กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1197: การรวมมือกันของเทพปศาจ
เมื่อคลายเถาวัลย์ออกก็เผยให้เห็นวิหารจิตเทวะอยู่
ด้านใน ซึ่งเวลานี้กำลังทรุดตัวลง
ร่างกลืนสวรรค์ที่อยู่ด้านในก็สามารถมองเห็นท้องฟั้า
ด้านนอกแล้วเช่นกัน
ราชินีปีศาจกุหลาบประกาศกร้าวถึงเจตจำนงอย่าง
ชัดเจนว่านางต้องการกุญแจ และนี่จะเป็นข้อตกลง
เดียวเท่านั้น ทั้งหมดเป็นเพราะว่านางไม่เชื่อใจในตัว
อู่ อวี้ หลังจากนางได้สิ่งที่ต้องการนางก็ปล่อยตัว
ประกัน
นางรู้ว่า อู่ อวี้ ไม่สามารถหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว
โดยต้องแบกรับและดูแลคนจำนวนมากเช่นนี้ ดังนั้น
อาณาเขตไม่กี่ร้อยลี้จึงยังอยู่ในการควบคุมของนาง
เมื่อใดที่ อู่ อวี้ เกิดกลับใจคิดเล่นไม่ซื่อ นางเองก็
สามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลาเช่นกัน ด้วยเพราะ
คนที่เขารักอยู่ในกำมือนางหมดแล้ว อย่างไรนางก็ถือ
ไพ่เหนือกว่าเขาอยู่วันยังค่ำ
อันที่จริงนางไม่จำเป็นต้องใช้เถาวัลย์รัดพันวิหารจิต
เทวะเลยก็ได้ นางก็แค่จับวิหารจิตเทวะเขย่าไปมาให้
อู่ อวี้ ได้เห็นอย่างชัดเจน จากนั้นนางก็กล่าวว่า “
เจ้าก็แค่ส่งมาให้ข้า แล้วเจ้าอยากจะไปไกลแค่ไหนก็
ได้ตามแต่ใจ อันที่จริงข้าไม่ได้อยากไล่ล่าหรือสนใจ
เจ้าแต่อย่างใด ข้าอยากจะรีบไปพิภพดาราเพื่อไปยัง
เปั้าหมายใหญ่นั่นก็คือมหาพิภพทมิฬบรรพกาล! ”
ในเวลานี้วิหารจิตเทวะได้แตกลงแล้ว เรือรบอนันต์
กาลกำลังเตรียมพร้อมที่จะพุ่งทะยานออกมาอย่าง
รวดเร็ว เพราะเรือรบอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่บุบสลาย
แต่อย่างใด แต่ปัญหาสำคัญในตอนนี้ก็คือพื้นที่
โดยรอบอยู่ภายใต้การควบคุมของราชินีปีศาจ
กุหลาบ ซึ่งต่อให้หนีออกมาก็ดูเหมือนจะเปล่า
ประโยชน์
ซึ่งก็แน่นอนว่าเฟิงซัวหยากับคนอื่น ๆ ไม่ต้องการให้
อู่ อวี้ ทำตามข้อแลกเปลี่ยนของฝั่ายตรงข้าม
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดไร้ซึ่งหนทางจะ
แก้ไข ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะโยน ‘กุญแจ’ ซึ่ง
ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลให้กับฝั่ายตรงข้าม
” รับไป! ”
หลังจากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นเรือรบอนันต์กาลไป
พร้อมกับคนอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว หลังจากราชินีปีศาจ
กุหลาบได้กุญแจมาแล้วจิตใจของนางก็จดจ่ออยู่กับ
กุญแจ แล้วรีบกลับไปยังอาณาเขตของตนเอง ซึ่ง
ประตูพิภพดาราที่อยู่ภายใต้การครอบครองของนาง
อยู่ก่อนแล้ว ฉะนั้นนางจึงสามารถไปยังพิภพดาราได้
ทุกเมื่อ!
ด้วยเหตุผลดังกล่าวนางจึงไม่ได้รู้สึกละอายใจในสิ่งที่
ทำกับ อู่ อวี้ ส่วนตัวเขากับพรรคพวกได้หลบซ่อนตัว
อยู่ในสถานที่ห่างไกลออกไป หลังจากนั้นก็ลงมาซ่อน
ตัวในมหาสมุทรลึกอีกครั้ง มันเป็นสถานที่ที่ปีศาจ
กุหลาบไม่สามารถล่วงล้ำกล้ำกรายเข้ามาได้ อู่ อวี้
ต้องการหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ
หลังจากมีสถานที่ปักหลัก ร่างต้นก็รีบทะยานไล่ล่าไป
ยังทิศทางของปีศาจกุหลาบทันที!
เขาไม่สามารถปล่อยให้ประตูพิภพปีศาจบรรพกาล
หลุดมือไปได้อย่างเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องอยู่ที่
พิภพปีศาจบรรพกาลไปตลอดชีวิตไม่สามารถกลับสู่
ชมพูทวีปโลกธาตุได้! ฉะนั้นมันคือสิ่งสำคัญที่สุด
สำหรับเขายามนี้!
” จะทำเช่นไรดี? ” ทุกคนถามด้วยความหวาดกลัว
” ใจเย็น ๆ ข้ากำลังคิดหาทางอยู่ ” อู่ อวี้ ปลอบ
ประโลมคนอื่น ๆ ให้พวกเขาสงบจิตใจลง อย่างไร
เสียร่างกลืนสวรรค์ของเขาก็ยังคงอยู่ที่นี่
“ สิ่งสำคัญตอนนี้เราจะต้องซ่อนตัวไว้ให้ดี ” หนาน
ซาน หวางเย่ว รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นไร
นอกจากนี้เรือรบอนันต์กาลยังมีความสามารถนำทาง
กายได้ดีกว่าวิหารจิตรเทวะ
พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ในก้นลึกของท้องมหาสมุทร
จากตำแหน่งดังกล่าว อู่ อวี้ ร่างต้นสามารถใช้เมฆา
ตลบฟั้ากระโดดข้ามมิติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากร่างต้นไล่ล่าติดตามปีศาจกุหลาบมาเขาก็ไม่
คิดว่าจะได้พบเห็นภาพอันน่าตื่นตะลึง สิ่งที่เขาเห็น
ยามนี้นับเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
เทพปีศาจสองตนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด!
สิ่งที่เขาเห็นมันน่าเหลือเชื่อเกินไป และสร้างความ
สับสนให้แก่ตัวเข้าเป็นอย่างยิ่ง!
การต่อสู้ที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าเหมือนกับช่วงเวลาแห่ง
การฆ่าก่อนหน้านี้ และมีความเป็นไปได้ปีศาจใน
พิภพปีศาจบรรพกาลทั้งหมดอาจจะมารวมตัวกันอยู่
ที่นี่!
ปัจจุบันเทพปีศาจ 2 ตัวกำลังเปิดศึกห้ำหั่นเอาเป็น
เอาตาย หนึ่งในนั้นคือราชินีปีศาจกุหลาบที่ถือครอง
‘กุญแจ’ และกำลังเตรียมตัวไปยังพิภพดารา
ส่วนเทพปีศาจอีกตัวเขาไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาสัก
เท่าไหร่ นอกจากนี้เทพปีศาจดังกล่าวยังมีสมุนเป็น
แมลงนับล้าน ๆ ตัว ขนาดลำตัวของพวกมันมีขนาด
เพียงแค่นิ้วมือเท่านั้น ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทั่วทั้งร่าง
ของมันเป็นสีทอง , ฟันแหลมคม , ปีกที่แข็งแรง ,
เท้ามีหนามแหลมคมกริบ เมื่อตั๊กแตนนับล้าน ๆ ตัว
มารวมกันเช่นนี้ บังเกิดเป็นมวลพลังมหาศาลโจมตี
เข้าใส่ราชินีปีศาจกุหลาบ!
” มันคือเทพตั๊กแตนหนึ่งในแปดเทพปีศาจ! พวก
แมลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมัน! ”
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมีร่างอวตารจำนวนนับไม่ถ้วนแล้ว
แต่ก็ไม่คาดหวังว่ายังมีผู้อื่นที่มีร่างแยกมากกว่าตัว
เขาเสียอีก แต่เท่าที่สังเกต อู่ อวี้ เห็นว่าท่ามกลางหมู่
แมลงเหล่านี้จะไม่มีร่างจริงของเทพปีศาจอยู่ พวกมัน
เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของร่างกายมันเท่านั้น พวกมัน
สามารถรวบรวมและแยกกระจายออกไปได้อย่าง
อิสระนี่คือจุดพิเศษของมันที่เห็นได้อย่างเด่นชัด
นับเป็นเทพปีศาจที่มีความสามารถอันน่าทึ่งมาก
ทีเดียว
อันที่จริง อู่ อวี้ เองก็รู้สึกว่าในบรรดาเทพปีศาจ
ทั้งหมด เทพตั๊กแตนกับราชินีปีศาจกุหลาบนั้น
ค่อนข้างจัดการได้ยาก ด้วยเพราะพวกมันไม่มีรูปร่าง
ที่แน่ชัดเหมือนกับคนอย่างเรา ๆ เปรียบเสมือนดั่ง
ภูตผีที่อยู่ไปทั่วทุกหนแห่ง อย่างเช่นราชินีปีศาจ
กุหลาบร่างกายของมันก็ชอนไชอยู่ทั่วทุกอณูพื้นที่
ส่วนร่างของเทพปีศาจตั๊กแตนก็กระจายตัวอยู่ทุกหน
ทุกแห่งเช่นกัน พวกมันคอยสอดส่องซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่า
ถูกจ้องมองจากที่ใด
จากภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าเทพ
ตั๊กแตนได้สะกดรอยตามดูสถานการณ์ระหว่างพวก
เขาทั้งสองมาอย่างต่อเนื่อง แล้วทันทีที่ราชินีปีศาจ
กุหลาบได้ครอบครองกุญแจและกำลังออกไปยังพิภพ
อื่น มันก็รีบพุ่งเข้าโจมตีขัดขวางทันที ซึ่งนับว่าการ
กระทำดังกล่าวได้ช่วยเบาแรงให้แก่ อู่ อวี้ อย่างยิ่ง
มิฉะนั้นหากนางไปพิภพดาราแล้ว ทุกอย่างก็คงจะ
จบสิ้นอย่างแท้จริง!
ดังนั้นเวลานี้เทพปีศาจทั้งสองกำลังต่อสู้แย่งชิงความ
เป็นหนึ่ง
“ ปีศาจกุหลาบ! ต่อให้เจ้าดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์!
เราทุกตนต่างเจ็บปวดเหมือน ๆ กัน ถ้าเจ้าเลือกที่จะ
หลบหนีเอาตัวรอดไปเพียงลำพังก็เท่ากับว่าเจ้ามัน
เห็นแก่ตัว ตอนนี้เจ้าได้ครอบครองกุญแจแล้ว ข้าก็
ไม่ได้คิดจะแย่งชิงกุญแจมาจากเจ้า พวกเราเพียงแค่
ต้องการให้เจ้าพาพวกเราทั้งหมดไปยังเห็นปีศาจ
บรรพกาลที่แต่ละตนได้ครอบครอง ส่วนเจ้าอยากจะ
ไปยังพิภพดาราก็ไม่มีผู้ใดคิดเหนี่ยวรั้ง! ”
วาทศิลปของเทพตั๊กแตนนับว่าเป็นเลิศยิ่งนัก เขาเอ่ย
คำพูดออกมาเพียงแค่ไม่กี่คำ แต่ก็มากเพียงพอที่จะ
ให้ราชินีปีศาจกุหลาบได้ตระหนักถึงความน่า
สะพรึงกลัว
” ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ อย่าหวังว่าเจ้าจะได้เปิด
ประตูผ่านหินปีศาจบรรพกาลที่ครอบครอง ในเมื่อ
เจ้าเห็นแก่ตัวนักข้าก็จะทำลายมันให้สิ้นบดขยี้
ความหวังของเจ้าเสีย! ต่อให้เจ้ามี ‘กุญแจ’ เจ้าก็ไม่
สามารถไปในที่ ๆ เจ้าอยากไปได้ อย่าได้ทำเช่นนี้เลย
ตัวเจ้าสามารถเป็นพระผู้โปรดให้พวกเราทั้ง 6 ได้
กล่าวตามตรงสำหรับเรื่องนี้ ข้าได้พูดคุยกับเทพ
ปีศาจอีก 6 ตนแล้ว ซึ่งพวกเขาก็กำลังจะตามมาถึง
ในอีกไม่ช้า หากเจ้ายังดื้อรั้นต่อไป ก็อย่าโทษว่าเรา
โหดเหี้ยมอำมหิต! ”
จากสิ่งที่เห็นดูเหมือนว่ายามนี้ ราชินีปีศาจกุหลาบ
กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง
นางถูกเทพตั๊กแตนขัดขวางพัวพัน จนนางไม่สามารถ
ไปยังสถานที่เปั้าหมายได้อย่างราบรื่นดั่งใจคิด นาง
ไม่สามารถไปยังพิภพดาราโดยรอดพ้นสายตาจาก
เทพตั๊กแตนไปได้
ฝั่ายตรงข้ามไม่ปล่อยโอกาสว่างเว้น ให้นางได้มี
จังหวะเปิดประตูไปสู่พิภพดาราได้เลย
นอกจากนี้ด้วยเพราะร่างกายของนางมีขนาดใหญ่โต
มากเกินไป จึงจำต้องย่อขนาดร่างกายให้เล็กลงเพื่อ
จะได้เข้าสู่ประตูมิติไปได้ ซึ่งกระบวนการนี้ก็
จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร
แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เทพตั๊กแตนไม่ยอมปล่อยนางให้
หลุดมือไปอย่างเด็ดขาด มันพยายามถ่วงเวลาต่อไป
เพื่อรอคอยเทพปีศาจที่เหลืออีก 6 ตน หากนางยังคง
ดื้อรั้น นางก็จะถูกรุมสังหารแบบ 7 ต่อ 1 แล้วทีนี้
ความใฝั่ฝันที่จะชิ่งหนีเอาตัวรอดเพียงลำพังของ
ราชินีปีศาจก็จะสูญสลาย นางจะต้องตกตายอยู่ที่นี่
เพราะความเห็นแก่ตัว
” ตกลง! ข้ารับปาก! แต่ข้ามีเงื่อนหนึ่งข้อ ทุกคนจะได้
ไปยังหินปีศาจบรรพกาลที่ตนเองครอบครอง ห้าม
ผู้ใดไปที่พิภพดาราของข้า ” ที่นางกล่าวออกไปเช่นนี้
เพราะรู้ว่าเทพตั๊กแตนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับมหาพิภพ
ทมิฬบรรพกาล นางไม่ต้องการให้เทพปีศาจตนอื่น ๆ
ไปที่นั่นนอกจากตัวนาง
เทพตั๊กแตนยิ้มกับกล่าวว่า ” ย่อมได้อยู่แล้ว อย่างที่
บอกว่าพวกเราไม่ได้ต้องการไปยังพิภพดาราของเจ้า
พวกเราเข้าใจว่าแต่ละตนย่อมต้องการควบคุมโลก
ของตนเองเพียงหนึ่งเดียวด้วยกันทั้งนั้น? หินปีศาจ
โบราณของข้าคือประตูไปสู่ ‘พิภพมารปฐพี’ ซึ่งไม่ได้
ด้อยไปกว่าพิภพดาราของเจ้าเลย! ”
ฟังจากที่เทพตั๊กแตนกล่าวดูเหมือนว่าพวกมันเพียง
แค่ต้องการไปพิภพอื่นเท่านั้น เมื่อพวกมันไปยัง
สถานที่ดังกล่าวพวกมันจะกลายเป็นเจ้าผู้ครองโลก
นั้น ๆ ส่วนช่วงเวลาแห่งการฆ่าของที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง
เหตุผลเช่นกัน
ดังนั้นพวกมันแต่ละตัวไม่ได้ดีเด่จริง ๆ อย่างที่แสร้ง
ทำ
ในเมื่อทั้งสองทำข้อตกลงกันได้ การต่อสู้ระหว่าง
ราชินีปีศาจกุหลาบกับเทพตั๊กแตนก็ยุติลง
“ ทุกคนต่างมีความเห็นตรงกันว่าให้เจ้าเป็นผู้ถือ
กุญแจ เพียงแค่ส่งพวกเราแต่ละตนไปยังพิภพของ
ตนเองก็เพียงพอ ” เทพตั๊กแตนยังคงยืนยันเจตจำนง
ว่าไม่ได้คิดร้าย
หลังจากนั้นราชินีปีศาจกุหลาบก็กล่าวด้วยน้ำเสียง
เย้ยหยัน ” เห๊อะ! ฟังจากที่เจ้ากล่าวดูสวยหรูไม่น้อย
แต่หินปีศาจบรรพกาลของปีศาจปักษาสมุทรโลหิตได้
ถูก อู่ อวี้ แย่งชิงมาแล้ว หลังจากเราไปยังพิภพของ
ตนเองด้วยหินปีศาจบรรพกาล แล้วปักษาสมุทร
โลหิตจะไปไหนได้? ”
เทพตั๊กแตนยิ้มแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ” เรื่อง
นั้นข้าไม่ทราบ ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า เขาก็ต้องไป
จัดการกับ อู่ อวี้ เพื่อแย่งหินปีศาจบรรพกาลของ
ตนเองกลับมาอยู่หรือไม่? กะอีแค่หินปีศาจบรรพกาล
ก้อนเล็ก ๆ ก็ยังไม่สามารถรักษาได้ หากมีอะไร
เกิดขึ้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ตำหนิผู้อื่น ”
จากสิ่งที่ได้ยิน อู่ อวี้ สามารถชี้ขาดได้ทันทีว่าเทพ
ปีศาจตนอื่นๆ จะไม่ยอมให้เทพปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตไปยังเห็นพิภพที่ต้องการอย่างแน่นอน เหมือน
ดังคำกล่าวที่ว่าเสือ 2 ตัวไม่อาจอยู่ในถ้ำเดียวกันได้
และไม่มีผู้ใดอยากแสดงความเมตตาในเรื่องนี้
กล่าวได้ว่าไม่มีคำว่าผ่อนปรนสำหรับเทพปีศาจทั้ง
แปด
ระหว่างที่ฝึกการสู้รบของพวกมันทั้งสองสงบลง อู่
อวี้ ก็เฝั้าจับตาดูสถานการณ์อยู่ในสถานที่ห่างไกล ไม่
สามารถเข้าไปใกล้มากกว่านี้ได้ ประตูพิภพปีศาจ
บรรพกาลได้ถูกราชินีปีศาจกุหลาบตบเอาไปก็จริง
แต่ อู่ อวี้ คือผู้ที่ได้ทำพันธสัญญากับประตูปีศาจ
บรรพกาลแล้ว คาดว่าเทพปีศาจเหล่านี้คงไม่รู้เรื่อง
ที่ว่าประตูปีศาจบรรพกาลต้องทำพันธสัญญาโลหิต
กับมัน ด้วยเหตุนี้เทพปีศาจตัวอื่น ๆ ลงมติให้ราชินี
ปีศาจกุหลาบเป็นผู้ถือครองกุญแจนั่นเอง แต่พวกมัน
หารู้ไม่ว่าประตูพิภพปีศาจบรรพกาลยังคงเชื่อมต่อ
กับ อู่ อวี้ หาได้ตัดขาดออกจากกันไม่ ด้วยเหตุนี้ทำ
ให้เขารู้ได้ว่าราชินีปีศาจ ได้ซ่อนประตูพิภพปีศาจ
บรรพกาลไว้ที่ไหนสักแห่งในลำต้นของนาง
จากสถานการณ์ดังกล่าวสรุปได้ว่ายามนี้เทพปีศาจทั้ง
แปดได้ร่วมมือกันแล้ว ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังมีโอกาส
แย่งชิงสิ่งของ ๆ ตนเองกลับคืนมา เขาจะไม่ยอมแพ้
เป็นอันขาดยังคงพยายามมุ่งมั่นต่อไปเพราะมันคือสิ่ง
สำคัญสำหรับเขา
เหล่าเทพปีศาจที่เหลือรู้ดีว่ากุญแจนั้นมีความสำคัญ
กับพวกมันอย่างยิ่งยวด ดังนั้นพวกมันจึงเร่งรีบรุดมา
อย่างรวดเร็ว ไม่ช้าไม่นานเทพปีศาจตนหนึ่งก็ปรากฏ
ตัว ตนแรกที่ปรากฏก็คือเทพปีศาจจิ่วอิง เทพปีศาจ
ตนนี้หยิ่งผยองในพลังของตนเองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมันก็
คือเปั้าหมายของจิ่วอิงสหายรักของเขาว่าสักวันหนึ่ง
จะมีระดับพลังเช่นเดียวกับมังกรดำตัวนี้ ปีกของมัน
เหมือนค้างคาวเมื่อยามสยายปีก หางของมันยาว
เหยียด และเขาที่อยู่บนหัวทั้งเก้าของมันยาวคมกริบ
ดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง มองเพียงแวบแรกมัน
เสมือนดั่งเครื่องจักรสังหารขนาดใหญ่ ดูทรงพลัง
ยอดเยี่ยมอย่างที่สุด หลังจากมาถึงมันก็กล่าวด้วย
น้ำเสียงทุ้มต่ำว่า ” ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะแย่งชิงกุญแจ
มาได้ ก่อนอื่นคงต้องขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย ”
ราชินีปีศาจกุหลาบกล่าวว่า” เหตุใดต้องแสดงความ
ยินดีกับข้าด้วย เพราะอย่างไรเสียพวกเราทุกตนก็
สามารถกระทำตามสิ่งที่ใฝั่ฝันปรารถนาไปด้วยกัน ”
” นั่นสิ แต่ข้าก็ต้องขอบคุณเจ้าอยู่ดี ฮ่าฮ่าฮ่า ” เทพจิ่
วอิงกล่าวขึ้นพร้อมเปล่งเสียงหัวเราะ
หลังจากนั้นปีศาจปักษาสมุทรโลหิตที่อยู่ในตำแหน่ง
ใกล้เคียงก็ตามมาสมทบเพิ่มอีกหนึ่งตน บัดนี้สามารถ
กล่าวได้ว่าเทพปีศาจบนบกทั้ง 4 ได้มารวมตัวกันจน
ครบแล้ว หลังจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิตมาถึงมันก็
มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด และแสดงสีหน้าเศร้าโศกทะมึนทึ
งเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านเทพปีศาจในเขตสมุทร ผู้
ที่ครั้งหนึ่ง อู่ อวี้ เคยเผชิญหน้าด้วยก็มาถึงแล้ว
เช่นกัน
เทพปีศาจมังกรคราม มีร่างกายใหญ่โตมโหฬารเป็น
อย่างยิ่ง ร่างกายของปิดบังทั้งผืนแผ่นฟั้าอยู่นาน
พอสมควร อีกทั้งหัวขนาดใหญ่ของมัน ยังดูราวกับว่า
สามารถกลืนกินเทพปีศาจบนบกทั้ง 4 เข้าไปได้
อย่างไรอย่างนั้น ทว่ามันก็แสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียง
อ่อนโยนขึ้นว่า ” ช่างวิเศษจริง ๆ สมแล้วที่เป็นราชินี
ปีศาจกุหลาบ นางคือสหายรักมากที่สุดของข้า เยี่ยม
จริง ๆ ที่เจ้ายังไม่ลืมสหายเก่าอย่างเรา กล่าวตาม
ตรง ข้าต้องขอบคุณเจ้ามาก ”
” ท่านพี่มังกรคราม ไม่เห็นต้องกล่าวเช่นนี้ อย่างไร
เสียนี่ก็เป็นสิ่งที่ข้าสมควรกระทำอยู่แล้ว ” เห็นได้ชัด
ว่าประโยคนี้ของราชินีปีศาจ ไม่ใช่สิ่งที่ออกมาจากใจ
ของนางจริง
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ