กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1200: ภัยรายหวนคืน
ช่างเหลวไหล เหลวไหลสิ้นดี
ชั่วขณะนี้เทพปีศาจทั้งแปดต่างนิ่งอึ้งกันไปเลยทีเดียว
หลังจากพวกมันได้สติจึงพยายามตรวจสอบค้นหา อู่
อวี้ ในดินแดนของตน แต่ก็พบว่าพวกมันได้สูญเสีย
ร่องรอยของ อู่ อวี้ ไปอย่างสมบูรณ์ อันที่จริงพวกมัน
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางใด
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตหมดหวังในการแย่งชิงกุญแจ
อย่างสิ้นเชิง ถึงแม้มันจะไม่ประสบความสำเร็จใน
การรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง แต่มันก็จำได้ดีว่าเกิด
อะไรขึ้น ดังนั้นปีศาจปักษาสมุทรโลหิตจึงหัวเราะขึ้น
ด้วยเสียงอันดังลั่น โดยไม่สนอาการบาดเจ็บแสน
สาหัสจวนเจียนเกือบตายของตนเองแม้แต่น้อย
” ข้าต้องหัวเราะจนตายจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย! ฮ่าฮ่าฮ่า!
ช่างน่าขันสิ้นดี? พิภพใบอื่น? อยากออกจากพิภพ
ปีศาจบรรพกาลเช่นนั้นหรือ? ช่างเหลวไหลยิ่งนัก!
ผายลม! ฝันไปเถอะ ต้องการจะทิ้งเขาไว้ผู้เดียว
เช่นนั้นหรือ? ตอนนี้รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าความอ
ยุติธรรมที่ข้าได้รับนั้นเป็นเช่นใด มันเจ็บปวดเจียน
ตายเลยใช่ไหมล่ะ! ฮ่าฮ่าฮ่า! ”
มันหัวร่อจนท้องแข็งเลยทีเดียว
ทางด้านเทพปีศาจอีก 7 ตนที่เหลือ สีหน้าของพวก
มันกลายเป็นเขียวคล้ำบิดเบี้ยวไปเลยทีเดียว เดิมที
พวกมันคิดว่าทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของตน
ดังนั้นจึงตั้งใจปล่อยให้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตโจมตี
ราชินีปีศาจกุหลาบจนบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
จากนั้นค่อยลงมือจัดการปีศาจปักษาสมุทรโลหิตก็ยัง
ไม่สาย แต่ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะแย่งชิงกุญแจและ
หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้พวกมันรู้สึกราวกับ
ว่าตนเองถูกตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ จนใบหน้าร้อนผ่าว
ไปหมด!
มีเพียงปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ที่รู้สึกปีติยินดีอย่าง
ไม่เคยเป็นมาก่อน
เทพจิ่วอิงกล่าวขึ้นด้วยสายตาถมึงทึงหมองคล้ำ ” ไม่
ต้องกังวลไป ก็แค่อุบัติเหตุเล็กน้อย อย่างไรเสีย อู่
อวี้ ก็ไม่สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของเราไปได้!
เจ้าปีศาจหน้าโง่ตนนี้มันไม่มีหินปีศาจบรรพกาลแล้ว
รีบสังหารมันทิ้งก่อน มิฉะนั้นมันอาจสร้างปัญหา
ให้กับเราในภายหลังได้! ”
ตอนนี้พวกมันโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง
” อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบสังหารปีศาจปักษา แล้ว
ตามไล่ล่า อู่ อวี้ ดีกว่า! ”
” ไปจัดการมัน! ”
หากพวกมันร่วมมือการสังหารปีศาจปักษาสมุทร
โลหิตในยามนี้ คงไม่มีทางที่มันจะรอดชีวิตไปได้แน่
การฉีกหน้ามันแล้วปล่อยให้มีชีวิตรอดไปได้ ย่อม
อันตรายอย่างแน่นอน เจ้าปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
แสนวิกลจริตตนนี้ หากพบเจอกันตัวต่อตัว ย่อมน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
ด้วยเหตุนี้เทพปีศาจทั้ง 7 ตน จึงร่วมมือกันบดขยี้
ทำลายศัตรูให้สิ้นซาก
พวกมันต่างลงมืออย่างโหดเหี้ยมไร้ปรานี
” คิดจะสังหารข้าเช่นนั้นหรือ น่าเสียดาย … ที่ข้า
รู้ทัน! ” ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตรีบบินทะยาน
หลบหนีอย่างรวดเร็ว เกรงว่ามันจะแสดงวิชาลับ
บางอย่าง สามารถแลเห็นได้ว่าร่างของมันหลอม
ละลายกลายเป็นกลุ่มก้อนโลหิต จากนั้นก็บังเกิด
เสียงหวีดหวิวดังขึ้น แล้วก็พุ่งทะยานหายไปต่อหน้า
ต่อตาของทุกผู้คน
เทพจิ่วอิงกล่าวขึ้นด้วยโทสะ ” ถึงขนาดใช้ ‘เคล็ด
ผลาญโลหิต’ แสดงว่ามันต้องสิ้นหวังจริง ๆ! ปีศาจ
ปักษาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีบวกกับเคล็ด
ผลาญโลหิต กล่าวได้เลยว่าตลอดช่วงเวลา 10 ปี ไม่
มีทางที่มันจะกลับคืนสู่จุดสูงสุดได้ เมื่อใดที่เราได้รับ
กุญแจ เมื่อนั้นพวกเราจะไปสังหารมันที่มหาสมุทร
โลหิต ”
” ตอนนี้ก็ยังไม่สาย เพราะอย่างไรเสีย มันก็ไม่
สามารถหลบหนีหรือทำอันใดเราได้อยู่แล้ว หรือต่อ
ให้มันหลบหนีไปได้จริง ก็ยังมีเผ่าพันธุ์วิหคของมันอยู่
อีกมากมาย ถ้าไม่อยากโดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ยังไงมันก็
ต้องปรากฏตัวออกมาแน่ ”
“อย่าได้กล่าววาจาไร้สาระกันเลย รีบตามหา อู่ อวี้
เถอะ! ” ราชินีปีศาจกุหลาบตกอยู่ในสภาพ
อเนจอนาถมากที่สุด สาเหตุที่นางตกอยู่ในสภาพ
เช่นนี้ เป็นเพราะพวกมันที่ตั้งใจปล่อยให้นางถูกโจมตี
แต่นางก็พูดอะไรมากมิได้ เนื่องจากการตั้งตนเป็น
ศัตรูกับเทพปีศาจที่เหลือ ก็ไม่ต่างจากรนหาที่ตาย
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก
ที่สุด นับว่าโชคดีมาก ที่นางมิได้สูญเสียหินปีศาจ
บรรพกาลไปตั้งแต่แรก
” ตราบใดที่เขายังอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล ข้า
สามารถตามหาเขาได้ บนพื้นปฐพีแห่งนี้ มีดวงเนตร
ของข้าซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง ”
” ข้าก็เช่นกัน ” รากของราชินีปีศาจกุหลาบยังคงชอน
ไชอยู่ใต้ผืนพิภพ และแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ
“ภายในมหาสมุทรปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง” หลัง
กล่าวจบปีศาจแดงก็ทะยานลงไปในทะเล
” ข้าก็จะช่วยด้วย ” ปีศาจพฤกษาเขตแดนวิญญาณ
กล่าว
พวกมันได้ตกลงร่วมมือเป็นพันธมิตรกันอย่าง
สมบูรณ์ เพื่อตามหา อู่ อวี้ และแย่งชิงประตูของ
พิภพปีศาจบรรพกาลกลับคืนมา
” ข้ากลัวว่าเขาจะเปิดประตูชมพูทวีปโลกธาตุ แล้วมุ่ง
ไปยังพิภพนั้น ”
” เหตุใดมันถึงไม่ยอมไปตั้งแต่แรก แต่ยังเลือกจะอยู่
ที่นี่? ”
” บางทีชมพูทวีปโลกธาตุอาจไม่เหมาะสมกับเขา ”
” ช่างมันเถอะ ตอนนี้พวกเราไม่มีเวลาแล้ว ”
ขณะที่พวกมันกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น อู่ อวี้ ได้สูด
หายใจลึก ๆ แล้วกลับมาที่ ‘เรือรบอนันต์กาล’ ที่
หลบซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทร
คนอื่น ๆ ก็กำลังรอเขาอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่นี่
โดยเฉพาะเฟิงซัวหยา , อู่หยู , จิ่วอิง , ซูหยานหลี่
ด้วยเพราะความอ่อนแอ พวกเขาจึงรู้สึกกังวลเป็น
อย่างยิ่ง ในหัวสมองของพวกเขาตอนนี้การที่ตนเอง
จะได้ไปยังชมพูทวีปโลกธาตุได้หรือไม่นั้นหาใช่สิ่ง
สำคัญอีกต่อไป เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของยามมีก็คือ
พวกเขาจะมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ในพิภพปีศาจ
บรรพกาลได้อย่างไรต่างหาก
แน่นอนว่า อู่ อวี้ บอกพวกเขาเรื่องที่ตนสามารถ
ครอบครองประตูพิภพปีศาจบรรพกาลกลับมาได้อีก
ครั้ง พวกเขาทั้งหกคนต่างดีใจกันยกใหญ่ แม้แต่เฟิง
ซัวหยาก็ยังอดยิ้มออกมาไม่ได้ อันที่จริงเฟิงซัวหยา
ไม่ได้แก่ชราแต่อย่างใด แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ถือเป็นผู้
อาวุโสที่ อู่ อวี้ เคารพนับถือ ด้วยเหตุนี้เขาจึง
กลายเป็นผู้อาวุโสเพียงผู้เดียวที่อยู่ท่ามกลางคนหนุ่ม
สาว
ไม่นานนัก อู่ อวี้ ร่างต้นก็กลับมาสมทบกับคนอื่น ๆ
ซึ่งก่อนที่เขาจะกลับมาร่างกลืนสวรรค์ได้แจ้งข่าวให้
คนอื่น ๆ ได้รู้ก่อนแล้ว
” พิภพปีศาจบรรพกาลเป็นดินแดนของเทพปีศาจทั้ง
แปด แล้วตอนนี้พวกมันกำลังตามหาพวกเราให้ควั่ก
ชนิดแทบจะพลิกแผ่นดินใหม่ก็ว่าได้ ดังนั้นพวกเรา
คงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ”
” ถ้าเช่นนั้นควรจะทำอย่างไรดี? ”
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” แม้ว่าข้าจะยังไม่แน่ใจว่าเทพเซียน
ผู้พิทักษ์พิภพดารานั้นมีอุปนิสัยเช่นไร ทว่าเขาก็คงไม่
สามารถหาพวกเราพบในทันทีทันใดเช่นกัน เอาอย่าง
นี้ดีกว่าเราไปตั้งหลักที่พิภพดารากันก่อน แม้ที่นั่นจะ
แห้งแล้งไร้ซึ่งพลังฟั้าดินและไม่เหมาะสำหรับเรา แต่
ข้าก็ได้ค้นพบหนทางไปสู่พิภพอื่น พิภพนั้นมีชื่อว่า
มหาพิภพทมิฬบรรพกาล พวกเราทั้งหมดไปที่นั่นกัน
เถอะ อย่างที่ข้าบอกว่าที่นั่นมันน่าอัศจรรย์เป็นอย่าง
ยิ่ง มีประโยชน์อนันต์ต่อการฝึกฝนบำเพ็ญตนของ
พวกเราทุกคน แม้ว่าต่อไปในอนาคตถ้าเราอยากจะ
กลับสู่ชมพูทวีปโลกธาตุจะเป็นเรื่องยุ่งยากก็ตามที
แต่ด้วยสถานการณ์คับขันเช่นนี้มันก็ช่วยไม่ได้ ”
” ดีเลย! เช่นนั้นพวกเราไปที่มหาพิภพทมิฬบรรพกาล
กัน แค่ฟังดูก็น่าตื่นเต้นเป็นยิ่งนัก ที่นั่นดูตรงกันข้าม
จากพิภพปีศาจบรรพกาลอย่างสิ้นเชิง อีกอย่างเห็น
ว่าพิภพดารางดงามมากเลยใช่หรือไม่ เราไปตั้งหลัก
อยู่ที่นั่นสักพักก็คงจะดีไม่น้อย ” หนานซาน หวางเยว่
กล่าวขณะที่ภายในหัวก็เริ่มคิดเรื่องที่ตนเองใฝั่ฝัน
แม้ว่าจะเป็นการยากที่จะกลับไปยังชมพูทวีปโลกธาตุ
อีกครั้ง แต่สำหรับเย่ซีซีนางไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันใด
ๆ กับชมพูทวีปโลกธาตุเลย นางเติบโตขึ้นมาในพิภพ
อเวจี ยามนี้นางได้ผจญภัยได้พบเจอกับโลกใบใหม่
นางเองก็รู้สึกตื่นเต้นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมากเช่นกัน
จิ่วอิงก็รู้สึกสนใจใคร่รู้เป็นอย่างมาก
ทางด้านของอู่หยูกับซูหยานหลี่ พวกนางทั้งสอง
ครุ่นคิดเล็กน้อย ลำพังแค่ชมพูทวีปโลกธาตุก็
ค่อนข้างห่างไกลจากนางเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะ
พลังฝีมือในปัจจุบันของพวกนางค่อนข้างอ่อนด้อยจึง
เกรงว่าจะเป็นอุปสรรค
อู่ อวี้ กล่าวว่าเมื่อร่างต้นของเขามาถึง เขาจะพาทุก
คนออกเดินทางทันทีระหว่างเดินทางมายังเรือรบ
อนันต์กาล อู่ อวี้ ได้เปิดประตูสู่พิภพปีศาจบรรพกาล
ตระเตรียมไว้ก่อนแล้วเช่นกัน
เหตุผลที่ต้องรีบออกเดินทางในทันที เพราะเขารู้ว่า
ปีศาจสมุทรกำลังไล่ติดตามเขามา ซึ่งถ้าหากเหล่า
เทพปีศาจทั้ง 8 ผนึกกำลังกันแล้ว การไล่ล่าติดตาม
อู่ อวี้ กับพรรคพวกของเขามันไม่ใช่เรื่องยากเย็น
อะไรเลย ก่อนหน้านี้เขาเองเคยประมาทพวกมัน
มาแล้วครั้งหนึ่งและผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่สวยงามเท่าไหร่
ดังนั้นเมื่อร่างต้นมาถึง ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลก็
จะถูกเปิดออกทันที เขาได้นัดแนะแผนการกับร่าง
กลืนสวรรค์ ด้วยเหตุนี้ร่างกลืนสวรรค์จึงหันมาพูด
เตี๊ยมกับคนอื่น ๆ ว่า ” หลังจากที่พวกเจ้าติดตามข้า
ไปยังพิภพดาราทุกคนคงจะต้องปรับตัวเล็กน้อย
เพราะที่นั่นไม่มีพลังฟั้าดิน ”
คนอื่น ๆ ต่างพยักหน้ายกเว้นเฟิงซัวหยา เขายังคง
นั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ตลอดเวลานี้เขาจ้อง
มองร่างต้นของ อู่ อวี้ ด้วยสายตาท่าทางแปลก ๆ
ในขณะที่ อู่ อวี้ กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง ทว่าเฟิง
ซัวหยา ก็ยังคงนั่งกับที่ไม่ขยับเขยื้อน ด้วยท่าทางที่
ค่อนข้างแปลกของเขาทำให้ อู่ อวี้ ต้องเอ่ยปากถาม
ด้วยความสงสัยว่า ” ท่านอาจารย์ ท่านยังห่วงหา
อาวรณ์ในชมพูทวีปโลกธาตุอยู่เช่นนั้นหรือ? ”
ทุกคนต่างหันมามองเฟิงซัวหยาเป็นตาเดียวกันด้วย
ความรู้สึกประหลาดใจ
และต่างแสดงสีหน้าสับสน
ทันใดนั้นเฟิงซัวหยาก็ยิ้มออกมา ด้วยรอยยิ้มที่หน้า
ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นรอยยิ้มซึ่งเต็มไปด้วยความ
เฉลียวฉลาดเจ้าเล่ห์ลึกลับแต่ก็สง่างามของผู้ใหญ่
” ท่านอาจารย์? ” อู่ อวี้ ถามอีกครั้ง
เฟิงซัวหยาแสดงสีหน้าถมึงทึงแล้วเอ่ยปากขึ้นอย่าง
ช้า ๆ ” อันที่จริงข้าคิดว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องไปที่มหา
พิภพทมิฬบรรพกาลเลย ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าควร
ไปอยู่ ถึงแม้โลกใบนั้นจะกว้างใหญ่ แต่ก็ยังมีโลกอื่น
ที่ดีกว่าและเหมาะสมกว่าสำหรับเจ้า ”
” หืม? ” ทุกคนต่างตกตะลึงงงงันกับคำพูดของเขา
แม้แต่ หนานซาน หวางเยว่ ที่แสนฉลาดเฉลียวปรับ
เข้ากับสถานการณ์ได้ทุกเมื่อก็ยังอยู่ในอาการตก
ตะลึง ทุกคนที่ถูก อู่ อวี้ พามาอยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนที่
เขารักและเคารพนับถือ แต่ด้วยเพราะพื้นฐานของ
พวกเขาค่อนข้างแตกต่างจาก อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
พวกเขาก็พยายามหมั่นเพียรฝึกฝนไล่ตาม อู่ อวี้ ให้
ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทุกอย่างก็
ราบรื่นดี ฉะนั้นทุกคนจึงค่อนข้างตกตะลึงเมื่อเฟิงซัว
หยาพูดจาแปลก ๆ เช่นนี้ออกมา
คนอื่น ๆ กำลังเตรียมตัวที่จะหลบหนีกันอย่างเต็มที่
แต่ก็หยุดชะงักจ้องมองดูเฟิงซัวหยาโดยสายตาสับสน
ในขณะเดียวกัน อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์
แปลก ๆ ความรู้สึกและสิ่งที่เขาคาดเดาตอนนี้
เหมือนดั่งสายฟั้าฟาดผ่าลงมากลางหัวใจตอน
กลางวันแสก ๆ
เฟิงซัวหยาจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า ” ความจริง
ข้าไม่ได้อยากจะสนใจเจ้านัก แต่ตอนนี้แม้แต่ประตู
พิภพปีศาจบรรพกาลเจ้าก็ยังไม่สามารถปกปั้องไว้ได้
จนเกือบจะทำให้สิ่งของสำคัญหลุดมือไป กอปร
กับลั่วผินกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญต้องเผชิญกับมหา
ภัยพิบัติแห่งเซียน ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้นัก
ฉะนั้นเพื่อประกันความปลอดภัยเห็นทีข้าคงจะต้อง
ลงมือ ”
เมื่อเขาพูดถึงลั่วผิน อู่ อวี้ รู้สึกว่าหวาดกลัวเป็นอย่าง
ยิ่ง
นอกเหนือจาก อู่ อวี้ แล้ว อู่หยู , จิ่วอิง , ซูหยานหลี่
, หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซีก็เดินถอยหลังออกมา
ตั้งหลักอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดวงตาทุกคนต่างจับจ้องมา
ที่เฟิงซัวหยาเสมือนสัมผัสได้ถึงเค้าลางบางสิ่งที่
คุ้นเคย
จักรพรรดิโบราณเคยกล่าวไว้ว่าเฟิงซัวหยาเป็นร่าง
แยกของตัวเอง
อู่ อวี้ รู้เรื่องนี้ดีกว่าคนอื่น ๆ!
พูดตามตรงในหัวใจของเขายามนี้เสมือนถูกสายอัสนี
ฟาดผ่า สายตาจับจ้องมองไปที่เฟิงซัวหยาอย่างรู้แก่
ใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น
นี่คือสิ่งที่เขากังวลมากที่สุด
แม้เวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างที่
เปลี่ยนแปลงไป เขามีเหตุผลโต้แย้งและเลือกที่จะ
ปฏิเสธว่าสิ่งที่ตนเองคิดมันไม่จริง และดูเหมือนว่า
ฝั่ายตรงข้ามก็ปฏิบัติตัวได้อย่างแนบเนียนดีเยี่ยมไร้
ซึ่งข้อตำหนิจุดบกพร่อง
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขายามนี้ คือสิ่งที่เขาไม่อยากจะ
คิดเลย!
ประตูแห่งพิภพปีศาจบรรพกาลปิดลงไปเองโดย
ปริยาย เพราะไม่มีผู้ใดได้ข้ามผ่าน
บรรยากาศภายในเรือรบอนันต์กาลเงียบสนิทราวกับ
ความตาย
จิตใจของ อู่ อวี้ ว่างเปล่าไปอย่างฉับพลัน
” เช่นนั้นก็แสดงว่าจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงไม่ใช่
บิดาของข้าใช่หรือไม่? แล้วอาจารย์ของข้าล่ะ? ”
ทุกสิ่งที่เขากล่าวแม้ว่าจะไม่ได้กล่าวตรง ๆ แต่ก็
สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน ส่วนประโยคที่สองที่
เขากล่าวก่อนหน้ามันหมายความว่าถึงเวลาที่เขาจะ
ลงมือเก็บเกี่ยวตามแผนการแล้ว!
จักรพรรดิเหยียนหวงได้พาตัวเฟิงซัวหยามาหา อู่ อวี้
และเขาก็มั่นใจว่านี่คือเฟิงซัวหยาตัวจริงที่มีความทรง
จำในอดีต ยามนี้อู่หยูสับสนเป็นอย่างยิ่งเพราะนาง
นั้นคือตัวจริง
ขณะที่ อู่ อวี้ ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทว่า
เฟิงซัวหยากับเปลี่ยนไป
เฟิงซัวหยายิ้มแล้วกล่าวว่า ” เจ้าน่ะมันไร้เดียงสา
เกินไปเชื่อในคำโกหกพกลมอย่างสนิทใจ ว่าข้าต้อง
ใช้ความพยายามอย่างหนักในการบ่มเพาะให้เจ้ามี
ความแข็งแกร่งอดทนมานานหลายสิบปี ฟังดูแล้วคง
เหมือนบิดาที่แสนประเสริฐ แต่ความจริงแล้วมันจะ
เป็นไปได้อย่างไร เจ้าถามข้าเกี่ยวกับสวรรค์ชั้นฟั้า
เพื่อทดสอบว่าข้าใช่จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
เช่นนั้นสินะ? ”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนขนพองสยองเกล้า
อู่ อวี้ เคยทดสอบด้วยการถามไถ่เขาเช่นนี้จริง ซึ่งมัน
ก็นานมากแล้วจนเขาลืมเลือนมันไป แต่เมื่อกลับมา
ได้ยินอีกครั้งมันก็ทำให้เขารู้สึกขนพองสยองเกล้า
เป็นอย่างมาก
ทันใดนั้นเอง
” แล้วซูซ่างเซียนล่ะ? ”
เฟิงซัวหยากล่าว ” หืม … นางเป็นสหายเต๋าเคียงคู่
ของข้า หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าเลย”
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ