กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1202: ไมเสียใจกับการตัดสินใจ
การที่จักรพรรดิโบราณให้เฟิงซัวหยาคอยประกบ
ติดตาม อู่ อวี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าคอยส่งข่าวสาร
ให้กับมัน
อันที่จริงเฟิงซัวหยานั้นตกตายไปนานแล้ว
โชคดีที่มันยังพอมีมโนธรรมอยู่บ้านเล็กน้อย เพราะ
อู่หยูยังคงเป็นตัวนางไม่ได้มีผู้อื่นมาชักใย ซึ่งยามนี้
นางกำลังตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
ซูหยานหลี่ , จิ่วอิง พอรู้ว่าเฟิงซัวหยาเป็นร่างแยก
ของเทพเซียนแห่งชมพูทวีปโลกธาตุ ก็ถึงกับไร้ซึ่งคำ
เอื้อนเอ่ย
เมื่อซูหยานหลี่รู้ว่าท่านอาจารย์เสียชีวิตไปแล้ว
ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาหมดเรี่ยวแรง
ไปในทันทีทันใด
ก่อนหน้านี้นางยังพูดคุยกับเฟิงซัวหยาด้วยความ
เคารพ ซึ่งเฟิงซัวหยาก็ยังดูปกติไม่มีสิ่งใดผิดสังเกต
แต่แล้วผู้ใดจะคาดคิดว่าอยู่ ๆ สายอัสนีก็ฟาดผ่าลง
มายามกลางวันแสก ๆ
ตอนนี้เฟิงซัวหยาได้ตกตายไปแล้ว ส่วนลั่วผินก็กำลัง
ตกอยู่ในอันตราย
“ ทุกคนที่เกิดในโลกของข้านั้นถูกลิขิตมาแล้ว ไม่มี
ผู้ใดหลีกหนีชะตากรรมไปได้ ทุกอย่างที่เจ้าได้รับล้วน
เป็นของข้า ฉะนั้นอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ห้าม
ขาดไปเด็ดขาด เจ้าจะต้องเอากลับมาให้ข้า
ไม่เช่นนั้นมังกรวิญญาณเซียนบรรพกาลจะได้ลิ้มรส
กับความเจ็บปวดอย่างที่สุด อู่ อวี้ เจ้าลองตรองดูเถิด
ว่าสิ่งสำคัญที่สุดของเจ้าคืออันใด? ”
เฟิงซัวหยายิ้มแล้วหัวเราะ หลังจากนั้นรอยยิ้มก็ค่อย
ๆ หายไปอย่างช้า ๆ ร่างของเขาเริ่มแตกสลาย จิต
วิญญาณหลุดลอย ล้มลงสู่ปฐพี ทั้งหมดก็เป็นเพราะ
‘จิตเซียน’ ที่เฟิงซัวหยาทิ้งไว้ในร่างของเขาหายไป
แล้ว
เฟิงซัวหยากลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณล้มลงไป
กองกับพื้นต่อหน้าต่อตาเขา อู่ อวี้ ใบหน้าของเขา
ยังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน ในเวลานี้เขาคืออาจารย์
คนเดิมของ อู่ อวี้ ถึงแม้ในความเป็นจริงเขาได้ตก
ตายไปนานแล้ว การที่เขายังมีชีวิตอยู่ได้เพราะถูก
จักรพรรดิโบราณควบคุมร่างเท่านั้น
” ท่านอาจารย์ ” ซูหยานหลี่ก้าวไปข้างหน้ารีบไปพยุง
ร่างกายอันเย็นเฉียบของเขาขึ้น
สำหรับ อู่ อวี้ นี่คือสายอัสนีที่ฟาดผ่าเข้าใส่จิตใจของ
เขาถึงสองครั้งสองครา!
เฟิงซัวหยาตายแล้ว
ลั่วผินกำลังตกอยู่ในอันตราย จักรพรรดิโบราณกำลัง
หมายตานางอยู่
บางทีอาจเป็นเพราะว่าครั้งนี้ อู่ อวี้ เกือบจะสูญเสีย
ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลไป ฝั่ายตรงข้ามเลยตื่น
ตระหนกกังวลเรื่องผลประโยชน์การ ‘เก็บเกี่ยว’ ของ
ตัวเอง
ปัจจุบันบรรยากาศภายในเรือรบอนันต์กาลเงียบสงบ
ตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขากำลังเผชิญกับ
ปัญหาใหญ่
สิ่งที่ประสบพบเจอมันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
เส้นทางการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรของ อู่ อวี้ เต็มไปด้วย
อุปสรรคขวากหนามและภยันตรายเกือบเอาชีวิตไม่
รอดมาแล้วหลายครั้งหลายครา แต่ในทุก ๆ ครั้งเขา
ก็สามารถเผชิญหน้ากับอันตรายเหล่านั้นและรอดพ้น
มาได้ด้วยลำแข้งของตนเอง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มัน
ต่างออกไป มันเป็นวิกฤตอันตรายที่ไม่เคยมีมาก่อน
ต่างกันจากเมื่อก่อนราวกับสวรรค์แลผืนพิภพ
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงเป็นผู้วางแผนทุกอย่าง
และมันคือฆาตกรที่ลงมือสังหารเฟิงซัวหยาอาจารย์
ของ อู่ อวี้!
ยามนี้เขาไม่ต้องการให้ลั่วผินสูญเสียซึ่งความหวังทุก
อย่าง อู่ อวี้ ได้ให้สัญญากับนางไว้ และตัวเขาจะไม่
ยอมให้สิ่งเหล่านั้นสูญเปล่าเป็นอันขาด
” ท่านอาจารย์ … ” ซูหยานหลี่ร่ำไห้สะอึกสะอื้น นาง
รักและเคารพเฟิงซัวหยาประดุจบิดาก็ไม่ปาน
ทว่าอนิจจายามนี้เขาเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณอัน
เย็นเฉียบเท่านั้น
จักรพรรดิโบราณพูดจาใหญ่โตเช่นดั่งราชสีห์เอ่ยปาก
มันต้องการจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องการ
มรดกของฉีเทียนเซิ่นของอู่อวี้ , แม่ทัพเทียนเผิงของ
หนานซาน หวางเยว่ , ขุนพลเจวี่ยนเหลียนของเย่ซีซี!
อีกทั้งยังต้องการเจดีย์ล่องกำเนิด และมันจะต้องไม่
ยอมปล่อยร่างกลืนสวรรค์ไว้แน่
มันบอกว่าจะให้เวลาเขาหนึ่งวันในการไตร่ตรอง แต่
หนึ่งวันนี้ช่างเป็นวันที่สุดแสนทรมานสิ้นดี
ยามนี้ หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซีและอื่น ๆ กำลัง
มอง อู่ อวี้
อู่ อวี้ กำลังติดอยู่ในวังวนแห่งความเกลียดชังอย่าง
ยากจะคลี่คลาย
อู่ อวี้ ขาดสติสูญเสียตัวเองไปเป็นเวลานาน
เจอเช่นนี้ผู้ใดจะจะควบคุมสติอยู่ได้กันเล่า! ภัยพิบัติ
มันเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
จนกระทั่งเฟิงซัวหยาล้มลงไปกองกับพื้น เกิดขึ้น
อย่างรวดเร็วจนไม่มีเวลาพอให้พวกเขาได้ตอบโต้
ภายในใจของ อู่ อวี้ นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
และเขาต้องระบายออก ไม่เช่นนั้นเขาไม่สามารถ
สงบสติอารมณ์เผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ได้
ก่อนเขาจะตัดสินใจอะไรลงไปจิตใจของเขาจะต้อง
สงบเยือกเย็นเสียก่อน เพราะจักรพรรดิโบราณไม่
เหลือทางเลือกให้กับเขาได้เดินแม้แต่น้อย แต่เขามิใช่
คนขี้ขลาดตาขาว ไม่อาจหลบหนีเอาตัวรอดไปเพียง
คนเดียวได้ เพราะเขาไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต
หากลั่วผินถูกสังหาร เขาจะไม่มีวันปล่อยให้
จักรพรรดิโบราณทำสำเร็จ เพราะเขาจะทำลาย
ตัวเองตายตามนางไปด้วย!
เขาเป็นเสมือนดั่งมหาสมุทรเปลวเพลิงอันไร้สิ้นสุด
ร่างกายของเขาลุกท่วมไปด้วยเพลิงเผาผลาญจนดำ
เป็นตอตะโก แต่เขาก็ไม่อาจหลีกหนีพ้น
ใบหน้าของ หนานซาน หวางเยว่ ซีดเผือดเขาตื่น
ตระหนกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เขายังกล่าว
อย่างมั่นคงว่า ” อู่ อวี้ อย่าเป็นห่วงเรา การที่เรา
มาถึงทุกวันนี้ได้ก็เป็นเพราะเจ้า และสิ่งที่เกิดขึ้นใน
วันนี้ข้ารู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ถึงแม้ข้าจะกลัวตายแต่พวก
เราเป็นพี่น้องกัน ฉะนั้นพวกเราจะต้องต่อสู้ไป
ด้วยกัน ข้าจะไม่ยอมถอย! แล้วครั้งนี้เราจะไปผจญ
ภัยที่ชมพูทวีปโลกธาตุด้วยกัน ไม่ว่าเจ้าจะว่าอย่างไร
ข้าก็จะเอาด้วย ข้าจะติดตามเจ้าไปทุกหนทุกแห่ง ใน
เวลานี้ไม่เหมาะที่จะพูดอะไรที่มันตื่นเต้น แต่ข้าก็คิด
ว่ามันดีกว่าอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ข้าไม่ต้องการมา
นั่งเสียใจในภายหลัง! ข้าอยู่กับเจ้านานมากเกินไป
จนข้าไม่อยากจะเสียไป ”
เขากล่าวออกมามากมายเช่นนี้ นอกจากจะโน้มน้าว
ตนเองแล้ว ยังตั้งใจโน้มน้าว อู่ อวี้ อีกด้วย หนาน
ซาน หวางเยว่ เต็มเปียมไปด้วยความแน่วแน่เป็น
อย่างยิ่ง ดูแตกต่างจากคุณชายเจ้าสำราญที่รักตัว
กลัวตาย รู้หรือไม่ว่าคนเช่นนี้ ต้องใช้ความกล้ามาก
แค่ไหน กว่าจะกล่าวเรื่องอะไรแบบนี้ออกมาได้
เย่ซีซี กล่าวว่า ” ข้าออกมาจากพิภพอเวจีได้ เพราะ
พี่ชายอวี้ช่วยไว้ มิเช่นนั้นแล้วชีวิตของข้าก็คงไร้
ความหมาย ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ข้า
จะมุ่งมั่นฝั่าฟันอุปสรรคติดตามท่านไปช่วยพี่สาวลั่ว
ผินให้จงได้ ”
พวกเขาคือคนที่จักรพรรดิโบราณสั่งให้ อู่ อวี้ พามา
ด้วย
จักรพรรดิโบราณกล่าวว่าหากไม่มีพวกเขาแล้ว ก็อย่า
หาว่าข้าไร้ปรานี
ลั่วผินคงต้องตกตายเป็นแน่แท้
อย่างไรก็ตามต่อให้ หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี
เต็มใจมากเพียงใด แต่นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่หลวงยิ่ง
สำหรับ อู่ อวี้! แม้ว่าเขาต้องการช่วยชีวิตคนรัก แต่
เขาจะพาพี่น้องไปตายด้วยได้อย่างไร!
ทั้งหมดนี้คือความทรมานและความขัดแย้งที่
จักรพรรดิโบราณนำมาให้เขา
อู่ อวี้ ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า ช่วงเวลานี้มัน
โหดร้ายมากเพียงใด วิธีการที่มันใช้ช่างต่ำช้าเกินกว่า
จะทานทน ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ได้ฝังลึกลงไปใน
จิตใจของเขา เป็นความเกลียดชังต่อจักรพรรดิ
โบราณที่มากมายเกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็น
คำพูดใด
มันโหดเหี้ยมยิ่งกว่า ฮ่าวเทียนซ่างเซียน ที่มอบ ‘ผง
พรากวิญญาณ’ ให้แก่เขา ท้ายสุดแล้ว ฮ่าวเทียนซ่าง
เซียน ได้ทำร้ายแค่ อู่ อวี้ เพียงผู้เดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิโบราณไม่เพียงทำร้ายเขา แต่
ยังสังหารอาจารย์ ขู่ฆ่าคนรัก และเหล่าพี่น้องของเขา
นี่คือการบดขยี้ทำลายทุกสรรพสิ่งของ อู่ อวี้ อย่าง
สมบูรณ์!
หมิงซวง ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า ” เฮ้อ … จบสิ้น
แล้ว โชคชะตาช่างเล่นตลกยิ่งนัก เจ้าถือกำเนิดใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ แต่กลับต้องเผชิญหน้าห้ำหั่นกับ
เทพเซียน เรื่องนี้นับว่ายากจะหาหนทางแก้ไข เจ้านี่
ช่างโชคร้ายจริง ๆ นี่เป็นเสมือนใบสั่ง ปัญหาไม่ได้อยู่
ที่ความสามารถ หรือสติปัญญาของเจ้า เนื่องจาก
จักรพรรดิโบราณกับเจ้าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน
เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้า เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขา
เลย สิ่งที่เจ้าเป็นในยามนี้ก็ไม่ต่างจากมดตัวเล็ก ๆ ไร้
ซึ่งปัญญา ซึ่งกำลังเต้นเล่า ๆ อยู่ในกำมือของอีกฝั่าย
จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ”
” หุบปาก ” อู่ อวี้ ไม่ต้องการให้นางวิเคราะห์
สถานการณ์ของตนเอง เพราะเขารู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว
” เจ้าอย่าเพิ่งโกรธข้า ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดมัน เป็นความ
เกลียดแค้นชิงชังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงแม้
ตอนนี้เจ้าอยากจะสังหารมัน เพื่อระบายความแค้น
มากเพียงใด แต่ก็เป็นไปไม่ได้ บางทีตอนนี้อาจมีแค่
ข้าที่ยังมีสติครบถ้วนสมบูรณ์อยู่เพียงผู้เดียว
เพราะฉะนั้นข้าจึงอยากเตือนเจ้า อู่ อวี้ อย่าปล่อยให้
ความบ้าคลั่งกลืนกินตนเอง หากเจ้าไปในสภาพเช่นก็
ไม่สามารถแก้ไขอันใดได้ ”
หมิงซวงกล่าวด้วยความวิตกกังวลเล็กน้อย
อันที่จริงแล้วนางกล่าวได้ถูกต้อง ยามนี้ อู่ อวี้ ยืนกำ
หมัดแน่น ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต เขารู้สึก
โกรธแค้นชิงชังเป็นอย่างยิ่ง ตกอยู่ภายใต้โทสะอย่าง
สมบูรณ์ ดังนั้นการที่เขาไม่สามารถคิดอ่านสิ่งใดได้จึง
ถือเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้อาจารย์ของเขาตายไปแล้ว
ส่วนคนรักก็ถูกนำมาใช้ข่มขู่คุกคาม หากเขายังใจเย็น
จัดการเรื่องราวนี้ได้อย่างปกติ นั่นคงไม่ใช่ อู่ อวี้ แล้ว
ต่อให้เป็นเทพเซียน ก็ไม่สามารถทำให้เขาหวาดกลัว
ได้!
” เจ้าหมายความว่ายังไง? ข้าจะสามารถจัดการเทพ
เซียนได้อย่างไร? ”
อู่ อวี้ คำรามแล้วถามขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
การเผชิญหน้ากับเทพเซียนไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญ
ที่สุดก็คือ อู่ อวี้ อ่อนแอมาก เขาสนใจ อู่ อวี้ และรู้
ทุกอย่างเกี่ยวกับ อู่ อวี้
สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุด คือเขารู้จัก อู่ อวี้ เป็น
อย่างดี และเป็นผู้กุมความได้เปรียบในข้อตกลงนี้
ทั้งหมด เช่นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ อู่ อวี้ ไม่สามารถกระทำสิ่ง
ใดได้เลยจริง
หมิงซวงกล่าวขึ้นด้วยเสียงดังก้องว่า ” เช่นนั้นจงฟัง!
จงมองโชควาสนาที่เจ้าได้พบพานมาทั้งหมด สิ่งที่น่า
อัศจรรย์มากที่สุดก็คือร่างกลืนสวรรค์ของเจ้า! เจ้า
พยายามสยบเขาไว้ตลอด ปั้องกันไม่ให้เขามีความ
แข็งแกร่งมากเกินไป ไม่ให้ถูกมารกลืนกิน แล้วตอนนี้
เป็นช่วงเวลาไหนแล้ว? อาจารย์ของเจ้าถูกสังหาร
ส่วนคนรักของเจ้าก็ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตาย
เท่ากัน! ไม่ว่าร่างกลืนสวรรค์จะเติบโตเป็นเช่นใด จะ
กลายเป็นมารทำลายล้างโลกหรือไม่! มีเพียงร่างกลืน
สวรรค์เท่านั้นที่ช่วยให้เจ้ามีโอกาสต่อสู้กับจักรพรรดิ
โบราณมากที่สุด นี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะต่อต้าน
จักรพรรดิโบราณได้ เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ไม่ว่ายังไงก็
เป็นไปได้ว่าสักวันหนึ่งร่างกลืนสวรรค์ของเจ้าจะ
เหนือกว่าร่างต้น เอาล่ะเจ้ายังจะหงุดหงิดใส่ข้าอีก
ไหม? ”
หมิงซวงกล่าวด้วยเสียงจริงจังเป็นอย่างยิ่ง
ในอดีตไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นใดหรือเลวร้ายแค่
ไหน นางมักจะพูดคุยหยอกล้อกับ อู่ อวี้ อยู่เสมอ
แต่ครั้งนี้ นางกลับโกรธเกรี้ยวไม่พอใจด้วยเช่นกัน อู่
อวี้ ถูกความเกลียดชังกลืนกิน กระทำได้เพียงโทษ
ตนเอง ทั้งยังรู้สึกผิด ทุกข์ทรมาน โกรธแค้นชิงชัง
เต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ภาพความทรงจำ
ทั้งหมดเกี่ยวกับลั่วผิน และ เฟิงซัวหยา รวมถึงคำ
สัตย์สาบาน ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างไม่
เคยเป็นมาก่อน แค่ตัวเขายังไม่บ้าคลั่งก็นับว่าดีมาก
แล้ว ไม่คาดคิดว่าในเวลานี้ อู่ อวี้ จะสงบจิตใจลงได้
แต่ถ้าจะให้มันสงบจริง ๆ เขาคงต้องเลิกแยแสความ
เป็นความตายของ เฟิงซัวหยา กับ ลั่วผิน
แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่
จะบดขยี้ทำลายจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง เพื่อ
บรรเทาความเกลียดชังในจิตใจ!
” เจ้ากล่าวถูกต้อง! หากไม่รักษานางไว้ แล้วในโลกใบ
นี้จะมีอะไรให้ปกปั้องอีก ถึงแม้ความคิดของเจ้าจะ
เห็นแก่ตัว โดยไม่สนใจว่าจะบดขยี้ทำลายล้างโลกนี้
หรือไม่ แต่ข้าก็ชอบมัน! บางทีวันนี้ข้าอาจจะ
ตัดสินใจผิดพลาด แต่ข้าหาได้เสียใจแม้แต่น้อย ร่าง
กลืนสวรรค์! ”
ร่างต้นหันไปมองตนเองอีกร่างหนึ่ง ซึ่งมีเรือนผมสี
ขาวและดวงเนตรสีโลหิต
แน่นอนว่าร่างกลืนสวรรค์ผู้มีเรือนผมสีขาวดวงเนตร
สีโลหิต ก็หันมาจับจ้อง อู่ อวี้ ด้วยเช่นกัน
หลังจากกลายเป็นอสูรกลืนสวรรค์ อู่ อวี้ ก็ไม่เคย
แสดงความสามารถของเขาเลย แต่ตอนนี้ยังต้องไป
สนใจอะไรอีก?
มีเพียงกลืนกินเท่านั้น!
กลืนกิน! กลืนกิน! กลืนกิน!
ในสายตาของ อู่ อวี้ มีเพียงการกลืนกินของอสูรกลืน
สวรรค์เพียงเท่านั้น
” ข้าต้องการมีชีวิตอยู่ ส่วนนางจะต้องกลายเป็น
เซียนอมตะ เราจะไปพบกันบนวังสวรรค์ มีชีวิตยืน
ยาวเคียงคู่ไปตราบชั่วนิรันดร์ … ”
หยดน้ำตาของ อู่ อวี้ ไหลรินเป็นสาย
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ