเกิดความสูญเสีย
อย่างที่เจ้าเห็นข้านั้นมีกำลังเหนือกว่าเจ้า! ”
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจมาสงสารคน เพียงแค่ข่มขู่ให้
พวกนางรู้สึกหวาดกลัวเท่านั้น
ถึงแม้ว่าเย่วหลิงเซวียนจะหวาดกลัวพลังของ อู่ อวี้
มากเพียงใด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นว่าตัวฝั่าย
ตรงข้ามนั้นแข็งแกร่งกว่านางมากจริง ๆ
สิ่งที่เขาทำคือการใช้พลังข่มขู่แทนการพูดคุย
ห้าผู้อาวุโสจันทราเวลานี้ปรากฏตัวอยู่รอบตัวนาง
ยามนี้พวกนางคงกำลังแอบพูดคุยกันอย่างลับ ๆ อู่
อวี้ จึงยังไม่รีบร้อนเร่งเร้าอันใด บางทีเขาก็หยิบเม็ด
ยาค้นหาเต๋าออกมากินเพื่อฟืนฟูความแข็งแกร่ง
ส่วนคนอื่น ๆ กำลังตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก
หวาดกลัวถอยห่างออกไปไกล
” นี่มันอะไรกันเนี่ย! ขนาดรวมกำลังยอดฝีมือทั้ง
สำนักยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย! ”
” เขาบอกว่าไม่ใช่คนของพิภพดาราเหมือนพวกเรา
และเขาต้องการจะไปที่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล! ”
” ฉะนั้นแล้วเหตุใดเจ้าสำนักถึงไม่ปล่อยเขาไป?
ปีศาจร้ายเช่นนี้ควรจะรีบปล่อยเขาไปอย่างรวดเร็ว! ”
” ไม่ทราบว่าเจ้าสำนักมีความคิดเห็นเช่นไรกับคนคน
นี้ … ”
” บุคคลผู้นี้ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน … ”
เหมือนว่าเย่วหลิงเซวียนจะตัดสินใจบางอย่างได้
หลังจากนั้นนางก็เริ่มพูดคุยกับ อู่ อวี้
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ