กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1194: แดนตองหามเทิดจันทรา
ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะทำให้พวกนางหวาดกลัวจริงๆ
ด้วยการเคลื่อนไหวของ วังสวรรค์แปดพันชั้น สรรพ
ชีวิตสิ้นสูญ เสมือนเป็นเหมือนการบดขยี้ทำลายหัวใจ
ของเหล่าสาวกสำนักกระบี่เทิดจันทรา
สายตาของเหล่าสาวกที่จับจ้องมอง อู่ อวี้ เต็มไปด้วย
ความหวาดกลัวอย่างที่สุด
เย่วหลิงเซวียนและห้าผู้อาวุโสจันทราพูดคุยกันอยู่พัก
หนึ่ง แล้วจ้องมองไปที่ อู่ อวี้ แม้ท่าทีของนางยังคง
สงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วภายในใจกับหวาดกลัวพลัง
การต่อสู้ของเขาอย่างที่สุด
ภายใต้ดวงจันทราบนฟากฟั้า เสื้อผ้าอาภรณ์ของนาง
ปลิดปลิวพริ้วไสวไปมา ในมือถือจับกระบี่เทพจันทรา
เหยาเย่ว
” พวกเราได้หารือกันแล้วว่า เจ้ามีความแข็งแกร่ง
มากมาย มากพอที่จะข่มเหงข้าได้ เจ้าสามารถใช้
น้องสาวของข้าบีบบังคับให้พาไปยังเปั้าหมายได้ แต่
เจ้าไม่ทำแล้วยอมปล่อยนางไปอย่างง่ายดาย ดังนั้น
ข้าจะเลือกจะเชื่อเจ้าก็แล้วกัน ”
น้ำเสียงของนางดูจริงใจตรงไปตรงมา
ซึ่งก็นับว่าได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
อู่ อวี้ ทิ้งช่วงไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า ” เจ้าสำนักเป็น
คนดีมีน้ำใจอย่างแท้จริง ที่เข้าใจความยากลำบาก
ของข้า คราวนี้ข้าเราจะสามารถเดินทางไปยังมหา
พิภพทมิฬบรรพกาลได้อย่างราบรื่น นี่เป็นของกำนัล
เล็ก ๆ น้อย ๆ ถือเสียว่าเป็นน้ำใจที่ข้ามอบให้ ”
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็หยิบศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ญาณนภาออกมาจากถุงจักรวาล 1 ชิ้น ศาสตราชิ้นนี้
มีวงเวทย์ประทับเกือบ 800,000 ชิ้น และมันก็คือ
สมบัติอีกหนึ่งชิ้นที่อยู่ภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่สามารถใช้ได้
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณญาณนภาชิ้นนี้ แม้แต่ในชมพู
ทวีปโลกธาตุก็ยังถือว่าเป็นของล้ำค่าหายาก อู่ อวี้ ส่ง
มอบมันให้กับมือเย่วหลิงเซวียน ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณญาณนภาชิ้นนี้มีรูปลักษณ์ค่อนข้างแปลก
เล็กน้อยและมันมีชื่อว่า : กระบี่พิรุณหิมะดารา
รูปลักษณ์ของมันงดงามเสมือนดั่งดวงดารา หิมะขาว
บริสุทธิ์ และพิรุณโปรยปราย
“คนผู้นั้นมอบอะไรให้น่ะ?” แน่นอนว่าสาวงามเหล่านี้
ได้ยินคำว่า ‘ของกำนัล’ พวกนางก็หูผึ่งทันที
โดยเฉพาะของสิ่งนั้นเสมือนดั่ง ‘ของขวัญ’ จาก
สวรรค์
ทุกคนเบิกตากว้าง มองมาที่กระบี่ดังกล่าว อันที่จริง
เวลานี้พวกนางหาใช่ศัตรูของ อู่ อวี้ อีกต่อไป
เนื่องจากสำหรับพวกนางแล้วผู้ที่ให้ของกำนัล คือ
เป็นสุภาพบุรุษทั้งหมด จากมุมมองที่เขาเห็นในยามนี้
พวกนางไม่ได้แสดงท่าทางเย่อหยิ่งมากนัก
” กระบี่เล่มนี้มีชื่อว่า กระบี่พิรุณหิมะดารา มีวงเวทย์
ประทับอยู่ 790,000 วง ข้าคิดว่ามันเหมาะสมกับแม่
นางเย่วหลิงอี๋ กระบี่เล่มนี้แทนคำขอโทษมีข้าบุกรุก
เข้ามาในเขตหวงห้าม และล่วงเกินแม่นาง ”
“หู้วววว”
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาที่มีวงเวทประทับอยู่ถึง
790,000 วง ถือเป็นความใฝั่ฝันของใครหลาย ๆ คน
เขาแค่คิด ซึ่งเขาก็มอบของขวัญให้แก่เย่วหลิงอี๋โดย
ไม่ได้มีนัยแอบแฝง ผ่านไปชั่วครู่สายตาของทุกคนก็
จับจ้องไปที่นาง ด้วยสายตาแปลก ๆ แล้วกล่าวว่า ”
เขามอบของกำนัลล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่เจ้า คงไม่ได้
หมายความว่าเขาคิดอะไรเลยเถิดกับเจ้าหรอกนะ? ”
“อย่าพูดจาเหลวไหล!” เย่วหลิงอี๋รู้สึกอับอายและวิตก
กังวลในคราวเดียวกันในเวลานี้ ใบหน้าของนางแดง
เสมือนมดที่อยู่บนหม้อไฟ
” เช่นนั้นข้าจะขอรับน้ำใจนี้ไว้ ในฐานะที่เป็นพี่สาว
ของนางก็แล้วกัน ” เย่วหลิงเซวียนไม่ได้มีปัญหากับ
เรื่องนี้มากนัก นางรีบเก็บศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็พา อู่ อวี้ ไปยัง
สถานที่ที่เขาต้องการจะไป เพราะนางต้องการส่งตัว
เข้าออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
สำหรับ อู่ อวี้ มหาพิภพทมิฬบรรพกาลนั้นมี
ความสำคัญกับเขาเป็นอย่างยิ่ง
เหตุผลที่เขามอบของกำนัลแก่นาง เพราะอยากให้
นางพาเขาไปที่เปั้าหมายอย่างรวดเร็ว กลัวว่านางจะ
พลิกหน้าเป็นหลังกลับกลายมาเป็นศัตรู ไม่ก็โปั้ปด
ตลบตะแลงกับเขาอีกครั้ง เลยหวังว่าของกำนัลชิ้นนี้
จะทำให้นางดีกับเขาไม่มากก็น้อย
และสิ่งสำคัญที่สุดเขาหวังว่าเย่วหลิงเซวียน จะให้เขา
ไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาลโดยเร็วที่สุด
เวลานี้เย่วหลิงเซวียนนำเข้าไปยังจุดสูงสุดของยอด
เขาเสียดจันทรา
“ ทุกคนแยกย้ายกันไปได้นะ ” ยามนี้เย่วหลิงเซวียน
แสดงความน่าเกรงขามออกมา ด้วยการตวาดคนของ
ตนเองให้แยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ ฉับพลันเหล่า
สาวกที่ติดตามเฝั้าดูเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็กระจัด
กระจายกันไปคนละทิศคนละทาง ถึงแม้ยังมีใคร
หลายคนยังคงติดใจกับหลาย ๆ เรื่อง แต่สุดท้ายแล้ว
พวกนางทั้งหมดต่างกำลังยุ่งกับธุระส่วนตัวการงาน
ของตนเอง
ปัจจุบันไม่มีใครมองเย่วหลิงอี๋ด้วยสายตาแปลก ๆ
หรือริษยาติดต่อไป ซึ่งทำให้นางรู้สึกโล่งใจเป็นอย่าง
มาก ขณะที่กำลังเตรียมตัวพุ่งทะยานติดตามไปยัง
ทิศทางเดียวกับ อู่ อวี้ แต่ทันใดนั้นก็มีหญิงชราคน
หนึ่งมาจับรางวัล ถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่ 5 อาวุโส
จันทรา แต่ก็นับว่าแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย
” ท่านปั้า? ท่าน… ”
“อย่าเพิ่งขึ้นไปมันยังไม่จบ”
“ท่านหมายความว่าอันใด?”
“อย่ากังวลตามข้ามา”
อู่ อวี้ ได้มาที่ยอดเขาเสียดจันทราอีกครั้ง ยอดเขานี้
เสมือนเสียดแทงขึ้นไปบนท้องฟั้าท่ามกลางหมู่มวล
เมฆา เหมือนกระบี่ที่แทงขึ้นมาจากพื้นดิน อันที่จริง
หลังจากขึ้นมา แม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งของส่วนปลาย
ก็ตาม แต่พื้นที่ก็ยังกว้างขวาง แล้วถ้ามองในแง่ของ
ระดับความสูง ยอดเขาแห่งนี้ สูงกว่าเขาชิงเทียนซู
ซันหลายเท่านัก
อีกทั้งยังมีสถานที่ลึกลับมากมายในนั้น
ห้าผู้อาวุโสจันทรากับเย่วหลิงเซวียนไม่ได้นำ อู่ อวี้
ไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาเสียดจันทรา แต่พาลง
มายังส่วนที่เต็มไปด้วยพฤกษชาติสีชมพูปกคลุมอย่าง
หนาแน่น ยอดเขาเสียดจันทราเสมือนกระบี่เทพ
จันทราเหยาเย่วของ เย่วหลิงเซวียน อีกทั้งใบไม้ของ
ที่นี่ยังเปล่งแสงแดด มันยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นเมื่อ
เย่วหลิงเซวียนเข้ามาใกล้ ต้นไม้ธรรมดาก็สามารถ
เปลี่ยนเป็นวิญญาณเซียนได้
“…”
เย่วหลิงเซวียนพา อู่ อวี้ ไปยังไหล่เขา กล่าวตามตรง
อู่ อวี้ คิดว่าตนต้องเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามที่ถูกปิด
ซ่อนอย่างมิดชิด แต่อันที่จริงมันกลับหาได้ง่ายกว่า
นั้นมาก หลังจากผ่านปั่าเขาไปก็จะพบกับถ้ำ ๆ หนึ่ง
มียอดฝีมือปกปั้องอยู่หน้าปากถ้ำ ทั้งยังมีค่ายกลวง
เวทคุ้มกันมากมายถูกวางประทับไว้ภายใน ด้วย
เพราะเขาอยู่ด้านนอกจึงทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
นัก
” จงจำไว้ว่าหลังจากไปที่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล
เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก” เย่วหลิงเซวียนเตือน
“นี่คือเส้นทางเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่มันอยู่ลึกเข้าไปข้างในมากนี้ พวกเราถูกห้าม
ไม่ให้เข้าไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล” เย่วหลิงเซ
วียน กล่าวอย่างเย็นชา
นางให้อาวุโสจันทราออยู่ด้านนอก จากนั้นก็เดินนำ
เขาไปด้านใน “ข้าจะพาเขาเข้าไปข้างในเอง”
นางช่างเด็ดขาดเป็นอย่างยิ่ง หลังจากกล่าวจบก็เดิน
ตรงดิ่งเข้าไปด้านในทันที สถานที่แห่งนี้เป็นถ้ำลึก อู่
อวี้ รู้สึกได้ว่าด้านนอกมีวงเวทประทับอยู่พอสมควร
ซึ่งมีเพียงค่ายกลวงเวทย์เช่นนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถ
สกัดกั้นผู้คนจำนวนมากได้ อีกทั้งผู้ที่เฝั้าปกปั้องอยู่
หน้าปากถ้ำยังมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 9 อีกด้วย
เย่วหลิงเซวียนเยื้องย่างเข้าไปด้านในอย่างสง่างาม
เมื่อเผชิญหน้ากับค่ายกลวงเวทย์ นางก็จะปลดมัน
ทำให้เขาเข้าไปด้านในได้อย่างราบรื่น
“หากไม่มีข้า ถึงแม้ว่าเจ้าจะพบที่นี่ ก็คงเข้าไปไม่ได้
อยู่ดี แทนที่จะรีบร้อนเข้าไปตายไปโง่ ๆ โชคดีที่เจ้า
ฉลาดพอ รู้ว่าต้องมาพบข้าเพื่อหาทางเข้าไปด้านใน”
เย่วหลิงเซวียน หันหลังกลับมา พร้อมกับใช้เนตรที่
เต็มไปด้วยดวงดาราจับจ้องไปยัง อู่ อวี้
“ขอบคุณเจ้าสำนัก”
เย่วหลิงเซวียน ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด พร้อมกับเดิน
นำ อู่ อวี้ ลึกเข้าไปด้านใน
“ ดูเจ้าแมวปั่าน้อยตัวนี้สิ นางกำลังส่ายสะโพก
โยกย้ายยั่วยวนเจ้า ข้ารับประกันเลยว่า ถ้าเจ้าเกลี้ย
กล่อมให้นางยอมทำเรื่องอย่างว่ากับเจ้า นางจะต้อง
ยินยอมอย่างแน่นอน ” หมิงซวงก้าวอย่างมั่นอก
มั่นใจ
“ไสหัวไปซะ หยุดพูดจาไร้สาระสักที” อู่ อวี้ ไม่อยาก
ฟังความคิดไร้สาระของนาง หากเขากล้าคิดเรื่อง
เช่นนั้นกับเจ้าสำนักเทิดจันทราแม้แต่เพียงน้อยนิด
รับรองเลยว่านางต้องทะยานเข้ามาสังหารเขาอย่าง
แน่นอน
อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าวงเวทย์แต่ละชุดนั้นง่ายดาย
เป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องมานั่งรอ เย่วหลิง
เซวียน ปลดวงเวทแต่ละแห่ง เขาคงเข้าไปถึงด้านใน
แล้ว เพียงแค่เคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับก็น่าจะมาก
พอ แต่สิ่งที่เขาคิดถึงก็คือถ้านี่เป็นวงเวทย์ค่ายกลของ
เส้นทางที่จะพาไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาลจริง
มันต้องซับซ้อนกว่านี้อย่างแน่นอน
เย่วหลิงเซวียนดูเหมือนจะรู้เรื่องที่เขากำลังสงสัยอยู่
ดังนั้นจึงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า ” อย่าคิดมาก นี่มัน
เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น มีวงเวทย์ค่ายกลอย่างน้อย 3 ชุด
แล้วในแต่ละรอบก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่าคิดว่านี่
เป็นแค่ของเด็กเล่น เพราะนี่เป็นวงเวทย์ค่ายกลที่เรา
ปั้องกันไม่ให้คนจากมหาพิภพทมิฬบรรพกาลเข้า
มายังภพดาราของเรา! ”
ไม่แปลกใจ อู่ อวี้ พึ่งตรวจสอบเพียงคร่าว ๆ เขารู้สึก
ว่าวงเวทย์เหล่านี้ยังไม่พอที่จะขัดขวางคนจากมหา
พิภพทมิฬบรรพกาล ปรากฏว่าแท้จริงยิ่งเข้าไปลึก
มากเท่าไหร่ก็หนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น
คงแปลกที่จะกล่าวเช่นนี้ แต่เขาเดินเข้ามาลึก
พอสมควร หากประเมินจากระยะทาง คาดว่าเขาคง
เดินข้ามผ่านจุดกึ่งกลางของยอดเขาเสียดจันทราแล้ว
อันที่จริง คงต้องบอกว่าเขากำลังเดินลึกเข้าไปในภูผา
“ ภายในนั้นยังมีวงเวทค่ายกลอีก 2-3 ชุด ”
อู่ อวี้ เชื่อในสิ่งที่นางกล่าว คงพูดได้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะ
นาง คงยากจะเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ด้วยตนเอง
หลังจากนางกล่าวจบ อู่ อวี้ ก็พยักหน้า ทันใดนั้นเขา
ก็รู้สึกเหมือนว่าตนเหยียบย่ำไปบนผิวน้ำ ทิวทัศน์โดย
ก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดมิด เมื่อมองย้อนกลับไป เขาก็
เห็นว่าถ้ำโดยรอบได้หายไปแล้ว เบื้องหลังของเขาคือ
ความมืดอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด เขาเหยียบย่ำลงไป
บนผิวน้ำอันดำมืด แต่ผิวน้ำนี้ค่อนข้างตื้นเขิน สูงแค่
ไม่ถึงหนึ่งจั้งเท่านั้น
แล้วเขาก็เห็นว่า เย่วหลิงเซวียน กำลังยิ้ม จากนั้น
นางก็หันมามองเขา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่านางหมายถึงอะไร
อู่ อวี้ นิ่งค้างไป แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่าเจ้า
บอกว่ายังมีอีก 2-3 ชุดเช่นนั้นหรือ แล้วหยุดทำไม?”
เย่วหลิงเซวียนยิ้ม จากนั้นก็กวาดสายตามอง อู่ อวี้
ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วกล่าวขึ้นว่า ” เรามาถึงแล้ว
ส่วนอีก 2-3 ชุดที่ข้าบอก ข้าโกหก ”
อู่ อวี้ ตกตะลึง
เขาสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง
ครั้งล่าสุดนางก็แกล้งสัญญากับเขา เพราะต้องการให้
อู่ อวี้ ปล่อยตัว เย่วหลิงอี๋
หรือว่าครั้งนี้นางจะแกล้งสัญญากับ อู่ อวี้ เพื่อพาเขา
มาที่นี่? อู่ อวี้ จับจ้องไปยังความมืดมิดที่อยู่โดยรอบ
เขามั่นใจว่านี่ไม่ใช่ทางเข้าสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล
ไม่แปลกใจว่าทำไม เขาถึงรู้สึกว่าค่ายกลรอบตัวมัน
อ่อนด้อยกว่าปกติมากนัก นางแสร้งบอกกับเขาว่า
ค่ายกลอีก 2-3 ชุดจะน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านี้ แต่ อู่
อวี้ ไม่คาดคิดว่านางจะโกหก เนื่องจากค่ายกลวง
เวทย์ทั้งหมดที่นี่ อธิบายได้ว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่ห้าม
บุคคลภายนอกเข้ามาอย่างแน่นอน!
จิตใจของสตรียากแท้หยั่งถึง เช่นดั่งการงมเข็มใน
มหาสมุทร!
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่าด้วยของกำนัลที่เขาให้นางไป นาง
จะตระหนักถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา และไม่
สงสัยเขาอีกต่อไป ไม่คาดคิดว่านางจะกลับกลอก พา
อู่ อวี้ มายังสถานที่แห่งนี้
เขารู้สึกว่ามันช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่ง การ
รับมือกับสตรีช่างยากลำบากจริง ๆ
เขารีบกล่าวว่า ” เจ้านี้ช่างโง่เขลายิ่งนัก สถานที่แห่ง
นี้ไม่อาจทำอันใดข้าได้ ข้าแค่ต้องการไปยังมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล แต่เจ้าก็ยังต่อต้านข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บอกเลยว่ายิ่งทำมันก็จะเป็นผลเสียกับเจ้ามาก
เท่านั้น ”
“ทำไม ข้าทำเช่นนี้แล้วเจ้าจะมีโทสะอย่างนั้นหรือ?
เจ้ามั่นใจได้ว่านี่คือ ‘แดนต้องห้ามเทิดจันทรา’ ใน
เมื่ออยู่ที่นี่แล้ว จงอย่าได้คิดฝันว่าจะกลับออกไปทั้ง
ๆ ที่ยังมีชีวิต ” เย่วหลิงเซวียนกล่าวเยาะเย้ย
“ ข้าไปทำลายชีวิตของเจ้าเช่นนั้นหรือ? หรือข้าไป
ล่วงเกินเจ้า จนทำให้เจ้าต้องขุ่นเคืองใจ?” อู่ อวี้ รู้สึก
สงสัยมากจริง ๆ
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ได้ทำอันใดกับเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของ
ข้า แต่มันก็ไม่ต่างกับการทำร้ายจิตใจของเรา! เช่น
นั้น.. จงสนุกไปกับมันเสีย!”
นี่คือสถานที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของนาง แล้ว
ทันใดนั้นนางก็หายไปจากสายตาของ อู่ อวี้ อย่างไร้
ซึ่งร่องรอยใด ๆ
นี่คือสถานที่แปลก ๆ ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงซ่อนอยู่
จากนั้น อู่ อวี้ ก็เห็นว่าวารีใต้ฝั่าเท้า มีคนพุ่งทะยาน
ขึ้นมามากมาย แต่เมื่อเพ่งพินิจมองดูอย่างใกล้ชิด
แล้ว ก็รู้ว่าพวกมันเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์…
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ