กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1196: วิกฤติอันตรายที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง
ความจริงแล้ว อู่ อวี้ สามารถพาคนอื่น ๆ มาที่พิภพ
ดาราก่อนก็ได้ แล้วค่อยค้นหาเส้นทางไปยังมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาลผ่านสำนักกระบี่เทิดจันทรา ซึ่งถ้าเขา
ทำเช่นนี้จะปลอดภัยกว่าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้ยินเรื่องเกี่ยวกับมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาลเขาก็ตื่นเต้นมากจนลืมคิดเรื่องนี้
ยิ่งกว่านั้นเขายังเชื่อมั่นว่าราชินีปีศาจกุหลาบยังคงรอ
คอยเขาอยู่ที่เดิม อีกทั้งยังเป็นไปไม่ได้ที่นางจะหา
วิหารจิตเทวะ ด้วยเพราะสถานที่ดังกล่าวพ้นหูพ้นตา
ของนางมานานแล้ว
ด้วยเพราะไม่เคยคิดถึงหนทางแก้ไขปัญหา ในช่วงหัว
เลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เขาจึงไม่รู้ว่าควรทำเช่นใด
ร่างกลืนสวรรค์ยังอยู่ที่นั่น ในเวลานี้เป็นที่รู้แน่ชัดเจน
แล้วว่าวิหารจิตเทวะถูกรากไม้ของนางโจมตีมาจาก
ส่วนลึกใต้ดิน ถึงแม้ว่าเถาวัลย์ จะไม่สามารถจะทะลุ
หรือเข้าไปข้องเกี่ยวในวิหารจิตเทวะได้ แต่วิหารจิต
เทวะก็ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์หนามแหลม
หนาแน่นพันทับจนกลายเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ใน
ช่วงเวลาอันสั้น
อู่ อวี้ ประเมินว่าครานี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะ
ตำแหน่งสุดท้ายที่เขาได้พบเจอกับปีศาจกุหลาบ
ค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากวิหารจิตเทวะมาก ดังนั้นเขา
จึงสามารถหลบหนีจากนางได้ ทว่าครั้งนี้ อู่ อวี้ รู้ได้
อย่างชัดเจนว่ามันไม่ง่ายดายเสมือนครั้งก่อน
หลังจากเกิดเรื่องขึ้น เขารีบสั่งมังกรเทวะทองคำให้
รีบออกมาด้านนอก แล้วใช้เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพ
ระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมา ด้วยอนุภาคแรง
ระเบิดอันแสนทรงพลังนี้ได้ทำลายเถาวัลย์หนามไป
เป็นจำนวนมาก มวลเถาวัลย์ที่เลื้อยพันหนาแน่นเป็น
ทรงกลมถูกแรงระเบิดทำลายกลายเป็นโพรงจน
สามารถมองเห็นด้านนอก ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกปวด
เศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่น้อย เพราะสิ่งที่รออยู่ด้าน
นอกนั้นก็คือร่างอันใหญ่ยักษ์ของราชินีปีศาจกุหลาบ
ร่างของมันอัดแน่นไปด้วยเถาวัลย์ขนาดใหญ่รวมตัว
กัน และมีดวงตาคู่หนึ่งปรากฏขึ้นที่นี่
นี่คือร่างกายอันแท้จริงของนางที่ขึ้นชื่อว่าเทพปีศาจ
กำลังรัดพันอยู่รอบ ๆ วิหารจิตเทวะ
อู่ อวี้ ตระหนักถึงปัญหานี้
ถึงแม้เขาต้องการจะไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล
เป็นอย่างมาก แต่สถานการณ์ที่พิภพปีศาจบรรพกาล
ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงอันตราย ซึ่งมีความสำคัญมากกว่า
อย่างไรเสียมหาพิภพทมิฬบรรพกาลก็ยังคงอยู่ที่นี่อยู่
แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องคุยกันเย่วหลิงอี๋อย่างช่วยไม่ได้
” เจ้าจงบอกกับพี่สาวว่าข้าจะกลับมาหานางเพื่อไป
ยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาลใหม่อีกครั้ง พอดีข้ามี
เรื่องฉุกเฉินต้องไปทำ ”
” หา? ” เย่วหลิงอี๋อยู่ในอาการตกตะลึงนางรู้ว่าสิ่งที่
อู่ อวี้ แสดงทั้งหมดก็เพื่อเขียนเสือให้วัวกลัวเพื่อให้
ตนเองบรรลุเปั้าหมายเท่านั้น แต่ยามนี้เขาได้มี
โอกาสไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาลแล้วแท้ ๆ เหตุใด
ถึงต้องกลับมาใหม่อีกครั้ง?
หลังจากที่เขากล่าวเสร็จ ชั่วพริบตาเขาก็รีบออกจาก
สำนักกระบี่เทิดจันทรา อันที่จริงเขาได้เปิดประตูสู่
พิภพปีศาจบรรพกาลเตรียมไว้ก่อนแล้ว ด้วยเพราะ
การเปิด ‘ประตูพิภพปีศาจบรรพกาล’ จะต้องรอ
เวลาประมาณ 1 ก้านธูป ถึงแม้ยังเขาจะกังวลใจ
อย่างมากก็ตามแต่ก็ไม่อาจเร่งเวลาให้เร็วกว่านี้ได้
หลังจากหยดโลหิตลงไปบนประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาล จากนั้นรูปลักษณ์ดวงตาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น
ประตู
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเปิดประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาลจากพิภพดารา คาดว่าเขาน่าจะไปปรากฏตัวอยู่
ในจุดกึ่งกลางของโลกพิภพบรรพกาล ซึ่งนับว่าโชคดี
ที่ตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้อยู่ห่างจากวิหารจิตเทวะนัก
” ราชินีปีศาจกุหลาบเหตุใดท่านถึงทำกับพวกเรา
เช่นนี้ ไยท่านต้องตระบัดสัตย์ด้วย ยามนี้ข้ากำลัง
สำรวจพิภพดาราซึ่งในไม่ช้าก็จะกลับมาแล้ว เมื่อ
กลับมาข้าก็จะพาก็เจ้าไปยังพิภพดารา ”
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ พูดคุยกับนางเพื่อถ่วงเวลา
อย่างไรก็ตามสายตาของเทพปีศาจยามนี้ ดูเพิกเฉย
ไร้ซึ่งความแยแสอย่างยิ่ง นางมิได้สนใจคำพูดของร่าง
กลืนสวรรค์แต่อย่างใด หนำซ้ำนางยิ่งเพิ่มจำนวนของ
เถาวัลย์รัดพันเกี่ยววิหารจิตเทวะมากขึ้นไปอีก ใน
เวลานี้ปริมาณเถาวัลย์หนามที่ห่อหุ้มวิหารจิตเทวะ
ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ดูราวกับลูกตะกร้อก็ไม่ปาน
จากสิ่งที่เห็นนอกจากร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ แล้ว
สำหรับคนอื่น ๆ เป็นเรื่องยากที่จะออกมาได้
” ดูเหมือนว่าพิภพดาราจะไม่มีเทพเซียนพิทักษ์อยู่
แต่ที่นั่นมี 5 กองกำลังหลักปกครอง ผู้ที่แข็งแกร่ง
มากที่สุดอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10
ซึ่งฝีมือระดับนี้ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามแก่ท่านได้
นอกจากนี้ด้วยเพราะตัวตนของพวกเขางามเฉิดฉาย
เป็นอย่างยิ่ง เลยทำให้ข้าเสียเวลาโอ้เอ้ไปบ้าง แต่
ท่านควรมองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่ามิใช่หรือ!? ”
ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ยังคงพยายามพูดคุยเกลี้ย
กล่อมปีศาจกุหลาบ ซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของเถาวัลย์
หนามขนาดใหญ่ด้วยเสียงที่ดังฟังชัด แต่ดูเหมือน
ปีศาจกุหลาบได้ตัดสินใจกระทำบางอย่างไปแล้ว
ฉะนั้นนางจึงยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมหยุดมือจากการ
ควบคุมวิหารจิตเทวะ
ในเวลานี้วิหารจิตเทวะในถูกรัดพันด้วยเถาวัลย์หนาม
หลายหมื่นหลายพันทบเฉกเช่นลูกตะกร้อขนาดใหญ่
แม้แต่ร่างกลืนสวรรค์หากต้องเผชิญกับเถาวัลย์หนาม
หลายพันทบเช่นนี้ก็ยังยากที่จะออกไปได้!
“ ความสำเร็จครั้งนี้จะทำให้ท่านตื่นเต้นอย่าง
แน่นอน แต่น่าเสียดายที่ท่านไร้ซึ่งความอดทน
ทำลายความร่วมมือของพวกเรา! ”
อู่ อวี้ ยังคงพูดเกลี้ยกล่อมจากข้างใน
“ เอาล่ะ … เลิกพูดคุยเรื่องเหลวไหล เข้าเรื่องกันเลย
ดีกว่า ” ในที่สุดปีศาจกุหลาบก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา แต่
ครั้งนี้หาใช่เสียงสตรีที่อ่อนหวาน แต่เป็นเสียงสง่า
งามของสตรีวัยกลางคน
ในที่สุดนางก็เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา
ฟังจากน้ำเสียงของนาง ดูนางสนใจในสิ่งที่ร่างกลืน
สวรรค์พูดไม่น้อย
อู่ อวี้ กล่าว ” พิภพดาราเป็นพิภพขนาดเล็ก ไม่ใช่
ทางเลือกที่ดีที่สุดของท่าน พิภพดังกล่าวเป็นแค่พิภพ
ทางผ่านไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาลเท่านั้น ซึ่งที่
นั่นมีขนาดใหญ่กว่าพิภพดาราถึงสิบเท่า นอกจากนี้
ยังมีเทพปีศาจ , เทพมาร , เทพเซียนอยู่มากมาย อีก
ทั้งมหาพิภพทมิฬบรรพกาลยังเชื่อมต่อกับมหาพิภพ
ใบอื่น ๆ อีก รับรองว่าท่านคงคาดไม่ถึงว่ามีมหาพิภพ
อยู่มากมาย เมื่อใดที่ท่านสามารถไปยังพิภพดารา
ชีวิตของท่านจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง! ส่วนพิภพอื่น
ๆ อย่างพิภพเทพสงครามหรือพิภพเซียนกระบี่
อาจจะไม่มีเส้นทางไปสู่โลกอื่น ”
” ว่ากระไรนะ? ”
ข่าวนี้ทำให้นางตกใจอย่างแน่นอน
” เส้นทางไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล อยู่ในกำมือ
ของห้ากองกำลังหลักในพิภพดารา ซึ่งก็น่าจะสำรวจ
และนำเจ้าไปสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล ข้าจะไม่
ห้ามเจ้าไปที่นั่น และยินดีที่จะร่วมมือกับเจ้า ทุก
อย่างจะจบลงอย่างมีความสุข แต่สิ่งที่เจ้าทำอยู่
ตอนนี้ ทำให้ข้ารู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งสรรพรางค์
กาย เจ้าไม่ได้บอกกับข้าว่า มีเปั้าหมายอยู่ที่การออก
จากโลกปีศาจบรรพกาลนี้หรือไร? แต่เจ้ากลับจับกุม
ตัวสหายของข้า นี่มันไม่มากเกินไปเช่นนั้นหรือ? ”
อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าอย่างไรพิภพดาราที่มีพลังฟั้าดิน
ต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็ไม่เหมาะสมกับนางอย่างแน่นอน
ดังนั้นนางต้องเข้าสู่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล แม้ว่าที่
นั่นจะไม่มีเทพปีศาจอยู่เลย แต่ อู่ อวี้ สามารถหลอก
ล่อนางได้ หากไปที่นั่นแล้วนางสร้างความปันปั่วน
วุ่นวาย เหล่าเทพเซียนและเทพมาร จะต้องจัดการ
นางอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลอีก
ต่อไป
แต่การข่มขู่ในปัจจุบันของนาง มันมากเกินไปจริง ๆ
อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นตัวตนที่แท้จริงของราชินี
ปีศาจกุหลาบโลหิต
ระมัดระวัง เห็นแก่ตัว และดื้อรั้น
เมื่อ อู่ อวี้ พูดถึงมหาพิภพทมิฬบรรพกาล นางจึงนิ่ง
จนพูดอะไรไม่ออกไปนาน เห็นได้ชัดว่านางเชื่อและ
รู้สึกตกตะลึงในสิ่งที่เขาพูด
นางลังเลและแสดงท่าทางประหลาดใจอยู่พักหนึ่ง
จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” เจ้าเป็นคนเจ้าเล่ห์ ข้าไม่เคย
ไว้ใจเจ้า การจับตัวคนที่เจ้ารัก จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย
มากที่สุด บางทีเจ้าอาจจะวางกับดักข้า แต่เมื่อข้ามี
คนรักของเจ้าอยู่ในกำมือ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องร่วมมือ
กับเจ้าอีกต่อไป จงมอบ ‘กุญแจ’ ให้ข้า แล้วข้าจะ
ปล่อยญาติและสหายของเจ้าไป ข้ารู้สึกเกียจคร้าน
เกินกว่าจะมาข้องแวะกับเจ้า ”
นี่คือหนทางที่ทำให้นางกุมความได้เปรียบมากที่สุด
เพราะนางไม่เชื่อใจ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ร่างต้นได้กลับมาแล้ว เขาสามารถ
มองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางปั่าเขา
พนมพงไพรอันกว้างใหญ่ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังราชินี
ปีศาจกุหลาบโลหิตคือร่างที่มีขนาดใหญ่เท่ากับภูเขา
เบื้องล่างภูเขานั้นมีเถาวัลย์พันเกี่ยวอยู่มากมาย
จำนวนนับไม่ถ้วน และเบื้องหน้าของร่างนั้น คือกลุ่ม
ก้อนเถาวัลย์ที่ถูกถักทอเป็นวงกลมเหมือนกับตะกร้อ
ทั้งยังเชื่อมต่อกับนาง อยู่ภายใต้การควบคุมและเป็น
ส่วนหนึ่งของนางสมบูรณ์
วิหารจิตเทวะที่อยู่ภายในกลุ่มก้อนเถาวัลย์นั้น แทบ
จะตกอยู่ภายใต้การมัดพันอย่างสมบูรณ์ ด้วยความ
แข็งแกร่งจากร่างจริงของนาง คงยากที่จะบดขยี้แล้ว
ไปช่วยพวกเขาออกมาได้
ซึ่งราชินีปีศาจกุหลาบโลหิต ก็มุ่งเปั้าไปที่ อู่ อวี้ ร่าง
ต้นเพียงเท่านั้น ด้วยเพราะทราบว่า อู่ อวี้ นั้นยากจะ
จัดการมากที่สุด
ดวงตาขนาดใหญ่ของนาง จับจ้องมา อู่ อวี้ แล้ว
กล่าวว่า ” ข้าพูดไปแล้ว จงนำ ‘กุญแจ’ ออกมา
แลกเปลี่ยนกับชีวิตของพวกเขา มิฉะนั้นภายใน 10
ลมหายใจ ข้าจะบดขยี้พวกเขาเป็นชิ้น ๆ ”
สถานการณ์นในยามนี้ ได้ถูกผลักดันมาถึงจุดวิกฤติ
สุดแล้ว
” เมื่อไปยังพิภพดารา ข้าจะเป็นผู้นำทางเจ้าไปยัง
มหาพิภพทมิฬบรรพกาลด้วยตนเอง ดังนั้นเจ้าไม่
จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลย สถานการณ์เช่นนี้ไม่เป็นผลดี
กับเราทั้งคู่ ”
ปีศาจกุหลาบโลหิตหัวเราะจนท้องแข็ง จากนั้นนางก็
กล่าวว่า ” เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร เหตุใดข้าถึงต้อง
ร่วมมือกับเจ้า? ตอนนี้ข้าแค่ต้องการให้เจ้าส่งกุญแจ
มาเท่านั้น มิฉะเช่นนั้นหลังจากนี้อีก 10 ลมหายใจ
พวกเขาจะกลายเป็นซากศพ ”
อันที่จริงแล้วในฐานะเทพปีศาจ นางไม่จำเป็นต้อง
แยแส อู่ อวี้ ที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาแม้แต่น้อย
หากไม่ใช่เพราะเมฆาตลบฟั้า นางคงไม่คิดแม้แต่จะ
เสวนากับ อู่ อวี้ ด้วยซ้ำ นางมีสารพัดวิธี ในการ
สังหารเขาและแย่งชิงมันไป เป็นตัวอันตรายที่ยากจะ
จัดการเหมือนเช่นดั่งที่ อู่ อวี้ เห็นในยามนี้ ด้วย
ทัศนคติที่ไปที่แสนหยิ่งทะนง ทำให้ อู่ อวี้ ตระหนัก
ว่าเขาประเมินเทพปีศาจต่ำเกินไป เนื่องจากใน
ท้ายสุดแล้วเขาเคยหยอกล้อพวกมันมาก่อน จนรู้สึก
มั่นใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เบื้องหน้านี้ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความน่าสะพรึงกลัว
ของเทพปีศาจ อย่างน้อยด้วยความแข็งแกร่งของ
ฝั่ายตรงข้ามก็สามารถสยบเขาก็ได้อย่างสมบูรณ์
“ จงฟัง ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด ข้าจะให้เวลา
เจ้า 10 ลมหายใจ ”
ราชินีปีศาจกุหลาบโลหิตพูดอีกครั้ง และในครานี้นาง
ก็เริ่มลงมือ เถาวัลย์เริ่มมัดพันวิหารจิตเทวะแน่นขึ้น
จนตัววิหารเริ่มปริแตก ร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ที่
อยู่ภายในสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจน ศาสตราวิถี
แท้สุดยอดวิญญาณกำลังจะพังทลายลงแล้วในอีกไม่
ช้า
อีกเพียงไม่นานมันก็จะถูกบดขยี้เป็นผุยผง ถึงแม้ว่า
ร่างกลืนสวรรค์ของเขาจะทนได้ แต่เฟิงซัวหยา , ซู
หยานหลี่ , อู่หยู กับ จิ่วอิง คงไม่อาจทานทนได้
เพื่อหลีกเลี่ยงจักรพรรดิโบราณ อู่ อวี้ จึงพาพวกเขา
มายังพิภพปีศาจบรรพกาล ไม่คาดคิดว่าพิภพแห่งนี้
จะเต็มไปด้วยอันตรายยิ่งกว่า ซึ่งสถานการณ์เกิดขึ้น
ในยามนี้ ทำให้เขารู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย คิดว่าถ้าตน
เชื่อใจจักรพรรดิโบราณ ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ตอนนี้เขารู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อย ๆ คิดว่าตนวิตกจริต
เรื่องของจักรพรรดิโบราณมากเกินไป
ผู้ที่ราชินีปีศาจกุหลาบโลหิตกำลังจับกุมตัวไว้ คือ
กลุ่มคนที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของ อู่ อวี้ เขาจึงไร้
ซึ่งหนทางอื่น กระทำได้เพียงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า ”
ตกลง ข้าจะมอบกุญแจให้เจ้า แต่เจ้าต้องทำให้ข้า
เห็นก่อนว่าพวกเขาปลอดภัย ”
ราชินีปีศาจกุหลาบโลหิตเปล่งเสียงหัวเราะ พร้อม
กล่าวขึ้นว่า ” ไม่มีปัญหา ข้าแค่ต้องการกุญแจ ตราบ
ใดที่ข้าได้รับกุญแจ เจ้าก็ไม่มีค่าใด ๆ ในสายตาของ
ข้า ข้าเกียจคร้านเกินกว่าจะมานั่งล้างแค้น สิ่งใดเป็น
เรื่องสำคัญที่ควรกระทำก่อนหลัง ตัวข้านั้นรู้ดีมาก
ที่สุด ”
เพื่อให้ อู่ อวี้ มอบ ‘กุญแจ’ นางจึงเริ่มคลายเถาวัลย์
ในที่สุด
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ