กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1198: สงครามปะทุ
เหล่าเทพปีศาจที่มาถึงยามนี้ มีเพียงปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตเท่านั้นที่มีสีหน้าท่าทางหดหู่มากกว่าเทพ
ปีศาจตนอื่น ๆ นอกจากนี้มันยังมองปีศาจเทพปีศาจ
ตัวอื่น ๆ ด้วยสายตาเย็นเยียบเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้
พวกมันกำลังทักทายกันราวกับว่าพวกมันเป็นสหาย
เก่าที่คบค้ากันมานานหลายปี ราวกับว่าการปะทะ
กันระหว่างเผ่าพันธุ์ของพวกมันก่อนหน้านี้เป็นเพียง
เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
” ข้าขอเสนอว่าแต่ละตนจะพาสามารถพาสมุนของ
ตนเองไปได้ 200 ตัว หากพาไปมากเกินไปจะทำ
ความลำบากให้แก่ปีศาจกุหลาบได้ ส่วนทางด้านของ
ปีศาจกุหลาบนางจะพาสมุนไปเท่าไหร่ก็เรื่องของนาง
” มังกรครามยิ้มแล้วกล่าว
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ไปพิภพอื่นเพียงลำพัง มันยัง
หอบหิ้วลูกหลานไปอีก 200 ตน จำนวนดังกล่าวถือ
ว่าไม่มากสำหรับพวกมัน แต่มีปัญหามากสำหรับ
ปีศาจกุหลาบ
“ พาไปจำนวน 200 คนก็พอเข้าใจได้ ลูกหลานของ
เราไม่อยากตกนรกทั้งเป็นอยู่ที่นี่” เทพจิ่วอิงกล่าวยิ้ม
ๆ
ปีศาจกุหลาบทำอะไรไม่ได้นอกจากตามน้ำไป นางรู้
ดีว่าถ้าเกิดไม่เห็นด้วยพวกมัน นางคงจะโดนรุมกิน
โต๊ะเป็นแน่แท้ จนชีวิตหาไม่ตกตายไปในที่สุด ซึ่งถ้า
ปล่อยให้เรื่องราวบานปลายเลยเถิดไปถึงขั้นนั้นก็จะ
กลายเป็นเรื่องใหญ่ นางรู้ดีว่าถ้านางอยู่ในสถานะ
เช่นเดียวจากพวกมันก็จะทำแบบนี้เช่นเดียวกัน
” ช่างมันเถอะ มันก็แค่ปัญหาขรุขระติดขัดไปบ้าง
สุดท้าย แล้วผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ข้ายัง
สามารถไปยังมหาพิภพทมิฬบรรพกาล ” นางคิด
เช่นนี้ในใจ เพราะอย่างไรเสียกุญแจก็ยังคงอยู่ในมือ
ของนาง นางจะพาเผ่าพันธุ์ของนางทั้งหมดไปที่พิภพ
ดารา
หลังจากนั้นบรรดาเทพปีศาจสมุทรก็ค่อย ๆ ทยอย
มาทีละตน
‘จักรพรรดิชิง’ มาถึงเป็นตนแรก ดวงตาสีครามของ
มันมีขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่มหาสมุทรเต็มไปด้วย
ละอองน้ำ ภาพลักษณ์ที่เห็นในยามนี้เป็นเสมือนดั่ง
เปลือกที่ห่อหุ้ม ดวงตาคู่สีฟั้าครามของมันดูน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาคู่นี้สามารถสร้างภาพ
มายาได้ซึ่งนับว่าสร้างผลกระทบต่อผู้พบเห็นไม่น้อย
มันคือสิ่งมีชีวิตลึกลับ อีกทั้งยังสามารถสร้างภาพลวง
ตาได้ นับว่าเป็นความสามารถและมีตัวตนที่น่ากลัว
มากทีเดียว
‘ ปีศาจแดง ‘ มาถึงเป็นตนที่สอง ความสามารถของ
มันค่อนข้างคล้ายคลึงกับราชินีปีศาจกุหลาบ ที่
สามารถสร้างเถาวัลย์จากร่างได้ ร่างกายของมันอาบ
โชกไปด้วยโลหิต เสมือนดั่งทะเลโลหิตก็ไม่ปาน เส้น
โลหิตที่ปกคลุมไปด้วยหยาดโลหิต ทำให้ไม่อาจรู้ได้
ว่ามันคือปีศาจชนิดใด
ส่วนลำดับที่สามก็คือปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ
แม้มันจะเป็นพืชแต่ก็แตกต่างจากราชินีปีศาจกุหลาบ
ขนาดร่างกายของมันเล็กมากเสมือนดั่งต้นไม้ขนาด
เล็กธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่ร่างกายของมันกลับโปร่งใส
จนสามารถมองเห็นเส้นเลือดบางส่วนในร่างกายได้
อย่างชัดเจน และปีศาจตนนี้กลับให้ความรู้สึกสูงส่ง
ศักดิ์สิทธิ์ราวกับสัตว์สวรรค์ ด้วยขนาดแลบรรยากาศ
ที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน เมื่อรวมตัวกับปีศาจตัว
อื่น ๆ ทำให้มันดูค่อนข้างแปลกตาอยู่ไม่น้อย
” เอาล่ะในเมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อม
ตาแล้ว ข้าจะหารือเกี่ยวกับสิ่งที่พวกท่านกล่าวก่อน
หน้านี้อีกครั้ง”
ปีศาจกุหลาบเว้นช่วงครู่หนึ่งจากนั้นก็เริ่มกล่าว ”
อย่างที่ทุกคนทราบตอนนี้ข้าได้กุญแจมาแล้ว และดู
เหมือนทุกคนมีข้อเสนอว่าจะให้ข้าพาพวกท่านแต่ละ
คนไปสู่เห็นปีศาจบรรพกาลของตนเองก่อน อีกทั้งจะ
นำสมุนติดตามไปด้วย 200 ตน หลังส่งพวกท่าน
เสร็จสิ้นข้าถึงจะไปยังพิภพดารา ส่วนเรื่องการนำพา
สมุนไปได้ 200 ตน ไม่มีผู้ใดรู้สึกติดขัดปัญหาอันใด
ใช่หรือไม่? อันที่จริงจำนวนดังกล่าวมันก็มาก
เพียงพอที่พวกท่านแต่ละคนจะนำพาญาติสนิทมิตร
สหายไปด้วย ”
เทพจิ่วอิงกล่าว “ ไม่มีปัญหา ให้เป็นไปตาม
ข้อกำหนดก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว ”
เทพตั๊กแตนกล่าว “ข้าไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ อันที่จริง
ปีศาจกุหลาบไม่จำเป็นต้องถามย้ำอีกครั้งก็ได้ เรา
เชื่อในตัวปีศาจกุหลาบ อีกทั้งพวกเราแต่ละตนล้วนมี
ความคิดของตนเองมิใช่คนโง่เขลาที่จะถูกหลอกเอา
ง่ายๆ ”
มังกรครามกล่าว ” ตัวข้านั้นอยู่คนเดียวจนชินชา
ลูกหลานแค่มาดูแลมีเพียงน้อยไม่ถึง 200 โดนตัวซ้ำ
ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”
ปีศาจแดงกล่าว ” ข้าจะไปเพียงแค่ลำพังไม่มีการ
หอบหิ้วใครไป ”
ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณกล่าว ” ข้าก็ตัวคน
เดียว ”
หลังจากได้ยินคำยืนยันจากเหล่าเทพปีศาจตนอื่น ๆ
กุหลาบตามองไปรอบ ๆ เว้นช่วงพักหนึ่งแล้วกล่าวว่า
” ดูเหมือนทุกคนจะไม่มีปัญหาในข้อกำหนดดังกล่าว
ฉะนั้นทุก ๆ ท่านจงวางใจ ตามที่ข้าได้สัญญาเอาไว้
ข้าจะส่งพวกท่านไปยังพี่ภพที่ต้องการอย่างแน่นอน
ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มจากผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วก็ค่อย ๆ วน
ไปตามลำดับ โดยเริ่มจากเทพจิ่วอิง , เทพตั๊กแตน ,
มังกรคราม , จักรพรรดิชิง , ปีศาจแดง , ปีศาจ
พฤกษาเขตแดนวิญญาณ … ”
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตยิ้มอย่างเย็นชา กวาดตามอง
เทพปีศาจตนอื่น ๆ แล้วกล่าวว่า ” ไม่เห็นพวกเจ้าจะ
กล่าวถึงข้าเลย แสดงว่าข้าจะไม่ได้รับประโยชน์ใน
ครั้งนี้ใช่หรือไม่? ”
เทพปีศาจทั้งเจ็ดต่างมองหน้ากันโดยมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่ง
ใด ในที่สุดเทพตั๊กแตนก็ระเบิดเสียงหัวเราะแล้ว
กล่าวว่า ” ฮ่ะ ๆ ๆ พี่ปักษาพูดกับเราด้วยน้ำเสียงขุ่น
เคืองเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร ความจริงแล้วมัน
ไม่ใช่ความผิดของพวกเราเลย พวกเราไม่ได้ทำให้
ท่านสูญเสียหินปีศาจบรรพกาลไป เสียงข้างมาก
อย่างพวกเราได้ตกลงหารือกันแล้วว่า เทพปีศาจแต่
ละตนจะไปยังโลกในหินปีศาจบรรพกาลที่ตนเอง
ครอบครอง ส่วนหินของท่านคือชมพูทวีปโลกธาตุซึ่ง
ยามนี้ตกอยู่ในมือของ อู่ อวี้ ข้าคิดว่าท่านควรรีบเร่ง
ไปเอาคืนจากเขาก่อน เห็นว่าเขาเพิ่งจะหนีจากไป
เมื่อไม่นานมานี้”
ราชินีปีศาจกุหลาบกล่าวว่า “ พี่ชาย ข้าเสียใจจริงๆ
แต่ตอนนี้ข้าได้รับแค่กุญแจมาเท่านั้น ส่วนหินปีศาจ
บรรพกาลของท่าน… ข้าไม่สามารถทำอันใดได้ ข้าคิด
ว่าบางทีในอนาคตข้าอาจจะกลับมายังพิภพปีศาจ
บรรพกาล เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะไต่ถามท่านอีกทีว่า
ได้รับหินปีศาจบรรพกาลของตนเองกลับมาแล้ว
หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะช่วยส่งพี่ปักษาไป
ชมพูทวีปโลกธาตุ ”
เทพจิ่วอิงกล่าวว่า ” ช่างน่าเสียดาย ข้าคิดว่าสิ่งที่
สมควรกระทำมากที่สุดในตอนนี้ คือเจ้าไปแย่งชิงหิน
ปีศาจบรรพกาลของตนเองกลับคืนมาจาก อู่ อวี้
ตอนนี้เขาไม่มีกุญแจแล้ว ดังนั้นย่อมไม่สามารถไหน
ได้อีก พิภพปีศาจบรรพกาลเป็นของเทพปีศาจ ซึ่งอัน
ที่จริงแล้วก็นับว่าดีอยู่ไม่น้อย ที่โลกอันกว้างใหญ่แห่ง
นี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าเพียงผู้เดียว ถึงแม้
ช่วงเวลาแห่งการฆ่าจะทำลายสีสันของมันเล็กน้อย
แต่ข้ามั่นใจว่าหากเจ้าแย่งชิงหินปีศาจกรรมการของ
ตนเองกลับมาได้ ราชินีปีศาจกุหลาบโลหิตที่เดินทาง
กลับมาที่นี่เป็นครั้งคราว ก็อาจจะช่วยเปิดประตูให้
เจ้า”
ท้ายสุดแล้วพวกมันแต่ละตนล้วนเป็นตัวอันตราย
นอกจากนี้พวกมันยังร่วมมือกันโดยมีจุดมุ่งหมาย
เดียวกันอีกด้วย และมีเพียงเทพปีศาจตนเดียวที่ถูก
ทิ้งไว้เบื้องหลังเนื่องจากไม่มีหินปีศาจบรรพกาล พวก
มันทุกตนต่างแสดงท่าทางลังเลที่จะแบ่งปันพิภพของ
ตนเองให้กับผู้อื่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตถูกทุกคนปฏิเสธ อู่ อวี้ ประเมินว่า หากไม่ใช่
เพราะพวกมันไว้หน้าปีศาจปักษาสมุทรโลหิต หรือมี
ความบาดหมางกันมากกว่านี้ บางทีปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตอาจถูกปฏิเสธอย่างความรุนแรงยิ่งกว่านี้
จากการร่วมมือกันของเทพปีศาจทั้ง 7 เพื่อกวาดล้าง
‘อุปสรรค’ อย่างมันให้พ้นทาง
ซึ่งมันขึ้นอยู่กับว่า ปีศาจปักษาสมุทร จะฉลาด
พอที่จะยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
หรือไม่ อย่างไรก็ตามจากมุมมองของ อู่ อวี้ ปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตมีนิสัยที่ค่อนข้างหยิ่งผยอง มันอาจ
ไม่ตระหนักถึงจุดอ่อนของตนเอง และแสดงท่าทาง
โกรธเกรี้ยวออกมาอย่างแน่แท้
และในตอนนั้นเอง จักรพรรดิชิงที่อยู่ภายในอาณา
เขตสมุทรก็กล่าวขึ้นว่า ” พี่ปักษา หากข้าเป็นท่านจะ
รีบไปแย่งชิงหินปีศาจบรรพกาลของตนเองกลับมาให้
จงได้ คาดว่าตอนนี้ อู่ อวี้ คงหนีไปได้ไม่ไกลหรอก ”
ปีศาจแดงหัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า ” อันที่จริงแล้วต่อ
ให้ทำไม่ได้ เมื่อพวกเราออกจากพิภพแห่งนี้ พี่ปักษา
ก็จะเป็นจ้าวผู้ปกครองพิภพปีศาจบรรพกาลเพียงผู้
เดียว ทุกสรรพสิ่งล้วนอยู่ภายใต้ท่าน ไม่ว่าจะเป็นบน
บกหรือทะเล สัตว์อสูร แมลง ปักษา พืชพันธุ์ใบหญ้า
รวมถึงปีศาจสมุทรทั้งหมดก็จะเป็นของท่าน ”
ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ ก็แสดงความคิดเห็น
เช่นเดียวกัน “ท่านไปเสียเถอะ”
เมื่อเทพปีศาจทั้ง 7 ได้ตกลงร่วมมือกันแล้ว ปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบให้กับ
พวกมันได้แม้แต่ น้อย
ตอนนี้พวกมันทั้ง 7 กำลังจับจ้องไปยัง ปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตรอการตัดสินใจของมัน
แล้วทันใดนั้น ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตก็หัวเราะด้วย
เสียงดังลั่น พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ดี!”
“ต่ำช้า! พวกเจ้ารวมหัวกัน ทิ้งข้าไว้ที่นี่เพียงผู้เดียว
ทำเป็นพูดดี ไม่ใช่ว่าพวกเจ้ากลัวโลกที่เราอยู่
เหมือนกันเช่นนั้นหรือ! กลุ่มคนที่ชั่วร้ายและเห็นแก่
ตัว ทำไมต้องแสร้งทำเป็นคนดี? วันนี้พวกเจ้าก็แค่
สร้างความอัปยศให้แก่ข้าเพียงเพื่อผลประโยชน์ของ
ตนเองเท่านั้น! อย่าคิดว่าข้าโง่ ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้ากำลัง
ทำอะไร! ”
มันรู้สึกมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะว่าตนเองนั้น
ถูกทิ้ง แต่เป็นเพราะท่าทางเสแสร้งของพวกมันทั้ง 7
ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก ช่างน่าขำขันที่พวกมันร่วมมือ
กันเพื่อขับไล่ปีศาจสมุทรโลหิต
ปักษาสมุทรโลหิตโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง พวกมันทั้ง
7 กุมตั๋วทางผ่านเอาไว้ในมือแล้ว ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่
ทนอีกต่อไป เทพจิ่วอิงกล่าวขึ้นว่า “พี่ปักษา จงไป
เสียเถอะ! เป็นตัวเจ้าเองที่ไม่สามารถนำหินปีศาจ
บรรพกาลกลับมาได้! แล้วเหตุใดต้องโทษว่าเป็น
ความผิดเรา! หากจะมีความสามารถ ก็ไปแย่งชิง
ปีศาจบรรพกาลของตนเองกลับมาสิ จะมัวมาโทษว่า
เรากดขี่ข่มเหงท่านได้อย่างไร?”
“ ถูกต้อง แม้แต่หินปีศาจบรรพกาลของตนเองก็ยัง
ไม่สามารถรักษาไว้ได้ ความจริงข้าคงต้องชื่นชมท่าน
ในเรื่องนี้”
กล่าวตามตรง ตั้งแต่เริ่มต้นปีศาจปักษาสมุทรโลหิตก็
ถูกกีดกันออกจากกลุ่มแล้ว เพราะท้ายสุดแล้วมันมี
นิสัยใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต ทั้งยังหัวรุนแรง หยิ่ง
ผยองไม่เห็นหัวผู้ใด มักมีความขัดแย้งกับผู้อื่นเสมอ
โดยเฉพาะเทพจิ่วอิง เผ่าพันธุ์ทั้งสองปะทะกันอยู่
บ่อยครั้ง ต่อให้เทพจิ่วอิงออกมาด้วยตนเอง ปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตก็ไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย
สิ่งสำคัญที่สุดคือตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปีศาจปักษา
สมุทรช่างกระหายเลือดเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น
ปีศาจเผ่าพันธุ์ใด ล้วนถูกมันฉีกกระชากดื่มกินเลือด
เนื้อจนมีผู้ตกตายกันเป็นเบือ ความเกลียดชังนี้ได้ฝัง
อยู่ภายในจิตใจของเทพปีศาจตนอื่น ๆ แล้วตอนนี้
เป็นโอกาสที่จะร่วมมือกันเพื่อขจัดเสี้ยนหนาม ดังนั้น
พวกมันย่อมไม่ปล่อยไปอย่างแน่นอน
“ พี่ปักษาอย่าได้คิดมากเกินไป ไม่มีผู้ใดรังแกท่าน
การที่ท่านยังอยู่ที่นี่ มิใช่เรื่องที่ต้องอับอายขายขี้หน้า
แม้แต่น้อย ” เดิมทีราชินีปีศาจกุหลาบก็ไม่ค่อยพอใจ
อยู่แล้ว ที่ต้องแบ่งของ ๆ ตนเองให้กับผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ พบว่า ด้วยลักษณะนิสัยและ
อารมณ์ของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ยิ่งได้ยินผู้อื่น
กล่าวเช่นนี้ มันก็ยิ่งไม่พอใจมีโทสะมากขึ้น ขณะ
นั้นเองมันก็หัวเราะด้วยเสียงอันดังลั่น พร้อมกับ
กล่าวขึ้นว่า ” ดี พวกเจ้าทุกคนรวมหัวกันกลั่นแกล้ง
รังแกข้า ทั้งยังสร้างความอัปยศให้แก่ข้า ดี! ดีมาก!
เช่นนั้นก็มาดูกัน ว่าข้าที่อยู่ที่นี่ จะปล่อยให้พวกเจ้า
ไปโลกอื่นได้อย่างไร อ้อ~ ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ หากผู้ใด
นำหินปีศาจบรรพกาลออกมา ระวังข้าจะบดขยี้
ทำลายความหวังของคนผู้นั้น ข้าอยากรู้นักว่าหาก
พวกเจ้าสูญเสียหินปีศาจบรรพกาลของตนเองไป เจ้า
จะยังดูถูกข้าอยู่ไหม? ”
เมื่ออารมณ์ขึ้น ก็ยากที่จะหยุดยั้งได้ สมแล้วที่ปักษา
ปีศาจสมุทรโลหิตขึ้นชื่อเรื่องดุร้ายอำมหิตเสมือนดั่ง
สัตว์ร้าย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็เงียบลงทันที
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่ปักษา… ก็อย่าได้ตำหนิว่าเรา
หยาบคาย” เทพจิ่วอิงกล่าวเยาะเย้ย
เดิมทีมันก็หวังเช่นนี้อยู่แล้ว ว่าทุกคนจะร่วมมือกัน
เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามนี้ออกไปให้พ้นทางเสีย
เทพปีศาจทั้ง 7 เริ่มกระจายตัวปิดล้อมศัตรูไว้ภายใน
ทันที
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตรู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง
มันกล่าวขึ้นว่า “คิดจะร่วมมือกันเพื่อสังหารข้า
เช่นนั้นหรือ? ดี อย่าได้ตำหนิข้าแล้วกัน หากข้าตาย
ข้าจะลากพวกเจ้าไปด้วย มาดูกันซิว่าจะมีใครกล้า
ไหม?”
” เจ้าคิดว่าจะลากพวกเราไปด้วยได้ง่าย ๆ เช่นนั้น
หรือ? ดูเหมือนว่าเจ้ามักจะคิดว่าตนเองเหนือกว่า
ผู้อื่นเสมอเลยนะ พี่น้องทั้งหลาย ข้าคิดว่าเราคงไม่
ต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว รีบลงมือจัดการ แล้วใช้เลือด
ของมันมาล้างให้กับความสำเร็จของพวกเรา! คงไม่มี
ผู้ใดในเผ่าพันธุ์ของเรา ที่ไม่เคยถูกมันดูดเลือดใช่
หรือไม่? ”
เพลิงแห่งสงครามปะทุขึ้นในฉับพลัน ปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตช่างเป็นคนเจ้าอารมณ์เสียจริง เห็นได้ชัด
ว่ามันอยากปะทะกับเทพปีศาจเหล่านี้มานานแล้ว
แน่นอนว่า อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นที่พวกมันต่อสู้กันเอง
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ