กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1199: เหนือฟายังมีฟา
อันที่จริง อู่ อวี้ ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาเทพปีศาจจนครบ
องค์ประชุมเช่นนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าปีศาจเหล่านั้นมี
พลังความสามารถอันใด
และเมื่อได้มาเห็นกับตาเช่นนี้เขาก็รู้แล้วว่า ความห่าง
ชั้นระหว่างปีศาจธรรมดาเทพปีศาจนั้นแตกต่างกัน
เช่นไร ซึ่งมันก็เหมือนกับมนุษปุถุชนธรรมดากับเซียน
เหริน
ความห่างชั้นของระดับพลัง ก็เสมือนกับระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะกับระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋านั่นเอง
เป็นเสมือนดั่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากชีวิตที่มี
ขีดจำกัดอายุขัย กลายเป็นอมตะไม่มีวันตาย
เปลี่ยนแปลงจากการค้นหาเต๋า ไปสู่สภาวะรู้แจ้งใน
เต๋า
หรือจะกล่าวว่านี่คือการหลุดพ้นจากสังสารวัฏ
เทพเซียน , เทพมาร , เทพปีศาจ ระดับดังกล่าวนั้น
เป็นเปั้าหมายที่สุดของสรรพชีวิตที่ฝึกฝนบำเพ็ญ
เพียร
ถึงแม้จะเป็นระดับเทพปีศาจ แต่เมื่อเกิดการต่อสู้กัน
ขึ้นมาจริง ๆ ไม่ได้จำกัดแค่ระดับพลัง , แก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์ , พลังศักดิ์สิทธิ์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่มันลึกซึ้งมากกว่านั้น เพราะขึ้นอยู่กับ
องค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่อาจ
เข้าใจได้
“ บางทีพวกมันอาจจะมีชีวิตอยู่มานานจนกร้านโลก
พวกมันเคยเห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น และเข้าใจ
หลายสิ่งหลายอย่างที่ซับซ้อนลึกซึ้งมากกว่าเรา ”
สำหรับมนุษย์ปุถุชน อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งมากแล้ว
หากให้เขาเปรียบเสมือนกับสิ่งมีชีวิตเช่นสัตว์ปั่าบาง
ชนิด อย่างแมวที่เหมือนจะปราดเปรียวคล่องแคล่ว
ตัวเขาก็เทียบได้กับพยัคฆ์ตัวใหญ่กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาเต็มไปด้วยจิตสังหารแห่งการฆ่า
ฟัน ซึ่งดูห่างชั้นราวฟั้าดิน
อย่างไรก็ตามพลังการต่อสู้ของเทพปีศาจอาจจะไม่
แข็งแกร่งเท่ากับ อู่ อวี้ แต่ถ้าให้เปรียบเทียบ เทพ
ปีศาจก็เป็นเสมือนดั่งผู้ฝึกตนในสายตาของพยัคฆ์
พวกเขามิใช่สัตว์ปั่าอีกต่อไป แต่เรียนรู้ที่จะใช้สิ่งที่
ดำรงอยู่อย่าง ‘เต๋า’ สำหรับ อู่ อวี้ ที่เป็นเสมือนดั่ง
พยัคฆ์ไม่ว่าจะแข็งแกร่งร้ายกาจมากเพียงใด ก็เทียบ
ไม่ได้กับผู้ฝึกตน
ความแตกต่างระหว่างสัตว์ร้ายที่ไม่ได้เปิดสติปัญญา
กับผู้ฝึกตน อาจจะเป็นความแตกต่างเช่นเดียวเทพ
เซียนและผู้ฝึกตน คำว่าเต๋าในสายตาของพวกมัน
แตกต่างจากเต๋าที่ อู่ อวี้ เห็น
ฉะนั้นถึงแม้ตอนนี้ อู่ อวี้ จะมีพื้นฐานฝึกตนจนถึง
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 ตัวเขาก็ยังไม่ใช่
เซียนอมตะอยู่ดี ซึ่งเขาอาจจะมีข้อได้เปรียบ
บางอย่างที่เหนือกว่าเทพเซียน ทว่าเขาก็ไม่สามารถ
ใช้เต๋าเช่นดั่งเทพเซียน และด้วยเต๋านี้ทำให้เทพเซียน
สามารถเอาชนะเขาได้ยังอย่างง่ายดาย
ดังนั้นนี่จึงมิใช่ช่องว่างความแข็งแกร่งที่แตกต่าง แต่
เป็นความต่างของอาณาจักรแห่งชีวิต
อู่ อวี้ ได้แลเห็นการต่อสู้ของเทพปีศาจทั้งแปด เขาก็
ตระหนักว่านั่นคือการต่อสู้ของอาณาจักรแห่งชีวิตที่
เหนือกว่า ฉะนั้นเขาจึงหลบซ่อนตัวก่อน
หลังจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิตถูกปฏิเสธละเว้น
ปฏิบัติ โทสะก็ครอบงำจิตใจของมันอย่างท่วมท้น
ความโกรธดังกล่าวได้พุ่งเปั้าไปที่เทพปีศาจทั้ง 7
ทันที
ถึงกระนั้นต่อให้โทสะครอบงำจิตใจของมันมาก
เพียงใด แต่มันก็หาใช่คนโง่เขลาไร้สมอง อันที่จริงมัน
กำลังพุ่งเปั้าไปที่ราชินีปีศาจกุหลาบ แม้ว่ามีปีศาจ
กุหลาบจะไม่ได้เหยียดหยามถากถางอันใดใส่มัน แต่
ถ้ามันหาจังหวะโอกาสแย่งชิงคว้า ‘กุญแจ’ มาจากมือ
ของนางให้จนได้ เมื่อนั้นสถานการณ์ทุกอย่างจะ
เปลี่ยนไปในทันที มันจะกลายเป็นผู้ถือความ
ได้เปรียบ
ในความเป็นจริงแล้วถ้าให้เปรียบเทียบเปลืองพลัง
ฝีมือกับบรรดาเทพปีศาจทั้งหมด ปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตติดอยู่ในอันดับหนึ่งในสาม!
การต่อสู้ล้างผลาญแบบประชิดตัวเช่นนี้ในพิภพ
ปีศาจบรรพกาล มันก็เหมือนกับการทำลายล้างโลกนี้
ก็ไม่ปาน
ถึงแม้จะมีปีศาจระดับสูงจำนวนมากมาช่วย แต่เอา
เข้าจริง ๆ พวกมันก็ไม่สามารถแทรกแซงได้ ทำได้แค่
เฝั้าจับตาดูอยู่ห่าง ๆ เช่นเดียวกับ อู่ อวี้
สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นยามนี้คือ ภูเขาพังทลายลงสู่ธาร
ธาราละลายกลืนไปในแม่น้ำ ทุ่งหญ้ากลายเป็นไหม้
เกรียม ผืนแผ่นดินแห้งผาดกลายเป็นเตาหลอมอัน
ร้อนระอุ ทะเลสาบกลายเฉกเช่นดั่งเหวนรก ผืนปั่า
กลายเป็นทะเลเพลิง ผืนแผ่นดินแตกระแหงมีห้วยลึก
อยู่ทุกหนทุก ปีศาจธรรมดาทั่วไปไม่สามารถหลีกหนี
พ้นโลกที่เปรียบเสมือนขุมนรกที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังนี้
ไปได้
กล่าวได้ว่าความคลุ้มคลั่งของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
ในเวลานี้ ทำให้พิภพแห่งนี้ตกลงสู่ห้วงแห่งความ
โกลาหล จน อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็นการต่อสู้ได้
อย่างชัดเจน สิ่งที่เขาเห็นยามนี้คือปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตกำลังถูกเทพปีศาจทั้งเจ็ดปิดล้อมรุมโจมตี
นับเป็นภาพที่ค่อนข้างโหดเหี้ยมมาก ยามนี้เทพจิ่วอิง
กับราชินีปีศาจกุหลาบกำลังโจมตีมันอย่างไร้ความ
ปรานี
สถานการณ์ของราชินีปีศาจกุหลาบค่อนข้างอันตราย
เล็กน้อย เนื่องจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิตมุ่งเน้น
โจมตีนางทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ดูเหมือนปีศาจตัวอื่น
ๆ จะไม่ได้ช่วยเหลือนาง เพราะพวกมันมุ่งเน้นไปที่
การโจมตีปีศาจปักษาสมุทรโลหิต มาดหมายปลิดชีพ
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตให้ตกตาย การต่อสู้ครั้งนี้
เสมือนกับการต่อสู้แตกหักไม่สามารถเก็บอีกฝั่าย
เอาไว้ได้ เพราะจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองในอนาคต
ได้
” ดี! พวกเจ้านี่ช่างต่ำช้าเป็นอย่างมาก! พวกเจ้า
ต้องการฆ่าข้าจริง ๆ! ”
” พวกเจ้าทุกตนมันหน้าซื่อใจคด! ”
” ถ้าข้าไม่สามารถไปยังโลกอื่นได้! พวกเจ้าก็อย่าหวัง
ว่าจะได้ไปโลกอื่นเช่นกัน! ทุกคนต้องอยู่ที่นี่! ”
” ราชินีปีศาจกุหลาบ! จงตาย ๆ ไปซะ! ”
อู่ อวี้ เข้าเฝั้าดูเหตุการณ์จากที่ห่างไกล แลเห็นว่า
ราชินีปีศาจกุหลาบหยั่งรากเถาวัลย์ลึกลงไปยังผืน
พสุธา ทั่วทั้งร่างอาบชุ่มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน แผ่
ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งใต้หล้า หลังจากนั้นโลหิตสีแดง
สดก็ก่อม้วนตัวกลายเป็นพายุหมุนกวาดผ่านสวรรค์
ปฐพี มุ่งตรงไปยังราชินีปีศาจกุหลาบ เพียงชั่วอึดใจ
ต่อมาพายุหมุนโลหิต ก็ห่อหุ้มนั่งราชินีปีศาจกุหลาบ
จนสมบูรณ์ ในเวลานี้ซากเครือเถาวัลย์ซึ่งเป็นส่วน
หนึ่งของร่างกายนางกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้น
น้อยดาษดื่นจำนวนนับไม่ถ้วน ถูกปกคลุมอาบย้อม
ด้วยโลหิตสีแดงฉาน!
สามารถได้ยินเสียงกรีดร้องของราชินีปีศาจกุหลาบ
ดังแว่วมาอย่างเลือนราง
” จังหวะนี้แหละ ”
เห็นได้ชัดว่าปีศาจปักษาสมุทรโลหิตต้องการไขว่คว้า
‘กุญแจ’ เพราะสิ่งนั้นเป็นหนทางเดียวที่จะนำพาไปสู่
พิภพใหม่ จากสิ่งที่เห็นสามารถบอกได้ว่าตัวมันไม่ได้
โง่เขลา มันรู้ดีว่าหากตนเองสังหารราชินีปีศาจ
กุหลาบจนตกตายไป เทพปีศาจตนอื่น ๆ ก็ไม่
สามารถทำอันใดได้อย่างแน่นอน
อู่ อวี้ รู้ดีว่าประตูแห่งพิภพปีศาจบรรพกาลนั้นคือ
อะไร ถึงแม้ตัวเขาจะยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้ แต่
เขาก็เป็นเจ้านายของมัน ฉะนั้นยามนี้เขาต้องยอม
เสี่ยงแย่งชิงของ ๆ ตนเองกลับมา ฉับพลันเขาก็ย่อ
หดร่างกายให้เล็กลง แล้ววิ่งอ้อมไปอีกด้าน หลีกเลี่ยง
โดนลูกหลงจากการต่อสู้ของพวกมัน หากประมาท
เลินเล่อไปแค่เพียงน้อยนิดรับรองว่าร่างกายของเขา
จะกลายเป็นแค่เพียงเถ้าธุลีไม่เหลือซาก!
ฉะนั้นสถานการณ์ของเขายามนี้เสมือนกับการเดินไต่
เชือก
เขาสามารถเห็นตำแหน่งของกุญแจได้อย่างชัดเจน
แล้วเห็นได้ว่ายามนี้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตกำลัง
พัวพันอยู่กับการต่อสู้ แต่สายตาของมันก็ยังไม่ละ
จากกุญแจ
เทพปีศาจตนอื่น ๆ ยามนี้กำลังมุ่งเน้นไปที่การโจมตี
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้การ
โจมตีของพวกมันแต่ละกระบวนท่าจะเต็มไปด้วย
ความโหดเหี้ยมอำมหิต แต่สำหรับปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะว่าตัวมันนั้นบ้า
คลั่งอำมหิตมากเสียยิ่งกว่า ภายใต้การโจมตีของเทพ
ปีศาจตนอื่น ๆ มันได้ทุ่มเทพลังอำนาจทั้งหมดโจมตี
เข้าใส่ราชินีปีศาจกุหลาบ จนกระทั่งบัดนี้ขนสีแดง
โลหิตโบกสะบัดกวาดผ่านไปทั่วทั้งท้องเวหา!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ซ่อนตัวอยู่หลังราชินีปีศาจกุหลาบซึ่ง
อยู่ในอาณาเขตการต่อสู้ เขายังคงหลบซ่อนตัวอย่าง
ต่อเนื่อง ถึงแม้จะหายห่วงไร้กังวลเพราะสวมใส่เสื้อ
คลุมมังกรทองคำศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่ช้าคาดว่าเกราะ
ปั้องกันของมันจะต้องแตกออก
” พวกท่านฆ่ามันทิ้งเสีย! ถ้าเจ้าไม่ฆ่ามันแล้วข้าจะพา
เจ้าออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร! ”
” เร็วเข้า! ”
หลังจากตกเป็นเปั้าหมายการโจมตีของปีศาจปักษา
สมุทรโลหิต ในเวลานี้ราชินีปีศาจกุหลาบก็ดูเหมือน
หวั่นวิตกอยู่ไม่น้อย นางร้องขอความช่วยเหลือจาก
เทพปีศาจตนอื่น ๆ เพราะดูเหมือนว่าปีศาจตัวอื่น
โจมตีไม่ได้หนักข้อจนขั้นถึงตาย
” ไม่ต้องห่วง พวกเราจะสังหารไอ้คนสติฟันเฟือนผู้นี้
เอง ”
” พวกเราฆ่ามัน! ”
อันที่จริงพวกมันต้องการทำให้ราชินีปีศาจกุหลาบ
บาดเจ็บหนักมากกว่านี้อีกหน่อย เมื่อถึงตอนนั้นพวก
มันจะสามารถไปยังโลกอื่นได้โดยไม่ต้องห่วงหน้า
พะวงหลังว่านางจะหักหลัง เพราะถือว่าลงเรือลำ
เดียวกันแล้ว
ถึงแม้พวกมันจะกล่าวเช่นนั้นออกไป แต่พวกมันก็ยัง
ไม่ได้หยุดปีศาจปักษาสมุทรโลหิตจริง ๆ จัง ๆ สัก
เท่าไหร่นัก ยังไม่ทันขาดคำปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
พุ่งกระโจนเข้าใส่ราชินีปีศาจกุหลาบอย่างรวดเร็ว
แล้วใช้กรงเล็บอันคมกริบกระชากร่างของราชินี
ปีศาจออกมาจากพื้นปฐพี พร้อมกับใช้จะงอยปากอัน
แหลมคมจิกลงไปที่ร่างของราชินีปีศาจกุหลาบ!
นี่เป็นศึกการต่อสู้ระหว่างเทพปีศาจแบบต้องแลก
ด้วยเลือดเนื้อ
แน่นอนว่าวิถีแห่งเต๋าของเทพปีศาจ ย่อมด้อยกว่า
เทพเซียนอยู่แล้ว แต่พวกมันก็มีข้อได้เปรียบเรื่อง
สมรรถภาพทางร่างกาย อย่างเช่นปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตในความเป็นจริงสมรรถภาพความแข็งแกร่งทาง
กายภาพของมันจัดอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ไม่ได้อยู่
ในระดับเดียวกับปีศาจทั่ว ๆ ไป ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น
กรงเล็บหรือปีกของมันสามารถบดขยี้ทำลายทุก
สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวได้จนสิ้นซาก
เมื่อเห็นการต่อสู้แบบประชิดติดขอบจอเช่นนี้ อู่ อวี้
ก็ไม่ได้กล่าวอันใด แต่เขารีบตรวจสอบหาประตูของ
พิภพปีศาจบรรพกาล ซึ่งถูกซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งบน
ร่างกายของราชินีปีศาจกุหลาบ และตำแหน่งที่เขา
อยู่ในตอนนี้ด้านหลังของนาง ส่วนด้านหน้ากำลังถูก
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตโจมตีอยู่ ในระหว่างที่มัน
พยายามฉีกกระชากร่างของราชินีปีศาจกุหลาบ
เชือกเถาวัลย์อันแหลมคมจำนวนมากของนางก็จะ
เจาะทะลวงร่างกายของมันกลับไปอย่างรุนแรง
เช่นกัน
ในเวลานี้เทพปีศาจทั้งหกที่อยู่ข้างหลังปีศาจปักษา
สมุทรโลหิต ได้ประมวลผลเฝั้าดูสถานการณ์มาอย่าง
ต่อเนื่องได้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ดูเหมือนว่าบัดนี้
น่าจะใกล้ถึงเวลาอันควรที่พวกมันจะเริ่มโจมตีปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตอย่างจริงจังเสียที ดังนั้นมันจึงเปิด
ฉากโจมตีเขาด้วยพลังอิทธิฤทธิ์และเคล็ดวิชาเต๋าเข้า
ใส่ด้านหลังของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต การโจมตีนี้
เรียกได้ว่ารุนแรงจนลึกเข้าไปถึงกระดูก กล่าวได้ว่า
มันเป็นการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการใช้ความ
แข็งแกร่งทางร่างกาย เพราะเคล็ดเต๋าและพลัง
อิทธิฤทธิ์เหล่านี้สามารถสังหารปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตลงได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สามารถล่าถอยได้ เพราะ
ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลนั้นสำคัญกับเขาอย่าง
ยิ่งยวด!
เปรียบเทียบกันแล้ว ทางด้านปีศาจปักษาสมุทร
โลหิต ที่ถูกรุมโจมตีจากเทพปีศาจตนอื่น ๆ ย่อมตก
เป็นฝั่ายที่เสียเปรียบยิ่งกว่า เพราะมันได้ทุ่มเทความ
แข็งแกร่งทั้งหมดโจมตีบดขยี้เท่าใส่ราชินีปีศาจ
กุหลาบ แน่นอนว่าการกระทำที่ทำให้นางรู้สึกโกรธ
เกรี้ยวอยู่ไม่น้อย แต่นางก็ไม่สามารถทำอันใดได้
แคว๊กกก!
เวลานี้ช่วงลำตัวของราชินีปีศาจกุหลาบถูกกระชาก
ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทว่ากายของนางหาใช่เนื้อ
หนังแต่เป็นต้นไม้
แคว๊กกกก แคว๊กกกก!
” จงลงนรกไปซะ! ”
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตนั้นเป็นปีศาจบ้าเลือดอย่าง
แท้จริง ในเวลานี้มันไม่ยอมปล่อยนางแม้แต่น้อย ราว
ดั่งหมาล่าเนื้อขย้ำเหยื่อ มันยังคงฉีกกระชากร่างกาย
ของราชินีปีศาจกุหลาบชิ้นแล้วชิ้นเล่า การกระทำนี้
นอกจากสนองความโกรธแค้นแล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็
คือมันไม่รู้ตำแหน่งที่ราชินีปีศาจซุกซ่อนกุญแจไว้ ซึ่ง
มันก็ช่างน่าเสียดาย มิฉะนั้นแล้วมันอาจประสบ
ความสำเร็จในการแย่งชิงประตูพิภพปีศาจบรรพกาล
ก็เป็นได้
อู่ อวี้ เองก็กำลังมองหาโอกาสเช่นเดียวกัน ปัจจุบัน
ร่างกายของราชินีปีศาจเต็มไปด้วยบาดแผล
เหวอะหวะ ซึ่งทำให้ตำแหน่งที่ซุกซ่อนประตูแห่ง
พิภพปีศาจบรรพกาลใกล้จะถูกเปิดเผยเต็มที แต่
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตก็ตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ
ไม่แพ้กัน มันถูกรุมโจมตีจากเทพปีศาจตนอื่น ๆ จน
ใกล้จะตกตายเต็มทีแล้ว เขาจึงกังวลว่าปีศาจปักษา
สมุทรโลหิต จะตกตายไปก่อนที่จะฉีกกระชากถึง
ตำแหน่งของกุญแจ
” 20 จั้งด้านล่างห่างจากตำแหน่งกรงเล็บซ้ายของ
เจ้า! ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่าเขาจะต้องเดิมพันอีกครั้ง จากนั้นเขาก็
ตัดสินใจใช้เคล็ดวิชาเต๋าส่งเสียง บอกตำแหน่งให้
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ซึ่งในเวลานี้ปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตเป็นเสมือนดั่งศรสุดแรงบิน ใกล้จะตก
ตายเต็มที กรงเล็บของยังคงฉีกกระชากเข้าใส่ร่าง
ของราชินีปีศาจกุหลาบ แต่การโจมตีจากพลัง
อิทธิฤทธิ์ของเทพปีศาจตนอื่น ๆ จากเบื้องหลัง ก็
สร้างผลกระทบให้แก่มันอย่างใหญ่หลวง ซึ่งดู
เหมือนว่ามันจะตกตายไปก่อน ที่จะแย่งชิงกุญแจได้
สำเร็จ
ทว่าบัดนี้ อู่ อวี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ด้วยเพียงประโยคเดียว!
ดวงตาของปีศาจปักษาสมุทรโลหิตสาดประกาย มัน
รีบขยับไปยังตำแหน่ง 20 จั้งทางด้านล่างในทันที
กรงเล็บของมันฉีกทึ้งร่างของราชินีปีศาจกุหลาบ
อย่างรุนแรง และบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ!
“ปรากฏออกมาาาา!!!”
เวลานี้ร่างกายที่เป็นเศษชิ้นไม้ของราชินีปีศาจ
กุหลาบ ลอยกระเซ็นเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายไป
ทั่วตามแรงฉีกกระชากมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วในที่สุด
ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลก็ปรากฏให้เห็น อู่ อวี้ ไม่
เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาทั้งสิ้น เขาพุ่งทะยานเข้าไปด้วย
ความคล่องตัวและรวดเร็วกว่าปีศาจปักษาสมุทร
โลหิต เพราะเขาอยู่ด้านหลังราชินีปีศาจ ซึ่งอยู่ใน
ตำแหน่งที่ค่อนข้างได้เปรียบ เนื่องจากเทพปีศาจที่
อยู่ด้านหน้าไม่อาจมองเห็นได้ หลังจากเขาคว้า
กุญแจมาได้ จากนั้นก็กระโดดออกไปด้วยเมฆาตลบ
ฟั้าทันที!
หวืดดด! เขากระโดดทะลุมิติอยู่หลายครั้ง ซึ่งทิ้งห่าง
จากเขตต่อสู้ค่อนข้างไกล
ถึงกระนั้นก็ยังมีเทพปีศาจบางตัวเห็นเขาอยู่
” มันเอากุญแจไปแล้ว! ชายที่ชื่อ อู่ อวี้ มันเอากุญแจ
ไปแล้ว! ” ชั่วขณะนั้นเอง เทพปีศาจทั้งแปดก็ตกอยู่
ในอาการอึ้งตะลึงงันไปทันที
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ