กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 13 : การต่อสู้บนแท่นสวรรค์
การต่อสู้บนแท่นสวรรค์ นั้นแตกต่างจากการต่อสู้ใน
เส้นทางเข้าสู่แท่นสวรรค์อย่างสิ้นเชิง
การต่อสู้ของเส้นทางเข้าสู่แท่นสวรรค์ เกิดขึ้นในถ้าที่
ปิดสนิท วัตถุประสงค์หลักของบททดสอบคือ การ
สังหารสัตว์อสูร และ ปีศาจ
ส่วนการต่อสู้บนแท่นสวรรค์ เป็นการต่อสู้แบบหมู่ซึ่ง
จะเต็มไปด้วยความดุเดือด แก่งแย่งเพื่อชัยชนะ
ภายใต้สายตาของผู้ชมนับหมื่นคู่
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และ กระบี่ปราบมาร
เป็นเพียงของล่อใจชิ้นใหญ่ เป็นเหมือนกลอุบายใช้
กระตุ้นความกระหาย และ ความโลภของผู้เข้าสอบ
ทุกคน ซึ่งผลของมันจะท้าให้การต่อสู้แย่งชิงลูกแก้ว
สวรรค์ นั้นมีความดุเดือดทวีเพิ่มขึ้น
ผู้คว้าชัยชนะอันดับ 1 มาได้ คนผู้นั้นจะได้รับทั้ง
ชื่อเสียงเกียรติยศ และ ของรางวัลซึ่งเป็นสมบัติอัน
ล้าค่า
ไม่มีผู้ใด…ไม่ปรารถนามัน
ไม่เว้นแม้แต่ อู่ อวี้
สิ่งที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอถืออยู่บนมือมันถูกเรียกว่า
‘ลูกแก้วสวรรค์’ ลักษณะของมันเป็นทรงกลมสีขาว
บนพื้นผิวถูกสลักไว้ด้วยภาพจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่ง
ค่อนข้างคล้ายแผนที่ ไม่มีผู้ใดร่วงรู้ว่าลูกแก้วสวรรค์
ถูกสรรค์สร้างมาจากสิ่งใด
สิ่งที่ อู่ อวี้ และ ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องท้าก็คือ พวก
เขาจะต้องครอบครองลูกแก้วสวรรค์ให้ได้ 60 ลม
หายใจ ผู้ใดสามารถครอบครองได้จนครบ
ก้าหนดเวลา คนผู้นั้นจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในการ
แข่งขันครั้งนี้ และ ได้ครอบครองของรางวัลไป!
แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาจะต้องท้า เป็นอันดับแรกนั่น
ก็คือ ยืนหยัดอยู่บนแท่นสวรรค์ให้ได้
สายตานับพันนับหมื่นคู่ ของเหล่าผู้เข้าชมเป็น
สายตาที่สร้างความแรงกดดันอันมหาศาลให้แก่ผู้เข้า
สอบ สายของพวกเขาส่งผ่านออกมาถึงความตื่นเต้น
และ ความคาดหวังอย่างที่สุด ไม่มีผู้เข้าแข่งขันคนใด
ไม่รับรู้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลนี้
ส่วนเหล่าเทพเซียนที่บินอยู่ฟากฟ้า ได้ส่งสายตาจับ
จ้องลงมาราวกับคมกระบี่นับไม่ถ้วน
“เอาล่ะ เมื่อข้าโยนลูกแก้วสวรรค์ลงไป การต่อสู้
บนแท่นสวรรค์ก็จะเริ่มต้นขึ้นทันที!” เสียงดังกึกก้อง
ของท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ดังผ่านไปทั้งเทือกเขา
* เฮ้! *
ระหว่างจดจ่อกันอย่างเคร่งเครียด ในที่สุดเวลาที่ทุก
คนรอคอยก็มาถึง และแล้วลูกแก้วสวรรค์ได้ถูกโยน
ขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็ล่วงลงมาเป็นแนวโค้งอย่าง
สวยงาม ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ท่านผู้เฒ่ามู่เกอเจตนาโยนลูกแก้วสวรรค์ ไปยัง
ทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่ เมื่อลูกแก้วเริ่มเข้ามาใกล้ศีรษะ
ของเขาทุกขณะ ซึ่งดูเหมือนว่าผู้เข้าสอบทั้งหมดจะ
พุ่งตัวเข้าใส่เขาในทันที
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าอันตรายใกล้มาถึงตัว
“สงครามแห่งการแย่งชิงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ใดก็
ตามที่ถือครองลูกแก้วสวรรค์ จะกลายเป็นจุดสนใจ
และจะโดนโจมตีอย่างหลีกไม่ได้ ซึ่งพลังของข้า
ในตอนนี้ นั้นด้อยกว่าผู้เข้าสอบหลายคน การที่
ลูกแก้วสวรรค์ตกลงมาบนตัวข้าอย่างเจาะจง ช่าง
เป็นเรื่องน่าขันยิ่งนัก.”
อู่ อวี้ วิเคราะห์สถานการณ์ และ ผลกระทบในใจ
หลังจากนั้นเขาก็ล่วงรู้ว่าควรกระท้าสิ่งใดต่อไป เวลา
นี้ผู้เข้าสอบต่างชุลมุนอยู่รอบๆตัวเขา ดังนั้นสิ่งที่ต้อง
ท้าเป็นอันดับแรก คือการหาช่องโหว่ เพื่อแทรกตัว
พุ่งออกมาจากสงครามการแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์
“เฮ้อ∼∼ เกือบไปแล้ว.”
หลังจากที่ อู่ อวี้ พุ่งตัวหลบหนีความชุลมุนออกมาได้
เขาก็มายืนอยู่ใกล้บริเวณขอบของแท่นสวรรค์อย่าง
เงียบ ๆ เขาสังเกตจ้านวนคนที่ก้าลังแย่งชิงต่อสู้ ซึ่ง
ยังคงแออัดมากเกินไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องไม่สมควร
อย่างยิ่ง หากเขาจะเข้าไปร่วมการต่อสู้นั้นด้วย
ดูเหมือนจะมีบางคนคิดเช่นเดียวกับเขา
คนกลุ่มใหญ่ก้าลังต่อสู้แย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ แต่บาง
คนกลับยืนรออยู่บนสนาม รอให้ถึงเวลาอันเหมาะสม
แล้วค่อยเข้าไปโจมตี
—–
เวลานี้เป็นยามเที่ยง แสงตะวันสาดส่องลงมาจาก
ฟากฟ้า รัศมีไอความร้อน ได้แผ่กระจายลงบน
ผิวหนังของ อู่ อวี้ ความอบอุ่นของแสง ท้าให้ผิวหนัง
กระดูก ฯลฯ ของเขารู้สึกผ่อนคลายบอย่างน่า
เหลือเชื่อ ส่งผลให้ผิวหนังของเขาส่องประกายแสงสี
ทองอ่อน ๆ ออกมา
“ขั้นตอนที่ห้าของ ‘กายาเพชรอมตะ’ คือ
‘สายเลือดนักรบทองค้า’ ข้าคิดว่าจะเป็นการ
เหมาะสมที่สุด ที่จะบ่มเพาะพลังในระหว่างสงคราม
แย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ เนื่องจากขั้นตอนนี้ต้องบ่ม
เพาะภายใต้แสงตะวัน เพราะข้าจะสามารถดูดซับ
พลังแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มที่ แสงแดดจะเข้าไป
ผสานกับสายเลือดของข้า แล้วหลอมรวมเปลี่ยน
รูปแบบเป็น ‘สายเลือดนักรบทองค้า’ ในที่สุด! เมื่อ
‘สายเลือดนักรบทองค้า’ ไหลโคจรไปทั่วร่าง ข้าก็จะ
เข้าถึงระดับชั้นฟ้าขั้น 5 ของสละร่างมนุษย์ขั้น 5 ซึ่ง
เป็นระดับพลังที่ข้ามีเมื่อ 3 ปีก่อน.”
การเปลี่ยนถ่ายเลือด เป็นขั้นตอนที่เขาเคยผ่านมา
ก่อน ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับขั้นตอนของ
มันเป็นอย่างดี แล้วเมื่อเขาก้าวถึงระดับชั้นฟ้าขั้น 5
พลังของเขาก็จะอยู่ในระดับเดียวผู้อื่น!
—–
“อย่าคิดหนี!”
ศึกการแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์อันดุเดือด เริ่มแผ่ขยาย
วงกว้างเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ ขณะที่ อู่ อวี้ ยืน
สังเกตการณ์อยู่บริเวณขอบสนาม เขาสังเกตเห็น
ผู้เข้าร่วมทดสอบ ซึ่งผู้รับใช้คนนี้มีร่างกายที่ก้าย้าสูง
ใหญ่กว่า อู่ อวี้ เกือบช่วงตัวจนราวกับโคถึกผู้บึกบึน
ทันใดนั้นขวานขนาดใหญ่ ก็ถูกฟาดเข้าใส่ศีรษะเขา
อย่างรุนแรง ฟืดด!!!!
อู่ อวี้ สวนกลับทันที!!!
“ วายุทะลวงคลื่นสะบั้น!”
นี่เป็นกระบวนท่าแรกของ ‘กระบี่สังหารปลาวาฬ
แห่งบูรพาสมุทร’ เป็นท่ากระบี่ตัดปลาวาฬ ซึ่งจะมี
รูปแบบหลากหลาย และ แตกต่างกันไป มันเป็น
กระบวนท่าเน้นความแข็งแกร่ง เสมือนนักรบผู้กล้า
หาญ ก้าลังก้าวสู่มหาสมุทรฝ่าฟันคลื่นลมพายุ
แสวงหาปลาวาฬที่อยู่ใต้ผิวน้า
ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามของ อู่ อวี้ คือวาฬยักษ์ที่แหวก
ว่ายอยู่ใต้น้า
ทันใดนั้น!
ตู้มมม!!! มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้น
อู่ อวี้ ที่มีมือ และ สายตาที่ว่องไวเฉียบคมนั้น จึงได้
เล็งเห็นช่องโหว่ขณะถูกขวานพุ่งเข้าโจมตี ดังนั้นแล้ว
อู่ อวี้ จึงได้เร่งโจมตีเข้าใส่จุดอ่อนนั้นอย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ขวานกระเด็นหลุดออกจากมือของผู้รับใช้
ร่างก้าย้าไปทันที แม้ว่าผู้รับใช้จะมีร่างกายแข็งแกร่ง
สูงใหญ่ก้าย้า ซึ่งดูแล้วได้เปรียบกว่าเขามากนัก แต่ อู่
อวี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าร่างกายสูงใหญ่ก้าย้า หาใช่
อุปสรรคส้าหรับเขาไม่ มันต้องมาวัดกันด้วยชั้นเชิง
ด้านวรยุทธ และ พลังของทั้งสองคนที่มี
* ปังงงง! *
ต่อมา อู่ อวี้ สวนกลับด้วยท่าเตะรวบขา ร่างของ
ผู้รับใช้ล้มกระแทกลงบนพื้นอย่างจัง โครมมมม!!!
ร่างใหญ่ยักษ์ของผู้รับใช้ไถลออกไปไกลอย่างไร้
จุดหมาย อู่ อวี้ พุ่งตัวเข้าไปเตะซ้าอีกครั้ง ปัง!!! แล้ว
ร่างของผู่รับใช้ก็ลอยกระเด็นตกจากแท่นสวรรค์ลงสู่
หลุมลึกไปในที่สุด จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
* ตู้มมม!!! *
—–
“อู่ อวี้.”
ซือตู๋ จิน และ เหล่าสหาย เห็นภาพเหตุการณ์นั้น
จากบนท้องฟ้า มันก้าลังนั่งอยู่บนหลังของนก
กระเรียนสวรรค์ สีหน้าของชายสอง หญิงสอง ถอดสี
อย่างเห็นได้ชัด พวกมันแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวน่า
เกลียดอย่างที่สุด
“เห็นหรือไม่ เจ้าทาสผู้นั้นมันมีพลังอยู่ในระดับชั้น
ฟ้าขั้น 6 แต่มันมันกลับพ่ายแพ้ให้กับเจ้า อู่ อวี้ ได้
อย่างง่ายดาย! ดูเหมือนว่าเจ้า อู่ อวี้ จะมีพลัง
มากกว่าเราเสียอีก!” ฮั่วเฉียน กัดริมฝีปากสีแดงระ
เรื่อของนาง ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความ
หวาดกลัว เห็นได้ชัดว่านางก้าลังเกรงกลัว กับ
ข้อเท็จจริงที่เห็นด้วยสองตาของนาง
“เห๊อะ! ถ้าข้าต้องประฝีมือกับมัน ข้าก็สามารถ
ฆ่ามันได้ใน 2 หรือ 3 กระบวนท่า” ซือตู๋ จิน ไม่
อยากดูขี้ขลาดต่อหน้าสตรีที่มันหลงรัก
แน่นอนว่า เสิ่น อู๋เต้า ก็ได้เห็นฉากการต่อสู้อันน่า
เหลือเชื่อของผู้รับใช้ทั้ง 100 คน เขาได้พยายามมอง
หา อู่ อวี้ ภายในสนามรบที่วุ่นวาย เมื่อชายชราเห็น
อู่ อวี้ ชนะฝั่งตรงข้ามได้อย่างใสสะอาด ชายชราไม่
รู้สึกริษยาแม้แต่น้อย แต่เขากลับอยากจะกระโดดขึ้น
ไปบนแท่นประลอง เพื่อร่วมต่อสู้เคียงข้างไปกับเขา
“แข็งแกร่ง!”
ผู้รับใช้ของเทือกเขาหยานหลี่ ที่ห้อมล้อมเสิ่น อู๋เต้า
หายใจอย่างไม่เป็นจังหวะ เมื่อเห็นฉากต่อสู้ดังกล่าว
—–
หลังจากเห็นผู้เข้าสอบสองสามคนพุ่งเข้าโจมตี อู่ อวี้
แล้วพ่ายแพ้ให้กับเขาอย่างง่ายดาย หลายคนก็ล่วงรู้
ว่าความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ นั้นเป็นของจริง และ ไม่
กล้าเข้ามาตอแยเขาอีก อู่ อวี้ รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ที่
เขาไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังไปโดยใช่เหตุ! ขณะเดียวกัน
ก็มีเหตุการณ์สร้างเสียงฮือฮาขึ้น กลางแท่นสวรรค์
“เจ้า ตานหลง ได้ครอบครองลูกแก้วสวรรค์!”
“แต่มีผู้เข้าสอบหลายสิบคน ก้าลังปิดล้อมเขา
เอาไว้ และ พยายามแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์กลับ”
เจ้า ตานหลง เป็นบุรุษที่มั่นใจในตัวเองยิ่งนัก แต่ทว่า
สถานที่แห่งนี้คือสนามแข่ง หากมีผู้เข้าแข่งขันเพียง
ไม่กี่สิบคน ก็คงว่าไปอย่าง แต่เวลานี้กลับมีผู้เข้าสอบ
เกือบ 100 คน ที่ก้าลังปิดล้อมเขาอยู่
อู่ อวี้ เห็นว่าเวลานี้ เจ้า ตานหลง ก้าลังตกอยู่ใน
สถานการณ์ยุ่งยาก เขาพยายามแหวกฝ่าวงล้อม
ออกมา ในขณะที่มืออีกข้างยังถือครองลูกแก้วสวรรค์
อยู่ ถึงแม้สภาพของเขาเหมือนจะตกอยู่ในสภาพ
เสียเปรียบ แต่แท้จริงแล้วเขากลับสามารถสร้าง
ความเสียหาย ให้กับฝ่ายตรงข้ามของเขาจนได้รับ
บาดเจ็บไปตามๆกัน เขาสามารถถือครองลูกแก้ว
สวรรค์ได้นานถึง 20 ลมหายใจ อีกทั้งยังสามารถ
ก้าจัดคู่ต่อสู้ไปได้มากกว่า 10 คน แต่ช่างน่าเสียดาย
เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูก จื่อ ฮั้ว ลอบโจมตี
จากด้านหลัง ท้าให้เขาต้องสูญเสียลูกแก้วสวรรค์ ที่
ถือครองอยู่ และ ท้าให้เขาเกือบตกออกจากแท่น
สวรรค์
สภาพปัจจุบันของ เจ้า ตานหลง ชุ่มโชกไปด้วยโลหิต
ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างของเขาโงนเงนเสียการ
ทรงตัวอยู่บริเวณขอบของแท่นสวรรค์ เมื่อบางคน
เห็นว่าในตอนนี้เขาอยู่สภาพค่อนข้างอ่อนแอ จึงคิด
ฉกฉวยโอกาสก้าจัดเขาทิ้งจากการแข่งขัน ด้วยการ
ผลักร่างเขาให้ตกลงไปจากแท่นสวรรค์ แต่ถึงแม้ว่า
เวลานี้เจ้า ตานหลงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส และ ไร้
ซึ่งเรี่ยวแรงฉกฉวยลูกแก้วสวรรค์ต่อไป เขากลับยังมี
พลัง และ ความแข็งแกร่งมากพอที่จะยืนหยัด อยู่บน
แท่นสวรรค์แห่งนี้
“อู่ อวี้”
เจ้า ตานหลง สังเกต อู่ อวี้ ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากเขา
นัก
“เจ้ามันน่ารังเกียจยิ่งนัก คิดจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่
ในเงามืดไปถึงเมื่อไหร่กัน ?” เจ้า ตานหลง ยิ้มเยาะ
อย่างเย็นชา
“การต่อสู้ครั้งนี้ มิควรกระท้าเยี่ยงคนโง่เขลาตา
บอด ควรคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ ชัยชนะนั้นคือทุก
อย่าง ดังนั้นข้าจึงให้ความส้าคัญกับผลลัพธ์มากกว่า
วิธีการ” อู่ อวี้ ตอบกลับอย่างสุขุม
สิ่งนี้คือคติประจ้าใจของเขา เมื่อครั้งเขายังเป็น
เจ้าชายผู้น้าทัพทหารในอาณาจักรบูรพาเย่ว
เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องโจมตี เมื่อนั้นจะต้องเป็น
โอกาสที่ดีสุดส้าหรับตัวเขา
“เจ้าขี้ขลาดเอ้ย”
เจ้า ตานหลง ขบฟันแน่น
อู่ อวี้ ขี้เกียจโต้คารมกับเขาต่อ
การต่อสู้แย่งชิงยังคงรุนแรง และ ดุเดือด ผู้เข้าสอบ
ทยอยตกจากท่านสวรรค์ เมื่อเวลาผ่านไปจ้านวนคน
ที่ยังพอเหลือแรงแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ก็ค่อย ๆ
ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงแค่จ้านวนคนลดลง
เท่านั้น ส้าหรับผู้ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ทั้งพลัง และ
ความเร็วก็ลดลงด้วยเช่นกัน
ขณะนี้ จื่อ ฮั้ว ผู้ซึ่งถือครองลูกแก้วสวรรค์ ได้ถูก
ห้อมล้อมแย่งชิงอย่างดุเดือดจากผู้เข้าสอบ สงคราม
การแย่งชิงเต็มไปด้วยความอลหม่าน
กระบวนท่าเท้าของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก ความ
ซับซ้อนลึกซึ้งของกระบวนท่า ท้าให้เขาเดินวนอยู่
รอบสนามแข่งขัน หลบหลีกฝ่าฝูงชนที่คิดแย่งชิง
ลูกแก้วสวรรค์จากมือ บัดนี้มีผู้รับใช้กว่า 40 คนก้าลัง
ไล่ตามหลังของเขาอยู่ ซึ่งจ้านวนที่เห็นก็ยังนับว่า
น้อยกว่า ที่เคยไล่ล่า เจ้า ตานหลง ก่อนหน้านี้
45 ลมหายใจ!
จื่อ ฮั้ว ฝ่าฟันขวากหนามได้ถึง 45 ลมหายใจ!
เวลานี้เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และ กระบี่ปราบ
มาร นั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาต้องพยายามอดทนอีก
เพียงแค่ 15 ลมหายใจ ทุกอย่างก็จะเป็นของเขา!
ชิง เหมิง รอช่วงเวลานี้มาช้านาน นางคือหนึ่งในสาม
ผู้รับใช้ ที่อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 ไม่มีผู้ใดกล้าปฎิเสธ
ความแข็งแกร่งนี้
“ชิง เหมิง อย่าได้คิดจะแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ไป
จากข้าเชียว” จื่อ ฮั้ว กล่าวขึ้นขณะเหล่สายตาไป
ทางนาง
ชิง เหมิง ไม่ตอบโต้กลับ แต่นางยังคงหลบซ่อนอยู่
ท่ามกลางฝูงชน จื่อ ฮั้ว ยังพยายามปกป้องลูกแก้ว
สวรรค์ อีกทั้งความต้องการของเขาดูเหมือนจะมาก
ขึ้นด้วย เขาต้องการคว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้
แต่ทว่าช่างน่าเสียดายจ้านวนคนผู้ตามไล่ล่าแย่งชิง
ลูกแก้วสวรรค์นั้นมากเกินไป แถมอีกทั้ง เขายังมีมือ
ที่จะใช้ตอบโต้ได้อีกแค่ข้างเดียวเท่านั้น ซึ่งรวมกับ
น้าหนักของลูกแก้วสวรรค์ที่หนักถึง 1,000จิน ท้าให้
เพียงแค่ถือมันแล้ววิ่งไปเรื่อยๆก็เต็มกลืนแล้ว
* ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! *
แสงสีฟ้าจากกระบี่เคลื่อนไหวไปมา ฉับพลันร่างของ
จื่อ ฮั้ว ก็เต็มไปด้วยบาดแผล แขนของเขาถูกโจมตี
อย่างหนักมากกว่าส่วนอื่น ท้าให้เวลานี้เขาได้เดิน
ตามรอยเท้าของ เจ้า ตานหลง
“ วะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ∼ ∼ วะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ !
ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองลูกแก้วสวรรค์!” ในเวลานี้ เจ้า
ตานหลง ไม่สามารถกระท้าสิ่งใดได้ นอกเสียจาก
หัวเราะออกมาอย่างคนคลุ้มคลั่ง เป็นดั่งที่เขากล่าว
การสอบเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีผู้ใด
สามารถครอบครองลูกแก้วสวรรค์ได้นานถึง 60 ลม
หายใจ เลยซักคน
“ ชิง เหมิง มีโอกาส ?” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอยิ้ม ชิง เห
มิง เด็กสาวคนนี้ยังเยาว์วัยนัก นางเป็นศิษย์ผู้รับใช้
ของน้องสาวเขา หากนางสามารถครอบครองลูกแก้ว
สวรรค์ได้ ก็คงจะดีไม่น้อย ในภายภาคหน้าเส้นทาง
ชีวิตของการเป็นผู้ฝึกตน คงสดใสรุ่งโรจน์
“อาจจะไม่” ซู หยานหลี่ ชี้ไปทาง อู่ อวี้ ที่ยังไม่ได้
รับบาดเจ็บ
“เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ทั้งยังมีความอดทนเป็นเลิศ
ขนาดนี้บนแท่นสวรรค์เหลือผู้เข้าทดสอบเพียงแค่
60 คนเท่านั้น ครึ่งหนึ่งของจ้านวนคน ไม่แยแสลูก
บอลสวรรค์อีกต่อไป ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก้าลังแย่งชิง
ลูกแก้วสวรรค์อยู่ หากดูจากอัตราของจ้านวนผู้แย่ง
ชิงแล้ว โอกาสความส้าเร็จจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ด้วยระดับพลังในปัจจุบันของ อู่ อวี้ ไม่สามารถ
เปรียบเทียบได้กับระดับชั้นฟ้าขั้น 7 อีกทั้งกระบวน
ท่าการต่อสู้ของเขา ไม่ได้ลึกซึ้ง หรือ แข็งแกร่งเท่า
ชิง เหมิง นางแข็งแกร่งกว่าเขาในทุกด้าน ข้าขอพูด
ตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมว่า โอกาสคว้าชัยชนะของ
เขานั้นต่้านัก ” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอวิเคราะห์
สิ่งที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอวิเคราะห์นั้นถูกต้อง ปัจจุบันพลัง
ของ อู่ อวี้ อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 4 เพียงเท่านั้น
ระดับพลังด้อยกว่าชิงเหมิงมาก หากต้องต่อสู้แบบ
ตรงไปตรงมา
—–
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ลูกสุนัขนั่น คิดครอบครองลูกแก้ว
สวรรค์! หากมันท้าได้จริงข้าผู้นี้จะยอมกิน ‘อึ’ หลิน
เอ๋อให้ดู!”
ความโกรธแค้นที่สั่งสม ท้าให้ ซือตู๋ จิน มิอาจควบคุม
ตนเองได้อีกต่อไป จนท้าให้เขาสบถค้าหยาบคาย
ออกมา
“ซือตู๋ จิน ท่าน …” ฮั่วเฉียน ไม่อยากจะเชื่อว่า
ซือตู๋ จิน จะกล่าววาจาหยาบถ่อยเยี่ยงนี้
“ฮั่วเฉียน ขะ…ข้าขออภัย อาจเป็นเพราะวันนี้ ข้า
เหน็ดเหนื่อยมากเกิน” ซือตูู จิน รีบแก้ตัวพัลวัน การ
ที่เขาต้องมาขอโทษ มันได้ฉุดลากอารมณ์ของเขายิ่ง
เลวร้ายลงไปอีก
—–
ชิง เหมิง นางมีสติปัญญาค่อนข้างเฉียบแหลม
หลังจาก จื่อ ฮั้ว หมดสภาพการต่อสู้ นางก็ไม่ได้เข้า
ไปแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์ในทันที แต่ปล่อยให้ผู้เข้า
สอบคนอื่น ๆ แย่งชิงลูกแก้วสวรรค์กันต่อไป ถือเป็น
การช่วยลดจ้านวนคู่แข่งไปในตัว
หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้เข้าสอบคนใด ถือครองลูกแก้ว
สวรรค์ได้นานเกิน 10 ลมหายใจ ไม่นานนักจ้านวน
ของผู้เข้าสอบบนแท่นสวรรค์ก็จะเหลือเพียงแค่ 30
คน ผู้เข้าสอบหลายคนถอดใจยอมแพ้ เลิกเข้าไปแย่ง
ชิงลูกแก้วสวรรค์อีก ไม่มีผู้ใดอยากจะเสี่ยงจากการ
ไม่ได้เป็นศิษย์ในนิกาย เพื่อแลกกับลูกแก้วสวรรค์ ซึ่ง
นับว่าไม่คุ้มเสี่ยง!
“อู่ อวี้ ท่านไม่ต้องการแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์
เช่นนั้นหรือ?” ชิง เหมิง เงยหน้าขึ้นมอง อู่ อวี้
เนื่องจากตัวของเขานั้นสูงกว่านางมาก ทั้งจื่อ ฮั้ว
และ เจ้า ตานหลง ทั้งสองต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส
ดังนั้นนางจึงเชื่อว่าคู่แข่งของนางเวลานี้ คือ อู่ อวี้
เท่านั้น
“ต้องการอยู่แล้ว” อู่ อวี้ ถือกระบี่ของเขา ซึ่งเวลา
นี้เขาอยู่ห่างจากสนามเพียงแค่ไม่กี่ก้าว
ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที
ชิง เหมิง ไม่ได้พูดอะไร นางวิ่งเข้าไปในฝูงชน ด้วย
กระบวนท่าเท้าของนาง ‘ก้าวพริบตาชิงเหมิง’ ฟึ่บ!!!!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ !!! เงากระบี่จ้านวนหนึ่งปรากฎขึ้น
จากนั้นลูกแก้วสวรรค์ก็ตกอยู่ในมือของนาง
“หากพวกเจ้าทั้ง 10 คน อยากครอบครองลูกแก้ว
สวรรค์ ก็เข้ามาแย่งชิงมันไปจากมือของข้า แต่อย่า
หาว่าข้าไม่เกรงใจ!” ดวงตาของสาวน้อยเบิกกว้างขึ้น
สายตาของนางที่จับจ้องไปยังผู้รับใช้ช่างน่า
หวาดกลัวยิ่งนัก จ้านวนผู้เข้าสอบในตอนนี้เหลืออยู่
ประมาณ 40 คน มีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ยังคง
ปรารถนาแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์อยู่ ต่อให้พวกเขา
ทั้งหมดพร้อมใจกันเข้าไปแย่งชิงลูกแก้วสวรรค์จาก
ชิง เหมิง แต่โอกาสแห่งความส้าเร็จของพวกเขาก็
ยังคงริบหรี่อยู่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจล้มเลิก
ความตั้งของตนเองไป
“อู่ อวี้ เหลือท่านกับข้าแล้ว”
ชิง เหมิง ถือลูกแก้วสวรรค์ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วมือ
อีกข้างหนึ่งของนางได้ชี้ปลายกระบี่ที่ก้าลังส่องแสงสี
ฟ้า ไปทาง อู่ อวี้
ขณะนี้สายตาของทุกคนก้าลังจดจ่ออยู่กับทั้งสอง
พวกเขารอคอยการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายที่ก้าลังจะ
เกิดขึ้น
ฝ่ายหนึ่งคือชายหนุ่ม ผู้ซึ่งออกมาสู่เส้นทางแท่น
สวรรค์ได้เป็นอันดับแรก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเด็ก
สาวผู้มีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม มาจากตระกูลซึ่งไม่มีใคร
รู้จัก!
ในการแข่งขันครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดว่าตนเอง
จะต้องมาเผชิญกับชิง เหมิง แม้นางยังเป็นแค่เด็ก
สาว มีร่างกายเล็กบอบบาง แต่นางกลับมีความ
เฉลียวฉลาด มีจิตใจเยือกเย็นกว่า จื่อ ฮั้ว หรือ เจ้า
ตานหลงมากนัก นางอดทนรอคอยมาจนถึงปัจจุบัน
นับว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ทั้งสติปัญญา รวมถึงกลยุทธทางด้านการรบของนาง
นับว่าไม่เลว ส้าหรับวัยของนาง
แต่ อู่ อวี้ ก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลูกแก้วสวรรค์ หลุด
มือไปอย่างเด็ดขาด แม้จะต้องเผชิญหน้ากับ ชิง เห
มิง ยิ่งไปกว่านั้นในเวลานี้ฝ่ายตรงข้ามเหลือเพียงแค่
คนเดียว เขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสเช่นนี้ไป
เขารู้ดีว่าระดับพลังของตนเองตอนนี้ ไม่สามารถ
เอาชนะผู้มีพลังระดับชั้นฟ้าขั้น 7 ได้หากต้อง
เผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา แต่ข้อได้เปรียบของ อู่
อวี้ ก็คือ มือข้างหนึ่งของแม่นาง ชิง เหมิง ได้ถือ
ลูกแก้วสวรรค์เอาไว้ ซึ่งก็หมายความว่า ชิง เหมิง จะ
เหลือมือไว้ต่อสู้เพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น บวกกับ
ร่างกายอันบอบบางของนาง แต่ต้องถือครองลูกแก้ว
สวรรค์ ซึ่งมีน้าหนักกว่า 1,000 จิน ซึ่งร่างกายเล็ก
และ บอบบางของนางไม่มีทางแบกรับมันได้นาน
—–
“ฮ่ะๆ ช่างเป็นฉากที่น่าตื่นตาจริงๆ!” ท่านผู้เฒ่ามู่
เกอลูบเคราของตนเอง ในขณะเปล่งเสียงหัวเราะ “
ข้าขอวางเดิมพันฝั่ง ชิง เหมิง”
“ท่านอาวุโส ท่านนั้นช่างกลั่นแกล้ง อย่างไรเสีย อู่
อวี้ เป็นหนึ่งในผู้รับใช้ของข้า ดังนั้นข้าจะวางเดิมพัน
ฝั่ง อู่ อวี้” ซู หยานหลี่ เปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก
เผยให้เห็นดวงตาที่ก้าลังจับจ้องไปทางชายหนุ่ม ผู้ซึ่ง
ก้าลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของชาวสวรรค์
…………………………………..
ღゝ◡╹)ノ♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ