กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1203: กลืนกินไรสิ้นสุด
บางครั้งคนเรายิ่งต้องการสิ่งใดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่ง
ครอบครองมันได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
ตัวอย่างเช่นเขาเคยจะไปยังวิหารคู่เซียนกับ หนาน
กง เหว่ย แต่สุดท้ายความฝันนั้นก็ล้มเหลว กลับ
กลายเป็นว่าเขาทั้งสองมีความขัดแย้งในเส้นทางของ
เต๋า แล้วในที่สุด อู่ อวี้ ก็เข้าใจว่าเขากับนางคง
เป็นไปไม่ได้
ใช่ว่าเขายอมแพ้ แต่ หนานกง เหว่ย กลับทำให้มัน
ขัดแย้งมากขึ้น
แล้วยามนี้พวกเขาต่างมีความฝัน ฝันว่าจะได้
กลายเป็นเซียนอมตะไปสู่วังสวรรค์ชั้นฟั้า ถึงเวลานั้น
จะไม่มีผู้ใดมาหยุดยั้งพวกเขาได้อีก แต่บัดนี้พวกเขา
กับโดนจักรพรรดิโบราณขัดขวาง เป็นเฉกเช่นดั่ง
ลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
บางที่ความฝันที่เขากับลั่วผินปรารถนาไว้ร่วมกัน
กำลังจะหายไป
อู่ อวี้ ไม่อาจที่จะยอมรับได้!
หมิงซวงเสนอความคิดดี ๆ ให้แก่เขา แต่มันเป็นวิธีที่
ค่อนข้างบ้าระห่ำ และไม่อาจยืนยันได้ว่าผลจะ
ออกมาดีหรือร้าย
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถควบคุมร่างกลืนสวรรค์
ได้นานแค่ไหน เขาไม่รู้ว่าร่างกลืนสวรรค์จะเติบโตไป
ได้ไกลเพียงใด เขาไม่รู้อันใดทั้งสิ้น รู้เพียงว่าตอนนี้
ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด เขาถูกบีบคั้นจนไร้ซึ่ง
ทางออก และเขาจำต้องละทิ้งศีลธรรมเพื่อกลืนกิน!
บางทีเขาอาจจะกลายเป็นอสูรกลืนสวรรค์ เฉก
เช่นเดียวกับบรรพชนมารกลืนสวรรค์ผู้ทำลายล้างทุก
สรรพสิ่ง
เมื่อเขานึกถึงเฟิงซัวหยา , ลั่วผิน , จักรพรรดิโบราณ
ภายในหัวใจของเขาก็รู้สึกทุกข์ทรมานอย่างไร้ที่
เปรียบ บางทีในเวลานี้เขาอาจจะถูกปีศาจแห่งความ
เกลียดชังครอบงำเอาก็ได้ แต่เขาก็จะเผชิญกับความ
จริงแล้วก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่ตนเองตัดสินใจหรือ
กระทำลงไป!
“ พวกเจ้าทุกคนรอข้าอยู่ที่นี่ หนานซานปกปั้องทุก
คนด้วย ”
อู่ อวี้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
เขาแสดงสีหน้าเข้มแข็ง จากนั้นก็เก็บร่างของเฟิง
ซัวหยาไว้ในเจดีย์ล่องกำเนิด ในไข่มุกทองคำเหยียน
หวงมีโลงศพผลึกแก้วที่สามารถคงสภาพซากศพไว้ได้
อย่างสมบูรณ์ถาวร
” ท่านอาจารย์ศิษย์ไร้ความสามารถ ทำให้ท่านต้อง
ทุกข์ทรมาน ”
” ศิษย์ อู่ อวี้ ขอสาบาน หากไม่แก้แค้น ขอให้สวรรค์
ลงทัณฑ์ ไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป ”
” ท่านอาจารย์นอนหลับพักผ่อนไปก่อน หากศิษย์
สามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติอันใหญ่หลวงครั้งนี้ไปได้
ศิษย์จะเอาเลือดสุนัขของจักรพรรดิโบราณมาเซ่น
สังเวยให้แก่ท่าน ”
หลังจากกล่าวจบร่างต้นกับร่างกลืนสวรรค์
เตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอก
“ พี่ชายท่านคิดจะทำอันใด? ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า
อย่าคิดจะเผชิญหน้าเรื่องเลวร้ายเช่นนี้เพียงลำพัง ข้า
หนานซาน ถึงแม้จะเป็นคนโลภมากและรักตัวกลัว
ตาย แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่หนี จะไม่เป็นเช่นนั้นอีก ”
หนานซาน หวางเยว่ พยายามหยุดเขา
อู่ อวี้ ตบบนไหล่เขาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า ” มั่นใจได้
ขอเวลาสักวันเพื่อไปเตรียมการบางอย่าง เดี๋ยวข้าจะ
กลับมาพร้อมกับการตัดสินใจ เจ้าเชื่อใจข้าเถอะนะ
… การที่ข้ามีเจ้าเป็นพี่น้องนับว่าคุ้มค่าอย่างแท้จริง ”
” พี่ชายอวี้ ท่านต้องการให้ร่างกลืนสวรรค์ไป … ” เย่
ซีซีเป็นคนสติปัญญาเฉียบแหลม ฉะนั้นนางจึงคาด
เดาได้ว่าเขาจะไปทำอะไร
อู่ อวี้ พยักหน้า ” อืม … อย่ากังวลรออยู่ที่นี่ให้สบาย
เถอะ ”
” ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร โปรดอย่าลืม … ข้าจะ
สนับสนุนเจ้าทุกเรื่อ ง” อู่หยูกล่าวปลอบประโลม
พร้อมกับเช็ดน้ำตาที่อาบไล้อยู่บนใบหน้า
“ ท่านพี่ไม่ต้องห่วง ” เขาเองก็พยายามระงับ
อารมณ์อย่างที่สุด
เขากับนางยังเป็นพี่น้องในสายเลือดที่มีความสัมพันธ์
เกี่ยวข้องกันอย่างแน่นแฟั้น
อู่ อวี้ บดขยี้ทำลายความฝันว่าตนจะเป็นโอรสของ
จักรพรรดิโบราณ ตอนนี้เขากำลังเฝั้ามองอู่หยู เขาก็
พบว่าความคิดเช่นนั้นมันช่างเหลวไหลสิ้นดี อู่หยูจะ
ไม่ใช่พี่น้องของเขาได้อย่างไร?
” พี่ชายอวี้ … อย่าลืมข้ามีศัตรูคนเดียวกับท่าน งานนี้
ตายเป็นตาย! ” เย่ซีซีกัดฟันกรอด
นี่คือสิ่งที่นางอยากจะบอกกับ อู่ อวี้
เมื่อเห็นท่าทางของนาง อู่ อวี้ ก็หัวเราะแล้วพูดว่า ”
ถือว่ายังมีเรื่องดี ๆ อยู่นะ เพราะข้าจะได้ไม่รู้สึกผิด
ต่อเจ้าซีซี ”
” พี่ชายอวี้ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด ” เย่ซีซีกล่าวอย่าง
จริงจัง
” ดี! นี่ไม่ใช่การจากลากันชั่วนิรันดร์ รอฟังข่าวกับข้า
อยู่ที่นี่ ”
จักรพรรดิโบราณกล่าวว่าให้เวลาเขาหนึ่งวัน เป็น
เพราะครั้งนี้ อู่ อวี้ เกือบทำประตูพิภพปีศาจบรรพ
กาลหายไป จักรพรรดิโบราณจึงยอมเปิดเผยความ
จริงและตัวตนออกมา
” ในความเป็นจริงเจ้าโชคดีมากเลยนะ มีสหายและมี
พี่น้องที่ดีคอยห่วงใยช่วยเหลือ ทุกคนเต็มใจที่จะตาย
เพื่อเจ้า ในตอนนั้นข้าหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่เพียง
ลำพัง อู่ อวี้ ข้าคิดว่าทั้งหมดล้วนเป็นโชคชะตาอย่าง
แท้จริง ในตอนนั้นข้าล้มเหลวจากการต่อสู้ ดังนั้นต่อ
ให้สืบทอดมรดกที่ทรงพลังมากแค่ไหนก็เป็นได้แค่
ของไร้ประโยชน์ และข้าไม่ต้องการให้เจ้าล้มเหลว
เพราะเจ้านั้นดีกว่าข้ามาก ” หมิงซวงกล่าว
“ ใช่ … พวกเขาเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของข้า ”
อู่ อวี้ รู้ดีว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา ไม่มี
อะไรสำคัญไปกว่าพวกเขา
ร่างต้นของเขามีอาวุธครบมือละแต่ชิ้นอยู่ในระดับ
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา ร่างกลืนสวรรค์ของเขาก็
มีพร้อมเช่นกัน
” จงกลืนกินซะ! กลืนกินอย่างไร้สิ้นสุด กินมันให้
เรียบ! ”
ร่างกลืนสวรรค์ไม่เคยมีความสุขมากมายเช่นนี้มา
ก่อน ในเวลานี้ร่างกลืนสวรรค์นั้นหิวโหยเป็นอย่าง
มาก แต่เขาก็พยายามอดทนอดกลั้นไว้เสมอ แล้วใน
วันนี้ข้อจำกัดศีลธรรมนั้นก็ถูกปลดระวางหายไป ทำ
ให้เขาคลุ้มคลั่งจนแทบบ้าไปแล้ว
ลำดับแรก อู่ อวี้ จะต้องอยู่ห่างจากเรือรบอนันต์กาล
เขามาถึงอาณาเขตที่เคยเป็นสนามรบของเทพปีศาจ
ทั้งแปด หลังจากได้รู้เรื่องประตูพิภพปีศาจบรรพกาล
ปีศาจทุกตนก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่มีฝีมือ
อยู่ในระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 มากสุดก็อยู่
ในขั้นที่ 10
เหล่าเทพปีศาจยังคงติดตามไล่ล่าหาตัว อู่ อวี้
ณ เวลานี้ อู่ อวี้ ไม่ได้หลบซ่อนอีกต่อไป
เขาปรากฏตัวอยู่เหนือศีรษะปีศาจทั้งมวลในมือถือ
จับ ‘ประตูพิภพปีศาจบรรพกาล’ จากนั้นเขาก็กล่าว
กับปีศาจที่อยู่ด้านล่างว่า “พวกเจ้าเห็นสิ่งนี้ไหม? นี่
คือกุญแจที่จะนำพาไปสู่โลกอื่น ผู้ใดก็ตามที่อยากได้
มันก็มาคว้ามันไปจากมือของข้า ”
เมื่อได้ยินดังเสียงกล่าว พวกปีศาจก็เริ่มคลุ้มคลั่ง
ปีศาจบางตัวรีบไปแจ้งข่าวให้แก่เทพปีศาจผู้เป็น
เจ้านายของตนเองได้รับรู้ ในเวลานี้แก่นพลังชีวิต
ศักดิ์สิทธิ์สารพัดชนิดสาดประโคมเข้าใส่ อู่ อวี้ อย่าง
ท่วมท้น
ในมือของ อู่ อวี้ ถือจับเสาสวรรค์ชมพูทวีปและตรา
ประทับมังกรเหยียนหวง ส่วนร่างกลืนสวรรค์ในมือ
ถือจับกระบี่แก่นมังกรนวดารา , เจดีย์นภา , ม้วน
ภาพชมพูทวีปโลกธาตุ และยังมีศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาอีกมากมาย
เมื่อ อู่ อวี้ ร่างต้นได้เปิดไฟเขียว บอกว่าเขาสามารถ
กินได้อย่างไร้สิ้นสุด ทั้งหมดก็เพื่อให้เขาทะลวงผ่าน
ไปสู่ความแข็งแกร่งสูงสุด ขณะนี้ในมือของ อู่ อวี้ ร่าง
ต้นยังคงถึงจากเสาสวรรค์ชมพูทวีปช่วยคุมเชิงอยู่ข้าง
ๆ
” สวดส่งอเวจีหมื่นชั้น! ”
เสาสวรรค์ชมพูทวีปขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลัน
กวาดร่างปีศาจทั้งหมดจนกระเด็นกระดอนไปคนละ
ทิศคนละทาง ครอบคลุมพื้นที่ในเวลานี้พื้นที่ทรงกลม
ขนาดใหญ่ กลายเป็นประตูสวดส่งอเวจีหมื่นชั้น บัดนี้
สัตว์นรกและวิญญาณแค้นมากมายออกมาจากประตู
นรก พร้อมกับฉีกกระชากหัวปีศาจอย่างไร้ปรานี ใน
เวลานี้ อู่ อวี้ นั้นโหดเหี้ยมอำมหิตไร้ซึ่งเมตตาอย่าง
แท้จริง
ร่างกลืนสวรรค์ผู้มีเรือนผมสีขาวและดวงเนตรสีโลหิต
ได้พุ่งทะยานเข้าไปหาเหล่าปีศาจที่อยู่ในห้วงวังวน
ด้านล่าง ปีศาจหลากหลายสายพันธุ์กำลังดิ้นรน
ตะเกียกตะกาย ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด หรือเป็นตัวผู้
หรือตัวเมีย ล้วนเป็นเปั้าหมายในการกลืนของเขา
ทั้งหมด!
ในทุก ๆ ที่ ๆ แก่นมังกรนวดารากวาดจะผ่านไป
เฉือนตัดสะบั้นศีรษะไปทุกแห่งหน จากนั้นหมอกสี
ดำก็พวยพุ่งเข้าไปกวาดผ่าน ปีศาจตนใดที่ต้องสัมผัส
กับหมอกทมิฬก็ไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูกให้เห็น!
หลังจากได้รับไฟเขียวจากร่างต้น ร่างกลืนสวรรค์ก็
ปลดปล่อยความเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่ง
เป็นอะไรที่นั่นสยดสยองอย่างแท้จริง เมื่อไม่ถูก
ควบคุมเขาก็ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ และไม่อาจคาด
เดาได้ว่าต่อจากนี้ร่างกลืนสวรรค์จะกลายเป็นอะไร!
เขากลืนกินตามใจปรารถนา! กลืนกินและกลืนกิน!
เป็นไปได้ว่าอาจจะกลืนกินโลกนี้ทั้งหมด!
กลืนกินทุกสรรพชีวิตปีศาจที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด!
หลังจากกลืนกินปีศาจอย่างบ้าคลั่ง หลังจากนั้นกลิ่น
อายปีศาจของเขาก็รุนแรงมากขึ้น
” จักรพรรดิโบราณเหยียนหวง! ”
ความเกลียดชังของ อู่ อวี้ ที่มีต่อเทพเซียนต่ำช้า
อย่างมัน ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ประสบพบเจอในทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง มิได้เป็นไปตามแผนของมัน ทุกอย่างล้วน
เป็นเรื่องจริง ล้วนเกิดขึ้นจริง! เขาไม่เคยสนใจ
เกี่ยวกับราชกิจการเมือง มิได้สนใจบิดาของตนเอง
มากนัก ผู้คนที่เขาพบเจอไม่ว่าจะเป็นฮ่าวเทียนซ่าง
เซียน , เฟิงซัวหยา , เสิ่นอู๋เต้า ไม่ใช่เทพเซียนต่ำช้าที่
จำแลงตัวมา แต่พวกเขาคือของจริงโดยเฉพาะเสิ่นอู๋
เต้า
และพลองทองสมปรารถนาเลือกตัวเขาหาใช่มัน
ด้วยการเฉลยทั้งหมดนี้ทำให้ อู่ อวี้ ไม่มีแรงกดดัน
ทางด้านจิตใจ เขาไม่ต้องกระอักกระอ่วนที่รู้สึกกับ
อีกฝั่ายในทางที่ไม่ดี ไม่มีสายสัมพันธ์ใดให้ต้องยั้งมือ
ต่อไปนี้คือการต่อสู้ห้ำหั่นกันจนตายกันไปข้างเท่านั้น!
” อู่ อวี้ เจ้ากล้าสังหารคนของข้าเช่นนั้นหรือ! ”
ทั้งหมดนี้คือสมุนของเทพจิ่วอิง หลังจากนั้นไม่นาน
เขาก็ได้ยินสุรเสียงอันแสนโกรธเกรี้ยวของเทพจิ่วอิง
มันกำลังบินทะยานลงมาที่เขา ซึ่งสามารถเห็นได้จาก
ระยะไกล ๆ
” เจ้ามีปัญญามาแย่งกุญแจในมือของข้าหรือไม่!? ” อู่
อวี้ เจตนากล่าวเย้ยหยันยั่วยุ หลังจากนั้นเขาก็เรียก
ร่างกลืนสวรรค์ให้กลับมาหาเขาทันที พร้อมกับเข้า
ไปอยู่ในเจดีย์ล่องกำเนิดก่อนที่เทพจิ่วอิงจะมาถึง
หลังจากนั้นเขาก็ผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้าเพียงชั่ว
พริบตาเขาก็หายไปจากสายตาของเทพจิ่วอิง!
ยามนี้ปีศาจที่นี่ได้กระจายตัวไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อ
ต่อสู้แย่งชิงประตูพิภพปีศาจบรรพกาลมาเป็นของ
ตนเอง
ส่วนทางด้านของร่างกลืนสวรรค์ หลังจากได้กลืนกิน
ปีศาจมาได้ประมาณหนึ่งพลังความแข็งแกร่งของเขา
ก็เพิ่มขึ้นมาก และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อู่ อวี้
ร่างต้นจะเป็นคนปลิดชีพ ส่วนร่างกลืนสวรรค์ก็เป็น
คนกลืนกินเก็บกวาด ด้วยพลังอำนาจภายในที่
เพิ่มขึ้นเหนือล้ำกว่า อู่ อวี้ ไปแล้ว กล่าวได้ว่าพลัง
อำนาจของสรรพเทวะวิญญาณ กับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 แทบจะไม่แตกต่างกันเลย
ความแข็งแกร่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างพรวดพราดนี้ใช้เวลา
น้อยกว่าครึ่งชั่วยาม! สำหรับความมุ่งมั่นตั้งใจของ อู่
อวี้ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!
สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ไม่ใช่แค่เพียงปีศาจบนบกเท่านั้น
ที่มารวมตัวกัน แม้แต่ปีศาจสมุทรก็มารวมตัวกันเป็น
จำนวนมาก!
” ฆ่ามันนนนน! ”
ด้วยเพราะร่างกายต้องการปะทะ อู่ อวี้ พุ่งทะยาน
เข้าใจน่านน้ำมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว ฉับพลันนั้นเอง
ปีศาจสมุทรรูปลักษณ์แปลกประหลาดมากมายก็
หายไปราวกับละลาย ชีวิตของพวกมันจบสิ้นสูญ
สลายไปในพริบตา ทั้ง ๆ ที่พลังฝีมือของพวกมันอยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10
การต่อสู้ที่ดุเดือดไร้ปรานีนี้ อู่ อวี้ หาได้แยแสกับ
ปีศาจที่พลังฝีมืออ่อนด้อยไม่ เขามุ่งเน้นห้ำหั่นสังหาร
ปีศาจที่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
10 โดยการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับร่างอวตาร ใช้
ศาสตราเต๋าห้ำหันสะบั้นฝั่ายตรงข้ามตกตายราวกับ
ผักปลา หลังจากนั้นก็ให้ร่างกลืนสวรรค์เก็บงานที่
เหลือ อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่าหลังจากร่างกลืนสวรรค์
กลืนกินปีศาจระดับฝีมือสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
7 หรือ 8 ดูเหมือนจะไร้ผลกระเตื้อง ซึ่งทำให้เขารู้ว่า
นี่ใกล้จะถึงจุดสูงสุดของร่างกลืนสวรรค์แล้ว บัดนี้ร่าง
กลืนสวรรค์ได้อยู่ในจุดตีบตันและจำต้องทะลวงพา
ขึ้นสู่ระดับใหม่
” ต่อไป ”
เมื่อเทพปีศาจไล่ล่าติดตาม เขาก็รีบหลบหนีไปทันที
จนพวกมันได้แต่ยืนทำหน้าโง่งมอยู่ตรงนั้นเพราะไม่
สามารถไล่ตามเขาทันได้
อู่ อวี้ ไม่ได้มาต่อสู้กับมัน เขาต้องการแค่ระบาย
ความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก และยกระดับพลัง
ให้แก่ร่างกลืนสวรรค์เท่านั้น
ในเวลานี้ความโกรธแค้นในอกของ อู่ อวี้ มันเดือด
ปะทุจนทำให้เขาบ้าคลั่ง ดังนั้นเทพปีศาจทุกตัวที่สั่ง
ให้สมุนติดตามไล่ล่าหาเขาล้วนได้รับผลกระทบนี้
ทั้งสิ้น พวกมันถูก อู่ อวี้ สังหารจนตายกันไปเป็นเบือ
เมื่อเจอกับความบ้าคลั่งเช่นนี้ต่อให้เป็นเทพปีศาจก็
สุดจะทานทน สิ่งที่มันทำได้แค่เพียงสั่งให้ลูกน้องรีบ
หนีตายเอาตัวรอดไปเท่านั้น แต่ถึงจะหลบหนีไปก็ไร้
ประโยชน์เพราะไม่สามารถหลบหนีเขาได้พ้น ดวงตา
ของเขาแดงก่ำขึ้นเรื่อย ๆ ดูคล้ายคลึงกับปักษาน้อย
ที่อยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งอย่างที่สุด เมื่อเห็นสมุนพี่น้อง
ตกกลายไปเป็นเบือไม่ต่างจากผักปลา หลังจาก อู่
อวี้ สังหารพวกมัน ร่างกลืนสวรรค์ก็ติดตามเก็บกวาด
กลืนกินมาตลอดทาง เขาใช้เสาสวรรค์ชมพูทวีปปลิด
ชีพดับลมหายใจของเหล่าปีศาจ มีปีศาจตกตาย
ภายใต้การประหัตประหารของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
ประตูสวดส่งอเวจีหมื่นชั้น ปล่อยให้พวกปีศาจ
จำนวนมากถูกขุมนรกฉีกกระชาก แล้วก็กลืนกินพวก
มันทั้งหมดลงไป!
” กินมันให้เรียบอย่าให้เหลือเด็ดขาด! กลืนกิน
มันนนน! ”
หลังจากที่เขากลืนกินปีศาจมามากแล้ว แต่ความหิว
กระหายก็ยังไม่จบสิ้น …
——————–
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ