กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1201: จุดตายของ อู อวี้
หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องโกหก
หลังจาก อู่ อวี้ ได้รู้ความจริงว่าตนเองยังมีมารดาที่
แท้จริงอยู่ เขาก็ได้คิดแค่นี้เป็นครั้งคราว
เขาคิดไปว่าถ้าสักวันหนึ่ง เขาได้พบเจอนางที่วัง
สวรรค์จะเป็นเช่นไร? อุปนิสัยใจคอของนาง และนาง
จะมองเขาด้วยสายตาเช่นไร?
พอลองนึกถึงภาพดังกล่าวเขาก็รู้สึกสนอกสนใจเป็น
อย่างมาก
ในเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาเขาถูกกลืนกินไปด้วย
ความสุข จึงเผลอเรอหย่อนความระวังตัว หลังจาก
นั้นเขาก็ค่อย ๆ พิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ที่จักรพรรดิ
โบราณเป็นคนสร้างขึ้น
แม้แต่ หนานซาน หวางเยว่ นี้ ที่ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ
จักรพรรดิโบราณก็ยังหลอกเขาได้อย่างแนบเนียนจน
ย่อนความระวังตัวลง และให้ อู่ อวี้ กลับไปยังชมพู
ทวีปโลกธาตุอย่างไม่กังวลใจใด ๆ
แต่เวลานี้ความจริงได้เปิดเผยโฉมหน้าแล้ว ทุกอย่าง
ล้วนเป็นเรื่องบ้าบอที่คนผู้นี้ปันแต่งอุปโลกน์ขึ้น
อู่ อวี้ ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวมากมายเช่นนี้มาก่อน
ลางสังหรณ์ที่เขาเคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ ไม่คิดเลยว่า
ทั้งหมดมันจะกลายเป็นจริง
การคาดเดาที่ดูเหมือนจะมองโลกในแง่ร้ายก่อนหน้า
นี้ถูกลบ ล้าง เพราะฝั่ายตรงข้ามไม่ได้ทำตัวน่าสงสัย
แต่ไม่คิดว่าสัญชาตญาณที่คอยร้องเตือนเขาทั้งหมด
มันจะกลายเป็นจริง
จักรพรรดิโบราณใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อเล่น
ละครตบตาเขา!
เวลานี้คนทั้งห้าที่อยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้ ก็ตื่น
ตระหนกและต้องตะลึงไม่แพ้กัน จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงนั้นไม่เหมือนกับเทพปีศาจทั้งแปด ถ้าหาก
อู่ อวี้ ต้องต่อสู้กับเทพปีศาจทั้งแปดเขาไม่เคยรู้สึก
กลัวเกรงพวกมันเลย แต่จักรพรรดิโบราณผู้นี้มันรู้ทุก
อย่างเกี่ยวกับ อู่ อวี้! มันคือเทพเซียนที่แท้จริง
สำหรับ อู่ อวี้ ซึ่งเขาไม่สามารถปกปิดความลับได้เลย
มันให้ความรู้สึกไร้อำนาจอย่างสิ้นเชิง เสมือนดั่งได้
พบเจอกับฮ่าวเทียนซ่างเซียนในคราแรก รู้สึกเหมือน
ตัวเองสามารถตายได้ทุกเมื่อ!
โดยเฉพาะยามนี้อีกฝั่ายปรากฏตัวอยู่ในร่างของ
อาจารย์เฟิงซัวหยา
“ ในเมื่อเจ้าไม่ใช่ทั้งบิดาและอาจารย์ของข้า เช่นนั้น
เจ้าทำอะไรกับอาจารย์ของข้ากันแน่? ” ดวงตาของ
อู่ อวี้ เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจ้องเขม็งที่เขา
เฟิงซัวหยายิ้ม ” จิตวิญญาณเดิมของคนผู้นี้น่ะหรือ?
แน่นอนว่ามันถูกข้าดูดกลืนยังไงล่ะ ข้าแบ่งแยกมัน
ด้วย ‘จิตเซียน’ เพื่อดูดซับความทรงจำบุคลิกภาพ
และอุปนิสัยของคนผู้นี้ และทำให้เขากลับมามีชีวิต
อีกครั้งเพียงชั่วครู่ ฉะนั้นถ้าเจ้าคิดว่าเขาอยู่ เขาก็ยัง
อยู่ แต่ถ้าเจ้าคิดว่าเขาตายก็คือตายไปแล้วนั่นแหละ
”
เท่ากับว่าเฟิงซัวหยาไม่เคยมีอยู่จริงเลย!
มันมิใช่จักรพรรดิเยว่อู่ และมิใช่บิดาของ อู่ อวี้
มันไม่ได้เป็นแม้แต่เสิ่นอู๋เต้า!
ทั้งสามคนนี้ มิใช่คนเดียวกันอย่างแน่นอน!
สำหรับ อู่ อวี้ ประโยคนี้คือ ก็เหมือนดั่งสายอัสนีที่
ฟาดผ่าเขาใส่จิตใจ
หลังจากมีชื่อเสียงเขาก็ยังต้องการปกปั้องเฟิงซัวหยา
เสมอ
นอกจากนี้เขายังได้ทิ้งหุ่นเชิดไว้ที่นิกายกระบี่สวรรค์
แต่แค่หุ่นเชิดจะปั้องกันภัยร้ายได้อย่างไร ในเมื่อ
จักรพรรดิโบราณได้วางแผนมาอย่างยาวนานและมี
กลยุทธ์ที่สูงล้ำ!
มนุษย์จะต่อสู้กับสวรรค์ได้อย่างไรกัน!
สำหรับ อู่ อวี้ จักรพรรดิโบราณปัจจุบันก็เสมือนดั่ง
ฮ่าวเทียนซ่างเซียนในอดีต เขาคือคนที่มาจากสรวง
สวรรค์!
” สิ่งที่เจ้าพูดก็คือ เจ้าสังหารอาจารย์ของข้า! ”
ในเวลานี้ภายในอกของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยโทสะอัน
เดือดดาล โลหิตภายในการเดือดพล่านราวกับน้ำต้ม
เดือด ความเกลียดชังลุกโชนขึ้นมาในดวงตาอันแดง
ก่ำปานโลหิตของเขา สายตาที่เขามองจักรพรรดิ
โบราณราวกับสัตว์ร้ายที่จะกินเลือดกินเนื้อ ในหลาย
ปีที่ผ่านมานี้เขาไม่เคยเกลียดชังหรือถือโทษโกรธ
เคืองเฟิงซัวหยาเลย ในสมองของเขายังคงเก็บทุก
ภาพความทรงจำทั้งสุขและทุกข์ที่ผ่านมากับเฟิง
ซัวหยา บนเส้นทางแห่งการฝึกตนไม่ว่าเขาจะไปไกล
แค่ไหนเฟิงซัวหยาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป เขาคืออาจารย์
ที่ตนเองรักเคารพอย่างสุดหัวใจ เขาคือคนที่ทำให้
ชีวิตของ อู่ อวี้ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาคือทุกสิ่ง
ทุกอย่างของ อู่ อวี้ ความรู้สึกของ อู่ อวี้ เขาไม่ต่าง
จากเสิ่นอู๋เต้า!
ครั้งหนึ่งการตายของเสิ่นอู๋เต้าก็ทำให้เขาโกรธแค้น
ซือตู๋จินเป็นอย่างยิ่ง
มันเป็นความเจ็บปวดเสียใจอย่างยากจะบรรยาย
แต่ตอนนี้เทพเซียนคือผู้ที่ฆ่าอาจารย์ของเขา!
เขาโกรธมากจนเนื้อตัวสั่นเทา ความโกรธแค้นระอุ
ออกมาจนทุกอณูของร่างกาย ลมหายใจร้อนผ่าว
ภายในลำคอแห้งผาด เวลานี้เขาโกรธแค้นจนพูดไม่
ออก
เฟิงซัวหยายังคงยิ้มแล้วกล่าวอย่างสงบว่า ” เจ้าต้อง
เข้าใจนี่มันเป็นกลยุทธ์ เป็นธรรมดาที่เจ้าจะเกลียด
ชังข้า แต่เกลียดชังไปก็เท่านั้นเพราะมันไร้ประโยชน์
ตัวข้านั้นต้องพยายามอย่างหนักเพื่อหลอกล่อให้เจ้า
เข้าสู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาล ข้าสร้างเรื่องทั้งหมด
หลอกลวงเจ้า แต่ข้าก็ให้เจ้าเป็นจักรพรรดิเหยียน
หวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกคนรู้ว่าเจ้านั้นเป็น
บุตรชายของข้า ศักดิ์ศรีเกียรติยศของเจ้าก็เพิ่มสูงขึ้น
มาก ตัวข้านั้นเป็นถึงเทพเซียนไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้
กับมนุษย์คนใดมาก่อน เจ้าควรจะพึงพอใจที่ได้รับ
เกียรตินี้ถึงจะถูก! ”
ถึงแม้ยามนี้ อู่ อวี้ จะมีโทสะจนเห็นช้างตัวเท่ามด
แต่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของเขาในร่างของเฟิงซัวหยา
เขาย่อมไม่เอาลงมือทำอันใดได้ เขาจะไม่ทำร้าย
ร่างกายของอาจารย์มันเป็นที่เคารพ เพราะเขารู้ดีว่า
ศัตรูที่เขาควรจะเกลียดชังอย่างแท้จริงนั่นก็คือ
จักรพรรดิเหยียนหวงตัวจริง!
ตอนนี้เขาจึงยังมีสติยับยั้ง และรู้ว่าอะไรควรไม่ควร
” เจ้ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่? ” ทุกคำพูดเปียมล้น
ไปด้วยเจตนาแห่งการฆ่าอย่างลึกซึ้ง
เฟิงซัวหยาส่ายศีรษะเรากล่าวว่า ” อันที่จริงเจ้าควร
จะรู้ตัว เจ้ามันน่าสนใจมากเพียงไร ไม่มีอะไรมากไป
กว่านี้ ลืมมันซะ … เอาเป็นว่าเจ้ารีบกลับมาที่ชมพู
ทวีปโลกธาตุก็แล้วกัน แล้วข้าบอกรายละเอียดอีก
ครั้งเจ้าจะได้นอนตายตาหลับ ”
” อย่ากลับไปให้มันหลอกอีกนะ! ” หนานซาน หวาง
เยว่ กล่าวด้วยความกังวลใจ
“ พี่ชายอวี้อย่าตามมันไปเลย ไม่มีทางที่มันจะปล่อย
เราไว้แน่! ” เย่ซีซีกล่าวเสริม
อู่ อวี้ รู้ดีว่าสถานการณ์ของตนเองตกเป็นรอง ตั้งแต่
อีกฝั่ายรู้เรื่องราวของเขาทุกอย่างเหมือนดั่งเขาอยู่ใน
ที่สว่างแล้วมันอยู่ในที่มืด การที่มันบีบบังคับให้เขา
กลับไปยังชมพูทวีปโลกธาตุ ฝังตรงข้ามย่อมมีแผนชั่ว
อย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเฟิงซัวหยาไม่รอให้เขาพูดอะไร มันยิ้มแล้ว
ขาวขึ้นว่า “ คนหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนี้ล่ะ ไม่รู้จักฟั้าสูง
แผ่นดินต่ำ แต่พวกเจ้าทั้งสามก็ช่างโชคดีเหลือเกินที่
ได้สืบทอดมรดกเซียน เจ้าหมูและนางมารน้อย
ชาวกุ้ยเหยียนที่ต้องการจะล้างแค้นให้กับบิดามารดา
ของตนเองจนใจแทบขาด เจ้ารู้สึกเช่นไรบ้างล่ะที่
ศัตรูผู้สังหารบิดามารดาของเจ้าอยู่ตรงหน้านี้แล้ว?
แต่เจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะคนอย่างเจ้ามัน
ไร้ประโยชน์! ”
หลังจากนั้นมันก็หันมาจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วกล่าวว่า “
อู่ อวี้ ร่างต้น ,ร่างกลืนสวรรค์ , เจ้าหมู , นางมาร
น้อยชาวกุ้ยเหยียน พวกเจ้าทั้งห้าต้องตามข้ากลับไป
ชมพูทวีปโลกธาตุ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่น จงจำไว้ว่าจะ
มาให้ครบไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ”
คำพูดของมันดูสงบนิ่ง แต่กลับทรงอำนาจน่าหวั่น
เกรงจนไม่อาจต้านทาน
อย่างไรก็ตามเวลานี้มหาสมุทรแห่งความเกลียดชัง
มันกำลังกลืนกินเหตุผล อู่ อวี้ แม้ว่าเขาต้องการจะ
สังหารมันมากเพียงใด แต่เวลานี้เขาต้องอดทน!
เพราะฝีมือในปัจจุบันของเขายังไม่มากเพียงพอที่จะ
สังหารจักรพรรดิโบราณได้ เขาจะต้องรอให้ตนเองมี
ศักยภาพถึงขีดสุดแล้วค่อยจัดการกับมัน อีกทั้งฝั่าย
ตรงข้ามยังมีกลยุทธ์แพรวพราว จนตอนนี้เขาไม่ต่าง
จากคนโง่เขลาเบาปัญญา!
การที่เขาเชื่อในตัวมันก็ถือว่าโง่เขลามานานมาก
พอแล้ว มันแสร้งพาอู่หยูและเฟิงซัวหยามาให้เขา
ทั้งหมดก็เพื่อให้เขาตายใจ ไหนจะเรื่องของซูซ่าง
เซียนที่เขาเองก็ไม่ปักใจเชื่อตั้งแต่ตอนแรก แต่มันก็
เล่นละครตบตาได้อย่างแนบเนียนมายาวนาน จนตัว
เขาเริ่มเชื่อใจในตัวมันมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มคลายความ
ระแวงสงสัย แต่พอได้ยินคำว่า ‘เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล’ อู่ อวี้ ก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างที่ไม่
อาจคาดเดาได้
” ถ้าข้าไม่กลับไปล่ะ? ” อู่ อวี้ ถาม
เขาอยากรู้ว่าฝั่ายตรงข้ามจะมีสิ่งใดมาบีบบังคับเพื่อ
เป็นข้อต่อรองกับเขาอีก เขาไม่อยากคาดเดาเป็นวง
กว้างมากเกินไป
เฟิงซัวหยายังคงยิ้มแล้วกล่าวอย่างต่อเนื่องว่า ”
ตอนนี้เผ่าพันธุ์มังกรไร้เดียงสามากเกินไป คิดว่าค่าย
กลกระจอก ๆ พรรค์นั้นจะปั้องกันวังมังกรสี่สมุทร
เอาไว้ได้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นไปเอาความมั่นอก
มั่นใจเช่นนี้มาจากไหน ข้าแค่ขี้เกียจโจมตีพวกมันเฉย
ๆ หรอก ซึ่งหากว่าจะลงมือขึ้นมาจริง ๆ ก็ใช้เวลา
เพียงแค่ 1 วันทุกอย่างก็จะจบสิ้น เอาเป็นว่าเจ้ามี
เวลา 1 วันเพื่อคิดไตร่ตรองทั้งหมดดูให้ดี ๆ แต่อีกไม่
ถึง 10 วัน แม่นางยอดรักของเจ้าก็ต้องเผชิญหน้ากับ
มหาภัยพิบัติแห่งเซียน ซึ่งในช่วงเวลานี้ข้าจะทำลาย
‘ค่ายกลผู้พิทักษ์’ เพื่อลดความได้เปรียบของนางลง
ไปครึ่งหนึ่งก็ได้ มาดูกันว่านางจะตกตายในเส้นทาง
แห่งเต๋าหรือไม่? จะว่าไปความอดทนของข้ามี
ขีดจำกัดเสียด้วยสิ เป็นเรื่องปกติที่ข้าจะไปจัดการกับ
ขวากหนามเล็ก ๆ ที่จะกลายเป็นเซียนอมตะ”
ดูเหมือนว่ามันจะพูดเรื่องชั่ว ๆ ออกมาจากปากได้
อย่างลื่นปาก ราวกับกำลังพูดคุยกับสหาย
หลังจากฟังทั้งหมด อู่ อวี้ ก็รู้ว่าตนเองวิ่งวนอยู่ในกำ
มือของมัน มันปล่อยให้เขาวิ่งผ่านอยู่ในพิภพปีศาจ
บรรพกาลราวกับหนูติดจั่น แต่เทพเซียนชั่ว ๆ อย่าง
มันจะส่งเฟิงซัวหยากับอู่หยูมาให้เขาทำไม? อู่ อวี้ ยัง
จำคำแรกที่มันกล่าวได้ดีตอนอยู่ในลานเมฆาสวรรค์
เพลิงวายุ ในเวลานั้นเขารู้อยู่แก่ใจดีว่ากำลัง
เผชิญหน้ากับหายนะใหญ่หลวง ซึ่งเขาก็กังวลและใส่
ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอด
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถคิดไปไกลถึงขนาดนั้น
ได้
จักรพรรดิโบราณไม่เคยกังวลว่า อู่ อวี้ จะไปที่ไหน
เพราะมันรู้ว่าเมื่อใดที่ลั่วผินตกอยู่ในอันตราย เขา
จะต้องกลับมา ซึ่งต่อให้เป็นคนธรรมดา พอรู้ว่าสตรี
ที่ตนเองรักกำลังตกอยู่ในภัยพิบัติอันตรายย่อมไม่
อาจนิ่งนอนใจได้ ลั่วผินกำลังทำตามความฝัน กำลัง
จะได้กลายเป็นเซียนอมตะ แล้วเขาซึ่งเป็นบุรุษทั้ง
แท่งจะขี้ขลาดหลบหนีเอาตัวรอดเพียงลำพังได้
อย่างไร!
จักรพรรดิโบราณรู้จุดอ่อนในข้อนี้ จึงเอามาจัดการ
กับ อู่ อวี้
หากเขาไม่กลับไปแล้วกลายเป็นเซียนอมตะใน
อนาคต นางก็จะพบจุดจบ คำมั่นสัญญาที่ว่าจะไป
เจอกันบนวังสวรรค์ก็จะจบสิ้น!
เมื่อหวนนึกย้อนกลับไปในค่ำคืนราตรีอันแสน
ยาวนาน รอยยิ้มอันงดงามทุกท่วงท่าอิริยาบถยังคง
ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา การกลายเป็น
เซียนอมตะแล้วไปพบเจอนางที่วังสวรรค์นั่นคือ
เปั้าหมายสูงสุดของเขา มันคือแรงจูงใจที่ทำให้เขา
ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อเหน็ดเหนื่อย ต่อให้ตัว
เขาจะตายก็ยังยึดมั่นพุ่งชนเปั้าหมายอย่างไม่ลดละ!
ในเวลานี้นางกำลังจะกลายเป็นเซียนอมตะ แต่ต้อง
ตกอยู่ในอันตรายเพราะ อู่ อวี้ นั่นคือเปั้าหมายที่
จักรพรรดิโบราณได้หมายตาเอาไว้
“ จงจำไว้ข้ามีเวลาที่เจ้าคิด 1 วัน ร่างกลืนสวรรค์กับ
พวกเจ้าทั้งสามที่ครอบครองมรดกเซียนและเจดีย์
ล่องกำเนิดจะต้องกลับไป มิฉะนั้นนางจะไม่มีโอกาส
ได้กลายเป็นเซียนอมตะ ซึ่งถ้านางเป็นอะไรขึ้นมาตัว
เจ้านั่นแหละที่จะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต บุรุษที่ไม่
ช่วยเหลือสตรีที่ตนรักในยามวิกฤตคับขัน มันต่ำช้า
ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานไม่ใช่หรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า … ”
เฟิงซัวหยาที่อยู่ตรงหน้าของ อู่ อวี้ ยามนี้กำลัง
ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ที่แผนการของ
มันประสบความสำเร็จทุกสิ่งอย่าง
เผ่าพันธุ์มังกรเทวะภาคภูมิใจในวงเวทย์ค่ายกลคุ้มกัน
ของตนเองเป็นอย่างมาก ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเชื่อว่า
ตนเองไม่สามารถติดต่อกลับลั่วผินได้ไม่ว่าจะหนทาง
ใด เนื่องจากเขาอยู่ห่างไกลต่างภพต่างโลก ในเวลานี้
เขาไม่มีเวลามากพอที่จะคิดไต่ตรองให้ดีอย่าง
ละเอียดถี่ถ้วน ในเมื่อสถานการณ์มันบีบคั้นฉุกละหุก
อีกทั้งยังมีชีวิตของคนที่ตนเองรักต้องตกอยู่ในความ
เป็นตาย! เช่นนั้นแล้วเขาจะลังเลได้อย่างไร!
วังมังกรสี่สมุทร!
ท้ายสุดแล้ว อู่ อวี้ กับตระกูลมังกรเทวะประเมิน
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงต่ำเกินไป
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะพยายามประเมินเขาให้มากที่สุด
เท่าที่จะทำได้ แต่ไม่คาดคิดว่าจักรพรรดิโบราณจะ
กุมจุดตายของเขาไว้ได้อย่างอยู่หมัด จุดอ่อนของ อู่
อวี้ ไม่ใช่ อู่หยู หรือเฟิงซัวหยา แต่จุดอ่อนที่ใหญ่มาก
ที่สุดของเขาก็คือ ลั่วผิน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่นางจะออก
จากชมพูทวีปโลกธาตุ ดังนั้นเขาจึงรู้ว่า ต่อให้ อู่ อวี้
หลบหนีไปแห่งหนใดก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
เขาถูกบีบบังคับให้ต้องกลับไป
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ