กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1195: พี่นองที่ดี
สิ่งเหล่านี้เสมือนกับบรรพชนปีศาจในวิหารบัญญัติ
เต๋าปีศาจ แต่ที่แตกต่างกันคือที่นั่นเป็นเพียงจิตเท
วะเท่านั้น แต่สำหรับที่ อู่ อวี้ ประเมินว่ามันเป็นของ
จริง
ส่วนใหญ่ที่นี่เป็นหญิงชรา ในความเป็นจริงพวกนาง
ตกตายไปตั้งนานแล้ว ร่างกายของพวกนางได้เปลี่ยน
สภาพกลายเป็นผลึกสีชมพูอ่อน ซึ่งก็เป็นเสมือน
ซากศพนั่นเอง
สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคือวิธีการทำให้คน
ตายกลายเป็นหุ่นเชิด หรืออาจจะเป็นบรรพชนของ
สำนักกระบี่เทิดจันทรา พวกเขาเหล่านี้อาจจะรู้ตัวว่า
ตนเองไม่สามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้จึงขันอาสา
สละตัวเองมาอยู่ที่นี่ มาเป็นเทพผู้พิทักษ์ประจำสำนัก
ที่สำคัญหากยังคงประสิทธิภาพพลังการต่อสู้ของ
ตัวตนเดิมได้มากกว่า 50 ในร้อยส่วน ด้วยจำนวนที่
มากมายเช่นนี้ถือว่าเป็นหายนะใหญ่หลวงสำหรับ อู่
อวี้ เลยทีเดียว
“ แม่นางเย่วหลิงเซวียนผู้นี้ช่างหยาบคายเสียจริง ๆ
ข้าอุตส่าห์มอบของกำนัลชิ้นใหญ่อย่างศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณให้แก่นาง แต่นางกลับตอบแทนข้า
เช่นนี้ ” อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอัปยศ
บรรดาซากศพที่เขาเห็นในยามนี้ เสมือนดั่งดวงดารา
ที่ส่องประกายแสงสีชมพูสดใสในยามราตรี อีกทั้ง
ใบหน้าของซากศพไร้ชีวิตเหล่านี้ ยังทำให้เขาชวนขน
หัวลุกน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แล้วปัจจุบันร่างไร้วิญญาณดังกล่าวอยู่ใกล้กับ อู่ อวี้
เป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้เป็นเพียงซากศพไร้ซึ่งความ
เจ็บปวด พวกเขาจะต่อสู้เพื่อปกปั้องสำนักไม่กลัวว่า
จะเป็นจะตาย
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ไม่ต้องการที่จะเกาะแกะวุ่นวายกับ
ซากบรรพชนเหล่านี้ สถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงแค่
ทางผ่าน เปั้าหมายของเขาไม่ใช่ที่นี่แต่เป็นมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล ฉะนั้นเขาขี้เกียจที่จะมานั่งเสียแรง
เปล่า
เมื่อเห็นสถานการณ์ค่อนข้างหมิ่นเหม่ เขาจึง
เตรียมพร้อมด้วยการผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า
ก่อนที่จะถูกซากบรรพชนของสำนักกระบี่เทิดจัน
ทรารุมโจมตีสังหาร เขาจึงกระโดดออกไปจาก
สถานที่ดังกล่าวในทันที ด้วยเพราะเป็นการกระโดด
ข้ามมิติ คาดว่ามันน่าจะห่างจากยอดเขาเสียดจันทรา
พอสมควร
ฟูมมม!
ตีลังกาพลิกตลบ กระโดดข้ามมิติ
ฉับพลันเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วย
ดวงดารา เมื่อมองอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็พบว่าบน
ยอดเขาแห่งนี้มีสตรีอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อพวกนาง
เห็นเขา ก็พากันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่น
ตระหนกตกใจ แต่พวกนางไม่ได้หวาดกลัว เพราะ
พวกนางต่างแลเห็นอย่างชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ อู่ อวี้
ได้บรรลุข้อตกลงกับเจ้าสำนักของตนเองแล้ว
เมื่อ อู่ อวี้ เพ่งมองอย่างละเอียดก็เห็นว่าท่ามกลาง
กลุ่มสตรีเหล่านี้ มีแม่นางเย่วหลิงอี๋ปะปนอยู่ด้วยเขา
ก็รู้สึกโล่งใจ แม้ว่าตัวเขาจะไม่อยากจะขัดแย้งกับเจ้า
สำนักกระบี่เทิดจันทรา แต่การกระทำของเจ้าสำนัก
ก็ทำให้เขารู้สึกโกรธเคืองอยู่ไม่น้อย ด้วยเพราะอีก
ฝั่ายไม่สนใจกับไมตรีดี ๆ ที่เขามอบให้เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นเมื่อเขาได้เห็นเย่วหลิงอี๋อีกครั้งเขาก็ไม่พูดพร่ำ
ทำเพลงอีกต่อไป เขานำศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ที่มีวงเวทย์ประทับอยู่กว่า 700,000 วง ซึ่งมันมีชื่อว่า
‘แส้มังกรผลาญโลหิต’ ออกมา จากนั้นก็ตวัดแส้มังกร
ผลาญโลหิตพุ่งทะยานไปในฝูงชนราวกับอสรพิษ
แล้วไปพันรัดร่างของเย่วหลิงอี๋ทันที
แส้มังกรผลาญโลหิตเปลี่ยนแปลงไปได้สารพัด
รูปแบบ เมื่อมันพันธนาการร่างกายของเย่วหลิงอี๋
เอาไว้ นางก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีก
อย่าคิดว่านางเป็นแค่สาวน้อยผู้บอบบางน่ารักน่า
ทะนุถนอม เพราะร่างกายที่โตเต็มวัยของนาง งดงาม
ทรงเสน่ห์ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่สาวสักเท่าไหร่เลย
” จะ เจ้า … เจ้าต้องการอะไรกับข้าอีก ไม่ใช่ว่าพี่สาว
ข้าพาเจ้าไปที่ประตูเคลื่อนย้ายแล้วเช่นนั้นหรือ? ไฉน
เจ้าถึงมาจับตัวข้าอีกเล่า!” ครั้งนี้ดูเหมือนเย่วหลิงอี๋
จะไม่ได้หวาดกลัว แต่ใบหน้าของนางกับแดงกับเมื่อ
มองไปที่ อู่ อวี้
“ แม่นางก็ลองไปถามพี่สาวเอาเองดูสิ ข้าอุตส่าห์
แสดงไมตรีด้วยการมอบศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ให้ นางยังหลอกพาข้าไปยังแดนต้องห้ามเทิดจัน
ทราอีก นางทำแบบนี้ ไม่เท่ากับเป็นการสังหารข้า
เช่นนั้นหรือ? โชคยังดีที่ ข้าหนีออกมาได้ ” อู่ อวี้
กล่าวขึ้น พร้อมพาร่างของนางที่ถูกมัดพันบินทะยาน
ขึ้นสู่ท้องฟั้า ครั้งนี้เขาจะไม่คืนให้กับเย่วหลิงเซวียน
ง่าย ๆ อีก
“อะไรนะ? พี่สาวข้าทำเช่นนั้นกับเจ้างั้นหรือ!? มัน
มากเกินไปแล้ว เจ้าแสดงความจริงใจกับนางแต่นาง
มากลับกลอกคิดโกงเจ้าด้วยการพาไปยังแดน
ต้องห้ามเทิดจันทรา … ” เขาไม่คิดว่านางจะกล่าว
เช่นนี้ออกมา นอกจากจะไม่โต้เถียงแทนพี่สาวยังดู
เหมือนจะเข้าข้าง อู่ อวี้ อีกด้วย หลังจากนั้นนางก็
พูดพึมพำขึ้นมาว่า ” ความจริงแล้วข้าเชื่อในตัวเจ้า …
”
” เปล่าประโยชน์ นางโกหกข้าถึงสองครั้งสองครา ข้า
จะไม่เชื่อนางอีกแล้ว ครั้งนี้จนกว่าจะเจอประตู
เคลื่อนย้าย ข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไปแน่ ”
” ไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยเจ้าเอง แต่เจ้าต้องสัญญาว่า
จะไม่ทำร้ายข้า … ”
” ถ้านางให้ความร่วมมือ รับรองว่าจะไม่เกิดเรื่อง
เช่นนั้นอย่างเด็ดขาด ข้าแค่จับตัวเจ้ามาเป็นตัว
ประกันเฉย ๆ ”
” ก็ได้ … ” นางพูดพึมพำดูไม่ค่อยเต็มใจนะ
การลงมือของ อู่ อวี้ ในครั้งนี้ทำให้เกิดจลาจลขึ้นอีก
ครั้ง ขณะนี้เขาอยู่ใกล้ยอดเขาเสียดจันทรามากแล้ว
การที่เขาพบเย่วหลิงอี๋ที่หลบซ่อนตัวอยู่ถือเป็นเรื่อง
บังเอิญอยู่ไม่น้อย ในเวลานี้เขาอยู่กับเย่วหลิงอี๋ลอย
คว้างอยู่ในอากาศ ข่าวเรื่องที่เขาจับตัวน้องสาวเจ้า
สำนักเป็นตัวประกันได้แพร่กระจายออกไปอย่าง
รวดเร็ว เขามั่นใจว่าข่าวนี้จะไปถึงหูของห้าผู้อาวุโส
จันทราและเย่วหลิงเซวียนอย่างรวดเร็ว!
ผ่านไปไม่ถึงสิบลมหายใจ อู่ อวี้ ก็เห็นว่าห้าผู้อาวุโส
จันทราและเย่วหลิงเซวียนก็ลงมาจากยอดเขาเสีย
จันทรา พลันปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาอีกครั้ง สี
หน้าของพวกนางดูระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะ
อยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจแต่ก็พยายามระงับ
โดยเฉพาะเย่วหลิงเซวียน เพียงชั่วพริบตานางก็มา
ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของเขา พร้อมกับถามขึ้นด้วย
ความประหลาดใจอย่างยิ่งว่า ” เจ้าออกมาได้อย่างไร
… ?”
นางไม่เคยคิดเลยว่าเขาสามารถออกมาจากค่ายกล
ดังกล่าวได้ ฉะนั้นถึงแม้นานจะได้ยินข่าวว่า อู่ อวี้
จับตัวน้องสาวของนางเป็นตัวประกันอีกครั้ง นางก็
ยังไม่ได้ออกมาในทันที
” ข้าจะบอกให้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขายอมปล่อยตัวข้า
ทั้งยังมีชัยเหนือพวกท่าน นอกจากนี้เขายังมีน้ำใจ
มอบศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาให้เป็นของกำนัล
โดยมีคำขอเพียงอย่างเดียวคือเขาต้องการจะไปยัง
มหาพิภพทมิฬบรรพกาล แต่ท่านพี่กลับสับปลับ
หลอกเขาไปยังเขตแดนต้องข้ามเทิดจันทรา ท่านยังมี
หน้ามาถามเขาเช่นนี้อีกงั้นหรือ! ”
อู่ อวี้ ยังไม่ได้พูดอันใด แต่เย่วหลิงอี๋เหมือนจะโกรธ
แทนเขาแล้วก็ตะโกนใส่พี่สาวเหมือนดังที่กล่าวมา
ข้างต้น
นับว่านางช่างเป็นตัวประกันชั้นเลิศอย่างแท้จริง
“ หุบปากเจ้าจะไปรู้อะไร! ” เห็นได้ชัดว่าเย่วหลิงเซ
วียนนั้นใหญ่กว่าเย่วหลิงอี๋ เมื่อโดนดุเย่วหลิงอี๋ก็เริ่ม
กลัว
ถึงอย่างไรก็เหมือนนางจะยังโกรธไม่หาย หลังจาก
นั้นนางก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ก็ท่านมันรู้มากนักนี๊
∼ ก่อนหน้านี้เขาปล่อยข้ามาแล้ว แล้วครั้งนี้ข้าก็ตก
อยู่ในมือของเขาอีกครั้ง นี่คือผลจากสติปัญญาอัน
เฉียบแหลมของท่านไม่ใช่รึ? แล้วดูท่านพูดเข้าสิ? เขา
ก็แค่อยากไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาลเท่านั้น ท่าน
ก็ปล่อยเขาไปดี ๆ ไม่ได้หรือไร? ”
การดูสองพี่น้องทะเลาะกันนับว่าเป็นเรื่องน่าขบขัน
อยู่ไม่น้อย ถึงกระนั้นแล้ว อู่ อวี้ ก็ไม่อยากจะมานั่ง
เสียเวลา ด้วยเหตุนี้เขาจึงตะโกนใส่เย่วหลิงเซวียนไป
ว่า ” ข้าเชื่อใจเจ้าถึงสองครั้งสองครา อีกครั้งยังมอบ
ของกำนัลให้แก่เจ้า ท้ายที่สุดเจ้าก็เหมือนดั่งอสรพิษ
ที่คอยแว้งกัดมาทำร้ายข้าอีก ต่อจากนี้ข้าจะไม่เชื่อ
เจ้าอีกต่อไป รีบพาข้าไปที่ประตูเคลื่อนย้ายเดี๋ยวนี้
แล้วครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมปล่อยตัวนางให้เจ้าอีกแน่
เว้นเสียแต่ว่าประตูเคลื่อนย้ายจะอยู่ตรงหน้า ต่อจาก
นี้ข้าจะไม่สุภาพกับนางอีก สำหรับบุรุษเยี่ยงข้าแล้ว
นางช่างเป็นสาวงามที่น่าดึงดูดยิ่งนัก ”
” เอ๋! เจ้าห้ามทำเช่นนั้นเด็ดขาด ข้าขอสัญญาแทน
พี่สาวข้าได้หรือไม่ว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก?
เราจะไม่สับปลับอีกแล้ว ” อันที่จริงเขาก็แค่พูดข่มขู่
ไปงั้น ๆ แต่ในตอนนี้เย่วหลิงอี๋ฉันอยู่ในอ้อมแขนของ
เขา น้ำหูน้ำตาไหลด้วยความอับอายและเสียใจ ราว
กับว่าเขาจะล่วงเกินงามจริง ๆ
เมื่อเย่วหลิงเซวียนเห็นว่าน้องสาวมีท่าทางเช่นนี้ นาง
ก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นยิ่งนักจนทำอะไรไม่ถูก
“ คิดดูให้ดี ๆ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ใช่คนไม่ดี แต่ข้าก็
ไม่ใช่คนดีเด่อันใดมากมายนัก การสังหารใครทิ้งสัก
คนเป็นเรื่องที่ง่ายมาก หากเจ้าทำดีกับข้า ๆ ก็จะดี
ตอบ แต่ถ้าเจ้าร้ายมาข้าก็จะร้ายกลับ ”
อู่ อวี้ คิดว่าตนเองควรต้องพูดอะไรให้โหดเหี้ยมเข้า
ไว้ ไม่เช่นนั้นอีกฝั่ายจะไม่ยอมฟังเขา
หลังจากนั้นเขาก็ทำท่าทางกดฝั่ามือลงบนศีรษะของ
เย่วหลิงอี๋ แล้วพูดว่า ” หัวเล็ก ๆ เช่นนี้ข้าแค่ใช้นิ้ว
บีบก็แหลกละเอียดคามือแล้ว”
“ไม่นะ! ข้าสวยขนาดนี้เจ้าจะสังหารข้าได้ลงคออย่าง
นั้นหรือ? มันก็เสียของแย่น่ะสิ! ” เย่วหลิงอี๋ร่ำไห้
เขารู้สึกไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดนางถึงได้รับฉายา
มารน้อย
ถึงแม้จะมีจุดพลิกผัน แต่การบรรลุวัตถุประสงค์ถือ
เป็นภารกิจสูงสุด อันที่จริงคนในสำนักกระบี่เทิด
จันทราต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกับเย่วหลิงอี๋ พวกนางไม่
เข้าใจว่าเพราะเหตุใดเย่วหลิงเซวียนถึงทำเช่นนั้น
อู่ อวี้ แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความจริงใจ
แต่นางกลับบีบคั้นเขาจนเลยเถิดมาถึงขั้นนี้?
ภายใต้การจับจ้องของ อู่ อวี้ เย่วหลิงเซวียนกล่าว
ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่าง ” ก็ได้! ถ้าเจ้าอยากไปนักข้า
ก็จะพาไป ถ้าหากมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่าง
เคลื่อนย้ายไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล เจ้าจะต้อง
รับผิดชอบปัญหาที่จะตามมาด้วยตนเอง เพราะ
ประตูเคลื่อนย้ายนั้นไม่ค่อยเสถียรระหว่างที่เจ้ากำลัง
เคลื่อนย้ายเจ้าอาจตายได้ทุกเมื่อ ”
” ข้าจะรับผิดชอบเรื่องนั้นเอง ” อู่ อวี้ กล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกัน”
ในเวลานี้ทั้ง 3 ทำข้อตกลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะไม่
ตกหลุมพรางเหมือนเช่นครั้งก่อน ดังนั้นการข่มขู่ฝั่าย
ตรงข้ามด้วยวิธีรุนแรงน่าจะได้ผลชะงัดขึ้น
แล้วครั้งนี้อีกฝั่ายไม่ได้พา อู่ อวี้ ไปยังยอดเขาเสียด
จันทรา นั่นเป็นเพราะว่าประตูเคลื่อนย้ายไม่ได้อยู่ที่
ยอดเขาเสียดจันทรา
แต่นางพาเขากลับมายังหุบเขาหิมะจันทรา
“นี่มันหุบเขาหิมะจันทราทำไมถึงไม่บอกข้า ข้าอยู่ที่นี่
ทุกวัน!” เย่วหลิงอี๋กล่าวกระซิบ
” บรรพชนตั้งค่ายกลไว้ เจ้าไม่สามารถเข้าไปได้ เจ้า
จะไปรู้เรื่องอะไร? ” เย่วหลิงอี๋กล่าวอย่างขุ่นเคือง
” เหลวไหล ท่านพยายามจะขัดขวางไม่ให้ข้าไปมหา
พิภพทมิฬบรรพกาลต่างหาก!” เย่วหลิงอี๋กล่าว
“เจ้าจะคิดอย่างไรก็ช่าง! ต่อจากนี้ข้าจะขังเจ้าไว้ที่นี่
หนึ่งปี!” เย่วหลิงเซวียนพูดด้วยอย่างโกรธเคือง
” ทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้ ท่านไม่ใช่พี่สาวข้า
ท่านมันเป็นยายเต่าล้านปีที่ชอบรังแกข้า! ”
อู่ อวี้ คิดว่าถ้าปล่อยนางไปตอนนี้ มีหวังนางคงได้ไป
ต่อสู้กับพี่สาวของนางแน่
เย่วหลิงเซวียนไม่สนใจนางอีกต่อไป หลังจากนั้นก็ทำ
การเปลี่ยนกลไกค่ายกลบางส่วนของหุบเขาหิมะ
จันทรา ในไม่ช้าค่ายกลที่ปิดปิดบังซ่อนอยู่ก็ปรากฏ
ขึ้น วงเวทย์ที่นี่เป็นสีดำ ทั้งยังมีความซับซ้อนเป็น
อย่างยิ่ง ไม่ใช่วงเวทย์ทั่วไปอย่างแท้จริง ” เจ้าจะต้อง
เดินผ่านเส้นทางนี้ไป ก่อนถึงส่วนใจกลางเจ้าจะต้อง
ถูกทดสอบบางอย่าง ตามข้ามา” หลังจากนั้นเย่วหลิง
เซวียนกับเย่วหลิงเซวียนเข้ามาในเวทย์ก็หายไปใน
พริบตา คือทางเดินที่ดูซับซ้อนจะต้องเดินทะลุผ่าน
วงเวทย์ถึงจะเข้าไปได้
เห็นได้ชัดว่าผู้อื่นไม่ทราบ
ตอนนี้ อู่ อวี้ ถือเป็นผู้กุมความเป็นตายของเย่วหลิงอี๋
เอาไว้ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกกังวลอันใด แล้วเขาก็ดึง
นางเข้าสู่วงเวทย์มาด้วย
ทันใดนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้หาใช่จากพิภพดารา หรือมหา
พิภพทมิฬบรรพกาล แต่เป็นพิภพปีศาจบรรพกาล
ภายในพิภพปีศาจบรรพกาลเขาเห็น ร่างกลืนสวรรค์
หนานซานหวางเยว่ , เย่ซีซี , อาจารย์ , ศิษย์พี่, อู่หยู
กำลังฝึกฝนบำเพ็ญเพียรอยู่
ฉับพลันวิหารจิตเทวะก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดูยุ่งเหยิงไปหมด
หนานซานหวางเยว่ผู้ควบคุมวิหารจิตเทวะตอบสนอง
อย่างรวดเร็ว หลังจากเกิดการผันผวนขึ้นอย่าง
กะทันหันเขาก็ขาวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” วิหารจิตเท
วะเกิดการผันผวนคาดว่าต้องเป็นฝีมือของราชินี
ปีศาจกุหลาบอย่างแน่นอน!”
อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายบางอย่าง
แล้วเขาก็ตระหนักว่าตนเองเข้ามาอยู่ในพิภพดารา
แห่งนี้นานแล้ว
ทันทีที่เขามาถึงมหาพิภพทมิฬบรรพกาล เขาก็จะ
สามารถกลับไปยังวิหารจิตเทวะได้ทันที แต่ไม่คิดว่า
ราชินีปีศาจกุหลาบที่ตกลงร่วมมือกับเขาจะมาหัก
หลัง ด้วยการมาตามหาวิหารจิตเทวะระหว่างที่เขา
ไม่อยู่!
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ